ทว่าจิตวิญญาณของหมูน้อยตัวนี้กลับรู้สึกหวาดกลัวเจ้าตัวเล็กอย่างมาก แม้สมองเล็ก ๆ ของมันจะรู้สึกว่า เจ้าตัวเล็กมีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็ยังยอมกินผลไม้ที่เขาส่งให้แต่โดยดี
เมื่อกินลงไป หมูน้อยก็เริ่มร้องออกมาอย่างโหยหวน
สวรรค์ นี่มันเจ็บปวดเกินไปแล้ว!
เจ้าตัวเล็กสะบัดมือปล่อยม่านพลังออกมาปิดกั้นเสียงร้องของหมูน้อย ก่อนจะยื่นกรงเล็บมารไปตรงหน้าวัวน้อย
“อืม ขุยหนิว ก็ยังพอใช้ได้ กินซะ!”
วัวน้อยน้ำตาไหลออกมา และยอมกินผลไม้อย่างเงียบ ๆ ก่อนจะหมอบลงข้าง ๆ เพื่อรอผลไม้ย่อย
ส่วนไก่สองตัวนั้น แท้จริงแล้วตัวหนึ่งเป็นนกชิงหลวน อีกตัวคือนกปีกอัคคี แม้จะไม่ได้มีสายเลือดสูงสุดเหมือนกับหงส์ แต่เจ้าตัวเล็กก็พอใจอย่างมาก เป็นสัตว์พาหนะให้เหมียวเหมี่ยวกำลังดีเลย
เขาหยิบผลไม้สองผลออกมาอย่างใจกว้าง
“กินซะ!”
สุดท้ายเจ้าตัวเล็กก็มายืนอยู่ตรงหน้ากระต่ายสีชมพูที่ตัวสั่นเทา ก่อนจะนิ่งไปเพราะเขามองไม่ออกว่ากระต่ายตัวนี้มีสายเลือดของอสูรมารอะไร แต่ก็ยังให้มันกินผลไม้ไปหนึ่งผล
“อ๊ะ เจ้าก็กินด้วยสิ”
ดังนั้นเมื่อเฉินเหมียวเหมี่ยวทำงานเสร็จแล้ว กลับมาก็เห็นหมู วัว ไก่ และกระต่ายสลบอยู่กับพื้น ราวกับฉากฆาตกรรมก็มิปาน!
“!!!”
นางรีบวิ่งเข้าไป อุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา “ตัวเล็ก เจ้าเป็นอะไรหรือไม่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เจ้าตัวเล็กเริ่มร้อนตัว เขาไม่คิดว่าร่างกายของพวกมันจะอ่อนแอถึงเพียงนี้ สัตว์ตัวเล็ก ๆ บนเกาะของพวกเขา หลังกินผลเกล็ดมังกรแล้วก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นทันที เหตุใดผ่านไปนานเพียงนี้แล้ว พวกมันยังไม่ตื่นขึ้นมาอีกล่ะ?
เมื่อสบกับสายตาเป็นกังวลของเฉินเหมียวเหมี่ยว เจ้าตัวเล็กก็ก้มหน้าลงและยอมรับผิด “เหมียวเหมี่ยว ขอโทษนะ...ข้าเพียงอยากช่วยพวกมันพัฒนาร่างกาย เลยให้พวกมันกินผลไม้ที่ข้านำมาจากบ้าน ไม่คิดว่าพวกมันจะสลบไป...ฮือฮือ ตัวเล็กทำอะไรผิดไปหรือไม่...”
“พัฒนาร่างกาย?”
“อืม คืออันนี้...” เจ้าตัวเล็กแบฝ่ามือออกอย่างว่าง่าย เฉินเหมียวเหมี่ยวพบว่าในมือเจ้าตัวเล็กมีผลไม้รูปร่างคล้ายกับเบอร์รีป่าผลหนึ่ง สีแดงสดใส น่ากินอย่างมาก นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร นี่เป็นผลเบอร์รีป่า คงไม่ใช่เพราะสิ่งนี้หรอก เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนนะ ข้าจะไปดูพวกมันก่อน”
“อื้ม”
คราวนี้เจ้าตัวเล็กไม่กล้าสร้างปัญหาให้เฉินเหมียวเหมี่ยวอีก กลัวว่าจะทำให้นางไม่พอใจ จึงได้แต่ค่อย ๆ เดินตามหลังนางไป ราวกับลูกไก่ที่เดินตามหลังแม่ไก่ก็มิปาน สายตาที่ดูน่าสงสารและเต็มไปด้วยความกังวลนั้น ทำให้เฉินเหมียวเหมี่ยวเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา
เจ้าเด็กคนนี้จะน่ารักเกินไปแล้ว
หลังจากที่เฉินเหมียวเหมี่ยวตรวจดูอาการพวกมันแล้ว พบว่าสัตว์เหล่านี้เพียงแค่หลับไปเท่านั้น นางลูบศีรษะของเจ้าตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องกังวล พวกมันแค่เหนื่อยเกินไปก็เลยหลับอยู่ อีกเดี๋ยวก็คงจะตื่นแล้ว”
“จริงหรือ?”
“อืม”
“เหมียวเหมี่ยวไม่โกรธใช่หรือไม่?”
“ไม่หรอก ก็เจ้าหวังดีนี่นา แต่เจ้าต้องจำเอาไว้ ท้องของสัตว์เล็ก ๆ ไม่เหมือนกับคน บางอย่างคนกินได้ แต่สำหรับสัตว์ตัวเล็ก ๆ แล้วอาจเป็นพิษได้ ดังนั้นคราวหลังต้องระวังให้มากกว่านี้ เข้าใจหรือไม่?”
เจ้าตัวเล็กจากที่กังวลก็ผ่อนคลายทันที เขาพยักหน้ารับหงึกหงัก แล้วเอ่ยขึ้น “คราวหน้าหากจะเอาอะไรให้พวกมันกิน ข้าจะถามเหมียวเหมี่ยวก่อนแน่นอน”
“ดีมาก” เฉินเหมียวเหมี่ยวอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมา “ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว หิวหรือยัง ข้าทำมื้อเย็นให้ดีหรือไม่?”
เจ้าตัวเล็กดวงตาเป็นประกายทันที “เหมียวเหมี่ยวจะทำเองงั้นหรือ?”
“อืม ใช่”
สามปีที่ผ่านมา เจ้าตัวเล็กไม่เคยเห็นเหมียวเหมี่ยวเข้าครัวมาก่อน เขาจึงตัดสินใจว่า ไม่ว่าเหมียวเหมี่ยวทำอะไรให้กิน เขาก็ต้องเยินยออย่างเต็มที่!
ท่านปู่อิ๋งบอกเอาไว้ว่า สตรีชอบคำชมเชย!
เขาเคยเห็นบรรดาท่านอาบนเกาะชมพวกพี่สาว เขาก็แค่ทำเหมือนพวกเขา ชมเหมียวเหมี่ยวเยอะ ๆ ก็พอ
เจ้าตัวเล็กเตรียมเสียสละฝืนกินอาหารเพื่อจะชมเชยเฉินเหมียวเหมี่ยว แต่คิดไม่ถึงว่าฝีมือการทำอาหารของเฉินเหมียวเหมี่ยวจะดีถึงเพียงนี้!
หมูสามชั้นตุ๋นนุ่มจนละลายในปาก น้ำแกงปลาอร่อยเข้มข้น เนื้อปลาหนึบหนับแต่ไม่แห้ง ส่วนไข่ตุ๋นนุ่มลื่นหอมหวาน เขากินห้าสิบชามในคราวเดียวก็ยังได้!
ฮือฮือ อร่อยมากเลย!
แม้อาหารเหล่านี้จะไม่มีไอวิญญาณแม้แต่น้อย แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังรู้สึกว่านี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมา
ข้อบกพร่องเดียวก็คือ เจ้าตัวเล็กกินไปเพียงสองชามก็ถูกเฉินเหมียวเหมี่ยวจับเอาไว้เสียก่อน เฉินเหมียวเหมี่ยวลูบท้องของเขาด้วยความเป็นห่วง “ตัวเล็ก กินเยอะเช่นนี้ไม่ได้นะ จะทำให้อาหารไม่ย่อย”
เจ้าตัวเล็ก “...”
เขาอยากบอกเหมียวเหมี่ยวเหลือเกินว่า กระเพาะเขาใหญ่มาก ๆ ๆ ๆ ไม่มีทางที่อาหารจะไม่ย่อยอย่างแน่นอน
แต่หากเอ่ยออกไป เหมียวเหมี่ยวต้องระแวงเขาเป็นแน่
ฮือฮือ เขาไม่อยากไปจากเหมียวเหมี่ยว
แลกกับการได้กินอิ่มและอยู่กับเหมียวเหมี่ยว เจ้าตัวเล็กตัดสินใจเลือกอย่างหลัง เขาฝืนความปวดใจวางตะเกียบลง ก่อนจะเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว “อื้ม ตัวเล็กทราบแล้ว”
เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะออกมาอีกครั้ง เจ้าเด็กคนนี้ช่างเป็นเด็กดีและน่ารักจริง ๆ
เฉินเหมียวเหมี่ยวอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาหอมหนึ่งที ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างชาม เจ้าตัวเล็กจึงหยิบผลไม้เกล็ดมังกรที่เขาเก็บไว้มาประทังความหิวให้ตัวเอง
กว่าจะกินอิ่มได้ครึ่งกระเพาะ เฉินเหมียวเหมี่ยวก็กลับมาพอดี
นางถือผ้าฝ้ายอย่างดีเนื้อนุ่มผืนหนึ่งเอาไว้ในมือ พลางกวักมือเรียกเจ้าตัวเล็กแล้วเอ่ยขึ้น “มา ข้าจะวัดตัวให้ จะได้ทำชุดนอนกัน”
“ชุดนอนคืออะไรหรือเหมียวเหมี่ยว?”
“อืม ชุดนอนก็คือชุดที่ใส่นอนตอนกลางคืน ข้าเองก็มีหนึ่งชุด”
“เช่นนั้น...เหมียวเหมี่ยวทำชุดที่เหมือนกับของท่านให้ข้าชุดหนึ่งได้หรือไม่?”
“ได้อยู่แล้ว เจ้ายืนนิ่ง ๆ ล่ะ พวกเรามาวัดไหล่ก่อน”
“ขอรับ!”
เจ้าตัวเล็กดีใจจนหน้าแดงเรื่อ อยากจะสวมชุดที่เหมือนกับเฉินเหมียวเหมี่ยวเสียเดี๋ยวนี้เลย
ชุดนอนของเด็กนั้นเย็บง่ายมาก จึงใช้เวลาไม่นาน หลังจากทำเสร็จเฉินเหมียวเหมี่ยวก็พาเจ้าตัวเล็กไปอาบน้ำอุ่น จากนั้นผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กอีกหนึ่งคนก็ตัวหอมฉุยนอนอยู่บนเตียง อีกทั้งยังสวมชุดนอนที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าตัวเล็กมีความสุขเพียงใด
อีกทั้งก่อนนอน เฉินเหมียวเหมี่ยวยังเล่านิทานให้เขาฟังอีกด้วย ทำให้เขายิ้มแทบไม่หุบ แม้แต่ตอนนอนก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองไปที่เตาไฟเล็ก ๆ ด้านข้าง ในใจเกิดความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ มันอบอุ่นและนุ่มนวล...
นางมาอยู่โลกนี้ได้เดือนกว่าแล้ว ทว่าตอนนี้จิตวิญญาณของนางเพิ่งจะรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นของนางแล้วจริง ๆ
แม้การคิดเช่นนี้จะเป็นการเห็นแก่ตัว แต่เฉินเหมียวเหมี่ยวกลับรู้สึกจริง ๆ ว่าเจ้าตัวเล็กตรงหน้าเป็นของขวัญที่สวรรค์มอบให้นาง
เป็นของขวัญที่ล้ำค่า ประเมินค่าไม่ได้
“ขอบใจนะ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มออกมาน้อย ๆ พลางจิ้มไปที่เนื้อนุ่ม ๆ หลังมือของเจ้าตัวเล็กเบา ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา...
……
หลังจากที่ทั้งสองหลับไปแล้ว บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากความมืด
เขามองบุตรของตนเองที่ยังคงยิ้มอยู่ด้วยความสับสน น้ำลายจะไหลออกมาอยู่แล้ว ไร้ซึ่งความน่าเกรงขามของนายน้อยเกาะมังกรเวหา ขายหน้า...มังกรจริง ๆ
ม่อเสวียนหมิงเงียบอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร ก่อนจะหมุนกายออกไปจากเรือนหลังนั้น
ด้านนอกเรือน ผู้อาวุโสอิ๋งเอ่ยด้วยความร้อนรน “เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวเล็กกับฮูหยินสบายดีหรือไม่ ร่างกายของเจ้าตัวเล็กไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ฮูหยินล่ะ จำอะไรได้หรือยัง?”
ตัวเล็กเพียงเท่านี้แต่กลับสามารถทะลุผ่านสายฟ้า ก้าวข้ามความปั่นป่วน และยังค้นหาตำแหน่งของเฉินเหมียวเหมี่ยวจากโลกหลายใบได้อย่างแม่นยำด้วยตัวเอง บอกตามตรงว่าผู้อาวุโสอิ๋งภูมิใจในตัวเด็กน้อยยิ่งนัก
นายน้อยของพวกเขาช่างเก่งกาจจริง ๆ ดูซิ ใครจะยังกล้าสงสัยในสายเลือดของเขาอีก!
แต่ที่มากกว่าความภูมิใจก็คือ ผู้อาวุโสอิ๋งกลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะได้รับบาดเจ็บ เพราะเกล็ดของเขาตอนนี้ยังไม่งอกออกมาด้วยซ้ำ
ม่อเสวียนหมิงพยักหน้าให้ “อืม เขาสบายดี เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ไม่ได้สงสัยอะไร อีกทั้งยังรับเขามาดูแลด้วยตัวเอง”
ผู้อาวุโสอิ๋งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จริงหรือ?”
ม่อเสวียนหมิงรับคำด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ “อืม”
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่เพียงรับเจ้าตัวเล็กเอาไว้ ยังทำอาหารค่ำและทำชุดนอนที่เหมือนกันให้เขาอีกด้วย...
ทว่าพวกเขาก็อยู่กันมาตั้งสามปี เหตุใดเฉินเหมียวเหมี่ยวถึงไม่ทำอาหารค่ำ และชุดนอนให้เขาบ้าง?
สตรีผู้นี้ช่างมีจิตใจลำเอียงจริง ๆ