ถึงแม้ทหารทั้งร้อยสิบล้านคนจะยังคงพร้อมรบแต่พวกเขาต่างก็เริ่มเข่าอ่อนในทันทีเมื่อกองกำลังจำนวนหนึ่งพันนายเดินออกมาจากเรือรบที่เฟิ่งหยูอยู่พวกเขาเป็นใครไม่ได้นอกจากคนตระกูลเฟิ่งพวกเขาปลดปล่อยพลังปราณระดับเซียนออกมากันอย่างถ้วนหน้า
เฟิ่งเทียนเดินมาอยู่เคียงข้างเฟิ่งหยูเขาปลดปล่อยพลังขั้นราชันย์เซียนออกมาทหารและราชันย์จักรพรรดิทั้งหลายต่างคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่กล้าแม้แต่จะแหงนหน้าขึ้นไปมอง
“ยอมจำนนเสีย หาไม่แล้วพวกเจ้าจะไม่มีแม้แต่ซากให้เหล่าคนรุ่นหลังกราบไหว้”เฟิ่งเทียนเอ่ยขึ้นด้วยเสียบเรียบ ๆ แต่อัดแน่นได้ด้วยพลังเหล่าทหารทั้งหนึ่งร้อยสิบล้านคนและราชันย์จักรพรรดิทั้งหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดคนต่างเอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
“พวกเราขอยอมแพ้ .....โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย”
พวกเขาตระหนักดีถึงความแตกต่าง ของขั้นพลังเป็นอย่างดีเพียงแค่เฟิ่งหยูเพียงคนเดียวพวกเขายังไม่สามารถรับมือได้แต่ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเฟิ่งหยูและยังมีกองกำลังที่มีพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าพวกเขาอยู่อีกนับพันคน
หากพวกเขายังดื้อดึง ไม่ยอมแพ้ พวกเขาคงจะไม่มีร่างให้คนรุ่นหลังได้กราบไหว้จริงๆ พวกเขาเห็นกับตาแล้วว่า ลูกทรงกลมเล็ก ๆเพียงลูกเดียวของเฟิ่งหยูสามารถสังหารเหล่ากษัตริย์ ทั้งหลายภายในพริบตาเมืองทั้งเมืองเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่าโชคดีที่ชาวเมืองทั้งหลายถูกอพยพไปก่อนแล้ว เหลือเพียงทหารเพียงไม่กี่พันนายที่อยู่คุ้มกันองค์กษัตริย์และทหารส่วนมากที่เป็นกองทัพให้ยังไม่ได้ถูกทำลายไป
เมื่อทุกคนต่างยอมแพ้แล้ว พลังกดดันต่าง ๆ พลอยสลายหายไปอย่างสิ้นเชิงเรือรบของทวีปฟ้าครามเริ่มลงจอดทหารทั้งสิบห้าล้านคนเริ่มถูกปล่อยตัวออกมาโดยไร้บาดแผลพวกเขาทั้งสิบห้าล้านคนต่างคิดไม่ถึง ว่าคำพูดของแม่ทัพใหญ่ฟู่หลงจะเป็นความจริง
“ต่อจากนี้ไปทวีปดาราทมิฬจะไม่มีอยู่อีกต่อไป นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ทวีปดาราทมิฬจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทวีปฟ้าครามโดยใช้ชื่ออาณาจักรดาราทมิฬ แต่ละเมืองแต่ละอาณาจักรจะยังคงใช้ชื่อเดิมอยู่เพียงแต่พวกเจ้าจะขึ้นตรงต่อทวีปฟ้าครามของพวกเรา”เฟิ่งหยูประกาศก้องด้วยเสียงอันทรงพลัง
“ส่วนกษัตริย์ของแต่ละเมืองทางทวีปฟ้าครามจะส่งคนไปปกครองแทนกษัตริย์ของพวกเจ้าที่ถูกสังหารไปพระราชวังอาณาจักรดาราทมิฬแห่งนี้ให้สร้างขึ้นมาใหม่โดยให้พวกเจ้าทั้งหนึ่งร้อยสิบล้านคนที่อยู่ตรงนี้ช่วยกันสร้างขึ้นราชันย์จักรพรรดิแต่ละคนให้กลับไปเป็นขุนนางภายในเมืองที่ตนเองจากมาส่วนเมืองหลวงแห่งนี้ข้าจะแต่งตั้งให้แม่ทัพใหญ่ฟู่หลง ดำรงตำแหน่งกษัตริย์เมืองดาราทมิฬแห่งนี้พวกเจ้าทั้งหลายมีใครจะคัดค้านข้าหรือไม่”
เฟิ่งหยูเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง
“พวกเรายินดีรับข้อเสนอที่ท่านกล่าวมาพวกเราขอบคุณที่ไม่สังหารทหารจำนวนมากมาย” ราชันย์จักรพรรดิคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา ทั้งร้อยแปดสิบหกคนจึงกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน
“ขอบคุณที่ไม่สังหารพวกเราให้สิ้น”
“ดีในเมื่อไม่มีใครคัดค้านข้าก็ขอแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่ฟู่หลงเป็นกษัตริย์เมืองดาราทมิฬแห่งนี้และให้ประกาศให้ทุกคนได้ทราบไปทั่วทุกเมืองภายในวันพรุ่งนี้”
เช้าวันต่อมาข่าวที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกก็พลันกระจายออกไปอย่างรวดเร็วข่าวการพ่ายแพ้ของทวีปดาราทมิฬ พ่ายแพ้ให้แก่ทวีปฟ้าครามแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วผู้คนของทวีปดาราทมิฬไม่อาจที่จะปฏิเสธถึงความพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้เลย
ซึ่งข่าวคราวนี้ได้แพร่กระจายไปยังทวีปวายุเพลิงซึ่งเป็นอีกทวีปที่ยังคงเหลืออยู่ และไม่เคยเป็นศัตรูกับทวีปฟ้าครามเลยดังเช่นทวีปดาราทมิฬ เมื่อพวกเขาทราบข่าวว่าทวีปฟ้าครามสามารถเอาชนะทวีปดาราทมิฬได้พวกเขาต่างยินดีเป็นอย่างมากเพราะทวีปดาราทมิฬมักจะทำสงครามกับทวีปวายุเพลิงอยู่บ่อยครั้งทำให้ทวีปวายุเพลิงเสียหายอยู่หลายครั้ง
เช่นเดียวกับผู้คนในทวีปฟ้าคราม เหล่าเมืองต่าง ๆที่ได้รับทราบข่าวต่างพากันดีใจ ตอนนี้พวกเขาเปรียบเสมือนเสือติดปีกภายในโลกใบนี้มีทวีปที่ยิ่งใหญ่อยู่สามทวีป คือวายุเพลิง ดาราทมิฬ และทวีปฟ้าครามเมื่อทวีปฟ้าครามสามารถเอาชนะและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับทวีปดาราทมิฬได้นั่นก็หมายความว่าพวกเขาเป็นทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนี้
เฟิ่งหยูจัดการสร้างค่ายกลมิติขึ้นมาพร้อมกับเดินทางไปยังเมืองอัสตาน่าในทันทีเพื่อให้กษัตริย์เหวินชิงและกษัตริย์ทั้งห้าอาณาจักรในทวีปฟ้าครามจัดการเรื่องต่าง ๆ ต่อกษัตริย์ทั้งห้าอาณาจักรเร่งรีบมาที่เมืองอัสตาน่าในทันทีที่ทราบข่าวที่เฟิ่งหยูแจ้งไป
ตอนนี้กองกำลังของเฟิ่งหยูยังอยู่ในเมืองต่าง ๆ ในอาณาจักรดาราทมิฬดังนั้นเฟิ่งหยูจึงต้องการให้กษัตริย์ทั้งห้าคนแต่งตั้งเจ้าเมืองและกษัตริย์ของอาณาจักรเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนทุกอย่างก็ถูกกษัตริย์ทั้งห้าจัดการเรียบร้อยกองกำลังทั้งหมดจึงสามารถกลับมาฝึกฝนในเจดีย์ได้ตามเดิม ตามด้วยกองกำลังของอาณาจักรมังกรครามและกองกำลังของอาณาจักรดาราทมิฬ
กองกำลังของอาณาจักรดาราทมิฬที่เข้าร่วมด้วยนั้นคือคนที่ยอมสวามิภักดิ์ต่อแม่ทัพใหญ่ฟู่หลงในตอนแรกจำนวนกว่าห้าแสนนายพวกเขาจึงถูกส่งมาโดยแม่ทัพใหญ่ฟู่หลงซึ่งตอนนี้กลับกลายเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งไปเรียบร้อยแล้วรวมกับสี่อาณาจักรที่อยู่ในดินแดนทวีปดาราทมิฬเดิมตอนนี้ทวีปฟ้าครามมีกษัตริย์ทั้งหมดสิบพระองค์
เฟิ่งหยูได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับฟู่หลงได้รับฟัง ฟู่หลงจึงเข้าใจและยอมส่งกองกำลังเข้าร่วมฝึกฝนกับเฟิ่งหยูในครั้งนี้ด้วยเพราะเขามองความสำคัญของส่วนรวมเป็นหลักมิได้สนใจแต่เรื่องส่วนตัวดังเช่นกษัตริย์ของอาณาจักรดาราทมิฬคนอื่นๆ ที่เคยเป็นมา
ในตอนแรกกษัตริย์ทั้งห้าจะให้เฟิ่งหยูดำรงค์ตำแหน่งกษัตริย์ของอาณาจักรในอาณาจักรดาราทมิฬแต่เฟิ่งหยูปฏิเสธเพราะเมืองจินเฟิงของเฟิ่งหยูก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งอาณาจักรในอนาคตซึ่งเฟิ่งหยูผูกพันธ์กับเมืองจินเฟิงมากกว่าจึงได้ปฏิเสธพวกเขาไป
เฟิ่งหยูต้องการบอกเรื่องราวทั้งหมดให้กับทุกคนในโลกนี้ได้รับรู้ความจริงเขาจึงแนะนำให้เชิญกษัตริย์และเจ้าเมืองต่าง ๆ ทุกเมือง ทั้งในทวีปฟ้าครามและทวีปวายุเพลิง
เฟิงหยูไม่อยากให้มีการแบ่งแยกทวีปอีกต่อไป อยากให้ใช้มาตราฐานเดียวกันและเขาอยากให้โลกใบนี้เป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อที่จะสามารถต่อกรกับโลกอื่น ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ทั่วทั้งทวีปฟ้าครามไม่มีใครปฏิเสธเพราะพวกเขาทราบดีว่าการมาถึงจุดนี้ได้ล้วนแต่เป็นเพราะเฟิ่งหยูในที่สุดที่ประชุมก็ตกลงกันได้เรียบร้อยว่าจะเชิญทวีปวายุเพลิงเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยพวกเขาส่งคณะทูตไปเชิญทุกเมืองในอาณาจักรวายุเพลิงในวันถัดไป
“เฟิ่งหยูแล้วเจ้าคิดว่าจะจัดงานใหญ่โตเช่นนี้ที่ไหนกัน”
“ข้าคิดว่าพวกเราจะจัดงานที่ อาณาจักรดาราทมิฬ ในพระราชวังที่สร้างขึ้นมาใหม่พวกท่านคิดว่ายังไงบ้าง ตอนนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครึ่งเดือนก่อนการประชุมพวกเราจะประกาศใช้นโยบายที่พวกเราใช้ในทวีปฟ้าครามแห่งนี้ทุกคนจะมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำในสิ่งที่พวกเขาชอบ และที่สำคัญนโยบายที่พวกเราใช้กันมายังสามารถทำให้ชาวเมืองอยู่ดีกินดีไม่อดอยากปากแห้งเหมือนที่เคยผ่านมา”
“พวกเราเห็นด้วยกับความคิดนี้ของเจ้า เพียงแต่ ทวีปวายุเพลิงจะยอมร่วมมือกับเราไหมพวกเขาจะยอมผ่อนปรนตามความต้องการของพวกเราไหม”
“ข้าคิดว่าพวกเขาคงต้องยอมร่วมมือกับเรา หาไม่แล้วพวกเขาจะไม่สามารถต่อกรกับพวกโลกอื่นๆ ได้เลย พวกท่านก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าพลังยุทธ์ของพวกเราก้าวหน้าไปแค่ไหนกองกำลังของพวกเราสามารถต่อกรกับโลกอื่นได้”
“หากพวกเขาไม่ร่วมมือก็คงมีทางเดียวนั่นคือยึดกุมอำนาจของพวกเขาให้หมดดีกว่าจะให้ต่างโลกมาใช้ทรัพยากรของเราฝึกฝนและกลับมาสังหารพวกเราเอง”
“ส่วนเรื่องการเดินทางของคนในทวีปวายุเพลิงหากพวกเขาเดินทางมาถึงชายแดนก็ให้เขาใช้ค่ากลมิติ มุ่งตรงมายังเมืองหลวงของอาณาจักรดาราทมิฬโดยตรงเลย เพื่อความรวดเร็ว”
“เอาตามนั้น ข้าเหวินฉิงจะเป็นธุระเรื่องการจัดการต้อนรับเหล่าคณะกษัตริย์และเจ้าเมืองทั้งหลายพร้อมคณะที่เดินทางมาส่วนกษัตริย์จื่อหรงซิว และกษัตริย์ไป๋กวาง พวกท่านจัดการเรื่องที่พักของพวกเขา กษัตริย์ปิงลู่และกษัตริย์อ่านเมิงซู รวมถึงกษัตริย์ฟู่หลง พวกท่านจัดการเรื่องของความปลอดภัยส่วนคนอื่น ๆ ให้จัดเตรียมสถานที่จัดงาน”
“งานนี้นับเป็นงานครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีพวกเรากษัตริย์ทั้งสิบร่วมกันจัดขึ้น และเป็นครั้งแรกที่จะมีกษัตริย์และเจ้าเมืองทั่วทุกมุมโลกมาร่วมงานดังนั้นเราจะให้เกิดความขัดแย้งก่อนที่ผนึกของโลกนี้จะสลายไม่ได้เป็นอันขาด”
“นอกจากการประชุมนี้แล้วพวกท่านมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากมีเพียงแค่การประชุมข้าว่ามันจะเคร่งเครียดกันมากเกินไปพวกท่านเห็นสมควรว่าเราควรเพิ่มอะไรเข้าไปเพื่อให้งานครั้งนี้เป็นเหมือนการจัดงานกระชับมิตรไม่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าถูกบังคับให้ทำตาม”
เฟิ่งหยูเอ่ยขึ้นมา
“นั่นสินะ พวกเราลืมข้อนี้ไปได้ยังไง”
“ข้าเสนอให้มีการจัดการประมูลสินค้าขึ้นด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขานำของมาประมูลและเข้าร่วมการประมูล”กษัตริย์ไป๋กวางเอ่ยขึ้นมา
“ข้าเสนอให้มีการประลองของรุ่นเยาว์” กษัตริย์ผิงลู่กล่าว
“ข้าว่าประลองหลอมกลั่นโอสถก็ดีเหมือนกัน”กษัตริย์อานเมิ่งซูเสนอความคิดเห็น
“เช่นนั้นก็ดี พวกท่านจัดการจัดการแข่งขัน ได้ทุกอย่าง ส่วนของรางวัล ก็เอาจำพวกชุดเกราะอาวุธ และก็โอสถพวกนี้เป็นรางวัลก็แล้วกัน” เฟิ่งหยูนำสิ่งของต่าง ๆ มากมายออกมากองตรงหน้าองค์กษัตริย์ทั้งหลาย