เพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี)

    บทที่ หนึ่งร้อยสิบเอ็ด มังกรพันวิหค

     

    บทที่ หนึ่งร้อยสิบเอ็ด

     

    ฟ้าสีครามบนยอดเขาวัดซานป๋อถูกไอหมอกยามเช้าบดบังให้กลายเป็นสีเงินอ่อนขบวนเสด็จของไทเฮาเคลื่อนผ่านภูเขาหินผาริมทางข้ามสะพานไม้ไผ่เข้าสู่ลานวัดซานป๋ออย่างสงบเงียบ

    เสียงระฆังเบาๆดังก้องในอากาศ ท่ามกลางกลิ่นหอมของธูปและกลิ่นไม้จันทน์จากโถงใหญ่ เสี่ยวเฟินยืนอยู่บนลานกว้างในอาภรณ์เรียบง่ายสะท้อนกับเงาร่มไม้เหมือนอยู่ในความฝันทว่าดวงหน้านั้นกลับห่อเหี่ยวไม่ต่างจากกลีบดอกไม้ที่ถูกสายลมพัดร่วงโรย

    แม้ลมภูเขาจะเย็นสดชื่นแต่นางกลับรู้สึกหนาวลึกอยู่ในอก ทั้งตำหนักเงียบชืดทั้งผู้คนโดยรอบล้วนวางท่าระมัดระวัง ไม่มีเสียงเรียกของโหย่วฉิงไม่มีการบ่นพึมพำของเซวียนซิน มีเพียงนักพรตไท่อี้และไทเฮาที่นางไม่ชอบแม้แต่ปลายเงา

    ขบวนของไทเฮามาถึงวัดซานป๋อก่อนเพราะขบวนเล็กทำให้รวดเร็วกว่าจากนั้นผ่านไปสองวัน ขบวนทัพหลวงของฮ่องเต้จึงเคลื่อนถึงเชิงเขาเบื้องล่างของวัดพักแรมห่างออกไปเพียงครึ่งลี้ ขบวนใหญ่ทอดยาวกลางทุ่งหญ้าริมเชิงเขา เสียงกลองรบเสียงม้าเสียงฝึกซ้อมดาบดังลอดมาไกลจนเสี่ยวเฟินที่นั่งเหม่อมองยอดไม้ยังสะดุ้งเงยหน้า

    จนเมื่อแสงตะวันใกล้ลับยอดไม้ร่างสูงในชุดเกราะลายมังกรคลื่นสีดำก็ปรากฏตรงหน้า ลมที่พัดพาเศษใบไม้แห้งเล็กๆกลับดูอบอุ่นกว่าที่เคย “หยงเฉิงมาแล้ว..” นางลุกขึ้นเอ่ยเสียงเบาดวงตาทอแววดีใจจนมิอาจซ่อน

    โม่หยงเฉิงพยักหน้าน้อยๆ“เดี๋ยวเรามาหาเจ้าไปรอเราที่ห้องพักเถอะ”ก่อนจะเข้าไปสนทนากับมารดาที่ในห้องอีกฟากเมื่อเสร็จแล้วจึงเดินตรงมาหานางที่ห้องพักเล็กใต้ชายคาวิหารริมศาลาบัวสลักที่ล้อมไว้ด้วยผนังหินเก่าแก่

    “เจ้ายังไม่ชินที่นี่หรือ?” เขาเอ่ยอย่างรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

    เสี่ยวเฟินพยักหน้าแล้วเดินมาใกล้วางมือแนบอกเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ

    “ข้าไม่ชอบที่นี่เลย..เงียบ..วังเวง ไม่มีใคร ไม่มีเสียงนกไม่มีแม้แต่กลิ่นไม้ผล หนาวจับใจเสียยิ่งกว่าตอนอยู่ป่าเมฆขาวเสียอีก”

    โม่หยงเฉิงสบตานางอย่างอ่อนโยนแววตาเขามีรอยลังเล แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่ “ยังปลายเหมันต์เลยยากจะมีนกมาเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าอย่างไรเจ้าก็ทนอยู่ไปก่อน ครานี้เราไม่ได้ออกไปตรวจบ้านเมือง หากแต่ยกทัพออกรบ”

    เสี่ยวเฟินเงยหน้าขึ้นทันทีดวงตาแดงเรื่อเพราะความคับค้องใจ “ไม่ใช่ว่าเช่นนั้นข้าก็ยิ่งต้องไป! ข้าไม่อยากอยู่ห่างท่าน..” นางกล่าวอ้อนพลางกำชายเสื้อเขาไว้แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด ราวกับกลัวว่าเขาจะสลายกลายเป็นลมแล้วหายไปตรงหน้า

    แต่บุรุษตรงหน้ากลับยกมือขึ้นแนบสองแก้มของนางเบาๆเอ่ยอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวเฟิน..เจ้าเป็นคนรักของเราหากแม่ทัพหลวงยังละเมิดกฎแล้วจะให้ใครเคารพ?” เขายิ้มให้นางหวังให้นางอุ่นใจมากขึ้น“อีกอย่าง..ที่นี่ปลอดภัยกว่าวังหลวงมากเมื่อสงครามจบ เราจะกลับมาหาเจ้า และเจ้าจะเป็นคนแรกที่เราอยากพบหน้า..เจ้าไม่ดีใจหรือ?”

    คำพูดเรียบง่ายกลับสั่นสะเทือนถึงห้วงหัวใจเสี่ยวเฟินเม้มริมฝีปากไว้แน่น สุดท้ายก็คลายมือที่กำเสื้อเขาอยู่ “ได้..” นางต้องยอมรับเพราะไม่อยากให้เขาอึดอัดใจ

    โม่หยงเฉิงคลี่ยิ้มพลางโน้มลงกดจูบเบาๆที่หน้าผากของนางอีกครา ก่อนที่เขาจะเอ่ยร่ำลาแล้วหมุนกายเดินจากไปเสี่ยวเฟินยืนมองแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนลับสายตาราวกับดวงจันทร์หลบเร้นหลังม่านเมฆ

    แต่แล้ว..ขณะที่นางยังยืนเหม่ออยู่นั้นร่างหนึ่งในอาภรณ์สีหม่นแทรกกลิ่นธูปจางๆ ก็ก้าวเข้ามา “เหอผิน..”

    เสียงต่ำของนักพรตไท่อี้ทำให้นางหันมาทันทีสีหน้าของนางกลับไม่ต้อนรับแม้แต่น้อย “ท่านต้องการอะไรอีก” น้ำเสียงแข็งกระด้างและไม่ปิดบัง

    แต่ชายสูงวัยเพียงยิ้มบางดวงตาเรืองรองแฝงความหยั่งรู้ “ข้าก็..มีข้อเสนอให้เจ้า” เสี่ยวเฟินขมวดคิ้วทันทีแต่คำพูดถัดไปกลับทำให้นางเบิกตากว้าง “เจ้าต้องการตามเสด็จฮ่องเไปหรือไม่? ข้าช่วยเจ้าได้”

    “จริงหรือ?” เสียงนั้นแผ่วลงอย่างไม่เชื่อหู

    นักพรตไท่อี้พยักหน้า“แต่ต้องในร่างกาเท่านั้นห้ามเป็นมนุษย์เด็ดขาด”

    ดวงตาของเสี่ยวเฟินมีประกายตื่นเต้นนางพยักหน้ารับทันที “ได้! แค่ตามไปได้ก็พอ! จริงนะ? ข้าไปได้จริงๆ หรือ?”

    นักพรตไท่อี้ไม่ตอบในทันทีหากแต่เขาคลายกำไลหยกที่หุ้มยันต์สะกดพลังออกจากข้อมือของนางแล้วเหวี่ยงมันทิ้งลงบนแผ่นหินผุกร่อนข้างๆ ทาง

    ชั่วครู่หลังนั้นร่างของหญิงสาวในชุดไหมสีครามก็หายวับไปเหลือเพียงปีกขาวสะอาดของกาแวววาวที่ตวัดขึ้นลงโผ่สู่เวหา ทิ้งไว้เพียงเสียงกระพือปีกคล้ายบทเพลงของโชคชะตา

    ชั่วครู่หลังเสี่ยวเฟินจากไปนักพรตไท่อี้ก็เข้าเฝ้าไทเฮาที่ห้องด้านในของวิหารวัดซานป๋อ “นางไปแล้วหรือ?” ไทเฮาเอ่ยพลางทอดตามองพระพุทธรูปศิลาสีทองอ่อน

    “พ่ะย่ะค่ะ” นักพรตไท่อี้พนมมืออย่างสงบ “แต่ขอทรงวางพระทัย นางต้องติดตามฝ่าบาทไปแน่ๆหรือแม้นางจะหนีไปจริงๆ แต่กระหม่อมก็มีวิธีกำราบให้นางกลับมาเอง”

    ไทเฮาครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่สีหน้าเคร่งเครียด “ข้าเริ่มรู้สึก..โอรสข้าเริ่มหลงใหลนางมากเกินไปเสียแล้วหากพิธีสำเร็จเราไม่จำเป็นต้องมีนางใช่หรือไม่?”

    นักพรตไท่อี้นิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความมั่นใจ “ขอให้ไทเฮาทรงอดทนอีกไม่นานพิธีสำเร็จแล้วหลังจากนั้น..จะให้จัดการอย่างไรก็ไร้ปัญหา”

    “ต้องหาวิธีที่จะไม่กระทบมาถึงพวกเรา..”

    ...

    เสียงลมหนาวจากชายแดนพัดกระโชกแรงพาเอากลิ่นดินกลิ่นหญ้าแห้งอบอวลไปทั่วค่ายทหารกระโจมที่เรียงรายตามแนวเขารับแสงอาทิตย์ทองเป็นเงาเอียงยาวระย้าระหว่างสนามฝึกโม่หยงเฉิงก้าวออกจากกระโจมแม่ทัพหลุบตาพินิจเหล่าทหารที่กำลังฝึกยุทธ์หอกทวนอย่างเข้มงวดดวงตาเรียบนิ่งอย่างที่เคย..หากแต่ความคิดในใจกลับไม่อาจสงบนิ่งได้เฉกเช่นนั้น

    “อีกครึ่งเดือนเราจะเริ่มยุทธการปิดล้อมภูเขาตะวันอัสดง” เขาเอ่ยกับแม่ทัพรองข้างกายแต่แล้วจู่ๆ เสียงแหลมเล็กของนกกาดังแว่วขึ้นมาจากฟ้าเบื้องบนทำให้ชายหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นมอง

    กาตัวหนึ่ง..ขาวบริสุทธิ์ ไม่มีจุดดำบนขนที่มันขลับเป็นประกายงามมันบินโฉบลงต่ำเหนือกระโจมแม่ทัพก่อนจะเกาะลงบนปลายเสาไม้ด้วยท่าทีแปลกนักมันไม่หวาดกลัว ไม่ลนลาน ไม่แม้แต่จะขยับปีกเสียด้วยซ้ำ ราวกับ..กำลังจับจ้องเขาอยู่จริง ๆ

    "อีกแล้วหรือ.." เขาพึมพำกับตนเองมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

    "ฝ่าบาทจะทหารไล่มันหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" รองแม่ทัพข้างตัวเอ่ยอย่างระวังไม่รู้ว่าผู้ทรงอำนาจจะรำคาญใจเจ้ากาตัวนี้หรือไม่

    แต่โม่หยงเฉิงกลับโบกมือเพียงครั้ง"ปล่อยมันเถอะ..อาจจะเป็นเจ้าตัวนั้นก็ได้"

    ใช่..มันเป็นกาตัวเดิมตัวที่บินตามเขาตั้งแต่เริ่มเคลื่อนพลจากวัดซานป๋อเขาไม่ใช่คนหลงเชื่อเรื่องพิสดาร แต่กาสีขาวปลอดสะอาดอย่างนั้นไม่ใช่ของชินตาในแผ่นดินนี้นักและบ่อยครั้งที่เสียงร้องของมันดังกระตุกประสาทหูให้หันกลับไปในเวลาสำคัญพอดิบพอดีมันเคยช่วยเขาหลบคมดาบมาสองสามคราแล้ว..

    “เสี่ยวเฟิน..เจ้าส่งสหายของเจ้าตัวนี้มาหาเราหรือ?” เขาเคยเอ่ยถามในใจเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้งถึงแม้ใจลึกๆ เขาจะรู้ดีว่าคำตอบคือสิ่งที่เขาไม่อยากจะยอมรับมากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติ..

