โจไม่มีเวลามามั่วตกใจเขาต้องรีบหลบฉากออกไปเพราะกระบอกปืนใหญ่ของตัวสี่ขาได้หันมาทางเขาในระยะเผาขน หากโดนยิงในระยะนี้ได้ตายคาที่แน่!!
ตูม!!
พื้นที่โจเคยอยู่กลายเป็นหลุมลึกห้าเมตร โชคดีที่โจสามารถหลบออกมาได้ทัน
โจไม่สามารถทำอะไรแอนตินอสที่มีสี่ขาได้ดังนั้นเขาจึงหันไปหาพวกทั่วๆไป
โจพุ่งเข้าใส่แล้วตวัดดาบหมายจะทำลาย ทว่าสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นอีกครั้ง โล่พลังงานได้ปกป้องตัวทั่วไป โจตกตะลึงเพราะมั่วครู่เขายังสามารถทำลายพวกมันได้ง่ายๆแต่โล่พวกนี้กลับโผล่มาตอนนี้
ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขาหันหน้าไปหาแอนตินอสสามตัวที่มีรูปร่างคล้ายเต่า พวกมันส่งผ่านพลังงานในอากาศป้องกันแอนตินอสตัวอื่นๆ โจรู้สาเหตุทันทีว่าโล่พลังงานเหล่านี้มาจากแอนตินอสรูปร่างคล้ายเต่า
สีหน้าของโจมืดมนลง หากเขาคิดจะทำลายแอนตินอสตัวหนึ่งเขาจะต้องโจมตีอย่างรุนแรงซ้ำๆหลายทีถึงจะทำลายโล่พลังงานได้ แต่การทำแบบนั้นมีแต่เสียพลังงานในร่างกายไปเปล่าๆ เขาคงทำลายพวกได้อย่างมากสี่ถึงห้าตัวก่อนที่เขาจะหมดแรง
ตอนนี้ก็ผ่านมาราวห้านาทีแล้ว รูวและคนในหมู่บ้านน่าจะหนีกันไปไกลแล้ว ดังนั้นโจจึงคิดจะหนีเพราะสู้ไปก็มีแต่ตายกับตาย
โจหันหลังและพุ่งทิ้งห่างพวกแอนตินอสอย่างรวดเร็ว
ปัง!!
เขาพุ่งชนกับกำแพงสีขาวไม่สามารถหนีไปได้ ทันใดนั้นเขาใบหน้าซีดเผือดเพราะมันเป็นโล่พลังงานที่ครอบคลุมแบบวงกว้างและมันกักขังเขาเอาไว้
“ไอ้เวรเอ้ย” โจสบถอย่างหัวเสีย เขาถูกขังไว้กับพวกแอนตินอส
เมื่อไม่สามารถหนีออกไปได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือสู้กับพวกมันจนกว่าจะตายกันไปข้าง โจสีหน้าเย็นชาแล้วบุกเข้าไปอีกครั้ง
ฟวั่บๆๆ!!
ด้วยการฟันซ้ำๆหลายที โล่พลังก็แตกสลายและแอนตินอสก็ถูกทำลายไปหนึ่งตัว โจสังเกตุได้ว่าโล่พลังงานที่ปกป้องแอนตินอสอ่อนแอลง เขาจึงหันหลังกลับและฟันกำแพงพลังงานที่ขังเขาเอาไว้หลายๆที
ทว่ากำแพงพลังงานไม่กระทบกระเทือนเลยด้วยซ้ำ เขาจึงสรุปได้ว่าพวกมันใช้พลังงานส่วนใหญ่ในการขังโจเอาไว้
“ฉลาดจริงนะโว้ย” โจตะโกนด้วยความโมโห
เขาเข้าไปคลุกวงในและสู้กับพวกมันอีกครั้ง
นอกจากเสียงดาบที่ฟันแล้วยังมีเสียงยิงปืนและเสียงระเบิดดังไม่หยุดหย่อน สภาพแวดล้อมที่เคยสวยงามกลายเป็นที่แห้งแล้งจากการต่อสู้
หลังจากที่โจทำลายพวกมันไป 20 ตัวเขาก็เริ่มอ่อนแรง ความเร็วของเขาตกลงและถูกแรงระเบิดกระแทกปลิวไปชนกับกำแพงพลังงาน เขากระอักเลือดออกมาและใบหน้าก็ซีดยิ่งกว่าเก่า
โจไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้ง่ายๆ เขากัดฟันเข้าไปสู้กับพวกมันอีกครั้ง ด้วยพลังงานในร่างที่กำลังจะหมดลงทำให้ต้องโจมตีมากขึ้นเพื่อทำลายแอนตินอสสักตัว พอทำลายได้ตัวนึงเขาก็จะถูกแระระเบิดกระแทกจนปลิวออกไปอีกครั้ง
ยิ่งสู้เขาก็ยิ่งหมดแรงแม้แต่มือที่ถือดาบก็สั่นระริก
“นี่เรา…ต้องมาตายที่นี่จริงๆงั้นเหรอ?” โจยิ้มอย่างขมขื่น สงครามกับพวกสเปคยังไม่มีวี่แววว่าจะชนะ แต่เขากลับต้องมาตายเพราะจักรกลบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง
โจนึกถึงใบหน้าของรูวจากนั้นเขาก็ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
โจกำมือทั้งสองข้างแล้วมาไขว้กันที่กลางอก จากนั้นรวมพลังงานทั้งหมดไว้ที่อกและสะบัดแขนกางออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับพลังงานไฟที่ระเบิดออกโดยมีโจเป็นจุดศูนย์กลาง
ตูมมมม!!
ราวกับระเบิดนิวเคลียร์ ในระยะห้ากิโลเมตรกลายเป็นซาก แอนตินอสที่เหลือแหลกสลายกลายเป็นฝุ่น
นี่คือการระเบิดพลังงานในร่างกายทั้งหมด พลังของมันรุนแรงมากสามารถทำให้ยานอวกาศทั้งลำหายไปได้ ทว่าสิ่งที่ต้องจ่ายคือความตาย
โจมองพื้นที่อันว่างเปล่าด้วยใบหน้าเหม่อลอย
ตุบ!
เข่าทั้งสองข้างของเขากระแทกพื้นจากนั้นเขาก็ล้มลงไปนอนกับพื้น…โจกำลังจะตาย
โจเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนเอาไว้ว่าเมื่อคนกำลังจะตาย ภาพความทรงจำดีๆมักจะเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว เขาไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นจริง ในหัวของเขาตอนนี้มีภาพของเมรีสาวน้อยผมเงินดวงตามรกตและอีกภาพหนึ่งเป็นภาพของรูวที่กำลังหัวเราะอย่างร่าเริง
โจไม่สามารถรู้สึกถึงร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป ตาของเขากำลังปิดลงอย่างช้าๆ เขาเห็นเพียงแสงสว่างบนท้องฟ้าที่เขากำลังจะได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย
ปากของโจขยับเล็กน้อยเหมือนกับใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อยิ้ม
เขาพอใจแล้วที่สามารถหยุดกองทัพแอนตินอสไม่ให้ตามล่าพวกเขาต่อ อย่างน้อยชาวบ้านและรูวจะปลอดภัย
โจอาจจะไม่ใช่คนดี แต่เขาเป็นคนที่สำนึกบุญคุณ เมื่อชีวิตของเขาถูกรูวช่วยเอาไว้ เขาก็จะต้องช่วยชีวิตเธอเป็นการตอบแทน
เมื่อตาของเขากำลังจะปิดสนิทนั้นก็ได้มีเงาหนึ่งปรากฏในสายตาของเขา โจเห็นใบหน้าน้อยๆนั่นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นรูว
เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะกลับมาทำไมกัน เขาพยายามจะพูดให้เธอรีบหนีไปแต่ปากไม่ขยับแม้แต่น้อย
เขาไม่รู้ว่าจะมีกองทัพแอนตินอสมาอีกเมื่อไร มันจะดีกว่าถ้าเธอจากไปโดยไม่ต้องกลับมา
‘หนีไป’ โจได้แต่ตะโกนก้องอยู่ในใจ
หลังจากเกิดการระเบิดครั้งสุดท้าย รูวก็กลับมาหาโจ เธอเห็นสภาพของโจแล้วไม่ต่างจากคนตาย
รูวดีใจที่ยังเห็นโจมีชีวิตอยู่ เธอไม่ลังเลและคุกเข่าลงข้างๆโจ จากนั้นก็ประสานมือสองข้างไว้บนอกของโจ
ดวงตาสีดำขลับกลายเป็นฟ้าอ่อน ทันใดนั้นโจก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบนหน้าอก มันเป็นความรู้สึกที่สบายราวกับกำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่มฟู
ด้วยความเหนื่อยล้าและความสบายจึงทำให้เขาหลับไปโดยไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้
ใบหน้าของรูวเต็มไปด้วยเหงื่อ เหมือนเธอกำลังฝืนใช้พลัง
รูวไม่ยอมแพ้และส่งพลังงานเข้าไปมากกว่าเดิม
……
……
ผ่านมาสามเดือนหลังจากที่โจหายไป ทางสหพันธ์ได้เกิดเรื่องวุ่นวาย
เมรีใบหน้าเย็นชาทำร้ายคนในสหพันธ์จนลงไปนอนกองกับพื้นหลายสิบคน เธอกระแทกประตูห้องทำงานของไซน๊อตและก้าวเข้าไปพร้อมกับชี้หน้าไซน๊อตอย่างไม่เกรงกลัว
“โจอยู่ไหน!!” เมรีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะจากสหพันธ์ไปชายแดนใช้เวลาไม่เกินหนึ่งเดือน ทว่าแม้จะอยู่ถึงชายแดนก็ยังสามารถติดต่อถึงกันได้ ทว่าไม่ว่าเธอจะพยายามติดต่ออย่างไรก็ไม่สามารถติดต่อได้
สามเดือนแล้วอย่างน้อยโจก็ต้องกลับมาที่สหพันธ์ทว่าเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ซีสพ่อของเมรีเข้ามาในห้องทำงานไซน๊อตและกล่าวขอโทษจากนั้นก็ลากตัวลูกสาวที่กำลังขัดขืนออกไป