ท้องพระโรงใหญ่ในวังหลวงถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงสดและโคมไฟทองที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ งานอภิเษกสมรสระหว่าง องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน กับ ไป๋อวี้หลัน บุตรสาวเสนาบดีใหญ่ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ
ไป๋อวี้หลัน สวมชุดแต่งงานสีแดงสด อาภรณ์ของนางปักลวดลายัทองที่สะท้อนความงามและความสูงศักดิ์ของตำแหน่งพระชายาเอก นางยืนอยู่ข้างองค์รัชทายาทอย่างสง่างาม แม้ใบหน้าจะประดับด้วยรอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ท่ามกลางเสียงอวยพรและพิธีการที่ดำเนินไปด้วยความอลังการ นางเหลือบมองชายผู้เป็สามีในนามของตน… หลี่หย่งเทียน ดวงตาของเขาไม่ได้มองมาทางนางเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ตำหนักพระชายาเอกเต็มไปด้วยความวุ่นวายของงานพิธี หลินเหม่ยซิน สนมขั้นกลางขององค์รัชทายาท กลับถูกจัดให้อยู่ในตำหนักหยกขาวตามธรรมเนียม นางเฝ้ามองแสงโคมที่ส่องไหวจากระยะไกล ดวงตาฉายแววเศร้าหมอง แม้ไม่มีน้ำตา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความเ็ป
ยามค่ำคืนหลังพิธีแต่งงาน
หลังจากพิธีการเสร็จสิ้น ทุกอย่างในตำหนักพระชายาเอกก็เงียบงัน ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ในตำหนักของตน ใบหน้างดงามยังคงเรียบนิ่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความขุ่นมัว
“องค์รัชทายาทล่ะ?” นางถามนางกำนัลคนสนิทที่ยืนก้มหน้าอยู่
“องค์รัชทายาท…เสด็จไปตำหนักหยกขาวเพคะ” นางกำนัลตอบอย่างลังเล
แววตาของอวี้หลันเย็นเยียบขึ้นทันที “ตำหนักหยกขาว? นั่นคือที่ของเหม่ยซิน…” นางพึมพำ น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
นางนั่งอยู่ในตำหนักด้วยความสงบเสแสร้ง รอคอยให้เขากลับมา… แต่ทั้งคืนกลับไม่มีแม้เงาของเขา
ที่ตำหนักหยกขาว
หลี่หย่งเทียนนั่งอยู่กับหลินเหม่ยซิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มอบให้เพียงนาง “ข้ารู้ว่าคืนนี้เ้าต้องรู้สึกอ้างว้าง… แต่ข้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าต้องเ็ปเพียงลำพัง”
เหม่ยซินยิ้มเศร้า “แต่นี่คือคืนแต่งงานของพระองค์… พระองค์ไม่ควรอยู่ที่นี่เพคะ”
“เ้าอยู่ในใจของข้า” เขาตอบหนักแน่น “ตำแหน่งใดไม่สำคัญ สำหรับข้า เ้าคือคนที่ข้ารักที่สุด”
ที่ตำหนักพระชายาเอก
ยามรุ่งสางมาถึงโดยที่องค์รัชทายาทไม่ได้ปรากฏตัวในตำหนักพระชายาเอกเลยทั้งคืน นางกำนัลที่รับใช้ใกล้ชิดพากันเงียบงัน ไม่กล้าเอ่ยคำใด เมื่อเห็นสีหน้าของไป๋อวี้หลัน
นางลุกขึ้นยืน สวมอาภรณ์เรียบหรูแล้วก้าวออกไปยังลานกว้าง ดวงตาจับจ้องไปยังตำหนักหยกขาวที่อยู่ไกลออกไป น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว
“หลี่หย่งเทียน…เ้าจะไม่รักข้าก็ช่างเถิด แต่เ้าจะหักหน้าข้าต่อหน้าผู้อื่นไม่ได้!”
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ววังหลวงในเช้าวันรุ่งขึ้นว่า องค์รัชทายาทละเลยพระชายาเอกในคืนแต่งงาน และเลือกใช้เวลาทั้งคืนกับสนมของเขา เสียงซุบซิบดังไปทั่วราชวัง นินทาถึงการดูิ่ที่พระชายาเอกต้องเผชิญ
ยามเช้าหลังคืนแต่งงาน เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วราชสำนักและวังหลัง ทุกผู้คนต่างพูดถึงเหตุการณ์ในคืนที่ผ่านมา องค์รัชทายาทเลือกใช้เวลาทั้งคืนกับสนมขั้นกลาง หลินเหม่ยซิน ทิ้งให้ ไป๋อวี้หลัน พระชายาเอก ต้องนั่งรอในตำหนักของตนอย่างเดียวดาย
ในตำหนักพระชายาเอก นางกำนัลที่รับใช้อยู่ต่างเงียบงัน ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำใดต่อหน้าผู้เป็นาย ไป๋อวี้หลัน นั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชา ใบหน้างดงามของนางเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเ็า
“เสียงซุบซิบคงดังก้องไปทั่ววังแล้วสินะ” อวี้หลันเอ่ยเสียงเรียบ ขณะยกถ้วยชาขึ้นดื่ม
นางกำนัลคนหนึ่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าอย่างลังเล “เพคะ… ตอนนี้ในวังหลังต่างพูดถึงเื่ที่องครัชทายาทเสด็จไปตำหนักหยกขาว”
ถ้วยชาถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแ่เบา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของอวี้หลัน “ก็ดี… ข้าจะให้ทุกคนเห็นเองว่า ข้าไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้เื่เช่นนี้ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
ที่ตำหนักหยกขาว
หลี่หย่งเทียนนั่งอยู่กับหลินเหม่ยซิน แม้ยามเช้าจะเริ่มต้นด้วยความสงบในตำหนัก แต่ข่าวลือจากภายนอกก็เริ่มแทรกเข้ามา
“องค์รัชทายาทเพคะ… ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่ววังแล้ว” เหม่ยซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
หลี่หย่งเทียนถอนหายใจยาว ดวงตาคมมองออกไปยังสวนหน้าตำหนัก “ข้ารู้… แต่มันไม่สำคัญสำหรับข้า”
“แต่ว่า…”
“เหม่ยซิน” เขาขัดขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน “ข้ารู้ว่าเ้ากังวล แต่ตำแหน่งและคำพูดของคนอื่นไม่มีค่าเท่ากับเ้าสำหรับข้า ข้าทำในสิ่งที่หัวใจข้า้า”
แม้คำพูดของเขาจะปลอบโยนเหม่ยซิน แต่นางรู้ดีว่าในวังหลวงแห่งนี้ ความรักเพียงอย่างเดียวไม่อาจปกป้องใครได้
ที่ท้องพระโรง
ฮ่องเต้ทรงรับฟังรายงานจากขันทีและขุนนางในราชสำนักเกี่ยวกับข่าวลือที่แพร่สะพัด พระพักตร์ของพระองค์เคร่งขรึม ขณะหันไปมองหลี่หย่งเทียนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำของเ้าทำให้เกิดผลกระทบอย่างไร?” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงตำหนิ
หลี่หย่งเทียนคุกเข่าลง “ลูกทราบดีพ่ะย่ะค่ะ แต่ลูกไม่อาจปล่อยให้เหม่ยซินต้องอยู่ลำพังในคืนแรกที่นางเข้าวัง”
ฮ่องเต้ทรงถอนพระทัย “เ้าจะทำตามอารมณ์ของตัวเองในเื่ส่วนตัว แต่จำไว้ว่า การกระทำของเ้ามีผลกระทบต่อราชสำนักและแคว้น เ้าต้องรู้จักควบคุมตัวเอง”
ไป๋อวี้หลัน ได้ยินเื่นี้จากนางกำนัล ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เขากล้าเสี่ยงทำลายเกียรติของข้าเพียงเพื่อสนมนางนั้น” อวี้หลันพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเปล่งประกายความเย็นเยียบ
นางลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึกและยิ้มเล็กน้อย “ถ้าเขาเลือกทำลายข้าในสายตาผู้อื่น ข้าก็จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน… ในวังหลวงแห่งนี้ ใครจะอยู่หรือไป ข้าจะเป็ผู้กำหนดเอง”
ยามสาย เสียงกระซิบกระซาบยังคงดังก้องไปทั่วตำหนักต่างๆ ของวังหลวง เื่ราวที่องค์รัชทายาทเลือกใช้เวลาคืนแต่งงานกับสนมขั้นกลาง หลินเหม่ยซิน และละเลย ไป๋อวี้หลัน พระชายาเอก กลายเป็หัวข้อสนทนาอย่างเผ็ดร้อนของเหล่านางกำนัลและขุนนางในวัง
ที่ตำหนักพระชายาเอก ไป๋อวี้หลัน ยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ดวงตาคู่คมจับจ้องเงาสะท้อนของตัวเอง ใบหน้าของนางยังคงงดงามไร้ที่ติ แต่ความสงบภายนอกซ่อนความเดือดพล่านภายในใจ
“เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?” นางเอ่ยกับตัวเองเบาๆ แต่แฝงด้วยความเยือกเย็น
ที่ตำหนักหยกขาว
หลินเหม่ยซินนั่งอยู่ในห้องอย่างสงบ ท่ามกลางความงดงามเรียบง่ายของตำหนัก นางมองไปยังสวนหน้าตำหนัก ใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก ก่อนที่ประตูจะเปิดออกเผยให้เห็น องค์รัชทายาทหลี่หย่งเทียน เขาก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“องค์รัชทายาท…” เหม่ยซินลุกขึ้นยืน ค้อมกายเล็กน้อย
“เ้าไม่ต้องทำเช่นนั้น” เขาเอ่ยขณะเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขามองนางอย่างอ่อนโยน “ข้ามาเพื่อดูว่าเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
เหม่ยซินยิ้มจางๆ “ข้าสบายดีเพคะ…แต่ข้าเกรงว่า…”
“อย่ากังวล” เขาตัดบท น้ำเสียงหนักแน่น “ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ข้าจะปกป้องเ้าเอง”
คำพูดของเขาทำให้นางรู้สึกอบอุ่น แต่ในส่วนลึกของหัวใจ นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในวังหลวงไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
ที่ท้องพระโรง
ฮ่องเต้ประทับบนพระเก้าอี้ทรงงาน ขณะที่ขุนนางระดับสูงรวมตัวกันรายงานสถานการณ์ต่างๆ ข่าวลือเกี่ยวกับองค์รัชทายาทและสนมเหม่ยซินถูกกล่าวถึงเป็ครั้งคราว สร้างความไม่พอพระทัยแก่ฮ่องเต้
“การกระทำของรัชทายาทสร้างความวุ่นวายในราชสำนัก” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่เราจะปล่อยให้เื่นี้เลือนหายไปเอง ขุนนางทุกคนจงระมัดระวังคำพูด อย่าให้ข่าวลือบั่นทอนความสงบของราชวงศ์”
ยามบ่าย อวี้หลันเรียกประชุมเหล่านางกำนัลคนสนิท นางยืนตรงกลางห้อง รัศมีแห่งอำนาจแผ่ซ่านทั่วทุกมุม
“ข่าวลือเ่าั้…ปล่อยให้มันแพร่สะพัดต่อไป” นางกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยว “หากองค์รัชทายาทเลือกที่จะหักหน้าข้า ข้าก็จะไม่หยุดที่จะทำให้เขารู้ว่า… ในวังหลังนี้ ไม่มีใครทำลายข้าได้”
นางกำนัลคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ “แต่พระชายาเพคะ ข่าวลือเช่นนี้อาจทำลายชื่อเสียงของพระองค์ด้วย…”
อวี้หลันยิ้มเย็น “ชื่อเสียงหรือ? ชื่อเสียงไม่ได้มีค่าในเกมนี้ สิ่งที่ข้า้าคืออำนาจ และข้าจะทำให้แน่ใจว่า ต่อให้ข้าถูกเกลียดชังเพียงใด ข้าก็จะเป็คนที่อยู่เหนือทุกคนในวังหลังนี้”
“หลี่หย่งเทียน เ้าเลือกที่จะละเลยข้าในคืนแต่งงาน แต่ข้าจะทำให้เ้าและทุกคนในวังนี้รู้ว่า…ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้”