สามปีผ่านไป
เด็กหญิงธาราในวัยสิบขวบไม่เคยลืมคำพูดของภูมิพัฒน์ในวันนั้น
“พี่เบื่อ”
คำสั้น ๆ ที่เด็กชายวัยสิบสามพูดออกมา อาจเป็เพียงคำธรรมดาสำหรับเขาในตอนนั้น แต่สำหรับธารา มันกลับกลายเป็คำที่เธอจดจำมาจนถึงทุกวันนี้
ทุกครั้งที่เห็นภูมิพัฒน์เดินผ่านบ้าน เธอยังคงแอบมองเขาจากหน้าต่าง
แต่เขาไม่เคยมองกลับมา
เด็กชายที่เคยปั่นจักรยานรอเธอ
เด็กชายที่เคยถือร่มให้เธอ
เด็กชายที่เคยยอมให้เธอเลือกเกมทุกอย่าง
ตอนนี้กลับทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน
“พี่ภูมิ…”
เสียงเล็ก ๆ เรียกขึ้นเมื่อเห็นภูมิพัฒน์กำลังจะขึ้นรถ
เด็กชายหยุดฝีเท้าเพียงครู่เดียว
แต่ไม่ได้หันกลับมา
“มีอะไร”
“วันนี้ธาราทำขนมมาให้”
เธอยื่นกล่องขนมเล็ก ๆ ไปให้
“แม่บอกว่าพี่ภูมิชอบ”
ภูมิพัฒน์มองกล่องขนม
หัวใจเขาเจ็บขึ้นมาอย่างประหลาด
เพราะเขายังจำได้ดีว่าเด็กหญิงคนนี้เคยทำขนมชิ้นแรกให้เขาอย่างไร
วันนั้นธาราทำคุกกี้รูปดาวออกมา แม้มันจะไหม้ไปเกือบครึ่ง แต่เธอกลับดีใจมากเมื่อเขากินจนหมด
“พี่ชอบไหม”
“อืม”
“จริงเหรอ”
“จริง”
“งั้นธาราจะทำให้พี่กินทุกวันเลย”
ภาพความทรงจำเ่าั้ยังชัดเจน
แต่เสียงของพ่อยังดังอยู่ในหัว
“อย่ารักเธอ”
ภูมิพัฒน์จึงฝืนทำหน้าตาย
“ไม่ต้องเอามาให้พี่”
ธารานิ่ง
“ทำไม”
“พี่ไม่ชอบ”
“แต่เมื่อก่อนพี่ชอบ”
“เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน”
เด็กหญิงกำกล่องขนมแน่น
“พี่ภูมิไม่ชอบธาราแล้วจริง ๆ เหรอ”
เด็กชายเม้มริมฝีปาก
เขาอยากตอบว่าไม่จริง
อยากเดินเข้าไปลูบศีรษะเธอเหมือนเมื่อก่อน
อยากบอกว่าเขายังรักน้องสาวตัวเล็กของเขาเหมือนเดิม
แต่สุดท้ายเขากลับพูดว่า
“ไม่ชอบแล้ว”
ธาราก้มหน้า
“ค่ะ”
ภูมิพัฒน์เดินขึ้นรถไป
ทันทีที่ประตูรถปิดลง เขาก็หันกลับมามองเด็กหญิงผ่านกระจก
ธารายืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
เธอกำลังร้องไห้
เด็กชายกำหมัดแน่น
“ธารา…”
เสียงของเขาเบามากจนไม่มีใครได้ยิน
“พี่ขอโทษ”
แต่เด็กหญิงไม่มีทางได้ยิน
ไม่กี่เดือนต่อมา
สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวธาราก็เลวร้ายลงกว่าเดิม
บริษัทไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้
เ้าหนี้จำนวนมากเริ่มติดตามทวงถาม
แม่ของธาราพยายามประคับประคองทุกอย่างจนสุดความสามารถ
แต่สุดท้ายเธอต้องยอมรับความจริงว่า บ้านหลังใหญ่ที่เคยเป็ของครอบครัวกำลังจะถูกยึด
คืนหนึ่ง ธารานั่งกอดตุ๊กตาตัวโปรดอยู่บนเตียง
“แม่คะ”
“ว่าไงลูก”
“เราจะไปไหนกันเหรอคะ”
แม่ของเธอเงียบไป
“เราจะไปอยู่ที่อื่นสักพัก”
“แล้วบ้านเราล่ะ”
“แม่จะจัดการเอง”
เด็กหญิงมองแม่อย่างไม่เข้าใจ
“แล้วพี่ภูมิล่ะ”
คำถามนั้นทำให้แม่ของธาราหลับตาลง
“พี่ภูมิยังอยู่ที่นี่”
“ธาราจะไปลาเขาได้ไหม”
“ไม่ได้ลูก”
“ทำไมคะ”
“เพราะเราต้องรีบไป”
ธารากอดตุ๊กตาแน่นขึ้น
“แต่ธารายังไม่ได้บอกพี่ภูมิเลย”
“บอกอะไร”
เด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“บอกว่าธารายังรักพี่ภูมิอยู่”
หัวใจของคนเป็แม่เจ็บแปลบ
