บทที่ 7: เล่ห์กลหอโอสถ
ณ ห้องปรุงยาชั้นในสุดของ 'หอโอสถร้อยสมุนไพร'
บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรหลากชนิด ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมเกร็ง สวมชุดคลุมยาวสีเขียวเข้มปักลายใบไผ่ กำลังใช้แว่นขยายส่องดูผงยาสีแดงหม่นบนจานกระเบื้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เขาคือ 'หลงจู๊จ้าว' ผู้ดูแลหอโอสถสาขาเมืองชิงเฟิง และเป็นักปรุงยาฝึกหัดระดับ 1
"เป็ไปไม่ได้..." หลงจู๊จ้าวพึมพำ มือที่ถือแว่นขยายสั่นระริก "ส่วนผสมหลักคือ 'รากม้วยมรณา' ที่มีพิษระคายเคือง... ผสมกับหญ้าลิ้นงูและเหล้าขาวราคาถูก? ส่วนผสมขยะพวกนี้เอามารวมกันแล้วกลายเป็ยาสมานแผลระดับสูงได้อย่างไร?"
เขาได้ยินข่าวลือเื่ 'ผงธุลีแดง' ที่แย่งลูกค้ากลุ่มพรานป่าไปจนหมดเกลี้ยงเมื่อวาน จึงสั่งให้ลูกน้องไปหาซื้อตัวอย่างกลับมาตรวจสอบ
ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เขาตื่นตระหนก... และเกิดความโลภ
หากหอโอสถร้อยสมุนไพรได้สูตรนี้มา แล้วผลิตขายในราคาสูง โดยใช้ต้นทุนเพียงเศษเงิน... กำไรจะมหาศาลเพียงใด!
"ไปตาม 'อาหม่า' มาพบข้า" หลงจู๊จ้าวสั่งลูกน้องเสียงเข้ม "ข้า้าตัวคนปรุงยานี้... ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม"
...
ตัดกลับมาที่กระท่อมปลายนาของตระกูลหลี่
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมา เทียนิไม่ได้ออกไปในเมืองหรือเข้าป่า แตเขากำลังยืนอยู่บนหลังคาบ้าน!
"ส่งฟางมัดนั้นมา" เทียนิะโบอกภรรยาที่อยู่ด้านล่าง
"ระวังตัวด้วยนะเ้าคะท่านพี่" ฟางเหนียงโยนมัดฟางขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว นางมองสามีด้วยแววตาเปี่ยมสุข
ั้แ่แต่งงานกันมา หลี่หยางไม่เคยสนใจซ่อมแซมบ้าน ปล่อยให้หลังคารั่วจนต้องเอากะละมังมารองน้ำฝนทุกคืน แต่วันนี้ เขากลับตื่นมาปีนหลังคา ซ่อมแซมรอยรั่วอย่างขะมักเขม้น
เทียนิรับมัดฟางมาปูทับรอยโหว่ มัดด้วยตอกไม้ไผ่อย่างแ่า การขยับร่างกายทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ นี้ ถือเป็การฝึกกายบริหารไปในตัว
"ร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว..." เขาคิดในใจ
แม้จะยังไม่มีพลังวัตร แต่กล้ามเนื้อเริ่มมีความยืดหยุ่น อาหารการกินที่ดีขึ้นเมื่อวานทำให้เืลมไหลเวียนดี แต่เขารู้ว่ามันยังไม่พอ
'ข้าต้องหาทางเปิดจุดชีพจร... แต่การจะทำแบบนั้นต้องใช้ยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์แรงกว่าดีงูหลายเท่า'
ขณะที่เขากำลังมัดตอกเส้นสุดท้าย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
กุบกับ... กุบกับ...
ชาวบ้านละแวกนั้นต่างชะโงกหน้าออกมาดู รถลากเทียมม้าสีดำคันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้ากระท่อมโทรมๆ ของหลี่หยาง ตัวรถประดับด้วยตราสัญลักษณ์ 'ใบไผ่'
ชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบผู้คุ้มกันหอโอสถะโลงมาจากรถ ท่าทางวางก้ามใหญ่โต มันเดินตรงมาที่หน้าบ้าน แล้วะโเสียงดัง
"ใครคือหลี่หยาง!"
ฟางเหนียงสะดุ้งโหยง รีบวิ่งไปหลบหลังเสาด้วยความใ เสี่ยวเป่ากอดขาแม่แน่น
เทียนิที่อยู่บนหลังคา มองลงมาด้วยสายตาเรียบเฉย
"ข้าอยู่นี่"
ผู้คุ้มกันเงยหน้ามอง หรี่ตาด้วยความดูแคลน "อ้อ อยู่นี่เองรึ... หลงจู๊จ้าวแห่งหอโอสถร้อยสมุนไพร มีคำสั่งให้เ้าไปพบที่หอโอสถเดี๋ยวนี้! เื่ยาผงประหลาดของเ้า"
น้ำเสียงของมันไม่ใช่การเชิญ แต่เป็การออกคำสั่งราวกับพูดกับข้าทาส
ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันอีกครั้ง "หอโอสถร้อยสมุนไพรเชียวนะ! หลี่หยางไปทำเื่อะไรไว้อีก หรือว่ายาที่ขายเมื่อวานเป็ยาพิษ?"
เทียนิค่อยๆ ปีนลงจากบันไดลิงอย่างช้าๆ เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า แล้วเดินไปหยิบขันน้ำมาดื่ม ไม่สนใจผู้คุ้มกันที่ยืนหน้าแดงด้วยความโมโห
"นี่เ้า! ข้าพูดด้วยไม่ได้ยินรึ!" ผู้คุ้มกันตวาด
เทียนิวางขันน้ำลง หันมามองมันช้าๆ
"ข้าได้ยิน... แต่ข้าไม่ไป"
"อะไรนะ!?"
"ข้าบอกว่าข้าไม่ไป" เทียนิเอ่ยเสียงราบเรียบ "ข้าเป็พ่อค้าอิสระ ไม่ใช่ลูกจ้างของหอโอสถ หากหลงจู๊ของเ้าอยากคุยธุระ ก็ให้เขามาหาข้าเอง... หรือถ้าอยากซื้อยา ก็ให้ไปรอที่ตลาดเหมือนคนอื่น"
"สามหาว!" ผู้คุ้มกันชักดาบที่เอวออกมาครึ่งฝัก "เ้ากล้าลองดีกับหอโอสถร้อยสมุนไพรเชียวรึ? รู้ไหมว่าเื้ัของพวกเราคือตระกูลจ้าวแห่งเมืองหลวง!"
ฟางเหนียงหน้าซีดเผือด รีบวิ่งออกมาดึงแขนเสื้อสามี "ท่านพี่... ไปเถอะเ้าค่ะ อย่ามีเื่เลย พวกเขาเป็คนใหญ่คนโต..."
เทียนิแตะมือภรรยาเบาๆ เป็เชิงปลอบโยน ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้าผู้คุ้มกัน ั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็เย็นะเื
"เก็บดาบเ้าซะ... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ"
"เ้า...!"
ผู้คุ้มกันชะงัก มันััได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากชายชาวนาผู้นี้ มันรุนแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรในป่าเสียอีก มือที่จับด้ามดาบสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณบอกมันว่า... อย่าชักดาบออกมาเด็ดขาด
"กลับไปบอกนายของเ้า" เทียนิเอ่ยต่อ "ว่าสูตรยาของข้า ไม่ได้มีไว้แจกฟรี และข้าไม่ชอบคุยกับสุนัขรับใช้... ถ้าอยากคุยธุรกิจ ให้เตรียมข้อเสนอที่ดีกว่า 'คำสั่ง' มาคุยกับข้า"
ผู้คุ้มกันกัดฟันกรอด แต่มันไม่กล้าลงมือ มันกระแทกดาบกลับเข้าฝัก สะบัดหน้าเดินกลับไปขึ้นรถม้า
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! แล้วเ้าจะเสียใจที่ปฏิเสธความหวังดีของหลงจู๊!"
รถม้าวิ่งจากไป ทิ้งฝุ่นตลบไว้เื้ั
ชาวบ้านต่างมองหลี่หยางด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง ชายผู้นี้กินดีหมีหัวใจเสือเข้าไปหรืออย่างไร? ปฏิเสธเถ้าแก่หวังยังพอว่า แต่นี่กล้าท้าทายหอโอสถที่มีอิทธิพลระดับเมือง!
"ท่านพี่..." ฟางเหนียงน้ำตาคลอ "ท่านทำแบบนี้ พวกเขาจะไม่กลับมาทำร้ายเราหรือ?"
เทียนิหันกลับมามองภรรยาและลูกชาย แววตาอ่อนลง
"ไม่ต้องห่วง... คนพวกนี้เป็พ่อค้า พ่อค้าย่อมเห็นแก่ 'ผลประโยชน์' มากกว่าอารมณ์"
เขารู้ดีว่าการแสดงท่าทีแข็งกร้าวจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามระวังตัวและประเมินค่าเขาสูงขึ้น หากเขารีบแจ้นไปหาตามคำสั่ง เขาจะกลายเป็เพียงลูกไก่ในกำมือ แต่ตอนนี้... เขากลายเป็ 'พยัคฆ์ซ่อนเล็บ' ที่อีกฝ่ายต้องเกรงใจ
"ฟางเหนียง วันนี้เ้าไม่ต้องไปรับจ้างซักผ้าแล้ว" เทียนิสั่ง
"ทำไมหรือเ้าคะ?"
"ข้าจะสอนวิธี 'คัดแยกสมุนไพร' ให้เ้า" เทียนิยิ้มมุมปาก "ต่อไปนี้... เ้าจะเป็ผู้ช่วยปรุงยาของข้า เราจะไม่ขายแค่ผงธุลีแดงอีกต่อไป... แต่เราจะทำสิ่งที่หอโอสถต้องกระอักเืออกมาด้วยความอิจฉา!"
าการค้าระหว่าง จอมมารตกอับ กับ หอโอสถผู้ยิ่งใหญ่ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และอาวุธของเทียนิในครั้งนี้ ไม่ใช่ดาบ... แต่เป็ภูมิปัญญาแห่งมารที่ลึกล้ำเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการ!