บทที่ 18 นี่คือการสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่
ลิลเลียนถึงกับประหลาดใจ เ้านายของเธอควบคุมโครงกระดูกได้จริงเหรอ? นี่มันแปลกจริง ๆ! นายท่านเป็นักบวชนี่นา เขาเป็ผู้ส่งสารของเทพเ้าแห่งแสงอันรุ่งโรจน์และศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดถึงใช้เวทมนตร์ที่น่าสะพรึงกลัวและชั่วร้ายกับโครงกระดูกนั่น เธออยากจะถามสักหน่อยแต่ก็ไม่กล้า ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ
อย่างไรก็ตาม ทุกความคิดทั้งหมดที่อยู่ในใจของเธอแสดงออกมาผ่านสีหน้าหมดแล้ว
ร็อบกะพริบตาและพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันเป็ผู้ส่งสารของเทพเ้าแห่งแสง ฉันเพิ่งใช้แสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อชำระกระดูกเหล่านี้ให้บริสุทธิ์น่ะ และกระดูกเหล่านี้ก็เชื่อฟังพระประสงค์ของพระเ้า กลับมานอนลงในสุสานอย่างเชื่อฟัง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ร้ายกาจหรือเวทมนต์ชั่วร้ายสักหน่อย”
“หือ? เป็เช่นนั้นนี่เอง” ลิลเลียนผุดเผยรอยยิ้มทันที “ฉันรู้อยู่แล้วว่านายท่านเป็คนดี”
“เอาล่ะ! ฝังมันเร็วเข้า”
“ค่ะ” ลิลเลียนโกยดินขึ้นด้วยพลั่วและฝังสุสานทั้งสามใหม่อีกครั้ง ร็อบบ์ ถือโอกาสนี้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ และก็เป็ไปตามที่คาดไว้! …อักษรรูนเวทมนตร์แปลก ๆ ถูกวาดอยู่ตามมุมทั้งสี่ของสุสาน...
แท้จริงแล้ว ร็อบบ์ไม่รู้จักอักษรรูนเหล่านี้ดีนัก แม้จะรู้จักเวทมนตร์ในการควบคุมพวกอันเดธจากระยะไกล แต่เขาก็รู้เพียงวิธีใช้พวกมันแค่ผิวเผินเท่านั้น
เนื่องจากในเกม เมื่อใช้เวทมนตร์จะเกิดประกายแสงกะพริบไปทั่วหน้าจอ ก่อนที่วงแหวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นบนพื้น แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ศึกษาวิธีการวาดวงแหวนให้ลึกซึ้ง ยิ่งวงแหวนเวทซับซ้อนมากเท่าไหร่ ผู้เล่นจะยิ่งมองสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่ปรากฏรอบ ๆ ได้ยากมากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร็อบบ์จะไม่สวมอุปกรณ์ใด ๆ หรือแม้กระทั่งเปลือยกาย เวทมนตร์ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันขั้นพื้นฐานของเขาได้ มันกากซะจนชายหนุ่มสามารถยืนอยู่ท่ามกลางมอนสเตอร์ระดับกลางและปล่อยให้พวกมันโจมตีได้นานกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่ได้รับความเสียหาย
เขาใช้เวทมนตร์กำจัดอักษรรูนสี่ตัวที่มุมทั้งสี่ของสุสาน เมื่อเห็นพวกมันหายไปอย่างช้า ๆ เขาจึงตบมือด้วยความภาคภูมิอีกครั้ง “ลิลเลียน คุณฝังเสร็จแล้วเหรอ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะนายท่าน!”
