“ เจ้าเป็นใคร ทำไมข้าต้องเชื่อฟังเจ้า”
นักพรตจางจือเต้า เอ่ยออกมาอย่างไม่กลัวเกรง เจ้าโมโม่ ที่คำรามเตรียมพ่นไฟ รอให้ราเชนสั่งออกมาเท่านั้น
“ ข้าคือนักพรตอู๋ติ้ง ผู้ปกป้องคุณหนูใหญ่อี้หลัน” ราเชนเอ่ยจบก็ยกมือสั่งให้โมโม่ลุย แต่นักพรตจางจือเต้า ก็สั่งศิษย์ที่เหลือเช่นกัน พอเพลิงออกจากปากของเจ้าโมโม่ ศิษย์ของนักพรตที่เหลือ ก็ควักร่มสีดำมีลายยันต์สีขาว พุ่งไอเย็นออกมาเข้าใส่เพลิงของเจ้าโมโม่ ทำให้เพลิงของเจ้าโมโม่ ไม่อาจทำอะไรพวกมันได้
ราเชนเลยยิงเข็มฟ้าพิฆาตออกไปช่วยอีกแรง
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!
ร่มยันต์สีดำ แม้จะใช้ป้องกันไฟของโมโม่ได้ แต่ก็ไม่อาจป้องกันเข็มฟ้าพิฆาต
เข็มฟ้าพิฆาตพุ่งทะลุผ่านร่ม เจาะเข้ากลางหน้าผากศิษย์ของนักพรตจางจือเต้า
หงายหลังไปนอนแผ่หลา แล้วก็ถูกไฟของเจ้าโมโม่ เผาผลาญจนร่างกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที
นักพรตจางจือเต้า แค้นใจยิ่งนัก นำกระบี่ไม้สีดำ จ้วงแทงเข้าใส่ราเชน เงากระบี่พุ่งออกมานับร้อยนับพัน ราเชนไม่อาจหลบทันแต่เจ้าโมโมเข้ามาขวางเอาไว้ เงากระบี่ถูกไฟของเจ้าโมโม่ทำลายจนหมดสิ้น แต่สุดท้ายเจ้าโมโม่ ก็ถูกพลังกระบี่นับพันรวมตัวกันกลายเป็นเล่มยักษ์กระแทกจนกระเด็นกลิ้งไป ราเชนพุ่งเข้าประชิดแล้วระดมยิงเข็มฟ้าพิฆาตเข้าใส่นับร้อย แต่ไม่อาจพุ่งเข้าใส่ร่างของนักพรตจางจือเต้า ถูกเสื้อคลุมนักพรตที่ตัวยาวเก็บเอาเข็มฟ้าพิฆาตเข้าไปจนหมด
ราเชนถึงกับตกใจ ไม่ทันถอยหนี ถูกกระบี่ของจางจือเต้าแทงสวนเข้าหน้าอกซ้าย จนทะลุ
แต่ราเชนก็ใช้มีดนิรนามปาดเข้าลำคอของจางจือเต้าเป็นการตอบแทน
ร่างของราเชนชุ่มไปด้วยเลือด แต่นักพรตจางจือเต้าก็ลงไปนอนดิ้นพล่านกับพื้นตายอย่างอนาถ
ทุกๆ คนต่างก็ไม่กล้าขยับตัว ราเชนเอ่ยออกมาว่า
“ พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะ”
ราเชนเอ่ยกับ คุณหนูใหญ่อี้หลันที่ได้แต่พยักหน้าแล้วจับมือของเสี่ยวตงตามราเชนที่ใช้มีดนิรนามฟันกระถางธูปสีดำจนขาดครึ่ง วิญญาณของนายท่านสี่ก็ถูกปลดปล่อยออกมา
พอเดินออกมาจากห้องโถง ก็มีขบวนทหารม้า มานับร้อย มีชายหนุ่มรูปงามแต่งกายด้วยชุดผู้สูงศักดิ์เดินก้าวเข้ามา สองคน พร้อมกับองครักษ์คุ้มกันอีกหลายคน
“ องค์ชายสี่ คุณชายเซี่ยเสียน”
ทุกๆ คนทำความเคารพองค์ชายสี่ ราเชนอ้าปากค้าง อยู่ๆ ก็มาเจอโจทย์เก่าแบบนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็แกล้งสลบไป ในอ้อมกอดของหัวหน้าหวังฉีทันที
ราเชนไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน มีทหารกรูกันเข้ามา พร้อมกับใช้กุญแจล็อคเข้าที่มือและเท้าของเขาอย่างแน่นหนา ส่วนเจ้าโมโม่ ก็ถูกโซ่ยันต์พันธนาการเอาไว้กลายร่างเป็นหมาอ้วนน้อยเช่นเดิม ทั้งสองถูกนำไปที่ห้องคุมขัง โดยมีหมอมาทำบาดแผลให้ ในใจของราเชน กำลังคิดว่า คงต้องรีบหนีไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นคงต้องถูกองค์ชายสี่หลี่หมิงเล่นงานเอาแน่ๆ ไม่รู้ว่าองค์ชายรองหลี่คังไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้น่าจะกลายเป็นรัชทายาทไปแล้ว น่าจะมีอำนาจมากกว่า องค์ชายสี่ ทำไมไม่คิดมาช่วยเขา ราเชนเริ่มสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี จนกระทั่งหัวหน้าหวังฉีเข้ามา
