ยามซวี (19:00-20:59) หมอหลี่เดินทางมาด้วยเกวียนวัวกับพ่อของนาง ที่จริงพวกนางก็สนิทกับหมอหลี่มากขึ้น แค่ก็ยังจะเรียกหมอหลี่อยู่ดี คราวนี้หมอหลี่พ่อของนางมาด้วยจึงเรียกว่า หลี่อี้เหวินแทน
หมอหลี่มาตรวจดูอาการให้นาง ทั้งบอกว่าเดือนนี้ลูกของนางควรจะเริ่มดิ้นได้แล้ว ถ้าเดือนที่ห้ายังไม่ดิ้นก็น่าเป็ห่วง
ที่จริงพวกนางก็ไม่ได้ไว้ใจหมอหลี่ พ่อของหลี่อี้เหวินมากนัก แต่ว่าพวกนางเชื่อใจหลี่อี้เหวินที่บอกให้ไว้ใจพ่อของนาง
เพราะหลินลี่ได้มอบโสมร้อยปีแลกกับการช่วยเหลือในครั้งนี้ พวกนางจำเป็ต้องพึ่งหมอหลี่ ทั้งหลี่อี้เหวินอาจทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อถือได้
“ยานี้กินแล้วจะทำให้ตัวร้อนขึ้น มีเหงื่อออก เหมือนมีไข้ แต่กินแล้วร่างกายไม่ได้เป็อันใด สบายใจได้” หมอหลี่อธิบายถึงยาที่หลินซานต้องกิน
“หนึ่งชั่วยามยาถึงจะออกฤทธิ์ ฉะนั้นต้องระวังเื่นี้ด้วย” หมอหลี่กำชับอีกครั้ง
เมื่อหมอหลี่กำลังกลับไป นางจึงยื่นบางอย่างให้ “สำหรับคำขอบคุณล่วงหน้าเ้าค่ะ”
หมอหลี่รู้ดีว่าน้ำหนักนี้คืออะไร ก้อนตำลึงทองนั่นเอง เขาทำงานสายนี้มานานก็พอจะรู้ว่าควรทำอย่างไร
“เว่ยเว่ย เ้าได้ให้โสมไปแล้ว” หลี่อี้เหวินเอ่ย
“ข้าตั้งหากต้องเกรงใจ รับไว้เถอะ เป็สินน้ำใจสำหรับข้า"
…
เช้านี้บ้านสามพาขึ้นตื่นั้แ่ยามอิ๋น (03:00-04:59) โดยไม่ได้นัดหมาย หลินฮวาไปตักน้ำที่แม่น้ำใกล้ ๆ เดิมทีหน้าที่นี้เป็ของหลินซาน แต่ตอนนี้หลินฮวามาทำแทนชั่วคราว หลินลี่เก็บผักออกไปขายั้แ่เช้า ส่วนหลินเว่ยเว่ยกำลังทำอาหารรอทุกคนกลับมา
มื้อนี้เป็มื้อง่าย ๆ โจ๊กข้าวใส่หมูสับ ถ้าหลินลี่ไม่ไปค้าขาย นางก็มักทำอาหาร หลินเว่ยเว่ยแทบจะไม่ต้องทำการงานอันใด ช่วยหยิบจับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
นึกแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ก่อนหน้านี้หลินเว่ยเว่ยบังคับหลานให้ดูแลตัวเอง แต่ตอนนี้หลาน ๆ เต็มใจดูแลนาง ทั้งยังไม่อยากให้นางทำงานอีก
นี่เป็สิ่งที่หลินเว่ยเว่ยคนเก่า้าไม่ใช่หรือ
วันนี้หญิงสาวต้องไปแสดงตัวต่อหน้าชาวบ้าน ทั้งนางและหลินฮวาต่างตรวจสอบอยู่หลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าท้องของนางยังดูปกติ
ก่อนหน้านี้หลินเว่ยเว่ยมั่นใจว่าครรภ์ของนางไม่ดูชัดเจน ไม่มีใครสังเกตเห็นแน่นอน แต่สตรีผู้นั้นทำนางกลัวขึ้นมา ถ้ามีสตรีคนอื่นรู้เข้าเช่นกันละ สุดท้ายหมอหลี่ก็บอกว่า เขายังดูไม่ออก หลินเว่ยเว่ยจึงสบายใจขึ้น
นางไม่อยากให้ครรภ์โตมาก เพราะจะผิดสังเกต แต่ก็กังวลว่าตัวเ้าก้อนแป้งจะเล็กไปหรือไม่ แม้หมอหลี่ทั้งสองจะยืนยันแล้ว แต่ความกังวลไม่ได้หายไปทั้งหมด
ขณะที่สองป้าหลานกำลังหมุนซ้าย หมุนขวาอยู่ ก็มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง วิ่งตาตั้งะโข้ามกำแพง หลินฮวารีบเปิดประตูบ้านออกไปทันที ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจหลินฮวาก็ไปถึงประตูรั้วแล้ว
หลินเว่ยเว่ยตามออกมาทีหลัง นางใช้แป้งผลัดหน้าแต่งให้หน้าออกมาซีดเซียว
เด็กหนุ่มผู้นั้นไม่ได้พูดเสียงดัง หลังจากเสียงะโเรียก หลินเว่ยเว่ยต้องเข้าไปใกล้ถึงจะได้ยินเสียง
“…ก็ถีบนางล้ม ชาวบ้านช่วยกันแยกแล้ว แต่นางก็ยังด่ากันเสียงดังลั่น” หลังฟังจบหลินเว่ยเว่ยรีบจูงหลินลี่ไปยังที่เกิดเหตุ
หลินเว่ยเว่ยรีบมาอย่างร้อนใจ นางไม่ได้มีแผนให้หลินลี่มีเื่กับผู้อื่นกลางหมู่บ้านเช่นนี้ แต่ด้วยนิสัยของหลินลี่นางไม่มีทางหาเื่ผู้อื่นก่อนแน่ แต่นางก็ไม่มีทางยอมให้ผู้อื่นรังแกเช่นกัน
ระหว่างเดินทาง หลินลี่ก็เล่าไปด้วย เพราะเด็กหนุ่มนั่นรีบวิ่งมาบอกและกลับไปอย่างรวดเร็ว หลินลี่กำลังมีเื่กับหลินซูเจียว บุตรสาวคนที่สี่วัย 17 หนาวของหลินเฉิน และป๋ายเจียง ป๋ายเจียงตามใจหลินซูเจียวมากที่สุด วาดหวังให้นางได้แต่งกับคนดี ๆ นางไม่มีทางชายตามองชายหนุ่มแถวนี้แน่นอน
เดิมทีหลินเว่ยเว่ยไม่ได้มีความแค้นกับหลินซูเจียวเลยแม้แต่น้อย ในนิยายซูเจียวก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก มีเพียงบรรทัดสั้น ๆ ที่บรรยายไว้ว่า นางแต่งเข้ามาเป็อนุในเมืองหลวง ทั้งพยายามจะตีสนิทกับหลินลี่และบอกทุกคนว่าเป็ญาติพี่น้องกัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่นาง หลินลี่ในตอนนั้นมีร้านรวงมากมาย ทั้งเป็คู่หมั้นหมายของแม่ทัพกัว สุดท้ายก็มีคนมากำจัดหลินซูเจียวให้หลินลี่ ซึ่งก็คือหลินเว่ยเว่ย เพราะตระกูลป๋ายญาติฝั่งมารดาส่งนางมาเป็อนุของหลวนซีห่าว
หลินเว่ยเว่ยกำลังรอดูเื่สนุก ต่อให้วันนี้แตกหักกันครั้งใหญ่บ้านใหญ่ก็ไม่มีทางเปิดโปงนางแน่นอน เพราะเขา้าส่งหลานสาวไปแต่งอดีตสามีของอา
…
ป๋ายเจียงมองหลินลี่อย่างเคียดแค้น เด็กนี่กล้าถีบบุตรสาวที่นางทะนุถนอมท่ามกลางสายตาของชาวบ้าน เพราะบ้านหลินก็รู้กันดีว่า ้าส่งหลินซูเจียวไปแต่งกับขุนนางที่ลูกพี่ลูกน้องของนางป๋ายไปเป็แม่เลี้ยง
“นังเด็กน่าตาย เ้ากล้าทำกับเจียวเอ๋อร์แบบนี้ได้อย่างไร หรือเห็นว่าไม่มีบิดามารดาเ้าถึงทำตัวเลวร้ายเช่นนี้ได้” นางป๋ายด่าหลินลี่ไปหลายคำ จนมาถึงประโยคสำคัญ นางชอบด่าเด็กบ้านสามว่าไร้บิดามารดามาตลอด เพราะนั่นทำให้เด็ก ๆ ร้องไห้ออกมา
หลินเว่ยเว่ยยิ้มอย่างชอบใจ นังป๋ายเจียง ยื่นหน้ามาให้ตบแท้ ๆ “โอะ พี่สะใภ้เกิดอันใดขึ้น ผู้ใดไม่มีบิดามารดา หมายถึงเด็กบ้านสามหรือ ท่านนี่ช่างใจดำแท้ ๆ พูดกับเด็กเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าเคยบอกไปแล้วนี่ว่าพี่ใหญ่เป็ญาติผู้ใหญ่ของเด็ก ๆ ท่านด่าเด็ก ๆ เช่นนี้ก็ไม่ต่างจากประจานสามีตนเอง ไม่อายคนจริงๆ”
ชาวบ้านเมื่อเห็นหลินเว่ยเว่ยก็แตกตื่น หลังจากที่นางกลับมาจากบ้านญาติที่เมืองอื่น ก็ไม่มีใครเคยเห็นหน้า วันนี้แม้จะดูซีดเซียว แต่นางยังคงเป็หลินเว่ยเว่ยคนเดิม ทั้งหน้าตา และฝีปาก
ป๋ายเจียงพอเห็นหลินเว่ยเว่ยนางก็ยิ่งโมโห ทั้งที่นางป่วยแต่เมื่อเทียบกับบุตรสาวของตนก็ยังดูดีกว่า “น้องรอง เ้าก็ดูเด็กบ้านเ้า มาทำร้ายลูกพี่ลูกน้องของตนอย่างนี้ได้อย่างไร”
หลินเว่ยเว่ยมองไปที่หลินลี่ และถามนางไปตรง ๆ “เ้าทำร้ายหลินซูเจียวจริงหรือ”
หลินลี่แม้จะไม่พอใจแต่นางก็พยักหน้ายอมรับ
“หลินลี่ขอโทษหลินซูเจียวเสีย” หลินลี่มองนางใ และผิดหวัง หลินฮวาก็มองนางอย่างสับสน
“หึ ข้าไม่ยอมแค่นั้นหรอก นางทำลูกข้าเจ็บหนัก” ป๋ายเจียงลูบแผลที่ไม่มีอยู่จริงของหลินซูเจียวไปมา
“ทำไม่เ้าต้องลงมือกับซูเจียวล่ะ ลี่เอ๋อร์”
“นางดูถูกท่าน ทั้งยังขโมยเงินข้าไป” หลินลี่แม้จะรู้สึกน้อยใจก็ตอบออกไป
