บทที่15ข้ามาจัดระเบียบตระกูลจ้าว
“นี่! พวกเ้าได้ยินหรือเปล่าไอ้ขยะนี่ มันจะจัดการพวกเรา สงสัยสมองโดนประตูหนีบไปแล้วแน่ๆฮ่าๆๆ”
หัวหน้าของยามตระกูลจ้าวอดขำไม่ได้ขยะที่พวกตนรังแกมาเป็สิบปีวันนี้ดันพูดออกมาว่าจะจัดการกับพวกเขา
“พวกเ้า จัดการให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง”
ยามที่เป็ลูกน้องคนหนึ่งอดทนไม่ไหวที่จะได้ทำผลงานเอาไปเสนอผู้นำตระกูละโเข้าหาจ้าวเฟยหลงทันทียกขาขึ้นเตะเต็มกำลังลูกเตะของนักยุทธ์ระดับสี่คนหนึ่งหากคนทั่วไปถูกเตะเข้าเกรงว่าคงต้องได้รับาเ็สาหัส
ขณะที่เหลืออีกหนึ่งฉื่อเท้าของยามจะโดนที่ลำตัวของจ้าวเฟยหลงฉับพลันมีมืออันทรงพลังคว้าจับเข้าที่ข้อเท้าของเขาไว้แน่นยามคนนั้นพยายามอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด นั่นทำให้เขาประหลาดใจอย่างมากต่อให้ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันก็ยังต้องหลบลูกเตะนี้
“ไอ้ขยะปล่อยข้าเดี๋ยวนี้มิฉะนั้นเ้าต้องเสียใจ” ถึงจะประหลาดใจยามคนนั้นก็ยังไม่วายข่มขู่ออกไป
จ้าวเฟยหลงออกแรงบีบข้อเท้าของยามจนมีเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้น “กร็อบ!”คนที่อยู่รอบข้างต่างพากันตกตะลึง เขาบีบกระดูกจนแตกหักได้ด้วยมือเปล่า มันเป็ไปได้อย่างไรกันเนื่ยหลายคนเริ่มซุบซิบกัน
“อ๊าก!!!!”
“ขาของข้าไอ้สารเลวข้าจะฆ่าเ้า” ยามคนที่ถูกบีบข้อเท้าจนหักร้องโอดโอยดังลั่นอยู่หน้าตระกูลจ้าว
“มีความสามารถสั้นกว่าหางอึ่งยังมีหน้าป่าวประกาศฆ่าข้าอยู่อีกอย่างนั้นรึ”
จ้าวเฟยหลงจับข้อเท้าของยามไว้แน่นแล้วเหวี่ยงเขาขึ้นไปบนฟ้าจากนั้นฟาดลงมาที่พื้นด้วยความเร็วเสียงกึกก้องทั่วบริเวณ ทำให้ถนนหน้าบ้านตระกูลจ้าวยุบลงเป็หลุมหลายสิบหลุมในคราแรกที่โดนฟาดยามคนนั้นส่งเสียงครวญครางอย่างเ็ป
แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถส่งเสียงใดๆได้อีกเพราะปากของเขาแตกฟันหลุดร่วงใบหน้าเละ ทั่วรางแหลกเหลว ในที่สุดก็สิ้นใจตายที่หน้าประตู
สิ่งที่ได้เห็นมันสะท้านไปถึงิญญาของคนที่มามุงดูเริ่มแรกพวกเขาคิดว่าจะได้เห็นจ้าวเฟยหลงถูกรุมทำร้ายจนาเ็สาหัสแต่นี่ยามที่อยู่ระดับนักยุทธ์ขั้นสี่ถูกนักยุทธ์ขั้นหนึ่งขว้างราวกับฟาดเชือกลงพื้นอย่างไม่ปราณี
หัวหน้ายามถึงกับตกตะลึงสิ่งที่ได้เห็นเมื่อสักครู่นี้มันใช้เวลาเกิดขึ้นเพียงไม่นานแต่ว่าถูกประทับตรึงตราไว้ในความทรงจำของผู้พบเห็นเรียบร้อยแล้ว
“พวกเราโจมตีพร้อมกันอย่าปล่อยให้มันเข้าไปข้างในได้”
เสียงหัวหน้ายามสั่ง ตอนนี้เขาไม่กล้าดูถูกจ้าวเฟยหลงอีกต่อไป พวกเขาทั้งสองคนที่เหลือรวบรวมลมปราณที่หมัดและเท้าเข้าโจมตีพร้อมกัน
“หมับ!”แขนและขาของยามทั้งสองถูกจับเอาไว้อย่างแ่าโดยจ้าวเฟยหลงสายตาหวาดกลัวในดวงตาฉายขึ้นอย่างชัดเจนจ้าวเฟยหลงยังยืนนิ่งราวกับว่าเขาไมได้สนใจในการต่อสู้นี้เลย“สิบกว่าปีที่พวกเ้าข่มเหงข้า ตอนนี้ข้าขอคืนให้เลยแล้วกัน”
แล้วสิ่งที่ยามทั้งสองพบเห็นมาก่อนหน้านี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้เป็พวกเขาที่ถูกฟาดลงกับพื้นเสียงร้องเ็ปดังเป็ระยะไม่นานก็จางหายเหลือเพียงเศษเนื้อที่กระจัดกระจายเต็มท้องถนนเืสีแดงฉานเจิ่งนองไปทั่ว
ภาพเหตุการณ์นี้ถูกกล่าวขวัญไปอีกสิบปีการสังหารที่แสนเ็ปทารุณโหดร้ายหน้าประตูตระกูลจ้าว
จ้าวเฟยหลงก้าวเดินเข้าไปยังลานหน้าตึกหลักของตระกูลรูปร่างสูงใหญ่ ภายใต้ชุดคลุมสีเขียวอ่อนปลิวเป็คลื่นไปกับสายลม ใบหน้านิ่งสงบดูแล้วราวกับรูปปั้นของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านการรบมาเป็ร้อยครั้งแต่ตอนนี้เขากำลังจะทำให้ที่นี่ต้องลุกเป็ไฟ
“ไอ้สองพ่อลูกสารเลว จ้าวส่วนจ้าวจิง รีบออกมารับความตายเร็วเข้า”
เสียงะโทำให้อากาศภายในตระกูลจ้าวต้องสั่นะเื
เพียงไม่กี่อึดใจเหล่านักยุทธ์ของตระกูลจ้าวก็วิ่งมาล้อมบริเวณลานที่จ้าวเฟยหลงยืนอยู่แต่ละคนคือนักยุทธ์ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีความสามารถนับว่าโดดเด่นในระดับเดียวกันแต่ในสายตาของจ้าวเฟยหลงตอนนี้ไม่ต่างจากมดแมลงเท่าไหร่
“ใครมันช่างบังอาจนักกล้ามาก่อกวนที่ตระกูลจ้าวของข้า”
สิ้นเสียงก็ปรากฏร่างสี่ร่างของผู้าุโตระกูลแล้วก็ตามมาด้วย จ้าวส่วนและจ้าวจิงสายตาพวกเขาจ้องมองมาที่ร่างของจ้าวเฟยหลงอย่างอาฆาตแผ่จิตสังหารออกมาเต็มที่
“นึกว่าใคร...ที่แท้ก็ไอ้ขยะที่ถูกเขี่ยทิ้งไปนี่เอง”จ้าวจิงที่ตอนนี้ทะลวงขั้นไปถึงนักยุทธ์ขั้นเจ็ดแล้วพูดขึ้นเพื่อเหยียดหยามจ้าวเฟยหลงแต่ในใจกลับกังวลเพราะเหตุใดไอ้คนนี้มันจึงมีชีวิตรอดอยู่อีก
จ้าวส่วน ก็ใไม่น้อย นักฆ่าจากภาคีร้อยสังหารทำงานพลาดหรืออย่างไรไอ้เด็กนี่ถึงยังไม่ตาย
“คุกเข่าเดี๋ยวนี้ไอ้เด็กเหลือขอ” จ้าวส่วนตวาดดังลั่นหวังกดข่มจ้าวเฟยหลงเอาไว้
“หึ! เมื่อก่อนพวกเ้ารังแกข้าได้แต่ข้าก็ไม่เคยคุกเข่าให้มาตอนนี้จะให้ข้าคุกเข่าเพราะลมปากเหม็นๆของเ้ามันยิ่งเป็ไปไม่ได้”จ้าวเฟยหลงมองไปยังสองพ่อลูก “ข้าว่าเ้าสองพ่อลูกคงใซินะ ว่าทำไมข้ายังไม่ตาย”
“ทำไมข้าและท่านพ่อต้องสนใจขยะอย่างเ้าด้วยจะตายอย่างไรมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา” จ้าวจิงพูดขึ้นนัยตาไม่อยู่นิ่งมือกำแน่นจนเหงื่อซึมออกมา
“อ้อ! ถ้าอย่างนั้นจดหมายจ้างนักฆ่านี่คงต้องเป็ลูกหมาที่เขียนแน่”จ้าวเฟยหลงขว้างจดหมายไปทางจ้าวจิง
“เ้าเอาจดหมายของใครมาให้ข้าอ่านมันเกี่ยวอะไรกับข้า”
จ้าวจิงแสร้งเดือดดาลขึ้นมาการฆ่าผู้ถูกเนรเทศนั้นแม้ไม่มีใครสนใจ แต่ถ้าถูกจับได้กลับทำให้ชื่อเสียงของตระกูลลดต่ำลงอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้คนในตระกูลเริ่มพูดคุยกันแล้วเสียงพึมพำดังขึ้นทุกขณะจ้าวส่วนเห็นสถานะการณ์ไม่ค่อยดีจึงคิดแก้ไขให้เรียบร้อย
“ไอ้เด็กสารเลวทำไมพวกข้าจะต้องอยากฆ่าเ้าด้วย มันไม่เห็นจะมีอะไรดีสักนิด”
“เพราะพวกเ้าสองพ่อลูกมันเลวอย่างไรล่ะเอาเถอะข้าไม่ได้คิดอยู่แล้วว่าพวกเ้าจะยอมรับเื่เลวๆที่ตนเองก่อได้หรอกเลยทำได้เพียงนำของขวัญมามอบให้”
จ้าวเฟยหลงวาดมือไปในอากาศข้างหน้าพลันปรากฏร่างสามร่างและหัวอีกสามนอนเรียงรายอยู่บนพื้น
“จ้าวจิง เ้าคิดว่าคุ้นเคยกับคนพวกนี้หรือไม่”
คำถามของจ้าวเฟยหลง ทำให้จ้าวจริงสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาทั้งโกรธ ทั้งโมโห ในใจก่นด่านักฆ่าเหล่านี้ไปหลายรอบ
“ทำไมข้าต้องรู้จักพวกมันด้วย”จ้าวจิงไม่้าให้เหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไปอีก
“จ้าวหนิงหลินจัดการไอ้ขยะชั้นต่ำนี่ซะ”สิ้นเสียงคำสั่งชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาด้านหน้า สายตาเหยียดหยามส่งไปหาจ้าวเฟยหลงจิตสังหารแผ่ออกมา
“ไอ้ขยะวันนี้เป็วันตายของแกแล้ว”จ้าวหนิงหลินรวมลมปราณที่หมัดของเขา แสงสีแดงหมุนวนเป็เกลียวคลื่นห่อหุ้มกำปั้นของเขาไว้
“ได้ตายเพราะหมัดนี้ของข้าถือเป็เกียรติที่เ้าได้รับแล้ว”
จ้าวหนิงหลินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพริบตาก็มาประชิดจ้าวเฟยหลงซัดหมัดเข้าไปที่อกทันที
