โครมคราม!!!!
โอ๊ย!!
จ้าวหยางจื่อร่วงหล่นลงบนหลังคาบ้านอย่างกะทันหันโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว นับว่าโชคดีจุดที่หล่นไม่สูงกว่าหลังคามากนัก ไม่เช่นนั้น หลังคาผุๆ ของบ้านได้พังลงมาเป็แน่
แต่ยังไม่จบเท่านั้น จ้าวหยางจื่อที่ยึดเกาะหลังคาไว้ไม่ทัน ร่างของเขาก็ไถลตกลงลงมาตามแรงโน้มถ่วง
อั๊ก! ตึ๊บ!
“โอ๊ย!! เจ็บ! เจ็บ!” จ้าวหยางจื่อร้องโอดโอยอย่างเ็ป หลังจากที่ก้นเขากระแทกพื้นอย่างรุนแรง ก่อนที่จะรีบพูดขึ้นอีกรอบอย่างฉงน
“มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกับข้ากัน!?”
ทว่าก่อนที่จ้าวหยางจื่อจะได้คิดกับตนเอง ได้มีเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายวัยสิบขวบวิ่งมาหาเขาด้วยความกังวล
“เป็อะไรมากหรือไม่พี่ใหญ่ ทำไมพี่ถึงหล่นลงมาจากหลังคาบ้านได้!” เด็กสาวไม่พูดอย่างเดียว ทั้งยังใช้มือเล็กๆ ของตนเองเปิดเสื้อผ้าของจ้าวหยางจื่อแล้วตรวจสอบตรงนู้นทีตรงนี้ทีว่าพี่ชายจะเป็อะไรมากหรือไม่
“…” จ้าวหยางจื่อมันทันได้เปิดปากพูด เด็กชายอีกคนก็ชิงพูดขึ้นก่อนเขา
“พี่ใหญ่ พวกเราเรียกพี่ตั้งนานแล้วทำไมพี่ถึงไม่ตอบพวกเรา ปล่อยให้ตามหาตั้งนาน” ซีห่าวเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ เขาอุตส่าห์เป็ห่วงทั้งยังออกตามหาตั้งไกล ะโไปตั้งมากมายพี่ใหญ่กลับอยู่ที่บ้านมาโดยตลอด มันน่าน้อยใจนัก!
“ตรวจดูแล้วพี่ใหญ่คงไม่เป็อะไรมาก อาจมีอาการจุกเสียดเพราะก้นกระแทกพื้น” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ พินิจพิเคราะห์อย่างรู้ความเกินอายุ นับว่าเป็เื่แปลกประหลาดอย่างมากสำหรับเ้าหยางจื่อ
ทว่าก็มีแค่จุดเดียวที่เด็กสาวยังไม่ตรวจสอบนั่นคือใต้ร่มผ้า จึงไม่ได้พูดออกมาอีกเพราะไม่มีความมั่นใจ ท่าทางของเด็กน้อยคนนี้ทำให้ผู้เป็พี่รู้สึกเอ็นดูไม่น้อย
ทันทีที่ตั้งสติได้ จ้าวหยางจื่อก็พูดอธิบายเพื่อให้ทั้งสองคลายความกังวล
“พอดีพี่ใหญ่หลับเลยไม่ได้ยินเสียงเรียกของน้อง พี่ใหญ่ขอโทษด้วยที่ทำให้เป็ห่วง” จ้าวหยางจื่อกล่าวออกมาอย่างรู้สึกผิด ทว่าพอพบเจอกับเด็กตรงหน้าทั้งสองคนแล้ว เขากลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อยเลย อาจเป็เพราะผ่านความยากลำบากมาด้วยกันนานแล้วก็เป็ได้
ซีซวนไม่ติดใจเอาความ พี่ใหญ่ไม่เป็อะไรมากนางก็สบายใจแล้ว ก่อนที่จะกล่าวขึ้น
“สงสัยตอนกลางวันพี่ใหญ่ทำงานหนักเลยเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า…พี่ใหญ่เ้าคะ เวลานี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว พวกเราควรทานอาหารค่ำจากนั้นก็รีบเข้านอน ท่านยายหานบอกว่าแถวนี้ยิ่งมืดเท่าไหร่ยิ่งมีอันตรายเ้าค่ะ”
เด็กสาวพูดเสียงสั่นราวกับกลัวสิ่งที่ท่านยายหานบอกจริงๆ ส่วนเด็กผู้ชายรีบวิ่งมาเกาะแขนพี่ใหญ่ของเขาแน่น เพราะรู้สึกกลัวไม่ต่างกัน
สังเกตเห็นทั้งสองดูเกรงกลัวสิ่งที่ท่านยายบอกอย่างมาก จ้าวหยางจื่อก็รู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ หรือว่าคำพูดของเด็กสาวนั้นคือความจริง? ไม่ได้เขาต้องปลอดภัยไว้ก่อน!
