เทพกระบี่เงาสังหาร

    ชายหนุ่มชุดหรูหราผู้เป็นตัวตลก

    เจียงเฉินในตอนนี้รู้สึกปวดหัวแล้วอยากจะเข้าไปซัดหน้าของชายร่างใหญ่อย่างมากแต่ก็อดกลั้นอารมของตนเอาไว้และพยักหน้าให้กับผู้นำของเผ่าวิหคเหมันต์นำทางพวกตนไป ผู้นำเผ่าวิหคเหมันต์ก็ไม่กล่าวอะไรแล้วนำทางพวกเจียงเฉินไปอย่างรวดเร็ว ด้านหลังเสี่ยวหลินได้ฟังเรื่องราวส่วนใหญ่ของอู่หมิงจากปากของชายร่างใหญ่แล้ว"ดูเหมือนว่าข้าจะประเมิณเขาต่ำเกินไปจริงๆ ไม่คิดว่าถึงขนาดสามารถพาคนเข้ามาพร้อมกับตนเองได้มากมายขนาดนี้และที่สำคัญ คนของอู่หมิงแต่ละคนยังมีกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดา" เสี่ยวหลินกล่าวพึมพำ"นายหญิงข้าว่าผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปพวกเราควรจะกำจัดเขาซะ" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าว"ฆ่าเขา จะฆ่าเขายังไง" เสี่ยงหลินกล่าวพร้อมกับหันไปมองชายหนุ่มชุดหรูหราทันที"ด้วยพลังของพวกเราการจะฆ่าอู่หมิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าวด้วยความมั่นใจ"เจ้าโง่ เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าบอกงงั้นเหรอว่าตอนนี้อู่หมิงมีราชาของทั้งสี่เผ่าเป็นพักพวกอยู่และข้างกายอู่หมิงเองก็ยังมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าหลายขุมอยู่ถึงสองตัวแล้วแบบนี้เจ้าคิดว่าพวกเราจะเอาชนะอู่หมิงได้งั้นรึตราบใดที่พวกเรายังอยู่ในดินแดนแห่งนี้" ชายร่างใหญ่กล่าว"ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็ต้องรอให้ออกไปจากดินแดนแห่งนี้ก่อนแล้วค่อยสังหารอู่หมิง" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าว"นายหญิงข้าว่าเจ้าสวะนี่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยควรจะกำจัดทิ้งก่อนที่เจ้านี่จะสร้างปัญหาไปมากกว่านี้" หญิงสาวสวมหน้ากากกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นั่นสินะ" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา"เดี๋ยวก่อน ข้าผิดตรงใหนด้วยกำลังของหอสมบัติการจะฆ่าอู่หมิงก็ไม่ใช่เรื่องยากแถมที่ตัวของอู่หมิงอาจจะมีสมบัติที่สามารถสั่นสะเทือนทวีปศูนย์กลางได้อยู่กับตัวก็ได้" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าว"เจ้าอย่าหาว่าพวกเราไม่รู้ว่าเจ้านั้นมีความแค้นกับอู่หมิง และที่เจ้าเสนอแผนการต่างๆนาๆให้กำจัดอู่หมิงทิ้งก็เพื่อยืมมือหอสมบัติฆ่าอู่หมิงใช่ใหมละ" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ไม่ใช่ ข้าก็แค่อยากจะให้นายหญิงได้รับสมบัติทั้งหมดของอู่หมิงก็เท่านั้น" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าว"เอาละข้าจะขอถามเจ้า ถ้าพวกเราเกิดสังหารอู่หมิงจริงๆแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เซียนกระบี่ไร้รักที่เป็นราชันเซียนแล้วในตอนนี้จะต้องมาหาหอสมบัติของพวกเราเพื่อไถ่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าราชันเซียนเจ้าคิดว่าเจ้าจะโกหกหรือแต่งเรื่องกลบเกลื่อนได้งั้นหรือและถ้าเซียนกระบี่ไร้รักได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเราแล้วละก็เจ้ารู้หรือไม่ว่าหอสมบัติจะต้องได้รับความสูญเสียมากเท่าใดและอีกอย่างตอนนี้เซียนกระบี่ไร้รักไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้วแต่เซียนกระบี่ไร้รักได้เป็นผู้อาวุโสวของตำหนักบุพผาไปแล้วเจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าถ้าพวกเราเกิดความขัดแย้งกับเซียนกระบี่ไร้รักแล้วจะเกิดอะไรขึ้น" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ข้าไม่รู้ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่าอู่หมิงจะมีความสำคัญกับเซียนกระบี่ไร้รักขนาดนั้น" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว"ข้าบอกตามตรงถ้าไม่ใช่ท่านลุงแนะนำให้เจ้ามาเป็นคนของข้าละก็ข้าคงสังหารคนที่ไร้ประโยชน์เช่นเจ้าไปนานแล้ว" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"แต่ที่อู่หมิงปิดบังเราแล้วนำคนของเขาเข้ามาโดยไม่บอกกับเราก็เป็นเรื่องจริง" เสี่ยวหลินกล่าว"แล้วนายหญิงคิดจะทำยังไงกับอู่หมิงดี" หญิงสาวสวมหน้ากากกล่าว"หึข้าคงต้องให้เขาส่งทรัพยากรมาให้พวกเราเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย" เสี่ยวหลินกล่าวทางด้านหอระบำสายลมซึ่งตอนนี้พวกเขาได้รับรู้การเคลื่อนใหวของหอสมบัติพวกเขาจึงได้ติดตามาอย่างห่างๆ และที่สำคัญพวกเขาสามารถลบกลิ่นนอายได้อยางสมบูรณ์จนพวกเสี่ยวหลินไม่สามารถสัมผัสได้ ผ่านไปอีกสามวันพวกเจียงเฉินก็มาถึงใจกลางของดินแดนแห่งนี้ซึ่งตอนนี้ได้มีคนของเผ่าอีกสามเผ่ามารวมตัวกันแล้ว ซึ่งคนของเผ่าวิหคเหมันต์เองก็ได้ติดตามพวกเจียงเฉินมาเช่นเดียวกัน"นั่น อู่หมิงอยู่นั่น" ชายร่างใหญ่กล่าวและชี้ไปที่อู่หมิงที่ตอนนี้กำลังก้าวขึ้นไปยังบันได้ด้วยสีหน้าสงบ อู่หมิงตอนนี้ได้ขึ้นไปถึงชั้นที่ 200 แล้ว และยังคงเดินขึ้นไปเรื่อยๆ"เขากำลังทำอะไร" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับมองไปยังผู้นำเผ่าวิหคเหมันต์กล่าว"อะไรกันพวกเจ้าเองก็มาด้วยงั้นเหรอ แสดงว่าลางสังหรณ์ของข้าคงจะเป็นจริงสินะ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ"เจ้าสวะข้าไม่ได้พูดกับเจ้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"นี่เจ้าอยากตายงั้นหรือ" ชายหนุ่มชุดหรูหรากล่าว"พรึบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"คนของทั้งสี่เผ่ารวมถึงลูกศิษย์ของเสี่ยวฮุ่ยหันมามองชายหนุ่มชุดหรูหราทันที จิตสังหารอันน่าหวาดกลัวปะทุขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มชุดหรูหราหวาดกหลัวอย่างมากและถอยหลังไปหลบอยู่ข้างหลังพวกเสี่ยวหลินทันที"พวกเขาไม่ใช่สหายของคุณชายอู่หมิงงั้นเหรอ" ผู้นำเผ่าวิหคเหมันต์กล่าว"สหาย??? เปล่าเลยพวกเราก็แค่ร่วมมือกันชั่วคราวเท่านั้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับขว้างแหวนมิติให้กับบเสี่ยวหลิน"ข้างในนั้นมีทรัพยากรล้ำค่ามากมายซึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 600 หยกเซียน จากนี้ถือว่าข้อตกลงของพวกเราลุล่วงแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"นายหญิงข้างในมีของล้ำค่ามากมายอย่างที่กระรอกตนนั้นบอกจริงๆ" หญิงสาวสวมหน้ากากกล่าว"ดูเหมือนจะเป็นพวกเจ้าสินะที่เป็นคนขโมยสมบัติของเผ่าวานรโลหิต" เสี่ยวหลินเอ่ยปาก"หึ" เสี่ยวฮุ่ยเค้นเสียงออกมาอย่างเฉยเมย"ใหนๆก็ใหนๆแล้วเจ้าอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าอู่หมิงกำลังทำอะไร" เสี่ยวหลินกล่าว"โอ้ทำไมเจ้าไม่รองขึ้นไปข้างบนนั้นด้วยตัวเองละแล้วเจ้าก็จะได้รู้เอง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มเสี่ยวหลินหรี่ตาลงนางรู้สึกว่าเสี่ยวฮุ่ยนั้นรับมือยากกว่าอู่หมิงเสียอีก ถึงแม้อู่หมิงจะเย็นชาแต่ก็จริงใจแต่เสี่ยวฮุ่ยนั้นทุกคำพูดของเสี่ยวฮุ่ยราวกับหมอกที่เป็นได้ทั้งความจริงและคำโกหกในเวลาเดียกวัน เสี่ยวหลินหันไปทางชายหนุ่มชุดหรูหราและส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มชุดหรูหราเดินขึ้นไปบนบันไดชายหนุ่มชุดหรูหราไม่กล้ารอช้ารีบวิ่งขึ้นไปบนบันไดทันที พวกคนของเผ่าทั้งสี่เผ่าไม่ได้เข้าไปขวางแต่พากันมองไปยังชายหนุ่มชุดหรุหราด้วยสายตาเย้ยหยันราวกับกำลังมองคนโง่ และก็เป็นอย่างที่พวกเขาคิดชายหนุ่มชุดหรุหราขึ้นไปได้เพียงแค่ 30 ชั้นก็ไม่สามารถขึ้นไปต่อได้และถูกแรงสะท้อนจนกลิ้งตกลงมาข้างล่างทันที"ฮ่า ฮ่า ฮ่า 30 ชั้น ไม่น่าเชื่อเจ้านี่ขึ้นไปได้เพียงแค่ 30 ชั้นจริงๆ" เสี่ยวฮุ่ยนอนกลิ้งที่พื้นและหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ คนอื่นๆรวมทั้งคนของสี่เผ่าเองก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ชายหนุ่มชุดหรูหรารู้สึกอับอายอย่างมากแต่ก็ไม่กล้ากล่าวอะไรออกมาแล้วเดินกลับไปหาเสี่ยวหลินด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว--------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน