หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้นเราสองคนก็กลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องแปลกใจว่าฉันกับซินหาเงินมาจากไหน ก็จากบัตรเครดิตและเงินสดส่วนหนึ่งที่ฉันได้พกติดตัวมานั่นแหละ เงินจำนวนนี้สามารถทำให้เราอยู่ได้ยาวนานเป็ปี ๆ หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียก่อน
“ลดาเตรียมของพร้อมแล้วนะซิน คืนนี้เรามาเคานต์ดาวน์ไปพร้อมกัน” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวสูงกว่าที่กำลังวุ่นอยู่กับการประดับสายรุ้งอยู่บริเวณหน้าต่างของห้อง
“อื้อ” เขาเอ่ยคำสั้น ๆ ก่อนจะหันกลับไปติดสายรุ้งต่อ แค่คำตอบเพียงคำเดียวมันทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก หรือว่าฉันคิดมากจนเกินไป คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลยนี่นา คืนนี้เราสองคนตั้งใจที่จะนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน
ครืด ครืด ครืด
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือซินที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อฉันเห็นว่าเขาไม่น่าจะได้ยินจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วส่งให้กับเขาก่อนที่ฉันจะแยกตัวออกมาเตรียมอาหารและของหวานพร้อมกับผลไม้เพียงไม่กี่อย่าง อันที่จริงฉันก็อยากรู้แหละว่าใครโทรมาแต่เพื่อมารยาทและรักษาพื้นที่ความเป็ส่วนตัวของกันและกัน เวลาผ่านไปนานราวเกือบสิบนาทีฉันจึงเดินกลับไปหาเขาอีกครั้งแต่ก็ต้องใเมื่อเห็นดวงตาของเขาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้นมาอีกครั้งแต่เขาเลือกที่จะไม่รับสาย
"ซินรักลดานะ รักมากด้วย" น้ำเสียงสั่นเครือดูจริงจังสีหน้าค่อนข้างตึงเครียดสบตาฉันอย่างตั้งใจ เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ มีใครพูดอะไรหรือเปล่าถึงทำให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างง่ายดายเช่นนี้
“รู้แล้วว่ารัก แต่ลดารักซินมากกว่า” ฉันพยายามปรับสีหน้าท่าทางให้ร่าเริงเพื่ออยากให้บรรยากาศภายในห้องไม่ดูตึงเครียดจนเกินไปแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ในเมื่อคนที่ฉันรักไม่มีความสุขทำให้น้ำตาของฉันค่อย ๆ ไหลรินออกมา ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องร้องไห้ แค่เพียงเห็นซินเป็แบบนี้ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ฉันเริ่มรู้สึกถึงการสูญเสียคนรักหรือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซินเขาโน้มตัวมากอดฉัน ก่อนที่เราทั้งสองคนจะกอดกันแน่นแล้วร้องไห้ โดยที่ฉันไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำว่ามันเป็เพราะอะไร
เพราะอะไร ฉันถึงได้ร้องไห้ง่ายได้เพียงนี้
เพราะอะไร ฉันถึงเห็นแก่ตัวที่อยากจะรั้งเขาให้อยู่กับฉันตลอดเวลา
เพราะอะไร ฉันถึงกลัว กลัวว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะไม่มีเขา
เพราะอะไร ฉันถึงรักเขาได้มากมายขนาดนี้ ์เบื้องบนได้โปรดช่วยบอกลูกทีเถอะ
ยี่สิบสองนาฬิกา
“จัดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วซินว่าลดาไปอาบน้ำเถอะนะเหนื่อยมาทั้งวัน” เขาเอ่ยพูดพลางดันตัวฉันมาหน้าห้องน้ำพร้อมกับส่งชุดเดรสสีฟ้าคลาสสิกมาให้ฉัน
“คืนนี้ใส่ชุดนี้นะ ซินว่าลดาใส่ออกมาต้องสวยเหมือนนางฟ้าแน่เลย” คนถูกชมมีหรือจะกลั้นความดีใจเอาไว้ได้ ฉันส่งยิ้มพร้อมกับรับชุดเดรสจากมือเขาก่อนจะเดินไปเปิดประตู ฉันจับลูกบิดประตูห้องน้ำแล้วหันไปมองซินที่ยังยืนมองฉันด้วยสายตาราวกับอาลัยอาวรณ์ ดวงตาของเขาดูเศร้าและดูเหมือนว่าเขาจะรู้ตัวว่าฉันกำลังคิดอะไร อยู่ดี ๆ ใบหน้าเศร้าหมองของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มสดใสอาจเป็เพราะฉันไม่ยอมเข้าไปห้องน้ำไปสักทีกระมัง ซินเดินเข้ามาลูบศีรษะฉันอย่างอ่อนโยนก่อนจะเป็คนจัดการปิดประตูห้องน้ำด้วยตัวเขาเอง ก็ไม่รู้สินะเมื่อประตูถูกปิดลงทำให้ฉันรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก ฉันตัดสินใจเปิดประตูอีกครั้งถึงกับโล่งใจเมื่อเห็นเขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าประตูด้วยรอยยิ้มหวาน
“ซิน”
"ทำไมวันนี้ดื้อจัง.. ไปอาบน้ำได้แล้วซินจะได้อาบบ้าง" ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มทำให้ฉันรู้สึกคลายความกังวลไปได้บ้าง
"สัญญานะว่าจะไม่ไปไหน" ฉันส่งสายตาเว้าวอน
"ทำตัวเป็เด็กไปได้ ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้" เขาพูดทีเล่นทีจริง
"รอแน่นะ"
"ครับคุณผู้หญิง ผมจะไม่ไปไหนจะนั่งรออยู่หน้าห้องนี่แหละ รีบไปอาบน้ำเถอะนะครับผมขอร้องเพราะตอนนี้กลิ่นตัวคุณลดาเหม็นมาก" เขาพูดพลางเอามือปิดจมูก
“ก็ได้ แต่ถ้าลดาออกมาแล้วไม่เจอซิน ลดาโกรธจริงนะ” ฉันขู่ด้วยสายตา
“รับทราบ” สีหน้าท่าทางที่ทะลึ่งตึงนังทำให้ฉันถึงกับตีแขนเขาไปหนึ่งที ก่อนที่ฉันจะกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง พอฉันปิดประตูลงฉันค่อย ๆ นั่งลงกับพื้นพลางมือขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกไปข้างนอก ฉันเอนตัวพิงประตูห้องน้ำพร้อมกับปล่อยน้ำตาไหลอีกครั้งหลังจากที่ได้ร้องไห้กับซินไปแล้วก่อนหน้านี้
ตอนนั้นซินไม่ได้บอกอะไรกับฉันว่าทำไมเขาถึงร้องไห้และเขาก็ไม่ได้พูดเื่เกี่ยวกับชายชุดดำเมื่อเช้านี้เลย ฉันตั้งใจว่าจะถามเขาแต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ถามออกไปไม่ได้ ฉันกลัวกับคำตอบที่จะได้รับเหลือเกิน กลัวเขาบอกว่า เขาต้องไปแล้ว ฉันไล่ความคิดฟุ้งซ่านด้วยการเอาฝักบัวฉีดน้ำใส่หน้าตัวเองเพราะเื่ที่ฉันคิดนั้นมันไม่มีทางเป็ไม่ได้หรอก ไม่มีทาง
เวลาต่อมา
ฉันได้สวมชุดที่ซินเลือกให้ มันดูสวยจริง ๆ จากนั้นฉันหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูห้องน้ำแต่อยู่ดี ๆ มือของฉันกลับเริ่มสั่น ฉันกวาดสายตามองไปทั่วพลางเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม
"ไม่นะ มันจะไม่เป็อย่างที่ฉันคิด" ความรู้สึกสับสนเริ่มมาเกาะกุมหัวใจ ความรู้สึกเสียใจความผิดหวัง มันปะปนกันไปหมด อีกเพียงไม่กี่นาทีก็จะกลายเป็ปีใหม่ หากเวลานี้ฉันไม่มีเขาอยู่ข้างกายไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซินสัญญากับฉันเอาไว้ หวังว่าเขาจะทำตามสัญญาเพราะที่ผ่านมาหากมีใครสัญญากับฉันเอาไว้ คนคนนั้นก็จะต้องทำตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ แต่ไม่มี ไม่มีใครเลยสักคน แม้แต่พ่อกับแม่ของฉัน
ย้อนกลับไปในอดีต
“พ่อคะ แม่คะ ปีนี้พ่อกับแม่จะมาฉลองปีใหม่กับหนูหรือเปล่า”
“ปีนี้พ่อกับแม่ไปไม่ได้จริง ๆ เอาไว้ปีหน้าก็แล้วกันนะลดา ตอนนี้งานที่นี่ยุ่งมากเลย พ่อกับแม่รักหนูนะ”
“ปีที่แล้วพ่อกับแม่ก็พูดแบบนี้”
“ปีหน้าแน่นอน แม่สัญญา”
ประโยคซ้ำ ๆ คำพูดเดิม ๆ ที่พ่อกับแม่ได้พูดกับฉันเสมอมาแต่ฉันก็ไม่เคยท้อยังคงถามแบบนี้ในทุก ๆ ปี จนเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่าก็ไม่เคยมาสักครั้ง นี่ถ้าที่บ้านไม่มีรูปพ่อกับแม่ติดเอาไว้ฉันคงลืมหน้าพวกท่านไปแล้วจริง ๆ แต่เพราะว่าฉันเชื่อไงละว่าสักวันพวกเราสามคนพ่อ แม่ ลูกจะได้ฉลองปีใหม่ด้วยกัน ฉันจึงรอ.. รอจนนาทีสุดท้ายของชีวิต พ่อกับแม่จากฉันไปทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยฉลองปีใหม่ด้วยกัน แต่พอมาถึงตอนนี้ฉันก็ยังเชื่อว่าซินจะไม่ทำแบบนั้นกับฉันเป็แน่ ฉันเชื่ออย่างนั้น!
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ฉันพยายามโทรหาซินแต่โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณตอบรับ มองไปยังหน้าต่างก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะกลับมาแต่อย่างใด อาหารที่เตรียมไว้นั้นมันไม่ได้สำคัญกับฉันอีกต่อไป ทำไมเขาไม่รักษาสัญญา ทำไมมนุษย์ที่ฉันรู้จักชอบสัญญาแล้วไม่ทำตาม ทำไมถึงปล่อยให้อีกคนรอคอยอย่างมีความหวัง
“ฮึก!"
"ซะ.. ซิน” ฉันเอามือปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ ก่อนจะมองดูเวลา ซึ่งตอนนี้เหลือเวลาไม่มากนักก็เข้าปีใหม่ น้ำตาเริ่มพรั่งพรูอย่างหยุดไม่ได้เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะไม่มีเขาอยู่ในเวลาที่สำคัญของชีวิต ฉันไม่ได้เหลือเวลามากพอที่จะฉลองปีใหม่กับใครในทุก ๆ ปี ขอแค่ปีนี้เท่านั้นที่ฉันอยากจะฉลองปีใหม่กับเขาจริง ๆ กลับมาเถอะซิน กลับมาหาฉัน ได้โปรด
หัวใจเต้นด้วยจังหวะที่ปวดร้าวจนฉันต้องเอามือกุมหน้าอกเอาไว้ราวกับมันจะแตกออกมา ลมหายใจที่ติด ๆ ขัด ๆ จนเริ่มรู้สึกทรมานอย่างถึงที่สุด แม้ กระทั่งเรี่ยวแรงทั้งหมดกลับหายไปในพริบตา ภายในไม่กี่วินาทีฉันก็ล้มลงกับพื้น ฉันพยายามพาร่างของตัวเองไปที่เตียงด้วยความเ็ป พอถึงเตียงนอนฉันก็ใช้สายตากวาดหาโทรศัพท์ที่อยู่แถวนั้นก่อนจะกดโทรออก พอได้ยินเสียงจากคนปลายสายเท่านั้นแหละสติที่เต็มเปี่ยมก็เริ่มหมดลงทันทีพร้อมกับลมหายใจของฉันในเวลานี้