“เข้าบ้านแล้วไปทานอาหารกัน จะได้รีบเข้านอน”
เด็กทั้งสองพยักหน้าอย่างเชื่อฟังคำพูดของจัาวหยางจื่อ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กทั้งสองคนก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมาอยู่ดี
ในเวลาต่อมาจ้าวหยางจื่อปล่อยให้ทั้งสองเข้าบ้านไปก่อน เขาที่เข้าบ้านเป็คนสุดท้ายก็ลงกลอนประตูให้แ่า เผื่อว่าจะมีโจรเข้ามาในยามวิกาล
ทว่าเข้ามาในบ้านได้ ถึงแม้ว่าจ้าวหยางจื่อจะมีความทรงจำอยู่ก่อนแล้ว แต่พอเข้ามาพบเจอจริงๆ เขาก็ต้องใกับสภาพของบ้านอยู่ดี
อันที่จริงจะเรียกว่าบ้านก็กระไรอยู่ เพราะมันเป็เหมือนกระท่อมปลายนาที่สร้างขึ้นมาง่ายๆ เสียมากกว่า
ทำไมเขาถึงบอกแบบนั้น ก็เพราะพื้นบ้านยังเป็พื้นดินไม่ต่างจากกระท่อมปลายนา! อีกทั้งฝาบ้านเองก็ทำจากไม้ไผ่ที่ใช้เถาวัลย์มัดไว้เท่านั้น ซึ่งมันไม่ได้แ่าหรือแข็งแรงเลย เขาสามารถมองลอดผ่านช่องเล็กๆ ออกไปนอกตัวบ้านได้ด้วยซ้ำ
ความปลอดภัยช่างต่ำอะไรเช่นนี้! ต้องรีบแก้ไขเป็การด่วน! สภาพของบ้านพอเข้าหน้าฝนป้องกันแทบไม่ได้ นับว่าดีที่เตียงนอนยกระดับขึ้นมา
ส่วนอีกห้องเป็ห้องครัว ห้องนั้นใช้เก็บอาหารและเครื่องครัวแม้แต่การทานอาหารก็ใช้ห้องนี้ ทว่านั่นก็เล็กกว่าห้องแรกอย่างมาก
ทางด้านซีห่าวและซีซวนจัดเตรียมอาหารค่ำพร้อมรับประทานแล้ว เห็นว่าพี่ใหญ่ของพวกเขายืนเหม่อลอยก็ได้เรียกสติเขากลับคืน
“พี่ใหญ่ อาหารพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“..เอ่อ..ได้!”
จ้าวจื่อหยางสะบัดหัวเก็บความคิดกลับคืน เื่เล้าไก่ที่มีสภาพเช่นนี้เอาไว้คิดอีกครั้งในวันข้างหน้า สิ่งที่สำคัญกว่านั้นในตอนนี้ก็คือเื่ปากท้องของเขาเอง
เมื่อเด็กทั้งสองคนเห็นพี่ใหญ่ร่วมรับประทานอาหาร ทั้งคู่ก็ทานอย่างเอร็ดอร่อยหน้าชื่นตาบานกันถ้วนหน้า เพราะอาหารมื้อนี้มีเนื้ออันหาได้ยากอยู่ด้วย เนื้อนั้นเป็เนื้อไก่ป่าที่จ้าวหยางจื่อจับได้ในตอนกลางวัน
เห็นเด็กทั้งสองคนทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็อยากจะทานบ้าง ทว่าพอเขากัดไก่ย่างคำแรกเข้าไป เขาเกือบที่จะพ่นมันออกมา ไม่แน่ว่าถ้าเด็กทั้งสองคนไม่อยู่ตรงนี้เขาอาจพ่นมันออกมาจริงๆ เพราะรสชาติของไก่ย่างห่วยอย่างมาก!
‘จืดชืด! อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นคาวอีกต่างหาก!’
จ้าวหยางจื่อแสดงความไม่พอใจผ่านทางสีหน้าอย่างชัดเจน ทว่าด้วยความมืดมิดมีแค่แสงสลัวจากตะเกียง เด็กทั้งสองคนจึงไม่ทันสังเกตเห็น
ทว่าเด็กสาวก็พูดขึ้นทั้งยังเขี้ยวอาหารภายในปาก เมื่อเห็นพี่ใหญ่ชะงักอย่างกะทันหัน
“อร่อยมากใช่ไหมเ้าคะ ซวนเอ๋อร์เข้าใจดี ซวนเอ๋อก็อร่อยมากเช่นกัน อาจเป็เพราะพวกเราไม่ได้ทานเนื้อมาเป็เดือนก็ได้เ้าค่ะ”
รับรู้ได้เช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็ตื่นใอย่างมาก
‘อะไรนะ! เป็เดือนเลยงั้นหรือ!?’
ซีห่าวเห็นว่าพี่ใหญ่ของเขายังไม่รีบทานอาหาร อดที่จะเตือนด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“พี่ใหญ่เร่งทานเข้าเถอะขอรับ ไม่เช่นนั้นไก่ตัวนี้จะหมดก่อนนะขอรับ”
จ้าวหยางจื่อถอนหายใจยาว พูดขึ้นเพื่อให้ทั้งสองสบายใจ
“เห็นซวนเอ๋อร์กับห่าวเอ๋อร์มีความสุข พี่ใหญ่ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว”
เด็กสาวพูดกลับมาในทันที
“อิ่มอกอิ่มใจมันไม่อิ่มท้องนี่เ้าคะ รีบทานอาหารเข้าเถอะเ้าค่ะ”
“ก็ได้ๆ”
ต่อมาจ้าวหยางจื่อก็รับประทานอาหารมื้อนั้นแม้จะไม่เต็มใจ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องฝืนกิน ถ้าไม่มีอาหารตกถึงท้องเขาอาจหิวตายในวันรุ่งขึ้นก็เป็ได้
แต่ไม่นานเขาก็ลุกจากโต๊ะอาหารเป็คนแรก เพราะเขาทานพอรองท้องเพียงเท่านั้น ปล่อยให้คู่แฝดทานอย่างเอร็ดอร่อยต่อนับเป็เื่ที่ดีกว่า
ทว่าความยากลำบากของเ้าหยางจื่อยังไม่จบลงเท่านี้ เมื่อเขาได้ทานน้ำเข้าไป เขาก็พ่นมันออกมาแทบจะทันที!
พรวด!!!
'บัดซบ! แม้แต่น้ำก็ยังไร้คุณภาพ!'
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel