กู้เลี่ยงรุ่ยและปันน่าถูกยื้อเอาไว้จนอดีตเ้าสำนักกู้ไฉอี้กลับมาพร้อมหมอเทวดานามว่าเว่ยชิงในวันถัดมา ไม่รู้บังเอิญหรือฟ้าลิขิตกู้ไฉอี้รู้จักเป็การส่วนตัวกับเว่ยชิงยามเร้นกายปลีกวิเวกนับสิบปี แต่ไม่ได้บอกเล่าประวัติหรือเื่ราวของตนแก่เว่ยชิงเลย ทั้งยังไม่เคยเล่าเื่สำนักคุ้มภัยหรือศิษย์เอกให้ฟัง ทั้งสองเพียงคบหากันกันเป็สหายที่นั่งจิบชาคุยเื่โคลงกลอนเป็ครั้งครา และไม่เคยก้าวก่ายเื่ส่วนตัวที่ไม่้าเปิดเผยให้รู้ เพียงทำตัวเป็นักพรตพเนจรและใช้ชีวิตปลีกเร้นจากความวุ่นวายของยุทธภพ
ยามที่เว่ยชิงกำลังเสาะหาโสมคืนิญญาแถวหุบเขาต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ กู้ไฉอี้ก็ตามไปเจอและพาตัวกลับมาที่สำนักคุ้มภัยสกุลกู้ โดยมิได้คาดคิดว่าเว่ยชิงและกู้เลี่ยงรุ่ยรู้จักกันมาก่อน แต่เื่นี้ต้องพักไว้ก่อน เื่ด่วนที่ต้องรีบจัดการคือการรักษากู้เลี่ยงรุ่ยที่กลายเป็ผู้ป่วยหลังจากถูกตู้จิ้งกงซัดพลังใส่หลายครั้ง หากว่าเป็ร่างกายปกติของผู้อื่นคงม้วยมรณะไปแล้ว ดีที่ร่างกายนี้เคยเป็ของผู้ฝึกยุทธ์ แม้จะสูญเสียวรยุทธ์ไปจนสิ้นแต่ยังคงมีเกาะป้องกันในระดับที่ดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย
เดิมทีสภาพของกู้เลี่ยงรุ่ยก่อนที่เว่ยชิงจะจากไปนับว่าสาหัส อาคมฝ่ามือพรากิญญายังคงทิ้งร่องรอยและกัดกร่อนภายในจนคนผู้นี้มีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่ถึงสามเดือน ยามนี้เว่ยชิงไม่แปลกใจเลยที่เห็นสภาพหายใจโรยรินของกู้เลี่ยงรุ่ยบนตั่ง ร่างกายพันไปด้วยผ้าสีหน้าไร้สีเืและซูบผอมลงจากครั้งก่อนที่จากกัน ทว่าตอนที่จับชีพจรของกู้เลี่ยงรุ่ย เว่ยชิงก็พลันชะงักงันไป ร่องรอยปริศนาที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าทำให้กู้ไฉอี้และอู๋เยี่ยนที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองสบตากัน แต่มิได้พูดอะไร จะมีก็แต่อาจื่อเด็กกำพร้าที่เว่ยชิงแนะนำสั้นๆ ว่าเป็ศิษย์ที่รับมาเลี้ยงเอ่ยถาม
“อาจารย์ขอรับ พี่รุ่ยอาการแย่มากหรือครับ แล้วอาจารย์ได้โสมคนิญญามาหรือเปล่าขอรับ”
เว่ยชิงยังไม่เอ่ยอะไร แต่ย้ายตัวไปอยู่ข้างเตียงของปันน่า เด็กสาวที่มีอาการเช่นเดียวกับกู้เลี่ยงรุ่ยทุกระเบียดนิ้ว เว่ยชิงเอื้อมมือจับชีพจร ตรวจระดับการไหลเวียนและพลิกมือกลับมาเก็บไว้กับตัวเอง รับรู้เงียบๆ ว่ากู้เลี่ยงรุ่ยผูกิญญากับเด็กสาวคนนี้แล้ว ทว่านั้นไม่ใช่เื่ที่ทำให้เว่ยชิงชะงัก มีพลังสายหนึ่งที่เว่ยชิงไม่เข้าใจไหลเวียนอยู่ในตัวกู้เลี่ยงรุ่ยแต่ไม่มีในตัวปันน่า แสดงว่าพลังสายนี้ไม่ได้มาจากปันน่า เป็พลังปราณบริสุทธิ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง หากว่าเว่ยชิงเข้าใจไม่ผิดพลังสายนั้นก่อกำเนินมาจากโสมคืนิญญา ทว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมกู้เลี่ยงรุ่ยจึงมีโสมคืนิญญาในร่างได้ เป็คนผู้ใดหามาให้กู้เลี่ยงรุ่ยและั้แ่เมื่อไหร่
“อาจารย์ขอรับ” อาจื่อเดินไปถามอีก ใกล้จะร้องไห้อยู่ร่อมร่อแล้ว ทั้งพี่รุ่ยและพี่ปันน่าต่างก็นอนหมดสติเช่นนี้แล้วอาจื่อจะสบายได้อย่างไร
“อาจื่อ เ้าอยู่กับอารุ่ย ไม่สิ เ้าสำนักกู้ตลอดเลยหรือไม่ ไหนเ้าลองเล่าเื่ราวที่ผ่านมาทั้งหมดั้แ่วันที่ข้าจากไปมาสิ เอาให้ละเอียดทุกอย่างอย่าได้พลาดแม้แต่นิดเดียว อาทิว่าพวกเ้าพบใครบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“เว่ยชิง เกิดอะไรขึ้น” กู้ไฉอี้ก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าว อาการยังคงสงบและสำรวม
“เื่นี้ข้าจะอธิบายแก่เ้าทีหลัง เ้าให้อาจื่อเล่าก่อน”
“ขอรับอาจารย์” อาจื่อตอบรับก่อนจะเริ่มต้นเล่าโดยละเอียด โดยเริ่มเื่ที่การนำชุดไปขายที่ตลาด อาจื่อลงรายละเอียดถึงวิธีการขายที่กู้เลี่ยงรุ่ยใช้และจำนวนเงินที่ได้มา ทั้งยังมีป๋อหยวนที่เป็คนซื้อและคอยช่วยเหลือกู้เลี่ยงรุ่ยมาตลอด อาจื่อไม่ทราบว่ากู้เลี่ยงรุ่ยเจอปันน่าได้อย่างไรแต่กู้เลี่ยงรุ่ยเคยเล่าให้ฟังสั้นๆ ว่าพบที่ตลาดและทำให้เป็เหตุที่ปะทะกับเ้าสำนักตู้ ก่อนจะตกลงไปในทะเลสาบ อาจื่อที่อยู่กับป๋อหยวนตามหากู้เลี่ยงรุ่ยนานหลายวัน จนไปพบกับปันน่าก่อนและพบกู้เลี่ยงรุ่ยภายหลังในบ้านกระท่อมที่ทะเลสาบ ตอนที่พบไม่มีผู้ใดอยู่ในกระท่อมและกู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่ได้สติ พอฟื้นขึ้นมา อาการของกู้เลี่ยงรุ่ยดีขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ทว่าอาจื่อนึกว่ากู้เลี่ยงรุ่ยดีขึ้นได้เพราะผูกิญญากับปันน่า กู้เลี่ยงรุ่ยสอนให้อาจื่อและปันน่าเล่นสเก็ตบนน้ำแข็ง และเล่านิทานสนุกๆ ให้ฟัง พอใช้ชีวิตอยู่ที่ทะเลสาบครบเจ็ดวัน ก็มีคนของเ้าสำนักตู้มาพบ พวกเขา้านำตัวปันน่าไปแต่กู้เลี่ยงรุ่ยปฏิเสธ แล้วหลังจากสู้กัน อดีตเ้าสำนักกู้ไฉอี้ก็เข้ามาช่วยได้ทันเวลา เื่ราวก็เป็เช่นนี้
“แสดงว่าเ้าสำนักกู้มีอาการดีขึ้นนับั้แ่ตกทะเลสาบหรือ เ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดช่วยเ้าสำนักกู้ เป็ไปได้ว่าคนผู้นี้เป็คนที่เอาโสมคืนิญญาให้เ้าสำนักกู้ แต่คนผู้นี้รู้ได้อย่างไร ทั้งยังไปเอาโสมคืนิญญามาจากที่ใด” เว่ยชิงที่ตามหาโสมคืนิญญามานานยังไม่พบ แล้วคนผู้นี้ไปพบมาจากที่ใด
“เรียนอาจารย์เื่นี้แม้แต่พี่รุ่ยก็ไม่ทราบ ตอนที่คุณชายป๋อพาอาจื่อและพี่ปันน่าไปหา พี่รุ่ยก็นอนไม่ได้สติ ฟื้นขึ้นมาก็จำไม่ได้ว่าผู้ใดช่วยไว้ขอรับ”
“เื่นี้สำคัญมากหรือเว่ยชิง”
“เื่นี้นับเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดเพราะคนผู้นี้ไม่ได้แค่ใช้โสมคืนิญญารักษาให้เ้าสำนักกู้อย่างถูกวิธีแต่ยังถ่ายพลังปราณให้กว่าครึ่งจนผสานกับโสมคืนิญญาได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ทว่ากระบวนการเหล่านี้ใช่จะสำเร็จและใช้เวลาแค่ชั่วครู่ชั่วยาม อาศัยแค่หลอมยาลูกกลอนโสมคืนิญญาก็ต้องใช้เวลาเป็วันเป็คืนโดยไม่หยุดสักขณะ ยิ่งเวลาถ่ายพลังปราณให้ยิ่งเ็ปเจียนตายและสิ่งที่สำคัญยิ่งคือคนที่มีตบะแก่กล้าและพลังปราณบริสุทธิ์เช่นนี้นอกจากท่านแล้วข้าไม่เคยพบใครที่มีพลังปราณเช่นนี้มาก่อน เรียกได้ว่าคนที่ทำเช่นนี้ได้ใต้หล้านี้มีไม่มาก ทั้งคนผู้นี้ยอมลดอายุขัยตัวเองเพื่อเ้าสำนักกู้ เกรงว่าแม้แต่มหามิตรก็ยังมีน้อยคนนักที่จะทำให้ได้” เื่นี้ย่อมเป็เื่ดีแน่นอนไม่ว่าจะเป็ฝีมือผู้ใด แต่ว่าคนผู้นี้ที่มีพลังแข็งแกร่งป่านนี้มิใช่น่ากลัวมากหรือ
“เป็ไปได้หรือไม่ว่าบางทีรุ่ยเอ๋อร์อาจจะมีมหามิตรอยู่สักที่ อู๋เยี่ยน เ้าคิดเช่นไรเื่ศิษย์พี่เ้า”
อู๋เยี่ยนส่ายหน้าเล็กน้อย ทำตัวกลมกลืนไปกับเสาและผนังอย่างเงียบงัน
“เื่ที่เ้าว่ามาก็ใช่ว่าเป็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้อาการของเ้าสำนักกู้ไม่ได้แย่อย่างที่เห็น ข้าจะฝั่งเข็มและแก้อาการชี่พร่องให้เรียบร้อย ส่วนาแภายนอกรอปันน่าช่วยอีกแรงก็ไม่น่ามีปัญหา ขอเพียงดูแลบำรุงดีๆ ไม่เกินสามวันเ้าสำนักกู้จะฟื้นขึ้นมาแน่ แต่ข้ายังกังวลเื่หนึ่งอยู่”
กู้ไฉอี้ “เื่ใด”
“อย่างที่เ้าถามเมื่อสักครู่เื่ที่ข้ารู้จักเ้าสำนักกู้ได้อย่างไร นั้นเป็เพราะเมื่อสามเดือนก่อนข้าได้พบเ้าสำนักกู้ที่โซซัดโซเซมาล้มอยู่หน้ากระท่อมของข้า อาการของเขาร้ายแรงจนข้าไม่คาดคิดว่าจะรอดด้วยซ้ำทั้งสูญเสียวรยุทธ์และความทรงจำไปทั้งหมด ไม่แน่ว่าฟื้นขึ้นมาแล้วจะยังจำเื่ราวครั้งก่อนได้หรือไม่”
“รุ่ยเอ๋อร์เสียความทรงจำ?” กู้ไฉอี้ทวนความทรงจำ ระลึกได้ว่าครั้งพบหน้าให้ความรู้สึกแปลกอยู่บ้างแม้กระทั้งจะเรียกตนว่าอาจารย์แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ที่เป็เช่นนี้เพราะรุ่ยเอ๋อร์เสียความทรงจำงั้นหรือ
“ใช่ เ้าสำนักกู้จำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นข้าก็เลยเรียกเ้าสำนักกู้ว่าอารุ่ย เอามาจากหยกที่หักของเขาที่มีตัวรุ่ย มิคาดว่าอารุ่ยจะเป็ถึงเ้าสำนักคุ้มภัยสกุลกู้ ศิษย์เอกของเ้า หากรู้เช่นนี้แต่แรก เ้าสำนักกู้ก็ไม่ต้องลำบากอยู่นอกสำนักเป็เวลานานเช่นนี้ ทั้งยังไม่ต้องาเ็ซ้ำแล้วซ้ำแล้ว”
“เื่เช่นนี้คงเป็เื่ของโชคชะตาแล้ว ใครเล่าจะบอกได้ว่าเบื้องบนจัดการไว้เช่นไร” กู้ไฉอี้เห็นว่าศิษย์ตนไม่เป็อะไรมากแล้วก็วางใจได้เปาะหนึ่ง จึงให้อาจื่อคอยเฝ้ากู้เลี่ยงรุ่ยอยู่คนเดียวและศิษย์สำนักคุ้มภัยอีกสองคน พลางเชิญเว่ยชิงไปดื่มชาที่ศาลาเพื่อหารือเื่อื่นๆ ที่ส่อแวววุ่นวายตามมา แม้ว่ากู้ไฉอี้จะจากยุทธภพมาเป็เวลานานแต่ก็รู้ว่าคนที่ศิษย์ตนไปล่วงเกินนั้นมิใช่คนทั่วไปแต่เป็ถึงตู้จิ้งกง เมื่อวานก็แค่เห็นแก่หน้าตนและถอยให้ก้าวหนึ่ง แต่ใช่ว่าจะหยุดมือ สายตาทิ้งท้ายของตู้จิ้งกงได้ประกาศชัดถึงเจตนารมณ์ว่าจนกว่าจะได้ในสิ่งที่้าคงไม่มีทางหยุด
“ศิษย์พี่กู้ คาราวะท่าน คาราวะผู้าุโ”
ระหว่านั้นเองอิ่นซือเฉิงก็มายังศาลาหลังจากทราบข่าวของกู้เลี่ยงรุ่ย อิ่นซือเฉิงนับว่าเป็อาจารย์อาของกู้เลี่ยงรุ่ย ทั้งยังคอยดูแลสำนักใน่ที่กู้เลี่ยงรุ่ยหายตัวไป ทั้งที่โดยนิสัยแล้วอิ่นซือเฉิงรักสันโดษที่สุด อู๋เยี่ยนประสานมือคาราวะอย่างนอบน้อม แล้วเดินถอยออกมา ปล่อยให้ผู้าุโทั้งสามท่านปรึกษาพูดคุยกัน กระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วยาม กู้ไฉอี้ก็เรียกอู๋เยี่ยนให้ไปพบ
“จดหมายนี้ฝากไปให้แม่นางฉี นับั้แ่รุ่ยเอ๋อร์หายตัวไปนางคงกังวลไม่น้อย”
กู้ไฉอี้ฝากจดหมายไปยังฉีอ้ายอันผู้จะมาเป็ลูกสะใภ้ตน โดยก่อนที่ทั้งสองจะเข้าพิธีสมรส ยามนั้นกู้ไฉอี้ยังคงเก็บตัวฝึกวิชา เกรงว่าหากออกมาก่อนกำหนดจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้จึงไม่ได้ออกมา ใครจะรู้ว่าวันนั้นได้เกิดเหตุร้ายต่อรุ่ยเอ๋อร์ขึ้น
อู๋เยี่ยนรับจดหมายและเดินทางไปส่งจดหมายด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาหนึ่งชั่วยามก็ถึงจวนสกุลฉี