แสงตะเกียงสลัวราง ผนังหินชื้นแฉะเย็นเยียบ กองฟางส่งกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจาย
คุกใต้ดินยังคงสภาพเดิม ทว่านักโทษทั้งห้า บัดนี้เหลือรอดเพียงสามคน
เฝิงเหลาชีฟื้นจากอาการสลบไสล เขานอนแผ่หลาอยู่บนกองฟาง หอบหายใจรวยริน อาจเพราะาเ็สาหัส ท่าทีอวดดีกร่างคับฟ้าเมื่อวันวานจึงมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรง
เจียงสยง... ั้แ่ถูกลากกลับมาก็เอาแต่แหกปากโวยวายถึงความซวยของตัวเอง โอ้อวดวีรกรรมใจเด็ดที่ไม่ยอมปริปาก ทั้งยังหันมาด่าทออวี๋เย่ว่าต่อให้วันนี้รอดตีนมาได้ พรุ่งนี้ก็ต้องโดนทรมานจนตายอยู่ดี
ทว่าเมื่อไม่มีใครสนใจ มันจึงได้แต่ล้มตัวลงนอนอย่างหัวเสีย
อวี๋เย่ขดตัวหลบอยู่มุมห้องเพียงลำพัง ั์ตากะพริบไหวทอประกายครุ่นคิด และในความครุ่นคิดนั้น กลับแฝงเร้นด้วยความคาดหวังบางอย่าง
ยามวิกาลคืบคลาน ทันใดนั้นเสียงไออย่างรุนแรงก็ดังแหวกความเงียบขึ้น
แค่ก! แค่ก!
ร่างของเฝิงเหลาชีสั่นเทิ้มราวกับคนหายใจไม่ออก มันไอค่อกแค่กพลางเค้นเสียงรวยริน
"แค่กๆ... เหลาสยง... ข้าคงไม่รอดแล้ว... ฟังข้า..."
เจียงสยงสะดุ้งตื่น มันรีบตะเกียกตะกายคลานเข้าไปหา ละล่ำละลักถาม "ว่ามาสิ! สมบัติซ่อนไว้ที่ไหน..."
ทว่ายังพูดไม่ทันจบคำ ลำคอกลับถูกโซ่ตรวนรัดแน่น!
ใบหน้าของมันถอดสี พูดจาติดอ่างด้วยความตื่นตระหนก "พะ... พี่เจ็ด ทำไมต้องทำแบบนี้..."
เฝิงเหลาชีพลิกตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง โซ่ตรวนในมือรัดคอเจียงสยงไว้แน่น สภาพรวยรินปางตายเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
มันแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "น้องชาย ข้ามีเื่จะถามเอ็งสักสองสามคำ!"
"ขะ... ข้าไม่กล้าปิดบัง..."
"หลูไคกับเฝิงเอ้อร์ตายแล้วรึยัง!"
"ยัง..."
โซ่ตรวนบนคอรัดแน่นขึ้นฉับพลัน!
เจียงสยงใสุดขีด รีบเปลี่ยนคำให้การหน้าตั้ง "ละ... หลูไคกับเฝิงเอ้อร์โดนกระทืบตายแล้ว! พวกมันลากศพไปฝังนอกคฤหาสน์แล้ว..."
"ไอ้ระยำ เอ็งหักหลังพี่น้อง!"
"ไว้ชีวิต..."
รอยยิ้มบนใบหน้าเฝิงเหลาชีเย็นเยียบลง ก่อนจะกระชากมือสุดแรง!
"ไม่..."
เจียงสยงดิ้นพล่าน แต่เสียง กร๊อบ! ดังลั่นขึ้น หัวของมันพับเอน เสียงร้องขอชีวิตขาดห้วงไปตลอดกาล
"มะ... มันตายแล้วรึ?"
