ตอนนี้เวลามืดแล้ว แต่กลับมีคนจำนวนมากกำลังมาที่นี่ หรือว่าพวกมันคือพวกโจรที่เหลืออยู่
เซี่ยซีหานสับสน
แต่ด้วยดวงตาเวทย์อันแสนพิเศษของเขา เซี่ยซีหานก็สามารถมองเห็นได้ไกล และสามารถระบุรายละเอียดของกลุ่มคนที่มาได้อย่างชัดเจน
"ข้าควรปกปิดตัวตน" เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง เมื่อพบว่าผู้มา สวมใส่ชุดของอาณาจักร พวกเขาอาจจะเป็นนักรบหรือผู้วิเศษจากอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งก็ได้ แต่พวกเขามาที่นี่ทำไม? ครู่สั้น... เซี่ยซีหานก็นึกไปถึงเอกสารบางส่วนที่ตนเคยอ่าน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโหย่งเต๋อนักรบสี่ดาบ กับคนของทางการในเมืองรากโสม
ตอนนี้อยู่ๆ ใบหน้าของเซี่ยซีหาน ก็มีไม้ธาตุงอกออกมาครอบใบหน้า มันก่อรูปร่างเป็นหน้ากากเทพอสูรสามหน้า 'อาชูร่า' นี่คงเป็นแรงบันดาลใจจากโลกเดิมของเซี่ยซีหาน
ส่วนตงตงตอนนี้ อยู่ๆ ดินธาตุก็ก่อตัว ห่อตัวมันอย่างเร็ว
ทำตงตงดูเหมือนสัตว์ร้ายที่แสนน่ากลัวธาตุดิน ดวงตาของตงตง เซี่ยซีหานใช้อำนาจแห่งวิหครุ่งอรุณ ทำดวงตาของตงตงตอนนี้ มีแสงสว่างจ้า
รวมๆ แล้วตงตงตอนนี้ ดูราวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่น่าหวาดกลัว มากกว่าสัตว์ร้ายธรรมดา... เช่นหมียักษ์
เซี่ยซีหานกระโดดขึ้นไปยืนบนหัวตงตง นอกจากนั้นยังใช้อำนาจของธาตุไม้ ดึงศพต่างๆ มาจัดฉาก บ้างห้อยหัว บ้างถูกปักตรึง มันดูโหดร้ายและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะศพของโหย่งเต๋อ มันอยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัดและจัดสภาพให้น่าสยดสยองที่สุด
...
ซ่า ซ่า ซ่า
กลุ่มคนจากเมืองรากโสม กระโดดผ่านพุ่มไม้สุดท้าย คนแล้วคนเล่า แต่เมื่อพวกเขากระโดดผ่านพุ่มไม้ได้สำเร็จ แต่ละคนที่พ้นพุ่มไม้ออกมาต่างก็ได้แต่ร่างนิ่งแข็งบนหลังม้าของตัวเอง
ไม่มีใครกล้าขยับ จนถึงกับ... เกือบลืมหายใจ
นั่นเพราะภาพด้านหน้านั้น น่ากลัวจนเกินไป ศพของเหล่าโจรถูกรากไม้เสียบแทง ห้อยระเกะระกะทั่วไปหมด นอกจากนั้นจุดสังเกตแต่ละคนต่างเป็นศพไร้ศีรษะ แต่ภาพที่ทำให้โย่งเจานักรบสามดาบและเหลียงเจียผู้วิเศษ ที่มีฐานะเป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองรากโสมหวาดกลัวมากที่สุด กลับเป็นศพที่ถูกตรึงร่างอยู่บนต้นไม้ ที่มีลักษณะเป็นรูปกางเขน ศีรษะของศพครึ่งหนึ่งมีดวงตามากมาย จนมองดูไม่ออกว่าเป็นใคร แต่อีกครึ่งหนึ่ง ทันทีที่ทั้งสองมองและสังเกตดีๆ ก็รู้ได้ทันทีว่า นี่คือศีรษะของโหย่งเต๋อนักรบสี่ดาบผู้ชั่วร้าย แต่เขานั้นแข็งแกร่งมาก
แต่แม้เขาจะเป็นถึงนักรบสี่ดาบที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังตาย...