“หมัดแยกคงคา”
เหล่าผู้าุโเมื่อเห็นพลังหมัดของจ้าวหนิงหลินก็มีสีหน้าพึงพอใจอย่างยิ่งหมัดนี้ของเขาเข้าขั้นยอดเยี่ยมแล้ว นักยุทธ์ที่ต่ำกว่าขั้นเจ็ดเห็นแล้วต้องหลบเหลีกเท่านั้นเพราะพลังหมัดนี้คุกคามได้ถึงชีวิตเลยทีเดียว
จ้าวเฟยหลง มองอย่างเย้ยหยันเพียงหมัดที่เบาดั่งขนนกนี้จะมาเอาชีวิตเขาน่าขันจริงๆ เขายืนนิ่งไม่ติงไหวกำหมัดที่ไม่มีลมปราณใด ไม่มีกระบวนท่า
“เ้านั่นคงกลัวจนเป็บ้าไปแล้วไม่ขยับเลยซักนิด”
“ใครบอกว่าไม่อยากขยับล่ะมันไม่มีแรงจะขยับเลยด้วยซ้ำ”
“ทำอะไรไม่ดูตนเองก็อย่างนี้บุกเข้าถ้ำเสือรังั*โดยที่ตนเองไม่มีความสามารถอะไร”
คนตระกูลจ้าวที่มุงดูต่างพากันวิจารณ์ต่างๆนานา
ตูม!เสียงหมัดปะทะเข้ากับร่างกาย เพียงเท่านี้ก็คงจะจบแล้วนักยุทธ์ขั้นหนึ่งจะมาต่อต้านหมัดนี้ได้อย่างไรหลายคนเตรียมหันหลังกลับแต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นหยุดพวกเขาเอาไว้
“แค่นี้เองหรือ” คำพูดสั้นๆแต่น้ำเสียงเต็มไปการเย้ยหยัน
“เ้าหนิงหลินฝึกมาตั้งหลายปีทำได้แค่นี้เอง?”
หมัดของจ้าวหนิงหลินไม่สามารถทำอันตรายจ้าวเฟยหลงได้เลยแม้แต่น้อยมันไม่แม้แต่จะเจ็บคัน
“นี่มันบ้าอะไรกัน!!!” จ้าวจิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง “ร่างกายของมันแข็งแกร่งมาก”
จ้าวส่วนเองก็ประหลาดใจไม่น้อยเหล่าผู้าุโดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้างเพราะผลลัพธ์มันตรงข้ามกับที่คิดไว้อย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“ข้าจะแสดงให้ดูว่าหมัดใช้อย่างไร”
จ้าวเฟยหลงกำหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของจ้าวหนิงหลิน หมัดนี้เป็เพียงหมัดธรรมดาไร้ลมปราณ แต่จ้าวหนิงหลินกลับรู้สึกถึงความกดดันที่ไม่อาจหลบหนีได้มันเต็มไปได้จิตสังหารเหงื่อเย็นผุดเต็มหลัง สายเต็มไปด้วยความกลัวตาย
“อย่าฆ่าข้า.....อ๊าก!” หมัดกระแทกเข้าที่ข้างหัว
แรงปะทะส่งให้หัวของจ้าวหนิงหลินะเิออก ตายคาที่สีหน้าจ้าวจิงมองคนของตนเองถูกฆ่านั้นย่ำแย่อย่างมาก
“บังอาจ!”เสียงเหล่าผู้าุโทั้งสี่ดังขึ้นพร้อมๆกัน
“สังหารคนตระกูลจ้าวในบ้านตระกูลจ้าวช่างบังอาจนัก”
ผู้าุโหนึ่งตวาดลั่นพลันะโเข้าหาจ้าวเฟยหลงความเร็วของนักยุทธ์ขั้นเก้านั้นต่างกันลิบลับกับนักยุทธ์ขั้นหกอย่างจ้าวหนิงหลินพริบตาก็ประชิดตัวของจ้าวเฟยหลง