ในคุกใต้ดินเกิดเื่ใหญ่โตปานนี้ มีหรืออวี๋เย่จะนิ่งดูดาย เขาเฝ้าสังเกตการณ์เงียบๆ มาตลอด ทำทีเป็หวาดกลัวจนไม่กล้าส่งเสียง
ทว่าทันทีที่เฝิงเหลาชีหักคอเจียงสยง เขาก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
"ถุย! ถ้ามันไม่ตาย เอ็งกับข้าก็อย่าหวังจะมีชีวิตรอด!"
เฝิงเหลาชีถ่มน้ำลายอย่างเคียดแค้น ถลึงตาจ้องหน้าเขาพลางตวาดเสียงต่ำ "เลิกพล่ามได้แล้ว เร็วเข้า!"
"อื้อ..."
อวี๋เย่พยักหน้ารับอย่างรู้กัน เขาหันขวับไปทางประตูคุกแล้วแหกปากะโลั่น "ใครก็ได้! มีคนตาย!"
ยามดึกสงัด เสียงะโดังก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำ
เพียงชั่วอึดใจ เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น ชายฉกรรจ์ขยี้ตาเดินหาวมาหยุดอยู่หน้าประตูพลางตวาดอย่างหัวเสีย "มีเื่อะไรวะ!"
อวี๋เย่ชี้ไม้ชี้มือ ทำหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด "ตาย... ตายแล้ว!"
"ใครตาย!"
"ตายทั้งสองคนเลย!"
บนพื้นคุกใต้ดินมีร่างสองร่างนอนแผ่หลาอยู่จริงๆ แข็งทื่อไม่ไหวติง มองไม่ออกว่าตายหรือยังรอด
ชายฉกรรจ์ไม่ได้เอะใจสงสัย มันปลดโซ่ ผลักประตูไม้ แล้วก้าวอาดๆ เข้ามาในคุก
ทันทีที่มันเดินเข้าไปใกล้ร่างเจียงสยง ก็เห็นชายบนพื้นมีเืทะลักออกปากจมูก ตาเหลือกค้าง ขาดใจตายชัวร์ๆ
มันรีบหันไปตรวจดูอีกร่าง แต่จู่ๆ ท่อนขากลับถูกเตะตัดกระแทกอย่างแรง! มันหน้าทิ่มล้มลงพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว
ยังไม่ทันได้ดิ้นรนขัดขืน ลำแขนที่แข็งปานเหล็กกล้าก็รัดคอแน่นจนเกิดเสียง กร๊อบ! หักคอเด็ดขาดในฉับเดียว
อวี๋เย่ยืนทื่อเป็สากกะเบือ เบิกตาค้าง คนที่ถูกล่ามตรวนทั้งมือและเท้า แถมาเ็สาหัสปางตาย กลับสังหารชายฉกรรจ์ร่างั์สองคนได้อย่างง่ายดาย
หากไม่เห็นกับตา เขาคงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำต่อไปกลับยิ่งเหนือความคาดหมาย
"ฟู่..."
เฝิงเหลาชีผลักศพบนตัวออก พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยเสียงต่ำ "ตามข้ามา"
ไปไหนงั้นรึ? แน่นอนสิว่าแหกคุก!