และไม่ใช่เขาคนเดียวที่ตาย แต่เป็นโหย่งเต๋อและลูกน้องของมันทั้งหมด
คนธรรมดาทำแบบนี้ได้เหรอ
"ทะ... ทะ... ท่านเป็นใคร" โย่งเจานักรบสามดาบพูดขึ้นน้ำเสียงสั่น มันจับดาบด้วยมือสั่นเทา พยายามรักษาสติเอาไว้ และทำหน้าที่ของตัวเองในการปกป้องเหลียงเจียบุตรชายของท่านเจ้าเมือง
และอย่าว่าแต่โย่งเจานักรบสามดาบ ทหารคนอื่นๆ ที่มีรูปดาบตราไว้ที่อก ก็ต่างมองเซี่ยซีหานอย่างสั่นกลัว ราวกับว่าทุกคนกำลังมองเห็นปีศาจ คนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์
'พวกมันกลัวข้าจนขาสั่น' เซี่ยซีหานยิ้มในใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตอนนี้ปราณวิเศษและพลังโอน่าในตัวมันแทบจะหมดเกลี้ยง ดังนั้นเซี่ยซีหานไม่ต้องการที่จะต่อสู้ แต่ตัวมันก็ไม่สามารถวิ่งหนีได้อย่างรวดเร็ว หรือทำอะไรโง่ๆ นั่นเพราะตรงนี้ มีสมบัติโจรมากมายที่มันปล้นมา!!! มันต้องการนำกลับไปทั้งหมด แม้นี้จะทำให้มันมีความเสี่ยงบ้างก็ตาม
ดังนั้น มันจึงคิดแผนการบางอย่าง... นั้นคือ... การแสร้งทำตัวเป็นผู้แข็งแกร่ง
เซี่ยซีหานไม่สนใจสิ่งที่โย่งเจาถาม แต่มันเลือกที่จะถามกลับ
"พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วเจ้ารู้จักกับไอ้สวะนี่ในฐานะอะไร" เซี่ยซีหานพูดพร้อมเอานิ้วชี้ไปที่ศพของโหย่งเต๋อผู้ชั่วร้าย ที่ตอนนี้ตายในสภาพครึ่งอมนุษย์อย่างน่าสมเพช
เหลียงเจียในฐานะผู้วิเศษ มันมีมันสมองและความคิดที่รวดเร็ว มันรับรู้ได้ว่า อย่างน้อยๆ เซี่ยซีหานและโหย่งเต๋อ ต้องมีปัญหาอะไรกันบางอย่าง นอกจากนั้นดูจากสภาพแวดล้อม เป็นไปได้ว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้ามัน ที่สวมหน้ากากสามหน้าที่แสนน่ากลัว จะเป็นผู้สังหารโหย่งเต๋อและคนของมันทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว
เหลียงเจียเห็นดวงตาที่ปรากฏลวดลายของวงเวทย์ นอกจากนั้นยังสังเกตเห็นตงตง ที่ตอนนี้ราวกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
มันประเมินฐานะของเซี่ยซีหานอย่างรวดเร็ว ว่าเป็น...!!!ผู้วิเศษที่แท้จริง และยังไม่ใช่ผู้วิเศษที่แท้จริงธรรมดา แต่ต้องเป็นผู้วิเศษที่แท้จริงที่แข็งแกร่งมากพอ ที่จะทำลายกองโจรของโหย่งเต๋อได้ด้วยตัวคนเดียว
ดังนั้น ความเป็นไปได้มากที่สุดของชายคนนี้คือ... ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสขั้นสูงสุด หรือไม่ก็... ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวตนอันสูงส่ง แม้จะอยู่ในอาณาจักรชั้นที่.สองขึ้นไป
คิดได้แบบนี้เหลียงเจียรีบกระโดดลงจากม้าแล้วคุกเข่า ไม่มีฐานะบุตรชายเจ้าเมืองอยู่ในหัวมันแม้แต่น้อย มันมีแต่ความหวาดกลัวต่อเซี่ยซีหาน
"ใต้เท้าที่แสนปราดเปรื่อง ผู้วิเศษที่แท้จริงที่ทรงอำนาจ ข้าน้อยเหลียงเจีย... ขะ ขะ ข้าน้อย" อึก เหลียงเจียกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนที่จะริเริ่มการพูดต่อได้ มันพยายามสรรหาคำมาสรรเสริญเซี่ยซีหานอย่างเวิ่นเว้อ "ข้าน้อยมาที่นี่ก็เพื่อเก็บส่วยภาษีจากกองกำลังดาบเถื่อนของโหย่งเต๋อเท่านั้นขอรับ ขะ... ขะ... ข้า... ข้าและคนของข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับโหย่งเต๋อใต้เท้า"
"หึ..." เซี่ยซีหานหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ด้วยบรรยากาศที่สงัด และทุกคนต่างให้ความสนใจกับเซี่ยซีหาน คำร้อง หึ เพียงคำเดียวของเซี่ยซีหาน ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะตาย หากทำให้เซี่ยซีหานไม่พอใจ
"จริงๆ นะขอรับ" เหลียงเจียบุตรชายเจ้าเมืองร้อนรนมาก เมื่อมันรู้สึกว่าเซี่ยซีหานไม่พอใจในตัวมันเล็กๆ
"เจ้าเห็นนี่หรือไม่ เจ้ารู้จักหรือไม่ว่ามันคืออะไร" เซี่ยซีหานเดินก้าวไปที่หน้าศพของโหย่งเต๋อ และทำมือชี้ไปที่ใบหน้าซีกที่น่าขยะแขยง ที่เต็มไปด้วยลูกนัยน์ตาเล็กมากมาย
เหลียงเจียบุตรชายเจ้าเมืองรากไม้ พินิจศพของโหย่งเต๋ออย่างร้อนรน ในฐานะชนชั้นสูงผู้มากความรู้ แน่นอน! มันต้องพอรู้ถึงสิ่งนี้อยู่บ้าง
"อมนุษย์ผู้ไม่ตาย..." เหลียงเจียเมื่อพูดถึงอมนุษย์ผู้ไม่ตาย อยู่ๆ หัวใจของมันก็เต้นดังและแรงกว่าเดิม นั่นเพราะมันเริ่มคิดอะไรออก เพราะในโลกผู้วิเศษใบนี้ อมนุษย์คือศัตรูแห่งมวลมนุษย์ แต่การปรากฏตัวของเหล่าอมนุษย์ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่และที่ใด มันคืออันตรายร้ายแรง นั่นเพราะนักรบและผู้วิเศษธรรมดานั้น ยากนักที่จะฆ่าเหล่าอมนุษย์เหล่านี้ได้ พวกมันเป็นอมตะและฆ่าไม่ตาย
แต่ในโลกใบนี้มีขุมอำนาจใหญ่ถือกำเนิดขึ้น เพื่อจัดการกับเหล่าอมนุษย์เหล่านี้โดยเฉพาะ คนกลุ่มนี้ต่างเป็นผู้ที่ถูกคัดเลือก จากหนึ่งในล้าน อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอีกทีหนึ่ง พวกเขาจะสังกัดในศาสนจักรอันยิ่งใหญ่ทั้ง '3' หรือเป็นกองกำลังพิเศษอันลึกลับของมหาอาณาจักร
เหลียงเจียผู้มีความรู้ มันพิจารณาจากการแต่งกายของเซี่ยซีหานอย่างรวดเร็ว เพียงครู่มันก็ตัดฐานะของเซี่ยซีหานออกจากสังกัดศาสนจักรอันยิ่งใหญ่ทั้งสามทิ้งไปในทันที เพราะถ้าเป็นกองกำลังกลุ่มนี้ พวกเขาจะมาในชุดรบของนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่แสนสง่างาม
แต่ถ้าเป็นกองกำลังลึกลับของมหาอาณาจักร... นั่นจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เหลียงเจียในฐานะคนที่อยู่ในเส้นทางของผู้มีเกียรติ หรือความหมายคือ 'ขุนนาง' หรือ 'ข้าราชการ' ของคนในโลกใบนี้ ดังนั้น มันย่อมต้องรู้จักกองกำลังลึกลับหลายกลุ่มของมหาอาณาจักรที่มันขึ้นตรง
โดยหนึ่งในนั้นที่มันนึกออก... คือ... เหลียงเจียพูดอย่างลืมตัว "ท่านคือท่านทูตแห่งโถงที่เก้าของมหาอาณาจักรหรือขอรับ..."
'โถงที่เก้าของมหาอาณาจักรคืออะไร' เซี่ยซีหานคิดกับตัวเอง แต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร ด้วยมันสมองที่เต็มไปด้วยความโลภ เซี่ยซีหานคิดแง่ดีแง่เสีย มันก็พร้อมรีบรับสมอ้างทันที
"ยังพอมีตาอยู่บ้าง..."
ตอนนี้แต่ละคนร่างสั่นระริกยิ่งกว่าเดิม ในฐานะที่พวกมันเป็นทหารของอาณาจักร แต่ละคนต่างต้องเรียนรู้ว่า สายบังคับบัญชาเบื้องสูงของตัวเองมีใครบ้าง ชื่อโถงที่เก้าแม้จะไม่ใช่ชื่อที่ได้ยินบ่อยๆ แต่นี่คือหนึ่งในขุมกำลังที่โด่งดังและมีจำนวนน้อยที่สุดของแผ่นดิน มันคือขุมกำลังที่มีไว้เพื่อออกล่าเหล่าอมนุษย์ผู้ไม่ตายโดยเฉพาะ
ว่ากันว่า ไม่ว่าจะผู้วิเศษหรือนักรบจากโถงที่เก้าคนใด เมื่อต่อสู้ในกลุ่มคนระดับเดียวกัน พวกเขาคือพวกหนึ่งต้านร้อย!!!
คนทั้งหลายมองเซี่ยซีหานอย่างบูชา ดุจเทพในพริบตา
-------------
นิยายตำนานผู้วิเศษเล่ม 4 ขอเลื่อนวันลงเป็นวันจันทร์ที่ 20 เมษา 63 นะครับ ร่วมเล่มไม่ทันในสัปดาห์นี้จริงๆ / ขออภัยผู้อ่านทุกท่านครับ