“ ได้ยินไหม เมื่อกี้มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังมาจากทางนั้น ”
ชายสวมเสื้อลายสก็อตมองลงไปจากชั้น 4 ของตึก เขาได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้หญิงเมื่อครู่ มันไม่ใช่การกรีดร้องเพียงแค่ 1 ครั้ง เขาได้ยินมากถึง 2 ครั้งแม้จะทิ้ง่ห่างกันไกลก็ตาม จากเสียงที่ได้ยินมันเข้ามาใกล้ตึกของพวกเขาเรื่อยๆ
ขณะมองหาต้นเสียงจากริมระเบียงห้อง เขาก็พบว่ามีชายหนึ่งคนกำลังวิ่งผ่านถนนหน้าตึกด้วยความเร็วที่น่าใ ด้านหลังของเขามีหม้อใบใหญ่ ข้างในเหมือนจะเป็เด็กผู้หญิงสวมหมวกกันน็อคเต็มใบนั่งหลบอยู่ข้างในนั้น
“ คนหรือเปล่า ”
ชายสวมเสื้อยืดสีดำก้มมองด้านล่างแล้วทำสีหน้าสงสัยไม่ต่างจากลุงของตนเอง เมื่อเห็นว่าลุงส่ายหน้าไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังวิ่งบนถนนคืออะไร เขาจึงพาดปืนลูกซองไปกับระเบียงหวังจะยิงอีกฝ่าย ในระยะเพียงแค่นี้ปืนลูกซองสามารถฆ่าสิ่งที่วิ่งบนถนนได้ เพียงแต่ว่าชายสวมเสื้อลายสก็อตกลับบอกอีกฝ่ายให้เก็บปืน หากสิ่งที่วิ่งเป็ซอมบี้พวกเขาทั้งสองคนจะต้องลำบากแน่นอน เพียงแต่ว่าสิ่งที่ค่อยๆวิ่งผ่านไปหันหลังกลับไปฆ่าซอมบี้ด้วยการตัดคอมันตัวแล้วตัวเล่า จากสิ่งนี้ทำให้พวกเขายืนยันได้ว่าชายที่กำลังวิ่งไปทางทิศเหนือของเมืองคืุ์
“ เขารู้จุดอ่อนของซอมบี้ แต่พละกำลังนั่นมันอะไรกัน ”
การยกร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเอาไว้แล้วยังวิ่งด้วยความเร็วเหนืุ์ ไม่ควรจะเกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีเวลาหันกลับไปฆ่าซอมบี้แล้วยังเป็ฝ่ายฆ่าซอมบี้ที่ขวางทางจนตอนนี้ถนนหน้าตึกของพวกเขาเหลือซอมบี้ไม่กี่ตัวเท่านั้น
“ ลุง หรือว่ามันจะเกี่ยวกับตัวเลขที่เราเห็น ”
“ ตัวเลขสีเขียวและสีแดงนั่นน่ะเหรอ ”
“ ใช่ ตัวเลขสีแดงเพิ่มขึ้นทีละนิด ผมคิดว่าอาจจะเป็ระยะเวลาการติดเชื้อ ส่วนสีเขียวที่เราไม่รู้จักอาจจะเป็คำตอบที่ทำให้ชายคนนั้นแข็งแกร่งก็ได้ ”
ชายสวมเสื้อสก็อตยังไม่ได้ออกความคิดเห็นใด เขาทำเพียงนั่งมองจากชั้น 4 จนกระทั่งชายสะพายหม้อวิ่งเลี้ยวเข้าไปในซอยมองไม่เห็นสิ่งใดอีก เขาจึงหันมองหลานชาย ภายในตึกเหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น การที่รอดมาได้ต้องขอบใจปืนลูกซองและปืนพกที่ทำให้ฆ่าซอมบี้ภายในตึกจนไม่เหลือ
“ จำนวนซอมบี้ด้านล่างลดลงแล้ว เราลองไปฆ่าพวกมันดู ”
“ แต่เรายิงพวกมันไปเยอะแล้วนะลุง ตัวเลขสีเขียวเพิ่มมาแค่ 2 % เอง ”
“ ไอ้หมอนั่นใช้มีดฆ่าพวกมัน เราจะลองใช้ดาบดู อย่างน้อยก็มีระยะโจมตีที่ไกลกว่า หากว่าเราฆ่ามันระยะประชิดทำให้แข็งแกร่งขึ้น โอกาสที่เราจะรอดก็มีมากขึ้น ”