“โอเค เรากลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
“เอ๋ นายท่าน! จะกลับไปทั้งแบบนี้เลยเหรอ พวกเราไม่ต้องเฝ้ายามทั้งคืนเหรอคะ” หญิงสาวกล่าวต่อ “แล้วถ้าจอมขโมยหวนกลับมาอีกล่ะ ดูเหมือนคุณจะหักหน้ามันไปไม่น้อยเลยนะ ฉันเกรงว่าคนร้ายจะโกรธแล้วบุกเข้ามาก่อปัญหาอีก”
“สร้างปัญหาเหรอ” ร็อบบ์พึมพำพร้อมกับใช้เวทมนตร์ตรวจจับพื้นที่อีกครั้งในรัศมีห้าพันเมตร ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาและพูดว่า “เ้าหมอนั่นอยู่ไกลจากเราพอสมควร คงไม่มาถึงที่นี่หรอก แต่ถ้ามา …ฉันจะจับแขวนพัดลมเพดานแล้วหมุนติ้ว ๆ... และต้องเปิดความแรงไปที่เบอร์ 5 ด้วย!”
ลิลเลียนดูสับสน “พัดลมเพดานคืออะไร”
ครั้นได้ยินเช่นนั้น ร็อบบ์ก็ทำท่าวาดรูปพัดลมเพดานกลางอากาศให้หญิงสาวดู “มันเป็เครื่องมือทรมาน ปกติจะแขวนไว้บนเพดาน แต่เราจะเอาจอมขโมยไปแขวนอยู่บนนั้นแล้วเปิดด้วยความเร็วระดับ 5 ให้หมุนติ้ว ๆ อีกอย่างนะ จะเอาแส้มาฟาดทุกส่วนของร่างกายทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวาก็ย่อมได้”
ลิลเลียนถึงกับเลียริมฝีปาก “ถึงฉันจะไม่เข้าใจ แต่มันดูน่าทึ่งมาก”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างอารมณ์ดี “เอาล่ะ กลับไปนอนกันก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เราค่อยไปบอกชาวเมืองว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะโครงกระดูกนับสิบที่ถูกขโมยไปก่อนที่ฉันจะมาถึง …เื่นี้ต้องกระจ่าง เพราะมันไม่ใช่ความผิดของฉัน”
ทั้งสองกลับไปที่โบสถ์แห่งแสง ตอนที่เขานอนบ้านของนายกเทศมนตรี นั้นเขานอนไม่หลับและเกือบเป็บ้าเพราะเสียงกรนอันดังสนั่นของกอร์ดา! ดังนั้นคืนนี้จึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ลิลเลียนไม่ได้นอนหลับ เมื่อกลับไปที่ห้องคนรับใช้แล้วเธอก็มุดตัวเข้าไปในผ้านวมอุ่น ๆ ยื่นหัวเล็ก ๆ ออกมา สายตามองไปยังข้าวของที่เพิ่งซื้อมาใหม่ และอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น …ชีวิตใหม่มันยอดเยี่ยมแบบนี้นี่เอง!!
เช้าวันใหม่มาถึง…
ลิลเลียนไปแจ้งนายกเทศมนตรีถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เขาจึงออกประกาศให้ชาวเมืองทุกคนทราบอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินว่ามีกระดูกถูกขโมยไปจากสุสาน ชาวเมืองต่างพากันตกตะลึง เื่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ต่างเป็ที่สนใจ พวกเขาจึงมาดูด้วยตัวเอง เวลานี้จึงมีหลายร้อยครัวเรือนมารวมตัวกันที่โบสถ์แห่งแสง
ในเวลานี้ ร็อบบ์กับนายกเทศมนตรียืนอยู่หน้าหลุมฝังศพหลายสิบแห่งที่ถูกปล้น ข้าง ๆ พวกเขาเป็ชาวเมืองที่กำลังมองดูหลุมฝังศพอันว่างเปล่าอย่างเศร้าสร้อย