“ ท่านนักพรตน้อย ดูท่านแข็งแรงแล้วนะ”
“ ก็ยังเจ็บอยู่ ว่าแต่คุณหนูใหญ่เป็นยังไงบ้าง”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ คุณหนูใหญ่กำลังเก็บข้าวของย้ายไปที่ตำหนักรับรองภายในวัง รอให้เสร็จพิธีพระราชสมภพของฮองเฮา เสร็จแล้วก็จะเดินทางไปที่อาณาจักรบูรพา โดยมีคุณชายเซี่ยเสียน ให้การคุ้มครอง”
“ แล้วพิธีศพของนายท่านสี่และตระกูลฟงเล่า”
“ อ้อ..องค์ชายหลี่หมิงนำราชโองการ พระราชทานสมรสระหว่างคุณหนูใหญ่อี้หลันและ คุณชายเซี่ยเสียน และประกาศยกเว้นให้ทรัพย์สินของนายท่านสี่ทั้งหมดนั้นตกเป็นของ คุณหนูใหญ่อี้หลันกับคุณชายน้อยเสี่ยวตงทั้งหมด แต่ว่าทองคำที่ขุดได้ยังคงต้องส่งมอบตามข้อตกลงเดิมที่นายท่านสี่ได้ทำเอาไว้กับตระกูลฟง
แล้วก็ให้ราชครูในราชสำนัก มาทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณของนายท่านสี่ไปกำเนิดใหม่เรียบร้อยแล้ว”
“ อะไรนะ ทำพิธีเรียบร้อยแล้ว” ราเชนถึงกับทะลึ่งพรวดขึ้นนั่ง ราวกับคนปกติ ไม่สนใจบาดแผลกระบี่ที่แทงเข้าที่หน้าอกแม้แต่น้อย
แย่แล้ว อย่างนี้เงินยี่สิบล้านของข้าก็อดน่ะซิ อุตส่าห์เสี่ยงตายตั้งหลายครั้ง ราเชนถึงกับเครียดทันที
“ ว่าแต่ ท่านห่วงตัวเองก่อนดีไหม”
“ หมายความว่าอย่างไร?”
“ ท่านกับ องค์ชายรองหลี่หมิง เคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า?”
ราเชนเพิ่งจะปวดหัวกับเงินที่หายไป แต่พอมานึกถึงความขัดแย้งของเขากับ องค์ชายสี่หลี่หมิงก็ตื่นตัวขึ้นมา
“ องค์ชายสี่ เป็นคนจับข้ามาขังเอาไว้ที่นี่รึ?”
ราเชนยกมือที่ถูกพันธนาการขึ้น แล้วก็มองไปที่หน้าต่างเป็นทหารยืนเฝ้ายามอยู่หลายคนก็เริ่มสงสัย
“ อ้อ..นั่นเป็นทหารองครักษ์ของคุณชายเซี่ยเสียน ท่านไม่ต้องกังวลไป องค์ชายสี่จะจับท่านไป กล่าวหาว่า ท่านชื่อหยางเฟยหลง เป็นศิษย์ทรยศของสำนักเมฆาม่วง ท่านฆ่าอาจารย์และปลอมตัวมาเป็นนักพรต เพื่อหลบหนีมาเมืองหลวง ตอนนี้ก่อคดีฆ่านักพรตจางจือเต้า และศิษย์อีกหลายคน แต่คุณหนูใหญ่เพื่อช่วยท่าน ไม่รีรอรีบขอร้องให้คุณชายเซี่ยเสียนช่วย ดังนั้นเมื่อท่านฟื้นแล้ว ควรจะไปอธิบายเรื่องนี้ให้กับ คุณชายเซี่ยเสียนกับ คุณหนูใหญ่ฟังนะ”
ราเชนได้ฟังก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ หมดกัน ทุกๆ คนรู้ความจริงเสียแล้ว” คราวนี้ราเชนไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองแล้ว สนใจเพียงแต่จะเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไรดี
“ ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ท่านถือว่าเป็นผู้มีพระคุณสำหรับข้าและลูกน้อง ที่ได้ช่วยพวกเราและ คุณหนูใหญ่และคุณชายน้อย ขอเพียงให้คุณชายเซี่ยเสียนเอ่ยปาก ข้าเชื่อว่า องค์ชายสี่ไม่กล้าทำอะไรท่านได้แน่ๆ”
“ คุณชายเซี่ยเสียนนี่ มีเก่งกาจขนาดนั้นเลยรึ?”
“ ไม่ใช่หรอก เพียงแต่ว่า การที่คุณชายเซี่ยเสียนมาที่เมืองซีหยาง ในฐานะทูตของอาณาจักรบูรพา และได้นำกำลังทหารมาช่วยรบกับ อาณาจักรฮานอีกด้วย”
ราเชนได้แต่พยักหน้า
“ ข้าไม่เป็นอะไรมาก พาข้าไปพบกับคุณชายเซี่ยเสียนเลยดีกว่า”
“ ดี พวกเขาตอนนี้ กำลังอยู่ในห้องโถงของตระกูล ข้าจะพาท่านไปเอง”
ราเชนถอดชุดนักพรตออก แล้วเดินออกไปด้วยชุดคุณชายตามปกติ ตอนนี้เขาคือหยางเฟยหลงแล้ว ไม่ต้องปลอมตัวเป็นนักพรตน้อยอู๋ติ้งอีกต่อไป
พอไปถึง ก็พบว่า คุณชายสี่หลี่หมิง นั่งเก้าอี้ประธาน มีคุณชายเซี่ยเสียนนั่งด้านข้าง และ หัวหน้าตระกูลฟง และ เหล่าผู้อาวุโสนั่งเรียงรายกันมา คุณหนูใหญ่อี้หลันกับ เสี่ยวตงยิ้มให้กับ ราเชนที่เห็นว่าเขาปลอดภัยดี
“ ในที่สุด ข้าก็พบเจ้าอีก หยางเฟยหลง เจ้าศิษย์ทรยศ ฆ่าได้แม่แต่อาจารย์ตัวเอง”
หัวหน้าหวังฉีที่ยังคงคุกเข่าคำนับ แต่ราเชนกลับยังคงยืนนิ่งไม่สนใจ พร้อมกับเอ่ยตอบโต้ไปว่า
“ สิ่งที่ข้าทำนั้น อาจารย์เข้าใจข้าดี ท่านตกอยู่ในเงื้อมมือศัตรู รู้ตัวดีไม่อาจรอดแน่ ท่านเป็นคนสั่งให้ข้าทำเช่นนั้น เพื่อปลดปล่อยท่านไป”
“ บัดซบ ยังมีหน้ามาพูดเช่นนี้ ทุกๆ คนเห็นกับตา ว่าเจ้าอยากเอาตัวรอด เลยสังหารอาจารย์ทิ้ง”
“ ใครจะพูดอย่างไรก็ช่าง ขอเพียงอาจารย์เข้าใจก็พอแล้ว”
“ ฮึ่ม เจ้านี่มันไม่สำนึก ยังปลอมตัวเป็นนักพรตมาหลอกคุณหนูอี้หลัน แล้วยังกล้าสังหารผู้บริสุทธิ์อีกหลายคน บอกมา เจ้ามีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่” องค์ชายรองตวาดออกไป ราวกับผู้ทรงอำนาจ
“ อาจารย์ข้าเป็นนักพรต และข้าต้องเป็นนักพรตอยู่แล้ว ส่วนที่ไม่บอกชื่อที่แท้จริงออกไป เพราะข้าก็ไม่เห็นความจำเป็นต้องบอกออกไป ขอถามคุณหนูใหญ่ ตลอดเวลาที่ข้าเดินทางมากับท่าน เคยหลอกลวงหรือ ทำสิ่งใดที่ผิดต่อพวกท่านหรือไม่”
“ ไม่ ท่านนักพรตน้อย มีบุญคุณช่วยเหลือชีวิตพวกเรา ท่านมีจิตใจเมตตา ช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆ เพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย” คุณหนูใหญ่หลันอี้รีบเอ่ยเสริมขึ้น มีแต่ราเชนเท่านั้น ที่ได้แต่อดเสียดายเงินก้อนโตที่ต้องสูญเสียไป
“ ไม่ว่าอย่างไร หยางเฟยหลงฆ่านักพรตจางจือเต้ากับศิษย์ไปเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ต้องส่งเรื่องไปที่กรมราชทัณฑ์ให้พวกเขาไปสอบสวน ลงโทษ” องค์ชายหลี่หมิง ไม่รู้จะหาวิธีจัดการกับราเชนอย่างไร เลยอ้างเรื่องนี้ขึ้นมา
“ เดี๋ยวก่อน ตอนนี้เป็นช่วงสงคราม ข้าฟังเรื่องราวจากอี้หลันบอกว่า กลุ่มนักพรตจางจือเต้า คิดจะลงมือสังหารหยางเฟยหลงก่อน ดังนั้นเขาตอบโต้กลับไป ก็หาใช่เรื่องที่ไม่สมควรทำไม่ หรือว่า กฏหมายของอาณาจักรปัจจิม คนที่ป้องกันตัวเอง ต้องถูกลงโทษด้วย” คุณชายเซี่ยเสียนเอ่ยขึ้น ทันใดนั้น เจ้าเหล่ยเทียนที่ยืนอยู่ด้านข้างก็กระซิบบอกกับองค์ชายหลี่หมิง ทำให้องค์ชายหลี่หมิงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า