“ งั้นก็ไปกันเถอะลุง ก่อนที่ซอมบี้จะเพิ่มจำนวนมากกว่านี้”
---------------------------------------------------------------
“ อีก 10 นาทีก็น่าจะถึงบ้าน เธอไหวไหม ”
โยฮันหันมองน้องสาวที่พยายามยื่นหน้ามาทางไหล่ซ้าย การเดินทางจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน เดิมทีใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นด้วยการใช้จักรยานไฟฟ้า เพียงแต่ว่าเขากลับต้องฆ่าซอมบี้แล้ววิ่งหลบเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตนเองเข้าไปพัวพันกับจุดที่มีซอมบี้เยอะเกินไป ทำให้ใช้เวลามากกว่า 30 นาทีแล้ว
“ หนูยังไหวพี่ แต่ตัวเลขสีเขียวใกล้จะเต็มร้อยแล้ว ของพี่เป็ยังไงบ้าง ”
“ เพิ่มแค่ 2 % เอง ” โยฮันรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าทำไมครั้งนี้มันถึงเพิ่มช้า ก่อนที่มันจะเต็ม 100 % เขาจำได้ว่าต้องฆ่าซอมบี้ราว 10 - 15 ตัวจะเพิ่มตัวเลขสีเขียว 1 % ครั้งนี้เขาฆ่าซอมบี้ไปมากกว่าห้าร้อยตัวแล้ว ตัวเลขสีเขียวกลับเพิ่มขึ้นแค่ 2 % เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มให้น้องสาวของเขาแทน
“ ดูเหมือนว่าเชื้อจากการฆ่าซอมบี้จะย้ายไปที่เธอแทนฉัน หรือว่าความแข็งแกร่งจะเป็หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พวกมันเลือกเธอมากกว่าฉันกัน ”
“ หนูคิดว่ามันก็มีความเป็ไปได้ ถ้าพวกมันเป็เชื้อโรคคงไม่กล้าเข้าร่างพี่แน่นอน มันคงจะมุ่งเป้ามาที่หนูแทนเพราะหนูอ่อนแอกว่า ส่วนตัวเลขสีแดงตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็ 13 % ”
“ ดูเหมือนว่าเืซอมบี้จะไม่ได้ทำให้การแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นเหมือนถูกข่วนหรือถูกกัดสินะ ”
“ หนูคิดว่าเป็แบบนั้น แล้วแบบนี้อาหารที่อยู่นอกถุงน่าจะกินได้นะพี่ ”
ตลอดการวิ่งโยฮันฆ่าซอมบี้ไปเยอะ เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงเืที่พุ่งออกมาจากคอของพวกมันได้ น้องสาวของเขาจึงัักับเืจนเสื้อแดงทั้งตัว อย่างไรก็ตามอัตราการติดเชื้อจากตัวเลขสีแดงกลับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น โยฮันจึงคิดว่าเชื้อไวรัสที่ทำให้กลายเป็ซอมบี้ อาจจะสลายหายไปแล้วจากระยะเวลา 1 วัน 1 คืนและอีก 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา ต่อไปนี้การแพร่เชื้อคงทำได้ผ่านการกัดและถูกข่วน และการกระจายของเชื้อภายในร่างสิ่งมีชีวิตที่รับเข้าไป เพียงแต่ว่าเขากลับมีตัวเลขสีแดงเป็ 0 หมายความว่าเขาไม่ได้รับเชื้อแต่อย่างใด
“ อย่าไปกินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวฉันจะลองดูก่อน ถ้าตัวเลขสีแดงของฉันไม่เพิ่มเธอค่อยกิน ”
โยฮันหันมองไปยังร้านสะดวกซื้อ มันตั้งอยู่ห่างจากบ้านของเขาไปราว 600 เมตรเท่านั้น เขาจึงฆ่าซอมบี้แล้ววิ่งไปทางนั้น ก่อนจะเจอเข้ากับร้านสะดวกซื้อที่ถูกทุบกระจกแตกทุกบาน ด้านในมีซอมบี้อยู่ราว 10 ตัวสวมใส่เสื้อพนักงานและลูกค้าที่เหมือนจะต่อสู้กันจนกลายเป็ซอมบี้ เขาจึงถีบประตูแล้ววิ่งเข้าไปฆ่าซอมบี้จนหมด
“พี่คะ อาหารกระป๋องและบะหมี่ซองเยอะแยะเลย น้ำก็ด้วย ”
แอลลี่พูดด้วยท่าทางดีใจ อาหารภายในบรรจุภัณฑ์สภาพดีมีพอให้พวกเขาประทังชีวิตไปหลายเดือนหรืออาจจะเป็ปี โยฮันจึงบอกให้แอลลี่หาถุงใบใหญ่เก็บพวกมันกลับบ้านด้วย หากพวกเขาวกกลับมาอีกทีอาจจะมีคนเก็บออกไปทั้งหมดแล้ว
เขาเชื่อว่าจะต้องมีคนมาเก็บพวกมันก็เพราะว่าตลอดเส้นทางที่วิ่งผ่าน เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบนตึกหลายหลัง ทำให้รู้ว่ายังมีผู้คนมากกว่าร้อยหลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพวกเขาแล้วมองจ้องเขากับน้องสาวที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนไปที่ไหนสักแห่ง
“ พี่ยกไหวไหมถ้าหนูจะเอาอาหารกระป๋องไป ”
“ ไหว ตอนนี้ฉันน่าจะยกน้ำหนักได้ราว 6,000 กิโลกรัม ”
“ 6 ตันเลยเหรอ นี่พี่ยังเป็มนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย ”
แอลลี่พูดด้วยท่าทางใ เธอไม่ลืมใช้สองมือหยิบจับอาหารลงไปในถุงใบใหญ่หลายใบจนคิดว่าเพียงพอสำหรับคนสองคน อย่างไรก็ตามเธอยังคงนำถุงเปล่าใส่อาหารและน้ำรอจนกว่าพี่ชายจะทดลองกินอาหารที่ถูกเจาะเข้าไปข้างในจนัักับอากาศ
“ พี่เป็ยังไงบ้างคะ ”
โยฮันเกิดความสงสัย ไม่ว่าเขาจะกินอะไรเข้าไปมีเพียงพละกำลังที่ถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาเท่านั้น ตัวเลขสีแดงที่อธิบายถึงการติดเชื้อยังคงเป็ 0 % เช่นเดิม ต่อให้อาหารถุงนั้นจะมีรอยกัดจากซอมบี้ไปแล้วก็ตามที
“ แอลลี่ เธอลองกินสิ่งนี้ดูหน่อย ”
ข้าวโพดอบแห้งเมล็ดหนึ่งส่งให้น้องสาว มันอยู่ภายในถุงเดียวกันกับที่เขากิน แม้สภาพจะดูน่ากินมันกลับถูกซอมบี้เจาะเข้าไปข้างใน
“ พี่ มันกินไม่ได้ ตัวเลขสีแดงของหนูเพิ่มขึ้น 2 % เลย ”
แอลลี่ใกับตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นมา โยฮันจึงลองเทเมล็ดข้าวโพดใส่มือแล้วกินมันไปทั้งหมด เขากลับพบว่าอัตราการติดเชื้อของตนเองยังไม่เพิ่ม
“ แปลก ? ”
“ มีอะไรแปลกไปงั้นเหรอ ”
“ ฉันไม่ติดเชื้อ ”
