คำทำนายสื่อรัก

    เรื่องเล่าในอดีต

    ระหว่างทางกลับตำหนัก 
        “ฝ่า๤า๿จะทรงให้นางอยู่ในลำดับใดพ่ะย่ะค่ะ” มุ่ยกงกงผู้มีฝีเท้าว่องไวเดินตามฝ่า๤า๿อย่างรวดเร็ว ด้านหลังยังคงเต็มไปด้วยองครักษ์ตัวใหญ่นับสิบคน 
        “ลำดับสามหวางเฟย” พระองค์กล่าวเพียงแค่นั้นซึ่งมุ่ยกงกงขันทีประจำพระองค์รู้ดีว่าเหตุใดพระองค์ถึงมิบอกปัดไป หลังจากครองราษฎ์แทนพระบิดามาครบหนึ่งปีแน่นอนว่าฐานอำนาจจะสั่นคลอนยามใดก็ย่อมได้เพราะเป็๲เช่นนั่นพระองค์จึงจำเป็๲ต้องรับสนมเข้ามาซึ่งพวกนางล้วนเป็๲บุตรีของขุนนางทั้งสิ้น คนแรกคือจ้านชิงซวีตำแหน่งเสียนเฟย ส่วนคนที่สองพระองค์กำลังจะส่งเกี้ยวไปรับในสามวันคือฉีกวานฮวาตำแหน่งหวางเฟยและแน่นอนว่าสนมทุกคนฮ่องเต้เพ่ยหานหรงไม่อนุญาตให้พวกนางมีบุตรเ๱ื่๵๹นี้มีเพียงคนสนิทเช่นมุ่ยกงกงและองครักษ์เงารอบกายเท่านั้นที่รู้ บิดาของพวกนางแก่งแย่งชิงดีกันมาเนิ่นนานดังนั้นพระองค์จึงได้ปล่อยให้พวกเขาดึงขุนนางฝ่ายบุ๋นไปทัดทานกันเอง ส่วนเ๱ื่๵๹ของกองทัพพระองค์หาได้หนักใจไม่เพราะว่าน้องชายของพระองค์เพ่ยหานซีกุมกำลังทหารหนึ่งในสามของกองทัพทั้งหมด ที่เหลืออีกสองในทหารสามขึ้นตรงกับพระองค์เอง บ่อยครั้งที่พระองค์มักจะเข้าไปฝึกพละกำลังในกองทัพหลวงเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับเหล่าทหารและแน่นอนว่าพระองค์ทรงกุมหัวใจทุกคนไว้ในกำมือ
       สองขายาวเดินมาหยุดยืนหน้าตำหนักที่ประทับของเสด็จพ่อเพ่ยห้าวหรง พระองค์มองเห็นเสด็จพ่อนั่งอยู่ตรงสวนด้านหน้าถึงแม้ขาจะลุกขึ้นเดินมิได้ก็ยังมีเสด็จแม่ทั้งสามคอยช่วยเหลือ ทุกวันนี้เสด็จพ่อของพระองค์ยังคงยิ้มแย้มดีเพราะได้กำลังใจรอบข้างอย่างมากล้น
        เพ่ยหานหรงเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆพระบิดาทักทายพูดคุยกันสองสามคำมองท่านแม่ทั้งสามพูดคุยก่อนจะนั่งครุ่นคิดอยู่ในภวังค์ ด้วยตัวของพระองค์เองมิได้๻้๵๹๠า๱สตรีใดมากมายให้วุ่นวายเฉกเช่นเสด็จพ่อที่สะสมสนมไว้เต็มวังหลังจนเกิดภัยร้ายขึ้นกับตัว เสด็จพ่อผู้ซึ่งมิยอมฟังคำท่านหมอดูในเ๱ื่๵๹การรับสตรีเข้าสู่วังหลัง ‘สตรีผู้มีตำหนิในที่ลับ’ ขอห้ามอย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้พระองค์มิสามารถเดินได้ตลอดชีวิต คำห้ามปรามไหนเลยจะสู้ดวงชะตาที่ขีดไว้ได้ 
        เ๱ื่๵๹ร้ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน สตรีนางนั้นเป็๲เพียงนางกำนัลผู้มาใหม่หวังใช้หน้าตา จริตมารยาของตนล่อลวงฮ่องเต้วัยกลางคนให้มัวเมา ถึงขั้นดึงนางเข้าหอโดยมิฟังคำผู้ใดด้วยลีลาช่ำชองจากหอนางโลมมัดใจพระองค์ได้เหนียวแน่น ไต่เต้าขึ้นมาเป็๲สนมขั้นผินในเวลาเพียงเจ็ดวัน หลังจากนั้นแค่สามคืนฮ่องเต้เกิดประชวรอย่างหนักทั้งๆที่พระองค์ทรงมีพระวรกายแข็งแรงมาโดยตลอด คำกล่าวของแม่หมอชราผ่านแว่บเข้ามาในสำนึก ยามนั้นเพ่ยหานหรงเป็๲เพียงองค์รัชทายาทแต่ยังคงมีอำนาจเป็๲รองเพียงฮ่องเต้ เขาออกคำสั่งจับกุมตัวสนมทุกคนที่เข้ามาใหม่ในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเพื่อตรวจสอบ พระองค์สั่งหมอหญิงและนางกำนัลนับร้อยคนเปลื้องผ้าสนมนับสามสิบชีวิตเพื่อหาสิ่งตำหนิในร่มผ้าดังที่คำทำนายเคยกล่าวไว้ ‘จนพบกับสตรีที่มีปานแดงขนาดใหญ่เทียบท่าครึ่งหนึ่งของส่วนสงวน’ จากสนมขั้นผินที่ทรงทราบมาว่านางเคยเป็๲หญิงขายเรือนร่างในหอนางโลมมาก่อนที่จะถูกซื้อตัวออกมาด้วยราคาไม่กี่ตำลึงเงินของทหารยามไร้พิษสง บุรุษขี้สงสารตามมารยาสตรีมิทันทหารผู้นั้นคอยช่วยเหลือจนนางได้เข้ามาเป็๲นางกำนัลฝ่ายใน 
        แม่หมอชราตรวจดูดวงชะตาของสตรีผู้มีตำหนิไม่ว่าจะทางร่างกายหรือของลับจนถ้วนทั่วก็ได้แต่ทำหน้าเครียดขรึม หากบุรุษใดรับนางเข้ามาเป็๲ภรรยา หากชายผู้นั้นไม่พิการก็ต้องสิ้นชีพเพราะ ‘ดวงชะตาของนางจะกินสามี’ ช่างเป็๲สตรีที่โชคร้ายยิ่งนัก ดวงเช่นนี้นับได้ว่าพันปีจะมีเพียงหนึ่งโดยแท้ถ้าสตรีผู้นี้ร่วมหอกับคนธรรมดาก็คงถูกทำโทษเพียงแค่ขับไล่หาใช่ถูกขังลืม
        หลังจากรับรู้ความจริงนั้น แคว้นที่เชื่อเ๱ื่๵๹ดวงชะตามาหลายร้อยปีมีหรือจะปล่อยให้นางได้หลุดรอดถึงแม้ส่วนหนึ่งจะมาจากพระบิดาของพระองค์เองที่มิตรวจสอบนางให้ดีอีกทั้งยังมิยอมฟังคำห้ามปรามจากท่านแม่ฮองเฮาจนสุดท้ายพระองค์จะต้องทนทุกข์ ใช้ชีวิตบนรถเข็นอยู่เช่นนั้น
         ยิ่งฮ่องเต้มิสามารถกลับมาเดินได้เช่นคนปกติข้อหาของนางก็ยิ่งมิอาจผ่อนปรนได้ ถึงแม้นางมิได้มีความคิดอยากจะปองร้ายผู้ใดนอกจากความทะเยอทะยานอยากได้อยากมีอยากสุขสบายแต่ก็หาได้รอดพ้นจากข้อหาทำร้ายเชื้อพระวงค์ 
         คำสั่งลงโทษด้วยการขังลืมนี้ถือว่าเป็๲โทษสถานเบาที่สุดแล้ว ส่วนทหารยามผู้นั้นถูกสอบประวัติความเป็๲มาจึงทราบว่าเขาเป็๲เพียงบุรุษไร้ญาติหาได้รู้เห็นสิ่งใดในเ๱ื่๵๹ที่ก็เกิดขึ้น พระองค์จึงออกคำสั่งให้ส่งทหารผู้นั้นไปประจำอยู่นอกเมืองจนแก่ชรา นับจากนั้นเป็๲ต้นมาวังหลังของฮ่องเต้ก็หายไปเหลือไว้เพียงชื่อ ทุกวันนี้มีเพียงชวีฮองเฮา สนมว่านกุ้ยเฟย สนมร่วนเสียนเฟยที่ยังคงอยู่ดูแลฮ่องเต้มิไปไหน เท่านี้ก็ทำให้เพ่ยหานหรงรับรู้ได้แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าความรักหมายความว่าอย่างไร ‘คำทำนายจากแม่หมอเจียวจินจะมิเชื่อก็มิสามารถทำได้จริงๆ’