เธอลูบศีรษะลูกสาว
“สักวันหนึ่งลูกจะเข้าใจ”
“เข้าใจอะไรคะ”
“บางครั้งคนเรารักกันมาก ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้อยู่ด้วยกัน”
เด็กหญิงไม่เข้าใจคำพูดนั้น
เธอรู้เพียงว่าคืนนั้นแม่พาเธอออกจากบ้านก่อนรุ่งสาง
โดยไม่มีโอกาสได้กล่าวลา
เช้าวันต่อมา
ภูมิพัฒน์ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแปลก ๆ
เขาเดินไปยังบ้านของธาราเหมือนทุกวัน
แต่บ้านกลับเงียบสนิท
ประตูถูกล็อก
สนามหญ้าที่เคยมีของเล่นของธาราวางอยู่เต็มไปหมดกลับว่างเปล่า
“ธารา?”
ไม่มีเสียงตอบ
เด็กชายเดินเข้าไปถามแม่ของตัวเอง
“แม่ครับ บ้านธาราไปไหน”
แม่ของเขานิ่งไป
“ธารากับแม่ย้ายไปแล้ว”
“ไปไหนครับ”
“แม่ก็ไม่รู้”
“ทำไมไม่บอกผม”
ภูมิพัฒน์เริ่มรู้สึกใจหาย
“แล้วเขาจะกลับมาไหม”
แม่ของเขาไม่ได้ตอบ
เด็กชายวิ่งกลับไปยังหน้าบ้านธาราอีกครั้ง
เขายืนอยู่ตรงประตูรั้ว
สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่ถูกสอดไว้ใต้กระถางต้นไม้
ภูมิพัฒน์หยิบขึ้นมา
ตัวหนังสือเด็ก ๆ ปรากฏอยู่บนกระดาษ
“พี่ภูมิ ถ้าธาราหายไป ธาราจะคิดถึงพี่นะคะ ธาราจะรอพี่เสมอ”
ไม่มีคำลงท้าย
ไม่มีที่อยู่
ไม่มีเบอร์โทรศัพท์
มีเพียงหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่วาดอยู่ข้างชื่อของเขา
ภูมิพัฒน์ยืนนิ่ง
เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกเสียใจอย่างรุนแรงกับคำพูดของตัวเอง
“พี่ไม่ได้เบื่อธารา…”
เขากำกระดาษแน่น
“พี่ไม่เคยเบื่อเลย”
แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
เวลาผ่านไปหนึ่งปี
สองปี
สามปี
สี่ปี
ธารากับแม่เดินทางเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ๆ
จากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง
บางคืนพักบ้านญาติ
บางคืนเช่าห้องเล็ก ๆ
บาง่ต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้มีเงินพอใช้
เด็กหญิงที่เคยมีชีวิตสุขสบายค่อย ๆ เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม
แต่สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน
คือความรักที่เธอมีต่อภูมิพัฒน์
ทุกปีในวันเกิดของเขา เธอจะทำขนมหนึ่งกล่อง
แล้วนั่งมองมันอยู่คนเดียว
“สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่ภูมิ”
แม้เขาจะไม่ได้รับมันก็ตาม
ในอีกด้านหนึ่ง
ภูมิพัฒน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาเรียนหนัก
ถูกส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ
ฝึกงานในธุรกิจของครอบครัวั้แ่อายุยังน้อย
ภายนอกเขากลายเป็เด็กหนุ่มที่เ็าและเอาจริงเอาจัง
แต่ในใจกลับมีเด็กหญิงคนหนึ่งติดอยู่เสมอ
ธารา
แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขาก็ไม่เคยลืม
แต่ทุกครั้งที่ถามพ่อเกี่ยวกับครอบครัวธารา
คำตอบที่ได้มีเพียง
“ครอบครัวนั้นหนีหนี้ไปแล้ว”
“อย่าไปสนใจ”
“ถ้าเจอ ก็อย่าไปยุ่ง”
“จำไว้ว่าเขาทิ้งแกไปก่อน”
ภูมิพัฒน์จึงเริ่มเชื่อในสิ่งที่พ่อพูด
เขาเริ่มคิดว่าธาราคงลืมเขาไปแล้ว
และถ้าเธอลืมได้...