“ ท่านทูตเอ่ยมาขนาดนี้ ข้าก็ไม่อาจลงโทษเขาได้ แต่ว่า ราชโองการของเสด็จพ่อเคยประกาศเอาไว้ ใครที่เป็นคนของพี่รอง ต้องถูกจับไปกักขังให้หมด และมันก็เป็นองครักษ์ส่วนตัวของพี่รองเสียด้วย”
คราวนี้ทุกคนต่างตกใจ ราเชนเองก็สงสัยว่าองครักษ์ขององค์ชายรองหลี่คังเกี่ยวอะไรด้วย ป่านนี้เขาไม่ใช่เป็นองค์ชายรัชทายาท มีอำนาจเหนือผู้คนเป็นรองแค่จักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียวไม่ใช่รึไง
คราวนี้คุณชายเซี่ยเสียนก็หันมาส่ายหัวกับ คุณหนูอี้หลันเช่นกัน
“ เฮ้ เดี๋ยวก่อน ข้าคือองครักษ์ขององค์ชายรอง ทำไมต้องถูกจับด้วยเล่า”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคงไม่รู้ซินะ วันที่เข้าเฝ้าเสด็จพ่อ เพื่อแสดงตราราชลัญจกรแผ่นดิน และจะได้รับแต่งตั้งเป็น รัชทายาททันที แต่ว่า คนที่ไม่ใช่โอรสสวรรค์ ยังไงมันก็ไม่ใช่ เพราะตราราชลัญจกรแผ่นดินนั้น กลับเป็นของปลอม เสด็จพ่อทรงพิโรจจะประหารทิ้ง ดีที่ฮองเฮาขอประทานชีวิต จึงถูกกักขังเอาไว้ที่ตำหนักกลางน้ำห้ามออกมาพบใครทั้งสิ้น คนของเสด็จพี่ทุกคนถูกจับตัวนำมาสอบสวน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตราราชลัญจกรหรือไม่ เจ้าก็ต้องถูกสอบสวน หากเจ้าไม่ได้ร่วมมือด้วย ก็แค่ถูกเฆี่ยน 100ที แล้วถูกส่งไปใช้แรงงานเป็นทาส 10 ปีเท่านั้นเอง”
ราเชนได้ฟังก็ตกตะลึงพรึงเพลิด พระเจ้านี่จะกลายเป็นนรัชทายาทอยู่แล้ว สุดท้ายกลายเป็นนักโทษจำคุกตลอดชีวิต นี่มันยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าเสียอีก เอ๋..แล้วเราไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยเล่า แค่จะมาทวงเงินที่องค์ชายรองสัญญาว่าจะมอบให้เท่านั้น โคตรซวยจริงๆ เลย
“ เดี๋ยวก่อน ข้าไม่ได้อยู่เมืองหลวง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตราราชลัญจกรปลอมนี่”
ราเชนเถียงออกไป
“ เรื่องนี้เป็นราชโองการของเสด็จพ่อ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าต้องไปแก้ตัวกับ ราชสำนักเอาเอง ทหารพามันไปที่คุกหลวง”
ราเชนพยายามจะร้องโวยวาย แต่ไม่อาจทำได้ ถูกลากขึ้นรถม้าที่มีกรงขังอย่างแน่นหนา พร้อมกับ เจ้าโมโม่ ที่ถูกรัดด้วยโซ่ยันต์ทั้งตัว ราเชนจำได้มันคือโซ่เหล็กเย็นที่เคยกำราบเจ้ากิเลนไฟมาแล้ว ดังนั้นเจ้าโมโม่เลยถูกกำราบได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ปากยังถูกตะกร้อสีเงินรัดเอาไว้อีก จึงได้แต่แยกเขี้ยว คำรามออกมาอย่างโมโห........