“กระดูกพ่อฉัน… ถูกขโมยไป… อ๊า!… ใครเป็คนเอาไป” หญิงวัยกลางคนคุกเข่าลงกับพื้นและคร่ำครวญเสียงดัง
“กระดูกแม่ฉันหายไปแล้ว! บัดซบ! ถ้าเจอหัวขโมยเมื่อไหร่ ฉันจะตัดหัวมันให้ด้วน!” ช่างตีเหล็กถือขวานด้ามโตคำรามลั่น
นายกเทศมนตรีหันหน้าไปมองต้นเสียงทั้งหลายและพูดด้วยความโกรธ “เงียบ! ไม่เห็นเหรอว่าฉันจะคุยกับท่านนักบวช เสียงดังโหวกเหวกขนาดนี้ เราจะคุยกันได้รู้เื่ได้ไง”
ด้วยความกลัวอำนาจของนายกเทศมนตรี ผู้คนจึงต้องลดเสียงลงและสะอื้นไห้เบา ๆ
นายกเทศมนตรีหันกลับมาคำนับชายหนุ่ม “คุณพ่อ ขอบคุณที่มาพักที่นี่เมื่อคืนนี้และช่วยปกป้องสุสานทั้งสามไว้ ไม่เช่นนั้นคงมีอีกสามครอบครัวต้องคุกเข่าร้องไห้ที่นี่”
“ด้วยความยินดี!” ร็อบบ์กล่าวอย่างถ่อมตน “มันเป็เพียงความพยายามเล็กน้อย”
แน่นอนว่าเื่นี้เป็เื่ง่ายดายสำหรับเขา แต่มันก็เป็ความกรุณาที่ยิ่งใหญ่สำหรับชาวเมืองที่สุสานของทั้งสามตระกูลได้รับการเก็บรักษาไว้เพราะเทพเ้าแห่งแสง และ ‘คุณพ่อ’ ที่ชื่อว่าร็อบบ์คนนี้
ร็อบบ์ไม่พอใจมากที่พวกเขาขอบคุณเทพเ้าแห่งแสงก่อน นี่เกี่ยวอะไรกับเทพเ้าแห่งแสงเหรอ? เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดเป็ความดีความชอบของฉันต่างหาก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทพเ้าแห่งแสงอะไรนั่นเลย
“คุณพ่อ! ดูสิ เราควรจะทำยังไงกับเื่นี้ดี?” นายกเทศมนตรีเอ่ยถาม “ฉันควรจะจัดคนในเมืองสักคนเข้าไปในูเาเพื่อค้นหาเ้าหัวขโมยกระดูกนั่น หรือใช้เงินจ้างวานนักผจญภัยมา…”
ทันทีที่ชายหนุ่มได้ยินพยางค์สุดท้าย เขาก็เข้าใจว่าการจ้างนักผจญภัยเป็เพียงประโยคคำถามที่ไม่้าคำตอบ …ความตั้งใจจริงของชายวัยกลางคนผู้นี้คือปล่อยให้ร็อบบ์จัดการกับปัญหาทั้งหมด!
อย่าพูดเื่ไร้สาระน่า พ่อทูนหัวคนนี้ไม่ทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นอีกแล้ว เขาเบื่อที่จะทำสิ่งที่คล้ายกันในเกมเต็มทนแล้วนะเว๊ย! โอเค๊? อะไรคือความแตกต่างระหว่างสิ่งนี้กับเกมกันล่ะ …สืบสวนไปเรื่อย ๆ แล้วเอาชนะคนที่อยู่เื้ังั้นเหรอ นี่มันโคตะระน่าเบื่อเลยนะ! ฉันไม่เล่นเกมประเภทนั้นอีกแล้ว บาย!
ร็อบบ์เผยสีหน้าเคร่งเครียดและพร้อมจะ ‘หลอก’ เขาต้องหลอกคนอื่นเพื่อจัดการกับเื่นี้ ชายหนุ่มจึงพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังและจริงจัง
“ลูก ๆ อันเป็ที่รัก ดูเหมือนจะมองว่าเื่นี้ง่ายเกินไป และคิดว่าคนที่อยู่เื้ัเหตุการณ์นี้เป็เพียงหัวขโมยที่ต่ำต้อยใช่หรือไม่ คิดงั้นเหรอว่าชาวเมืองกับกลุ่มนักผจญจะแก้ไขเหตุการณ์นี้ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไร้เดียงสาจริง ๆ เทพเ้าแห่งแสงได้ส่งคำพยากรณ์มาให้พ่อแล้ว เื่นี้เป็การสมรู้ร่วมคิดครั้งใหญ่ และอีกไม่นานความมืดจะปกคลุมดินแดนแห่งนี้!”