“ไอ้เด็กอวดดีตายไปซะเถอะ ‘หมัดทะเลคลั่ง’”
พลังของหมัดพุ่งตรงเข้าที่กลางอกของจ้าวเฟยหลงเสียงกระทบกันดังทั่วทั้งลานบ้านด้วยหมัดนี้จ้าวเฟยหลงต้องไปพบกับยมบาลแล้วแน่ๆแต่แล้วความใก็แผ่ไปทั่วผู้าุโหนึ่งเพราะทั่วทั้งร่างแหลกเหลวเพราะหมัดของจ้าวเฟยหลงดวงตาแห่งความสับสันงุนงงยังเปิดกว้าง ตายตาไม่หลับอยู่ตรงนั้น
“เอาล่ะข้าว่าถึงเวลาจัดระเบียบของที่นี่ใหม่แล้ว” สายตายเย็นเยียบของจ้าวเฟยหลงมองไปทางกลุ่มของผู้าุโที่เหลืออีกสามคน
“ส่วนเ้าสองพ่อลูกอีกสามอึดใจข้าจะไปหา”จ้าวเฟยหลงหันไปพูดกับจ้าวส่วนและจ้าวจิง
จากนั้นวิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งไปที่าุโสองใช้หมัดกระแทกเข้าที่สีข้างร่างของาุโสองปลิวราวกับว่าวที่เชือกขาดกระแทกกับกำแพงจนพังลงตกตายอยู่ใต้ซากกำแพง
“ต่อไป”จ้าวเฟยหลงพุ่งเข้าหาาุโสามที่กำลังตะลึงตาข้าง พวกเขาคือนักยุทธ์ขั้นเก้าหากนับในเมืองตงเฟิงนี้ก็เป็ตัวตนที่สูงส่งน้อยคนจะกล้าหาเื่ แต่ตอนนี้สหายของพวกเขาตายไปแล้วสองคนภายในหมัดเดียวของเด็กหนุ่มคนที่พวกเขาเนรเทศจากตระกูลไปมันยากเกินจะทำใจเชื่อได้แล้ว
หมัดเปล่าๆของจ้าวเฟยหลงพุ่งเข้ากระแทกท้องของผู้าุโสามแม้จะทำการหลบหลีกเพียงใดก็ไม่สามารถหลบออกจากวงหมัดของจ้าวเฟยหลงได้ร่างของผู้าุโสามแตกกระจายเต็มลาน เืเนื้อส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง
อึดใจต่อมาร่างผู้าุโสี่ก็ถูกส่งด้วยหมัดลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกลงมากระแทกพื้นร่างกายแหลกเหลวตายคาที่
“ท่านพ่อ หนีเร็วหากอยู่ต่อพวกเราต้องตายแน่
”จ้าวจิงดึงแขนเสื้อจ้าวส่วนทั้งสองเตรียมหลบหนีในขณะที่ชุลมุนหากยังมีชีวิตกลัวหรือจะไม่ได้แก้แค้นแต่ตอนนี้ต้องมีชีวิตรอดให้ได้ก่อน
“พวกเ้าสองคนกำลังคิดจะไปไหน”
เพียงพริบตาร่างของจ้าวเฟยหลงก็เคลื่อนไปดักข้างหน้าสองพ่อลูกมือสองข้างจับคอทั้งสองยกขึ้นในอากาศสายตาสองพ่อลูกมองจ้าวเฟยหลงด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
ชั่วขณะนั้นเอง พลังลมปราณรูปหมัดถูกซัดมายังจ้าวเฟยหลงแต่เขาก็หาใส่ใจมากเพียงเบี่ยงตัวหลบจากหมัดนั้น
“ไอ้เด็กสารเลว กล้ามาโอหังที่นี่อยากตายมากใช่ไหม”