    แต่สุดท้าย..เรื่องที่เขากลัวก็เกิดขึ้นจนได้กลางสนามรบบนเนินเขารกร้างของเขตศัตรูซึ่งเต็มไปด้วยทหารฝั่งตรงข้ามที่ต้านทานยืดเยื้อกินเวลากว่าที่ควรจะเป็นแผนการบีบแนวหลบถูกใช้ในคราเดียวกันขณะเขานำทัพเร่งตีโอบคนในกองรายล้อมทั้งด้านซ้ายและขวา คมดาบแวบวาบสามเล่มจู่โจมมาจากแนวลับตา

    “กา!” เสียงร้องแหลมเรียกจากด้านบนทำให้โม่หยงเฉิงสะดุ้งหันกลับอย่างเคยชินทว่า..ช้าไปเพียงครึ่งก้าวคมดาบหนึ่งฟาดเข้ากลางหลังเฉียงจรดบ่า เลือดไหลซึมเปื้อนเกราะทองแดงเปล่งประกายใต้แดดอัสดงเขากัดฟันแน่นแต่ยังกระโจนเข้าโต้ตอบ ก่อนที่ทหารติดตามจะช่วยเข้ามาล้อมไว้ได้ทัน

    ผู้นำทัพถูกพากลับค่ายทันทีในยามเย็นฟ้ากำลังเปลี่ยนสีและหมอกยามพลบคลี่ตัวลงมาปกคลุมทุ่งกว้างกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วกระโจมแม่ทัพ แพทย์ทหารลงมือรักษาอย่างเร่งรีบเสียงร้องกาดังไม่ขาดสายอยู่ภายนอก ยามเวรต้องขยับมือไล่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเมื่อแม่ทัพใหญ่เอ่ยสั่งว่าอย่าไล่มันก็ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงอีก

    "ปล่อยมันเข้ามา" เขาเอ่ยเสียงแผ่วขณะสายตาเลื่อนไปยังช่องเปิดกระโจม

    กาสีขาวตัวนั้นบินเข้ามาในแสงสลัวเกาะลงอย่างสงบที่ขอบโต๊ะไม้ตรงมุมกระโจม ก่อนจะแค่นิ่งไม่ขยับใดๆ อีกดวงตากลมวาวจ้องเขาแน่วนิ่ง ไม่มีความตื่นกลัว ไม่มีแม้แต่ความลังเลโม่หยงเฉิงจ้องตอบอยู่นาน ระหว่างที่ปล่อยให้แพทย์ทหารรักษาจนเสร็จ

    “เราไม่เป็นอะไรแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเปลี่ยนยา พวกเจ้าออกไปได้เถอะเราจะพักผ่อน” โม่หยงเฉิงสั่งกับแพทย์ทหารและทหารที่เก็บกวาดทำความสะอาดแม้คนเจ็บจะดูเสียเลือดแต่บาดแผลไม่เข้าจุดสำคัญใดๆ เลือดก็หยุดไหลเร็วทั้งเย็บแผลใส่ยาเรียบร้อยจึงไม่มีอะไรน่าห่วงทั้งหมดจึงออกจากกระโจมไป

    โม่หยงเฉิงหันมาสนใจกาขาวที่บัดนี้ยังนิ่งไม่ขยับแล้วเอ่ยถามเบาๆ“เสี่ยวเฟินส่งเจ้ามาหรือ?” เสียงของเขาต่ำแผ่วคล้ายสนทนากับเงาแห่งจินตนาการ “เจ้าอย่านำเรื่องนี้ไปบอกนางได้หรือไม่?”

    กาขาวไม่ขานตอบแค่จ้องกลับเขาอย่างมั่นคงราวจะสื่ออะไรบางอย่างและในตอนนั้นเองสายตาของโม่หยงเฉิงก็เบิกกว้าง เขารู้สึกถึงบางสิ่ง..ความอุ่นวาบในอก “ไม่ใช่ เจ้าคือ..เสี่ยวเฟินต่างหาก”

    ความเงียบสงัดนานหลายอึดใจก่อนที่ดวงตาดำขลับคู่เดิมแปรเปลี่ยนวาบหนึ่งเป็นดวงตาสีอำพันพราวแสงก่อนร่างที่เคยเป็นนกจะไหววูบกลางอากาศกลายเป็นร่างมนุษย์ที่เขาคุ้นเคยอย่างที่สุด เส้นผมยาวสีดำนุ่มปลิวไหวเสื้อคลุมบางสีขาวแนบลู่กับร่าง..เสี่ยวเฟินของเขา

    "เสี่ยวเฟิน.." เขาเอ่ยเบาหวิวราวเกรงว่าถ้าพูดแรงกว่านี้ นางจะหายไปต่อหน้าต่อตา

    “หยงเฉิง” นางพึมพำชื่อเขา ดวงตาใสรื้นวาวน้ำตาร่างบางโผ่เข้ามาใกล้แล้วทิ้งตัวลงแนบซบอกเขาหอบหายใจเล็กน้อยเพราะความรู้สึกที่ถูกปลดปล่อย ความคิดถึงที่เก็บกลั้นความกลัวที่ท่วมท้นตั้งแต่เขาออกจากวัดซานป๋อ นางเกือบจะตามเขาไม่ทันและอีกหลายครั้งที่เขาเกือบได้รับบาดเจ็บ และสุดท้ายนางก็ช่วยเขาไว้ไม่ได้..

    กลิ่นหอมจางจากเรือนผมนางละมุนแตะใจชายหนุ่มที่นั่งนิ่งรับร่างนุ่มนิ่มเข้ามาในอ้อมแขนเขายกมือขึ้นโอบแผ่นหลังบอบบาง ลูบแผ่วอย่างช้าๆ

    “เจ้า..” เขาเงียบไปเล็กน้อย กลืนคำพูดว่า ‘เจ้าไม่ใช่มนุษย์จริงๆ หรือนี่’ ลงไป ไม่ใช่มนุษย์แล้วอย่างไรเวลานี้เขาไม่อยากใส่ใจแล้ว เขาจึงเปลี่ยนมาเอ่ยปลอบนางอย่างหยอกเย้า "..ไม่ควรตามมาเช่นนี้เราบอกแล้วไม่ใช่หรือ?"

    “ข้ารู้..” นางเอ่ยเสียงอู้อี้ “แต่ข้าอยู่ห่างจากท่านไม่ได้จริงๆ”

    ในใจโม่หยงเฉิงรู้ชัดนางไม่ได้แค่ส่งกามาเฝ้าแต่คือมาด้วยตัวเองทั้งใจทั้งร่าง และนางคือปีศาจกาขาวจริงๆเช่นที่มารดาเขาเคยกล่าวไว้ หากแต่เขาปิดใจไม่ยอมเชื่อเอง แล้วเรื่องต่อชะตาอาจจะไม่ได้เป็นเพียงคำเพ้อพกของนักพรตแต่เป็นเรื่องจริงด้วยเช่นกัน? หากแต่เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป

    ‘เรื่องนั้นไว้ทีหลัง’ เขาบอกตัวเองแน่นิ่งพลางโน้มหน้าผากแตะศีรษะของนางเบาๆ เสียงเขาอ่อนโยนกว่าที่เคย "อย่างน้อตอนนี้..ข้าก็ปลอดภัย เจ้าวางใจได้แล้ว"

    ร่างของเขาถูกแสงตะเกียงอ่อนส่องให้เห็นความอ่อนแรงจากการบาดเจ็บแม้จะเป็นเพียงแผลตื้นบริเวณด้านหลัง แต่เพราะอยู่บนร่างของเขามันกลับราวกับเป็นบาดแผลบนหัวใจของนาง

    เสี่ยวเฟินยังเงียบไม่เอ่ยวาจาดวงตาใสจ้องร่างของบุรุษเบื้องหน้าอย่างเศร้าสร้อย ใบหน้าเล็กๆขบเม้มริมฝีปากแน่นราวกับเก็บกลั้นน้ำตา นางที่อยู่เคียงข้างเขากลับช่วยอะไรไม่ได้มากนางยกมือกุมปลายแขนเสื้อของตนเบาๆ เสียงกระซิบพร่าดังแผ่ว

    “ต่อไปข้าจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้..ข้าอยากมีประโยชน์กับท่านมากกว่านี้”

    โม่หยงเฉิงที่นั่งเอนพิงเบาะอยู่ยกมือข้างที่ไม่ได้พันแผลคว้าเรียวแขนของนางเบาๆ ดึงร่างนางเข้ามาใกล้โอบรัดนางไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าคมโน้มลงซบเรือนผมของนางเสียงทุ้มเอ่ยอย่างอบอุ่นและหนักแน่น “เสี่ยวเฟินเราไม่ต้องการสิ่งใดจากเจ้าแล้ว แค่เจ้ามาอยู่ตรงนี้ เท่านี้ก็มากเกินพอแผลนี้เล็กน้อยนัก เราเองต่างหากที่ต้องเก่งขึ้นกว่านี้ จะได้ไม่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บจนทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงอีก”

    เสี่ยวเฟินซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกอบอุ่นของเขาน้ำเสียงอู้อี้แต่ชัดเจนดังขึ้น “อย่าบาดเจ็บอีกนะ”

    ชายหนุ่มหลุบตามองใบหน้าเล็กๆที่แนบอกเขา ใจพลันสั่นคลอนราวกระเพื่อมตามคำขอแสนเรียบง่ายนั้นเขายกมือขึ้นลูบหลังของนางอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกโอบล้อมหัวใจเขาราวม่านหมอกบางในวสันต์ยามเช้า“เราจะพยายามที่สุด..เพื่อเจ้า”

    คำพูดนั้นมิได้กล่าวออกไปเพียงเพื่อปลอบประโลมหากแต่หนักแน่นราวคำสัตย์ปฏิญาณ เสี่ยวเฟินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองดวงตาดำขลับของนางใสสุกวาวในเงาแสงตะเกียงเหมือนทะเลสาบยามต้องแสงจันทร์ ความอ่อนโยนระคนหวั่นไหวฉายชัดอยู่ภายใน

    มือของโม่หยงเฉิงยกขึ้นวางทาบที่แก้มนวลกุมเบาๆ อย่างกลัวนางจะหลุดหายจากอ้อมแขนเขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจของทั้งสองประสานกันแล้วจุมพิตลงบนริมฝีปากบางนุ่มของนางอย่างแผ่วเบาราวขนนก

    จุมพิตที่เริ่มอย่างอ่อนโยนราวสัมผัสจากสายลมปลายฤดูทว่าเพียงครู่กลับเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้นเมื่อใจของเขาเริ่มไขว่คว้าและใจของนางก็เปิดรับอย่างเต็มเปี่ยม เสี่ยวเฟินหลับตารับสัมผัสนั้นโดยไม่ขัดขืนดั่งรู้ว่าช่วงเวลานี้จะตราตรึงอยู่ในใจนางชั่วชีวิต

    มือของเขาลูบไล้หลังนางช้าๆขณะที่แขนอีกข้างโอบรัดร่างนางแน่นขึ้นความอบอุ่นจากอ้อมกอดแทรกซึมเข้าไปในใจของนางจนไหล่อ่อนระทวยหัวใจเต้นถี่รัวไม่ต่างจากปีกนกเมื่อยามบินเหนือฟ้า

    “คืนนี้เรา..ขออยู่กับเจ้า” เสียงทุ้มแผ่วเอ่ยข้างหูของนางเมื่อริมฝีปากของเขาผละออกชั่วครู่ก่อนจะประทับจูบซ้ำลงอีกครั้งคราวนี้นุ่มนวลแต่แนบแน่นราวกับจะจารึกคำสัญญาลงบนริมฝีปากของกันและกัน

    บรรยากาศภายนอกกระโจมหนาวเย็นเช่นเหมันต์ฤดูหากแต่ภายในกระโจมกลับเร่าร้อนมีเสียงครางหอบเบาอย่างปล่อยตัวปล่อยใจและเสียงหัวใจที่สั่นสะท้านเป็นจังหวะเดียวกัน เสี่ยวเฟินซบใบหน้าลงกับหมอนของเขาแน่นกว่าเดิมฝ่ามือกุมชายเสื้อคลุมที่หลุดลุ่ยของเขาไว้แน่นราวกับกลัวจะสูญเสียอ้อมแขนนี้ไปขณะที่ร่างหนาสวมเข้ากอดล้ำลึกทั้งภายนอกและภายในเติมเต็มความอุ่นร้อนในกายหญิงสาว

    ราตรีหอมหวานของราคะนั้นทำให้คืนนี้ยาวนานกว่าคืนไหนๆสำหรับทั้งคนสอง ทุกลมหายใจที่แนบชิด แต่ขณะเดียวกันกลับสั้นราวกับพริบตาเดียว

    ...

    วัดซานป๋อไทเฮาผู้ที่กลับมาถึงห้องพักในวิหารหลังจากไปจุดธูปไหว้พระเช่นทุกวัน ไม่นานนักพรตไท่อี้ก็มาขอเข้าเฝ้าด้านนอกของที่พำนัก

    “ถึงเวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ครบสามร้อยวันตามที่กระหม่อมได้ตรวจดูฤกษ์ยามเวลานี้ดวงจิตทั้งสองพร้อมแล้ว พิธีการต่อชะตาสามารถเริ่มได้ทันที”นักพรตไท่อี้เว้นจังหวะชั่วครู่ “ไทเฮาส่งคนไปจับปีศาจกากลับมาเมื่อไรกระหม่อมก็ปรุงโอสถได้เมื่อนั้น..”

     

    คล้ายกับเรื่องเพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471