“ หรือจะเป็เพราะพี่มีร่างกายแปลกๆ หนูสังเกตพี่ตลอดเวลา มนุษย์ปกติไม่ควรที่จะทำแบบพี่ได้ หนูว่ามันจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกนี้แน่ๆ หรือไม่มันก็อาจจะเป็เพราะพี่ทำให้ตัวเลขสีเขียวเต็ม 100 % หรือเปล่า ”
“ ไว้กลับบ้านไปให้พ่อตรวจเืน่าจะรู้เอง ว่าแต่ตัวเลขสีแดงของเธอเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า ”
แอลลี่ส่ายหน้า อัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 % จากการกินเมล็ดข้าวโพด 1 เมล็ด มันไม่ได้กระจายเชื้อให้ลุกลามไปทั่วตัวจึงทำให้เธอไม่ติดเชื้อมากไปกว่านี้อีก
“ สรุปแล้วเธอยังคงต้องกินอาหารที่อยู่ในถุง ส่วนฉันกินอะไรก็ได้ ”
โยฮันมองไปยังอาหารแช่แข็ง เขา้านำพวกมันกลับไปด้วย การที่เขาไม่ติดเชื้อซอมบี้ หมายความว่าร่างกายของเขาจะต้องทนกับอาหารที่ใกล้จะหมดอายุพวกนี้ได้ การที่ตู้แช่ไม่มีไฟสำรองจ่ายทำให้ระยะเวลาหมดอายุสั้นลงเรื่อยๆ เขาจึงคิดว่าจะนำกลับไปที่บ้านเพื่อทานใน่แรกๆจนกว่าพวกมันจะเน่าเสีย
ขณะที่โยฮันกำลังจะยกตู้แช่ เขากลับได้ยินเสียงปืนดังมาจากด้านนอกร้าน เพดานห้องถึงขั้นถูกเจาะเป็รูขนาดใหญ่ น้องสาวของเขารีบก้มตัวลงต่ำใช้มือทั้งสองข้างปิดหูอย่างไว เมื่อมีใครบางคนยิงปืนข่มขู่พวกเธอ
“ แอลลี่ มานี่ ”
โยฮันกวักมือเรียกน้องสาวให้คลานมาหา ต่อให้อีกฝ่ายจะหวาดกลัวมากก็ตาม เธอที่ผ่านฝูงซอมบี้มากมายจึงสามารถเรียกสติของตนเองได้ตลอดเวลาพยายามคลานไปหาพี่แล้วหลบด้านหลังอีกฝ่าย ทันใดนั้นก็มีเสียงยิงปืนดังขึ้นอีกนัด ครั้งนี้ส่วนที่เป็เคาเตอร์ถูกยิงจนทำให้เกิดรูพรุนมากมาย โยฮันรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายจะต้องพกปืนลูกซองแน่นอนถึงได้กระจายความเสียหายได้มากขนาดนี้
“ ลุง ดูสิ อาหารเต็มไปหมดเลย เราน่าจะอยู่ได้อีกหลายเดือน ”
น้ำเสียงดีใจดังขึ้นหน้าทางเข้าร้านสะดวกซื้อ โยฮันมองเห็นชายหนุ่มร่างกำยำอายุราว 30 ปีกำลังยิ้มด้วยความพอใจ ในมือของเขาถือดาบเอาไว้ไม่ใช่ปืน เขาจึงรู้ว่าคนที่มีปืนคงจะยืนอยู่ห่างออกไปจากประตูทางเข้า
“ ไอ้หนู ”
สายตาของชายวัยกลางคนหันมองมาที่โยฮันและน้องสาวที่หลบอยู่ด้านหลัง เขาหุ้มร่างกายด้วยกระดองปูทั้งหมดแล้ว เพื่อป้องกันอันตราย ถึงอย่างนั้นเขายังคงไม่มั่นใจว่าตนเองจะป้องกันะุได้จึงพยายามเงียบที่สุด อย่างน้อยหากอีกฝ่ายสามารถเจรจาได้ เขาจะขอเจรจา
“ คุณ้าอะไร ”
“ อย่าขยับจะดีกว่า เราแค่้าอาหาร ขอบคุณที่ยัดมันใส่ในถุงให้เรา ”
“ ถ้าคุณ้าอาหารเชิญคุณเอาไปเลย ”