หลินซูเจียวพอเห็นสายตาที่ผู้อื่นมองมา นางก็รู้สึกร้อนที่ใบหน้า นางเป็หญิงสาวที่ทุกคนต่างชมชอบ หลินลี่จะทำให้นางเสียหายไม่ได้ จึงต้องเอ่ยบางอย่างออกไป “ข้าไม่ได้ทำนะ เ้าใส่ร้ายข้า”
“ใช่ บุตรสาวข้าบอกไม่ได้ทำ เ้าไม่มีหลักฐานแม้แต่น้อย แต่ที่เ้าทำร้ายเจียวเอ๋อร์ผู้ใดก็เห็นกันหมด” นางป๋ายเอ่ยสมทบบุตรตน
“แต่ถุงเงินข้าอยู่ที่เ้า” หลินซูเจียวจับถุงเงินใต้ชุดไว้แน่น
หลินเว่ยเว่ยมองทุกคนปลง ๆ และเอ่ยขึ้น “ลี่เอ๋อร์ ขอโทษนางเสีย”
หลินลี่ หลินฮวามองนางอย่างไม่เข้าใจ แววตาของพวกนางทั้งน้อยใจ และผิดหวัง พวกนางนึกว่าป้ารองจะเข้าข้างตนเสียอีก
ป๋ายเจียงเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกพอใจ นางไม่รู้ว่าทำไมหลินเว่ยเว่ยถึงเข้าข้างพวกนาง แต่เห็นสีหน้าของเด็กสองคนนั้น นางก็สะใจมาก ๆ “ยังไม่รีบมาคุกเข่าขอโทษบุตรสาวข้าอีก”
ชาวบ้านต่างมองอย่างแปลกใจ ไม่ใช่หลินเว่ยเว่ยนางไปอาศัยอยู่กับบ้านสามเพราะบ้านหลินอ้างว่าบ้านตนไม่มีที่ว่างสำหรับนางไม่ใช่หรือ แต่ทำไมถึงเข้าข้างบ้านหลินล่ะ
หลินเว่ยเว่ยพอเห็นทุกคนกำลังเงียบก็พูดทำลายความเงียบทันที “หลินซูเจียวนางมักไม่มีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่อยู่แล้ว ไม่แปลกถ้านางจะกล้า แทนที่ เอ๊ย ดูถูก น้าของตน ทั้งหลินซูเจียว หลินฟงก็ต่างมีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อยอยู่แล้ว บ้านสามเราเห็นว่าพวกเราต่างสกุลหลิน แม้จะอดอยากแต่ถ้าเด็กพวกนี้อย่างได้ ข้าผู้เป็น้าจะกล้าว่าอันใด แต่เ้าหลินลี่ เ้าไม่สมควรทำร้ายลูกพี่ลูกน้องของเ้านะ เดี๋ยวผู้อื่นจะหาว่าข้าไม่สั่งสอน”
หลินลี่ และหลินฮวาหันไปมองหน้าป้ารอง และมองหน้ากันเอง ก่อนที่จะยิ้มอย่างสะใจ
ชาวบ้านเองก็มองหน้ากันไปมาและเอ่ยขึ้นสองสามคำ
“นางเป็สาวที่ยังไม่ออกเรือนไม่ใช่หรือ”
“แม้แต่น้าของตัวเองนางก็ไม่ละเว้น”
“เด็กบ้านใหญ่หลินขโมยเงินบ้านสามที่ยากจนเนี่ยนะ จุ๊ ๆ แปลกจริง ๆ”
“เ้าพูดอันใด” ป๋ายเจียงตัวสั่น ทำไมหลินเว่ยเว่ยพูดเช่นนั้น แทนที่อะไร หรือนางรู้อะไรมา ป๋ายเจียงมัวแต่คิดเื่นี้จนลืมคำอื่นที่หลินเว่ยเว่ยพูด