จ้าวเย่ซง ปรากฏตัวพร้อมกับผู้าุโใหญ่ทั้งสอง ฉับพลันสีหน้าของคนตระกูลจ้าวก็ดีขึ้นในเมื่อจ้าวตระกูลและผู้าุโใหญ่ออกหน้ามาแล้วเหตุการณ์ก็น่าจะคลี่คลายเพราะทั้งสามคนอยู่ในระดับจอมยุทธ์ เป็ดั่งเสาหลักค้ำยันตระกูล เมื่อทั้งสามลงมือปัญหาต้องถูกกำจัด
“พวกเ้าสองคนอยากตายแบบไหน”
จ้าวเฟยหลงถามจ้าวจิงและจ้าวส่วนสองพ่อลูก ไม่สนใจต่อจอมยุทธ์ทั้งสามที่เพิ่งจะปรากฏตัวอย่างสิ้นเชิงราวกับว่าผู้ฝึกตนในระดับจอมยุทธ์หาได้มีค่าพอที่จะทำให้เขาสนใจได้
“ไอ้เด็กบ้านี่มันกล้าเพิกเฉยต่อพวกเรางั้นหรือ!!!” ผู้าุโใหญ่หนึ่งเกรี้ยวกราดอย่างมาก
“ข้าจะไปหักขามัน ดูซิยังจะจองหองอยู่อีกไหม” พูดเสร็จก็พุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงอย่างรวดเร็ว
“กรงเล็บจ้าวอินทรี”ลมปราณที่รุนแรงหอบเอามวลอากาศที่ปั่นป่วนติดมากับกรงเล็บตะปบเข้าไปที่ขาของเ้าเฟยหลง
คนทั่วทั้งลานกำลังจ้องมองภาพที่ขาของจ้าวเฟยหลงหักจนเขาพิการแต่ทว่าาุโใหญ่หนึ่งผู้ที่ลงมือโจมตีกลับคิดต่างออกไป กรงเล็บของเขาที่สามารถบดก้อนหินขนาดใหญ่ให้แหลกละเอียดได้กำลังเ็ปไปทั้งสองข้าง เส้นเอ็นสั่นสะท้าน ชาไปทั้งแขน นี่มันขาหรือก้อนเหล็กกล้ากันแน่
“รอข้าครู่เดียวไม่นานหรอก” ตูม!จ้าวเฟยหลงขว้างสองพ่อลูกที่จับไว้ไปกระแทกกับกำแพงบ้านมองเห็นเพียงเงาสองร่างไหลลงไปกองกับพื้นไม่รู้เป็หรือตาย
สายตาเยาะเย้ยมองลงมาที่าุโใหญ่หนึ่ง“เหลือบไรน่ารำคาญ”หมัดจ้าวเฟยหลงซัดลงที่หัวของผู้าุโใหญ่หนึ่งผลที่ออกมาก็ไม่ต่างกันกับเหล่าผู้าุโก่อนหน้านี้แต่ที่เพิ่มมาคือเลอะเทอะมากขึ้นกว่าเดิม
“อะ...อะไรกันขนาดจอมยุทธ์ขั้นหนึ่งยังทำอะไรเขาไม่ได้ด้วยซ้ำร่างกายของเขาช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน”
ผู้คนโดยรอบพากันพูดคุยถึงการต่อสู้ในครั้งนี้มันสร้างความประหลาดใจต่อทุกๆคนในที่นี้เป็อย่างมาก
“เอาละมาต่อกัน”จ้าวเฟยหลงเคลื่อนที่ไปหาจ้าวจิงกับจ้าวส่วนสองมือจับคอแล้วลากมาที่กลางลานตอนนี้ทั้งสองคนมีสภาพที่แทบจำไม่ได้กระดูกหักทั่วร่างจาการกระแทกปากพวกเขากระอักเืออกมาเป็ครั้งคราวผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เหลือคราบของผู้ศูงศักดิ์จากตระใหญ่แม้แต่น้อย
“ข้าจะเอาชีวิตของเ้า ไอ้เด็กชั่ว”ผู้อาวโสใหญ่รอง รวบรวมลมปราณ ซัดหมัดอันรุนแรงออกมาพลังของหมัดกดดันจนทุกคนที่อยู่รอบๆหายใจอย่างยากลำบากแต่มันไม่สามารถทำอะไรจ้าวเฟยหลงได้เลย
สายตายดูิ่มองไปที่พลังหมัด จ้าวเฟยหลงยกมือขึ้นมาตบพลังหมัดของผู้อาวโสใหญ่รองปลิวไปอีกทางถูกแนวกำแพงถล่มลงมาเป็แนวยาวเสียงดังสนั่น
“จบตรงนี้เลยน่ะ”
จ้าวเฟยหลงไม่มีความสนใจที่จะต่อสู้อีกต่อไปความสามารถของเขาล้ำหน้าเกินกว่าที่นี่จะรองรับไหวพริบตาต่อมาเขาปรากฏกายข้างหน้าผู้อาวโสใหญ่รองหมัดขวาที่เปี่ยมล้นไปด้วยกำลังกายซัดเข้าไปที่หัวราวกับซัดลูกแตงโม ผลั่ก! หัวของผู้อาวโสใหญ่รองแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกลื่อนพื้น
ไม่รอช้าร่างของจ้าวเฟยหลงเคลื่อนไปไปปรากฏกายต่อหน้าสองพ่อลูกจ้าวส่วนและจ้าวจิงที่กำลังนอนหายใจรวยรินที่กลางลาน
“เ้าจะทำอะไร ไอ้เด็กสารเลว”เสียงของจ้าวเย่ซง ผู้นำตระกูลจ้าวดังขึ้น สายตาแสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวเฟยหลงเดินเข้าไปยกเท้าขึ้นเหยียบไปที่คอของจ้าวส่วนทำให้เืพุ่งออกมาจากปาก คอหักตายอยู่ใต้เท้าของจ้าวเฟยหลง
“ไอ้สารเลว!!”
จ้าวเย่ซงโกรธจนเืขึ้นหน้าที่เด็กคนหนึ่งสังหารลูกชายเขาต่อหน้าต่อตาตอนนี้จ้าวเย่ซง้าแค่ฆ่าจ้าวเฟยหลงให้สาสมกับความแค้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เขาะเิพลังของจอมยุทธ์ขั้นสองพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลง “หมัดคงคาพิโรธ” วิชายุทธ์ระดับปราณขั้นกลางทรงพลังจนนักยุทธ์ของตระกูลจ้าวต้องขาสั่นจิตใจสั่นคลอน แรงที่จะก้าวเท้าหนีก็ยังไม่มี
ลมปราณควบแน่นเป็เกลี่ยวคลื่นแหลมยื่นปลายแหลมคมพุ่งเข้าหาจ้าวเฟยหลงแต่เขายังคงมีท่าทีเมินเฉยยืนนิ่ง ใช้สองมือจับพลังหมัดของจ้าวเย่ซง แล้วออกแรงมือบีบเค้นจนพลังหมัดที่ซัดมานั้นแตกสลายกลายเป็เส้นแสงสว่างเลือนหายไป
จ้าวเย่ซงตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาหมัดของเขานั้นเป็หมัดที่รุนแรงที่สุดเป็ความภูมิใจของเขา
เป็หมัดที่ค้ำจุนตระกูลเย่มาหลายสิปปี แต่ตอนนี้มันถูกทำลายโดยเด็กหนุ่มคนหนึ่งคนที่เขาเนรเทศออกจากตระกูล
คิดไปแล้วก็น่าเสียดายนักหากจ้าวเฟยหลงยังอยู่ในตระกูล เื่แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แล้วตระกูลของเขาก็จะมีอัจฉริย์ที่จะปกป้องตระกูลไปอีกอย่างน้อยร้อยปีแต่ทว่ามันก็เป็ไปไม่ได้แล้ว
*ถ้ำเสือรังั-ที่ที่มีอันตรายอย่างมาก