แอลลี่รู้สึกเสียดาย อาหารตรงหน้าถูกชายวัยกลางคนมัดรวมกันแล้วสะพายขึ้นหลัง อาหารสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็ โจ๊ก บะหมี่ ถูกนำออกไปหมด โยฮันสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยกถุงที่เต็มไปด้วยอาหารกระป๋องไม่ได้เพราะต้องยกน้ำไป 2 แพ็คใหญ่จึงเบาใจได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังเหลืออาหารกระป๋องให้พวกเขาทั้งสองคน
แต่แล้วชายวัยกลางคนกลับเดินออกไปนอกร้านแล้วสลับกับอีกคนเพื่อถือปืน ชายอีกคนที่มีอายุราว 50 กลับเป็ฝ่ายเข้ามาในร้านแล้วยกถุงอาหารกระป๋องออกไป สิ่งที่เหลือจึงเป็ขนมเท่านั้น
“ ฉันจะเหลือให้พวกแกสองพี่น้องก็แล้วกัน หวังว่าเราจะไม่เคียดแค้นให้กันนะ ต่อจากนี้ก็ทางใครทางมัน ”
ชายแก่ลงพุงสวมเสื้อลายสก๊อตเดินยิ้มออกจากร้าน เมื่อเห็นว่าหลานชายเจอรถเข็นจึงนำของใส่เข้าไปแล้วรีบวิ่งกลับไปยังตึกที่พวกตนจากมา
โยฮันเห็นว่าอีกฝ่ายจากไปแล้วเขาจึงมองตามแล้วถอนหายใจเบาๆ การหันหลังให้เขาอีกฝ่ายเปิดช่องว่างมากมาย ด้วยพละกำลังที่มีเขาสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ด้วยการขว้างปาของชิ้นใหญ่เข้าใส่ เพียงแต่เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะยิงสวนกลับมาจนถูกน้องสาวาเ็
“ พี่ อย่างน้อยก็เหลือคุกกี้และช็อกโกแลต พลังงานจากพวกมันนับว่าเยอะอยู่ ”
“ เก็บทุกอย่างที่อยู่ในซองและกินได้ให้หมด เราต้องรีบไปกันแล้ว ”
จากเดิมวางแผนเอาไว้ว่าจะฆ่าซอมบี้เพื่อทำให้รอบๆบ้านปลอดภัย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องล้มเลิกความคิดนั้นก่อน อย่างน้อยเขาจะต้องเก็บของจากร้านสะดวกซื้อระแวกบ้านไปให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ใครใช้ประโยชน์จากการฆ่าซอมบี้ของเขาเข้ามาปล้นเหมือนเมื่อครู่นี้
“ พี่หนูพอแล้ว ”
โยฮันใช้มือขวากำไปยังตู้อาหารแช่แข็งแล้วใช้มือซ้ายจับถุงหลายสิบใบ น้องสาวที่อยู่ในหม้อเริ่มสวมใส่หมวก เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วเขาจึงออกวิ่งสุดแรงมุ่งตรงกลับบ้าน แม้จะยังมีหลายอย่างภายในนี้ เขาไม่คิดเก็บไปหมดเพราะมันอาจจะทำให้คนที่มีชีวิตรอดและพกปืน เดินทางไปบ้านของเขาเพื่อปล้น เขาจึงต้องเหลือหลายๆสิ่งให้ผู้คนได้มาเก็บเกี่ยวกลับไปด้วยเช่นกัน การทุกอย่างแค่คนเดียวมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะถูกเล่นงาน
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงปืนจากทางฝั่งที่ลุงและหลานสองคนวิ่งกลับไป เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงปืนลูกซอง มันเป็เสียงปืนลูกโม่เขาคิดว่าอาหารของลุงและหลานคงจะไปเตะตาคนที่รอดชีวิตทำให้เกิดการฆ่าเพื่อแย่งกัน.