อวี๋เย่ก้าวตามเฝิงเหลาชีออกไป จังหวะที่พ้นประตูไม้ เขากลั้นใจเหลียวมองกลับไปด้านหลัง หัวใจเต้นระรัว
เขาเคยคิดอยากจะหนีออกจากคุกนรกนี่ แต่ก็เป็เพียงแค่ความคิด ใครจะไปคาดคิดว่าจอมโจรขุดสุสานที่เขานึกรังเกียจ จะกลายเป็ผู้พลิกชะตากรรมเฮงซวยนี้ให้แก่เขา
เพียงชั่วอึดใจ เฝิงเหลาชีก็เดินไปจนสุดอุโมงค์ถ้ำ
อวี๋เย่รั้งท้ายอยู่หลายจั้ง เขาต้องลากตรวนเหล็กหนักอึ้งอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวจะเกิดเสียงดัง ฝีเท้าจึงเชื่องช้าลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ฝั่งซ้ายสุดทางเดินคือห้องทรมานนักโทษ ตอนนี้ไร้เงาผู้คน ส่วนฝั่งขวาเป็บันไดหิน
เฝิงเหลาชีเริ่มระแวดระวังตัว มันส่งสัญญาณมือเงียบๆ รวบโซ่ตรวนที่มือและเท้าไว้แน่นเพื่อกันเสียงกระทบ ก่อนจะค่อยๆ ย่องขึ้นบันไดหินไปทีละขั้น
พ้นบันไดหินขึ้นมาเป็ห้องศิลา อาจเพราะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ชายคนหนึ่งจึงโผล่พรวดออกมาปะทะหน้ากับเฝิงเหลาชีเข้าพอดี มันร้องลั่น "ไอ้โจร..."
ทว่าเฝิงเหลาชีไม่เปิดโอกาสให้มันแหกปากจบประโยค ซัดหมัดกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง ปัง! ร่างนั้นหงายเงิบสลบเหมือด
มันคว้าดาบยาวที่ตกอยู่ขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะสั่ง "เปิดประตู!"
อวี๋เย่เดินตามเข้าไปในห้องศิลา ชายที่นอนกองอยู่บนพื้นกะโหลกแตก เืสีแดงปนสมองสีขาวไหลทะลัก สยดสยองชวนคลื่นไส้
ห้องศิลานี้น่าจะเป็ห้องพักเวรยาม มีเตาถ่านลุกโชน ฟูกปูนอน และข้าวของวางระเกะระกะ อีกด้านมีประตูไม้ปิดสนิทพร้อมโซ่ตรวนคล้องลงกลอนไว้
อวี๋เย่ควานหากุญแจ ไขปลดแม่กุญแจ ดึงโซ่ออก แล้วผลักประตูให้เปิดออก
ลมหนาวกรีดแทงเข้ามากระทบผิว อวี๋เย่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง แค่ได้สูดอากาศก็รู้สึกปลอดโปร่งเบาสบาย
ทว่ารอบด้านกลับเต็มไปด้วยกองหิมะ เงาต้นไม้สลัวราง และกำแพงสูงซ้อนทับกันหลายชั้นจนดูไม่ออกว่าเส้นทางไหนเป็เส้นทางไหน
ในเมื่อยังหนีไม่พ้นคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยน ก็ยังไม่ถึงเวลามามัวดีใจ
"ทางนี้!"
เฝิงเหลาชีแทรกตัวผ่านอวี๋เย่ไป มันกวักมือเรียก ก่อนจะะโพุ่งตรงไปทางซ้าย
ท่าทางการวิ่งของมันดูทุลักทุเลพิลึกพิลั่น แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อมือเท้าถูกล่ามตรวนเอาไว้ การเคลื่อนไหวจึงยากลำบาก ทางเดียวที่จะไปได้เร็วขึ้นคือต้องะโโหยงๆ ไปมาเท่านั้น
อวี๋เย่เห็นดังนั้นก็รีบเลียนแบบ ะโตามไปติดๆ
ภายใต้ความมืดสลัวยามราตรี เงาสองร่างกำลังะโหนีตายอย่างบ้าคลั่ง เสียงโซ่ตรวนกระทบกันดัง เคร้งคร้าง! ปลุกคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบให้ลุกฮือขึ้นมาในพริบตา
"หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
"นักโทษแหกคุก!"
เงาร่างหลายสิบสายโผล่พรวดออกมาจากความมืด แสงคบเพลิงสว่างพรึ่บ ส่ายวูบวาบไปมา พร้อมกับเสียงะโโหวกเหวกดังระงม
อวี๋เย่ะโฝ่าลานกว้าง ลัดเลาะผ่านป่าโปร่ง เบื้องหน้าคือลานกว้างอีกแห่งที่มีตรอกซอกซอยแยกย้ายไปหลายทิศทาง
ทว่าเสียงะโไล่หลังกลับใกล้เข้ามาทุกที แสงคบเพลิงสาดส่องจนเห็นเงาคนไล่ตามมาติดๆ
แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เฝิงเหลาชีเสือกหยุดกึก! มันหันซ้ายแลขวาเลิ่กลั่ก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มหน้า
ฉิบหายแล้ว! เฝิงเหลาชีหลงทาง!
ส่วนอวี๋เย่ที่เอาแต่วิ่งตามก้นมาตลอดก็มึนตึ้บจำทิศจำทางไม่ได้เช่นกัน เอาไงดีวะ!
หากโดนจับได้อีกรอบ ต่อให้ไม่โดนกระทืบตาย ก็คงถูกขังลืมรอวันตายในคุกนรกนั่นแน่
"พวกมันอยู่นี่!"
ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ชายฉกรรจ์สองคนพุ่งพรวดมาจากด้านหลัง ชูเหล็กกล้าแวววาวตวัดฟันใส่พร้อมเสียงตะคอก
อวี๋เย่รีบเบี่ยงตัวหลบ ทว่าด้วยความลนลานจนลืมไปว่ามีตรวนล่ามขาอยู่ จึงสะดุดล้มหน้าคะมำดัง ตุบ!
คมดาบวาววับกำลังจะสับลงกลางกบาล แต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียง เคร้ง! ดังขึ้นสองครั้งซ้อน ตามด้วยประกายเืสาดกระเซ็น ศีรษะสองหัวหลุดกระเด็นลอยละลิ่ว!
เป็เฝิงเหลาชีที่ช่วยชีวิตเขาไว้ มันตวัดดาบฟาดฟันสังหารสองคนนั้นอย่างหมดจด อวี๋เย่ที่ยังขวัญหนีดีฝ่อถูกกระชากคอเสื้อลากตัวให้ลุกขึ้น
"ตรงไปสิบจั้ง เข้าตรอกเลี้ยวขวา ปีนข้ามกำแพงออกไป... แค่กๆ..."
ยังพูดไม่ทันจบ เฝิงเหลาชีก็ไอโขลกอย่างรุนแรง าแคงกำเริบหนักจนขาขวาสั่นพั่บๆ แต่มันก็ยังฝืนโบกมือไล่พร้อมเร่งเร้า "นำทางไป!"
นำทาง?
อวี๋เย่ะโไปได้สองก้าว ก็หันขวับกลับมา
"เอ็ง..."
เฝิงเหลาชีกำลังจะอ้าปากด่า ทว่ากลับถูกอวี๋เย่พุ่งเข้ามาคว้าแขนไว้ มันผงะไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้เด็กหนุ่มพยุงร่างก้าวเดินต่อไป าแที่ขาขวากำเริบหนักจนต้องเดินลากขา ความคล่องแคล่วว่องไวลดฮวบลงถนัดตา
เพื่อเอาชีวิตรอด จอมโจรชื่อกระฉ่อนและเด็กหนุ่มชาวป่าจึงกลายมาเป็สหายร่วมเป็ร่วมตายกันชั่วคราว ทั้งสองประคองร่างกันและกันะโฝ่าลานกว้างและซอกซอยไปอย่างทุลักทุเล
เบื้องหน้าคือลานหิมะกว้างที่เต็มไปด้วยดงไผ่ เมื่อมองลอดผ่านแนวต้นไผ่ประปรายออกไป จะเห็นกำแพงอิฐล้อมรอบอาณาบริเวณ
เฝิงเหลาชีกวาดสายตามองปราดเดียวก็ยกดาบชี้ไปข้างหน้า อวี๋เย่พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขาประคองร่างอีกฝ่ายพุ่งทะยานเข้าสู่ดงไผ่
โซ่ตรวนเสียดสีกับพื้นหิมะดัง เคร้งคร้าง! กวาดเอาเกล็ดหิมะขาวโพลนปลิวว่อนสาดกระเซ็นเป็ทางยาวเื้ั
"ไอ้โจรชั่ว อย่าหนีนะเว้ย!"
เสียงะโไล่หลังดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างหลายสายพุ่งพรวดตามมาติดๆ
เฝิงเหลาชีผลักหลังอวี๋เย่อย่างแรงพลางตวาดลั่น "ปีนข้ามกำแพงไป!"
อวี๋เย่ยั้งเท้าไม่อยู่ ซวนเซถลำเข้าไปในดงไผ่ ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมองกำแพงที่สูงถึงหนึ่งจั้งครึ่ง เขาก็ถึงกับหน้าเสีย... สูงลิบขนาดนี้ ข้ามไปยังไงวะ!
เคร้ง! ปัง! ปัง!
เฝิงเหลาชียังไม่ทันก้าวพ้นดงไผ่ ชายฉกรรจ์สามคนก็วิ่งตามมาทัน มันหันขวับตวัดดาบฟาดฟัน ดาบเดียวสับศัตรูร่วงไปหนึ่งคน!
สองคนที่เหลือใลนลานถอยกรูด แต่ก็ยังคอยรังควานไม่เลิก ซ้ำร้ายยังมีคนแห่ตามมาสมทบอีกเป็พรวน เสียงะโไล่ล่าดังระงมไปทั่ว
อวี๋เย่ร้อนรนจนย่ำเท้าอยู่กับที่ การหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลเยี่ยนมันยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงนี้เชียวหรือ! แต่เส้นทางความเป็ความตายอยู่เบื้องหน้า จะยอมปล่อยให้กำแพงโง่ๆ บานเดียวมาขวางกั้นได้ยังไง!
จู่ๆ เขาก็พลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้ อวี๋เย่คว้าลำไผ่ต้นที่อวบหนาที่สุดแล้วปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ต้นไผ่บริเวณนี้เติบโตอุดมสมบูรณ์จนสูงชะลูดเลยแนวกำแพงไปมาก ขอแค่ปีนขึ้นไปให้สูงพอ ก็สามารถอาศัยแรงดีดตัวะโข้ามกำแพงไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็พรานป่าที่ปีนป่ายต้นไม้เก่งกาจมาั้แ่เด็ก ต่อให้มีตรวนเหล็กล่ามขา ก็ยังปีนป่ายได้คล่องแคล่วว่องไวราวกับลิงป่า
เขาสลับมือเท้าปีนป่ายอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็พุ่งขึ้นไปสูงถึงสองจั้ง แนวกำแพงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ฉื่ออยู่ใต้ฝ่าเท้าพอดี
อวี๋เย่ยังไม่รีบะโหนี แต่กลับแหกปากะโลั่น "เฝิงเหลาชี!"
เฝิงเหลาชีที่กำลังพัวพันรับมือกับชายฉกรรจ์สองคนเริ่มจะต้านทานไม่ไหว หากถูกลูกหลานตระกูลเยี่ยนแห่มาล้อมกรอบเอาไว้ สถานการณ์คงเลวร้ายเกินจินตนาการ
ทว่าในวินาทีวิกฤต เสียงะโของอวี๋เย่ก็ดังมาจากเบื้องบน
"ฮ่าๆๆ!"
เฝิงเหลาชีะเิเสียงหัวเราะลั่น มันขว้างดาบยาวทิ้ง อาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งพรวดเข้าไปในดงไผ่ คว้าลำต้นไผ่แล้วทะยานร่างปีนป่ายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน เบื้องล่างหน้าดงไผ่ก็สว่างไสวด้วยแสงคบเพลิง ผู้คนแห่แหนกันมามืดฟ้ามัวดิน
อวี๋เย่เกาะต้นไผ่รออย่างร้อนรน ทันใดนั้นก็เห็นเงาร่างสายหนึ่งทะยานขึ้นมาจากพุ่มไม้
เฝิงเหลาชีปีนไผ่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้วตวาดลั่น "โดดลงไป!"
อวี๋เย่ก้มมองเบื้องล่าง นอกกำแพงมีแต่ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง การะโสุ่มสี่สุ่มห้าลงไปต้องใช้ความกล้าไม่น้อย แต่ในวินาทีเป็ตายร้ายดีแบบนี้ ขืนมัวลังเลก็มีแต่ตาย!
เขาโอบกอดต้นไผ่แน่น ออกแรงโยกไปมาจนสุดแรงเหวี่ยง ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นดีดตัวลอยละลิ่วข้ามกำแพงไป
ทว่าในขณะที่ร่างลอยคว้างอยู่กลางอากาศ จู่ๆ เสียงสายธนูก็ดังแหวกอากาศขึ้น!
ฟุ่บ!
อวี๋เย่ใจหายวาบ แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยให้ร่างร่วงหล่นลงไปตามยถากรรม
แกรก! เป๊าะ! แป๊ะ!
เสียงร่างมนุษย์กระแทกกิ่งไม้หักดังระงม
ตุบ! ตุบ!
ตามด้วยเสียงร่างของทั้งสองหล่นกระแทกพื้นติดๆ กัน
อวี๋เย่นอนคว่ำหน้าแผ่หลา ฝุ่นดินคลุ้งเต็มจมูกและปาก เขาถ่มเศษดินทิ้งก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้น
โชคดีที่พื้นตรงนี้อ่อนนุ่ม คล้ายกับมีเศษใบไม้ทับถมกันหนาเตอะ การตกลงมากระแทกอย่างแรงจึงไม่ได้ทำให้กระดูกกระเดี้ยวหัก
"อั้ก..."
เสียงครางเล็ดลอดมาจากปากของเฝิงเหลาชี ขนาดโดนทรมานอย่างหนักในคุกมันยังไม่เคยปริปากร้องสักแอะ เดาได้เลยว่าสภาพตอนนี้คงสาหัสเอาการ
อวี๋เย่เดินคลำทางตามเสียงไป เฝิงเหลาชีนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้น
"พยุงข้าที!"
อวี๋เย่ประคองร่างอีกฝ่ายขึ้นมา หวังจะตรวจสอบาแ ทว่าความมืดมิดทำให้มองอะไรไม่เห็น ได้ยินเพียงเสียงหอบแฮกๆ ของเฝิงเหลาชี
"ใต้ต้นไม้ข้างหน้ามีม้า ข้าเอามาซ่อนไว้ล่วงหน้า... ที่นี่อันตรายเกินไป รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า!"
ม้างั้นหรือ? มันเตรียมการเอามาซ่อนไว้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
อวี๋เย่พยุงเฝิงเหลาชีคลำทางเดินฝ่าความมืด เขาััได้ถึงความเปียกชุ่มและเหนียวเหนอะหนะบนฝ่ามือ กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง
เดินไปได้ไม่ไกลก็เห็นม้าตัวหนึ่งถูกผูกติดกับต้นไม้จริงๆ มันกำลังก้มหน้าเล็มหญ้าอย่างเงียบเชียบ ไม่ส่งเสียงร้องโวยวาย ราวกับกำลังรอคอยเ้านายอย่างสงบเสงี่ยม บนหลังของมันยังมีสัมภาระผูกติดไว้อีกด้วย
อวี๋เย่ไม่มีเวลามามัวประหลาดใจ เขาเตรียมจะพยุงเฝิงเหลาชีขึ้นหลังม้า
ทว่าจู่ๆ เฝิงเหลาชีกลับหยุดชะงักฝีเท้าลงดื้อๆ
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเตือน หัวใจก็พลันกระตุกวูบและจมดิ่งลง...