“พวกเจ้าออกตามหาเขาให้ทั่ว ส่งคนที่เหลือไปเฝ้าปากถ้ำไว้” หัวหน้าคนชุดดำสั่งการ
“คุณชายหวง ตอนนี้คนของข้าปิดทางเข้าออกไว้หมดแล้ว ท่านรีบออกมาจากที่ซ่อนเสียเถอะ ไม่ช้าก็เร็ว ท่านก็ต้องออกมาให้ข้าจับตัวอยู่ดี รีบไปพบนายท่านซะ ยิ่งนานไปมันจะไม่เป็นผลดีต่อตัวท่านเอง” หัวหน้าชายชุดดำยังพูดไม่หยุด “หรือว่าท่านไม่ห่วงอนุหลินแล้วหรือ”
ขณะที่คนเป็นหัวหน้ากำลังจะหมดความอดทน คนเป็นลูกน้องก็ค้นหาที่ซ่อนของโจวหยวนเฉิงจนแทบพลิกแผ่นดิน แม้แต่หินก้อนใหญ่ยังถูกพวกเขาพลิกดูประหนึ่งโจวหยวนเฉิงเป็นมดปลวกเสียอย่างนั้น แต่โจวหยวนเฉิงนั้นกลับนอนเล่นอยู่บนโซฟาในมิติอย่างสบายใจ สิ่งอำนวยความสะดวกมีครบครัน อาหารการกินก็ไม่มีวันหมด หนังสือ เกมส์ เครื่องดนตรี มีหลายสิ่งให้เขาได้เลือกผ่อนคลาย แต่ตอนนี้เขาเลือกที่จะนอน นอนเท่านั้นถึงจะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด
‘ข้าวิ่งหนีพวกท่านจนขาแทบไม่มีแรงแล้ว ข้าเหนื่อยมาก ข้าขอนอนก่อนนะ ตื่นแล้วค่อยมาว่ากัน พวกท่านก็พลิกก้อนหินเล่นไปก่อน ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย’
“เจ้าว่าอะไรนะ! ทำไมเจ้าถึงปล่อยน้องไป เจ้าทำไมไม่ห้ามเขา น้องเจ้าไม่ได้มีวรยุทธ์เก่งกาจปานนั้น ปล่อยเขาไปอย่างนี้ไม่เท่ากับปล่อยให้เขาไปตายหรอกหรือ” โจวสือชวินแทบเป็นลมเมื่อได้ยินลูกชายบุญธรรมเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง
“หลี่เฉียง หากห้ามน้องไม่ได้ แล้วทำไมเจ้าไม่ตามน้องไป ไม่ใช่ว่าพ่อจะลำเอียงและเป็นห่วงน้องมากกว่า แต่พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องกัน ยามมีเหตุร้ายพวกเจ้าก็ไม่ควรที่จะทิ้งทอดกัน” ฝูเจาว่าลูกชายทั้งที่ตัวเองยังไม่หายตกใจ
“ท่านพ่อ ท่านพ่อบุญธรรม เจ้ารองมีที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยมากขอรับ พวกท่านอย่าเพิ่งวิตกไปเลย อย่าลืมสิขอรับว่าน้องได้รับพรวิเศษมาจากดินแดนแห่งนั้นด้วย อีกอย่างหากข้าตามน้องไป ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงเขาแทนหรือขอรับ” โจวหลี่เฉียงอธิบาย
“เมื่อถึงคราวคับขัน หยวนเฉิงยังจะนึกถึงพรวิเศษได้หรือ ปกติเขาเป็นคนขี้กลัวมากนะ” โจวสือชวินยังไม่วางใจ
“เจ้ารองเตรียมการไว้ดีแล้วขอรับท่านพ่อ แผนการต่างๆ เขาก็บอกไว้อย่างรัดกุม เวลานี้พวกเราต้องอยู่แต่ในจวนเพื่อรอเจ้ารองกลับมาขอรับ” โจวหลี่เฉียงยังอธิบายอย่างใจเย็น
“หวังว่าเจ้ารองคงมีอาหารประทังชีวิตนะ ต้องหลบซ่อนตัวหลายวัน ข้าล่ะเป็นห่วงเขาจริงๆ” ลุงฝูเจาพูด
“ท่านพ่อขอรับ เจ้ารองมีที่หลบซ่อนตัวที่ดี แล้วเขาจะไม่มีอาหารได้อย่างไร ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือขอรับ อาหารดีๆ ที่เรากิน ก็เป็นเจ้ารองหามาให้” โจวหลี่เฉียงจึงย้ำกับบุพการีทั้งสองคนอีกครั้ง พร้อมทั้งแสร้งทำท่าทางหนักใจ “ข้ารู้ว่าพวกท่านห่วงเจ้ารองมาก ข้ารับปากน้องไว้แล้วว่าจะดูแลพวกท่านอย่างดี แต่ถ้าพวกท่านยังเป็นอยู่อย่างนี้แล้วเกิดล้มป่วยลงไป ข้าจะมีหน้าไปพบเจ้ารองได้อย่างไรขอรับ เจ้ารองคงจะมองว่าข้าเป็นพี่ชายที่พึ่งพาไม่เป็นแน่”
โจวสือชวินและฝูเจาได้ฟังอย่างนั้นก็เริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง หากเวลานี้พวกเขาไม่ทำตัวให้หนักแน่น พวกเขาคงจะเป็นหลักให้ลูกทั้งสองคนยึดไม่ได้
“นางจะหายไปได้อย่างไร พวกเจ้าหาดูทั่วแล้วหรือยัง สิบกว่าปีมานี้ นางไม่เคยก้าวขาออกจากบ้านเลยสักครั้ง แล้วตอนนี้พวกเจ้ามาบอกว่าหานางไม่เจอ มันจะเป็นไปได้อย่างไร” หวงหลิงพูดอย่างโมโห
เมื่อคืนหวงหลิงมีลางสังหรณ์ไม่ดี จึงส่งลูกน้องออกไปอีกชุดหนึ่งเพื่อไปช่วยคนชุดดำกลุ่มแรก ตามแผนการของเขานั้น เขาต้องการจะจับหวงป๋อฉือไปขังไว้ เพื่อต่อรองให้หลินซูจือนำยาถอนพิษมามอบให้กับลูกชายของเขา เพราะเขารู้ดีว่าหวงป๋อฉือมีความสำคัญกับหลินซูจือมากขนาดไหน นางต้องไม่ยอมให้ลูกชายของนางเป็นอะไรไปแน่
ก่อนหน้านี้เขาให้หมอในร้านยามาตรวจความผิดปกติกับข้าวของเครื่องใช้ของลูกชายทั้งหมด รวมไปถึงอาหารและน้ำดื่มที่ลูกชายกินเข้าไป แต่หมอทุกคนต่างบอกว่าไม่พบสิ่งใดผิดปกติ หวงหลิงจึงมั่นใจแล้วว่าต้องเป็นฝีมือของหลินซูจือ ในเมื่อนางกล้าทำร้ายลูกชายเขา เพราะฉะนั้นลูกชายของนางก็ต้องถูกเขาทรมานเช่นกัน
แต่ทุกอย่างในวันนี้กลับไม่เป็นไปตามแผน กลุ่มคนชุดดำกลุ่มแรกตายไปกว่าครึ่ง อีกครึ่งหนึ่งตามหาเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวยังไม่พบ พวกเขากลับมาทั้งที่ทำงานไม่สำเร็จ ส่วนหลินซูจือก็หายไปจากจวนอย่างไร้ร่องรอย
“ไปเชิญฮูหยินมา ข้ามีเรื่องอยากถามนาง” หวงหลิงสั่งคนในบ้านยังไม่จบก็ได้ยินเสียงฮูหยินหวงดังขึ้น
“ท่านพี่มีเรื่องอะไรถึงจะให้คนไปตามข้าหรือเจ้าคะ”
“วันนี้เจ้าได้ไปหาเรื่องหลินซูจืออีกหรือไม่”
“ดูท่านจะเป็นห่วงนังอนุแพศยานั่นมากเลยนะเจ้าคะ หากข้าบอกว่าข้าทำ ท่านพี่จะทำอะไรข้าหรือ ข้าถามท่านจริงๆ เถอะว่าท่านยังจะเก็บมันไว้ทำไม ดูสิ่งที่มันทำกับลูกชายของเราสิ ตอนนี้ป๋อเหรินป่วยหนักจนลงจากเตียงไม่ได้แล้ว ยังมีนี่อีก ท่านดูสิเจ้าคะ ผมของข้าแทบจะไม่เหลือแล้ว ท่านพี่ยังจะให้ข้าใจเย็นอยู่ได้อย่างนั้นหรือ เวลาข้าเจอหน้ามันทีไร ท่านพี่รู้หรือไม่ว่าข้าอยากจะฉีกร่างมันออกมาเป็นชิ้นๆ ให้มันตายอยู่ตรงหน้าวันหลายร้อยหน” ฮูหยินหวงใช้มือสางผมก็พบว่าผมยังร่วงออกมาอีกกระจุกใหญ่
“ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าเมื่อเช้า นางยังอยู่ในห้องอย่างนั้นหรือ”
“ใช่น่ะสิเจ้าคะ พอข้าออกมาจากห้องของนาง หลังจากนั้นข้าก็ไม่ได้เข้าไปหานางอีก ท่านพี่ถามทำไมหรือเจ้าคะ” หวงฮูหยินถามขึ้นหลังจากสังเกตเห็นสีหน้าที่ผิดปกติของสามี
“หลินซูจือหายตัวไป”
“หายตัวไป! ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ หลินซูจือหายตัวไป จะเป็นไปได้อย่างไร บ้านของเรามีผู้คุ้มกันแน่นหนา อยู่ดีๆ คนทั้งคนจะหายไปได้อย่างไร ท่านให้คนไปค้นดูทั่วแล้วหรือเจ้าคะ”
“ข้าให้คนไปค้นดูจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังหานางไม่พบ”
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะเจ้าคะ ท่านพี่...นางยังไม่ได้ให้ยาถอนพิษข้าเลยนะเจ้าคะ ตายแน่ คราวนี้ผมของข้าคงไม่เหลือสักเส้นจริงๆ แล้ว” ฮูหยินหวงเริ่มโวยวาย
“เจ้าเป็นห่วงแต่เรื่องความสวยความงามของเจ้าเท่านั้นเองหรือ เจ้าไม่ห่วงชีวิตของลูกชายเจ้าเลยหรืออย่างไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าเวลานี้ป๋อเหรินก็ต้องการยาถอนพิษเหมือนกัน” หวงหลิงตะโกนใส่ภรรยา
“เป็นความผิดของท่าน เป็นเพราะท่านรับมันสองแม่ลูกเข้ามา ลูกชายของเราต้องมารับเคราะห์เพราะความมักมากของท่าน ท่านทำร้ายเราสองแม่ลูก ท่านทำร้ายเรา” ฮูหยินหวงตะโกนจนสุดเสียง นางนั่งลงร้องไห้อย่างไม่สนใจสิ่งใด สภาพของนางตอนนี้คงต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านไปตลอดชีวิตแล้ว ส่วนหวงป๋อเหรินลูกชายเพียงคนเดียวก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดไปถึงเมื่อไหร่
หวงหลิงมองดูภรรยาและเริ่มคิดทบทวนถึงการกระทำของตัวเอง ถึงแม้บางครั้งฮูหยินหวงจะทำตัวน่ารำคาญและเอาแต่ใจไปบ้าง แต่นางก็เป็นฮูหยินของเขา เพียงเพราะตอนนั้นเขาอยากจะเอาชนะศิษย์พี่ อยากได้สตรีที่เขาแอบรัก และอยากได้ยาสูตรลับของอาจารย์มาไว้ในครอบครอง จึงทำให้ครอบครัวของเขาต้องมาประสบเหตุการณ์เลวร้ายอย่างนี้
เขาถามตัวเองอีกครั้งว่าหากเราย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะทำเรื่องเลวร้ายพวกนั้นหรือไม่ คำตอบคือ ‘ทำ’ เขาจะยังทำเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เขาต้องแก้ไขคือเขาจะไม่เก็บชีวิตของอสรพิษอย่างหลินซูจือและหวงป๋อฉือไว้ให้มาคอยทำร้ายเขาและครอบครัวอย่างเช่นวันนี้