เขาก็ควรลืมเธอเช่นกัน
สิบปีหลังจากวันที่ธาราหายไป
ตลาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีร้านขนมร้านใหม่เปิดขึ้น
ป้ายหน้าร้านเขียนว่า
“ขนมบ้านธารา”
หญิงสาววัยยี่สิบสองปีในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังจัดขนมใส่ตู้กระจก
ใบหน้าสวยหวาน ผิวขาวละเอียด ดวงตากลมโต และรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้ลูกค้าหลายคนต้องหันกลับมามอง
“น้องธารา วันนี้มีแฟนหรือยังครับ”
ชายหนุ่มคนหนึ่งแกล้งถาม
ธาราหัวเราะ
“ยังค่ะ”
“งั้นพี่จีบได้ไหม”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
หญิงสาวยิ้ม
“เพราะธารามีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“ใครครับ”
เธอส่ายหน้า
“เขาไม่รู้หรอกค่ะ”
“แล้วเขาอยู่ไหน”
ธารามองออกไปยังถนน
ในดวงตาคู่นั้นมีความคิดถึงซ่อนอยู่
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา...
เธอไม่เคยรักใครอีกเลย
เพราะหัวใจของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบในวันนั้นยังคงเก็บคำสัญญาหนึ่งเอาไว้
คำสัญญาที่ว่า...
“พี่จะรอ”
และเธอเองก็ยังรอ
แม้จะไม่รู้เลยว่า...
ผู้ชายคนนั้นยังจำเธอได้หรือไม่
อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ
ตึกสูงระฟ้าของโรงแรมหรูใจกลางเมือง
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเดินผ่านล็อบบี้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
พนักงานทุกคนต่างก้มศีรษะให้
“สวัสดีครับท่านประธาน”
ภูมิพัฒน์ไม่ได้ตอบ
เขาเดินตรงเข้าไปในลิฟต์
ชายหนุ่มวัยสามสิบปีในวันนี้แตกต่างจากเด็กชายเมื่อสิบปีก่อนโดยสิ้นเชิง
เขาคือนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง
เ้าอารมณ์
เอาแต่ใจ
และไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสามารถอยู่ข้างกายเขาได้นาน
นางแบบ
นักร้อง
นักแสดง
ผู้หญิงจากแวดวงสังคม
ต่างพยายามเข้าหาเขา
แต่ไม่มีใครอยู่กับเขาได้นานเกินสองสัปดาห์
เพราะภูมิพัฒน์ไม่เคยเปิดหัวใจให้ใคร
และเขาไม่เคยรู้ว่า...
หัวใจของเขาไม่ได้ว่างเปล่าเลย
มันถูกเด็กหญิงคนหนึ่งขโมยไปั้แ่วันที่เธออายุเจ็ดขวบ
เพียงแต่เ้าของหัวใจตัวจริง...
หายไปจากชีวิตเขานานถึงสิบปีแล้ว
จนกระทั่งวันหนึ่ง...
โชคชะตากำลังจะพาเด็กหญิงคนนั้นกลับมา
กลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง
ในฐานะ...
หญิงสาวฝึกงานในห้องอาหารของโรงแรม
และครั้งนี้...
ภูมิพัฒน์จะไม่มีทางหนีความรู้สึกของตัวเองได้อีก