“ไม่เชื่อก็ให้ซูเจียวเอาถุงเงินออกมาสิ” หลินซูเจียวกำถุงเงินแน่น นางกำลังจะได้แต่งงานเข้าเมืองหลวง แม้จะห่างไกล แต่ไม่ควรมีเื่เสียหายอย่างลักขโมย นางไม่มีทางให้ผู้อื่นเห็นมันเด็ดขาด
“หลินซูเจียว เอาถุงเงินนั่นออกมาสิ ก็แค่เอาถุงเงินออกมาแสดงความบริสุทธิ์แค่นั้นเอง” ชาวบ้านที่มุงดูเื่สนุกก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ไม่ ข้าไม่...ถุงเงินนี่เป็ของข้า ทำไมต้องให้ทุกคนดูด้วยเล่า” หลินซูเจียวยังคงไม่ยินยอม
หลินลี่จึงพูดขึ้น “ข้าปักลายปักษาสีแดงเพลิงไว้ที่ถุงผ้า”
“ใคร ๆ ก็ปักลายปักษาทั้งนั้น ไม่ใช่เ้าผู้เดียวเสียหน่อย” หลินซูเจียวแก้ตัว
หลินเว่ยเว่ยเหยียดยิ้มออกมา “ปักษาตัวนี้ไม่ธรรมดาน่ะสิ ข้าเห็นนางปักมันอยู่หลายวัน ปักษามันกำลังคาบหยก ส่วนขาของมันกำลังเหยียบท้องฟ้าอยู่ ด้านในถุงมีลายยึกยักดูไม่ได้อยู่ด้วย”
หลินลี่มองป้ารองอย่างประทับใจนางรู้กระทั่งรายละเอียดที่นางปัก และรอยยึกยักที่ทำพลาด เห็นป้ารองสนับสนุนนางก็ยิ้มออกมา “ในถุงนั่นมีเงินสองก้วนสามสิบเหวิน ข้าพึ่งไปขายผักและสมุนไพรมาจากในเมือง ทั้งในนั้นยังมีก้อนหินสีขาวเล็ก ๆ สองก้อน ข้าเห็นมันแปลกดีจึงเก็บไว้”
ชาวบ้านที่เห็นสองป้าหลานพูดรายละเอียดออกมาก็รู้สึกทึ่ง ทั้งยังมองหลินซูเจียวอย่างผิดหวัง บ้านใหญ่รวยที่สุดในหมู่บ้านไม่ใช่หรือ ทำไมถึง…
ป๋ายเจียงที่กำลังคิดหนักเื่ที่ตนปิดไว้พึ่งได้สติ นางเห็นชาวบ้านมาทางนางแปลก ๆ จึงคิดจะพาบุตรสาวหนี นางออกแรงกระชากหลินซูเจียวเพราะนางยืนนิ่ง หลินซูเจียวที่กำถุงเงินไว้แน่น พอมารดากระชากแขนนางจึงเผลอปล่อยถุงเงินไป
ขณะที่นางกำลังอึ้งอยู่ หลินฮวาก็รีบกระโจนเข้าไปหยิบออกมา หลินซูเจียวใ จะคว้าตัวหลินฮวาก็ไม่ทันแล้ว
“คืนถุงเงินข้ามานะ เ้าหัวขโมย” หลินซูเจียวที่จนมุมเอ่ยออกมาเสียงดัง
หลินฮวาไม่ได้มอบมันให้พี่สาวของตน นางยื่นให้แม่เฒ่าหยางดู แม่เฒ่าหยางเป็ภรรยาของตาเฒ่าหยาง ผู้ใหญ่บ้านต้าหนิวนั่นเอง
นางรับไว้อย่างยินดี และตรวจสอบดู “นี่มัน กำลังคาบหยกอยู่จริง ๆ ด้วย ข้างในก็มีลายปักยึกยือ ทั้งมีเงินสองก้วนสามสิบอีแปะ และมีเอ่อ หินสีขาวสองก้อน”
ทุกคนพอได้ยินคำแม่เฒ่าหยาง ก็หันไปมองหลินซูเจียวพร้อมกัน