ตอนที่ 91
ม่วนเต๋อ
ชายหนุ่มที่เหาะเหินอยู่มองเห็นการวิ่งหลบหลีกของเด็กหนุ่มเบื้องล่างที่มีความเร็วพอตัวก็รู้สึกชักจะโมโหเต็มทนที่การพยายามของแมงป่องกำจัดคนผู้นี้ไม่สำเร็จเสียทีจนทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เอาเสียเลยคิดเสียว่าต้องลงมือเองเสียแล้ว
“เจ้าเด็กเหลือขอคิดจะหนีเหรอก็รู้ว่าหนีไม่พ้นยังคิดว่าจะรอดอีกรึยังไงกันเจ้าจะต้องตายในวันนี้”
กล่าวจบก็ยกมือขึ้นเกิดเป็นพลังลมหมุนวนมีแสงสีทองวิ่งเข้าไปในมือจนเกิดเป็นวงกลมใหญ่ที่มีแรงลมอยู่ในนั้นคลื่นพลังสีทองที่อยู่ในมือรับรู้ได้ว่ามีพลังมหาศาลก่อนชายผู้นั้นจะโยนมันใส่ไป๋เหอ
“พลังนั่น!!ช่างรุนแรงเหลือเกิน”
ไป๋เหอที่หันไปมองเห็นลูกกลมๆสีทองที่บรรจุด้วยคลื่นพลังทำลายล้างวิ่งเข้ามาใส่ด้วยความเร็วเขาถึงกับหน้าซีดเป็นกังวลกลัวจะหลบไม่พ้นแล้วพลังที่วิ่งมานั้นยังกดทับร่างไม่ให้เขาขยับหนีไว้อีกไป๋เหอถึงกับกัดฟันกรอดๆ พยายามระเบิดลมปราณต้าน ดีที่ยังมีวิชาเกราะกายาเหล็กคุ้มร่างกายพอให้ขยับได้แต่ไม่เร็วเหมือนเดิมเท่านั้น สมองของเขาในตอนนี้กำลังคิดหาหนทางหลบหนีแม้ความกลัวจะมีอยู่มากแต่หากจะไม่ขยับเลยเห็นทีว่าร่างนี้คงได้จบเพียงเท่านี้
“ตายซะเถอะ!” คนที่ลอยอยู่เบื้องหน้ายิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นว่าร่างนั้นกำลังจะแหลกเหลวด้วยพลังของเขา
“ข้าจะทำยังไงดีข้ายังไม่อยากตายตอนนี้”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราวกับจะกล่าวออกมาไม่ไหวด้วยแรงมหาศาลที่ลงมาเรื่อยๆ ยากที่เขาจะรับมือได้เขารู้สึกน้อยใจในโชคชะตาที่ต้องมาเจออุปสรรคมากมายที่ผ่านเป็นตายมาต่อหลายครั้งและวันนี้อีกครั้งที่ฟ้าคงไม่เปิดโอกาสให้เขารอดอีกแล้ว
ในขณะที่เขาสิ้นหวังและพลังทำลายนั้นกำลังคืบคลานเข้ามาถึงตัว จู่ๆก็เกิดคลื่นพลังสีแดงขนาดใหญ่พวยพุ่งเข้ามาสกัดพลังทำลายนั้นทัน แต่มันไม่สามารถทำลายพลังทั้งหมดนั้นได้กลับหลงเหลือวิ่งเข้าโจมตีร่างเด็กหนุ่มนั้นก่อนที่ร่างของเขาจะกระเด็นกระดอนไปไกลหลายจั้ง
พอร่างหล่นลงพื้นไป๋เหอก็กระอักเลือดคำโตออกมาพลังที่กระแทกร่างกายของเขานั้นแม้จะบางเบาลงแต่กลับทำให้ร่างกายของเขาได้รับความเจ็บปวดรุนแรง หากพลังลึกลับนั่นไม่ได้สกัดทำลายบางส่วนเห็นทีว่าร่างกายของเขาคงแตกสลายไปแล้วก่อนจะพบร่างคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
“เจ้าเป็นใครเหตุใดมาทำร้ายคนสำนักเมฆาสวรรค์”
ม่วนเต๋อศิษย์หลักประจำธาตุดินที่ได้รับมอบหมายให้มาตรวจตราป้องกันที่นี่ เมื่อเห็นว่ามีการต่อสู้กันเกิดขึ้นเขาก็รีบตามมาดูพอได้เห็นคนผู้หนึ่งเข้าก็คาดเดาได้ทันทีว่าไม่ใช่คนที่มาร่วมสมัครเข้าแข่งขันแถมยังตามฆ่าคนผู้หนึ่งด้วยเขาจึงคาดเดาได้ว่าคนผู้นี้แหละเป็นสายลับเพราะไม่อาจจะมองเห็นชั้นพลังวิญญาณได้ซึ่งผิดกับคนทั่วไปนัก เขาเป็นถึงศิษย์หลักประจำธาตุดินมีอาวุโสซวงเจี้ยงเป็นอาจารย์ย่อมที่จะพอมีฝีมือและความฉลาดสามารถแยกแยะได้ว่าใครดีใครร้าย
“คนกระจอกวอนตายอีกคนมาแล้ว”
คนที่ลอยอยู่เหนือหัวกล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ยคนที่พึ่งมาปรากฏตัวเห็นได้ชัดว่าพลังปราณที่ไหลเวียนทั่วร่างนั้นเทียบเท่ากับคนที่เขากำลังตามฆ่าไม่ได้เลยเหตุที่เมื่อกี้สกัดพลังของเขาได้เป็นเพราะของที่อยู่ในมือที่เป็นพัดนั่นเอง
“สามหาว! บุกรุกสำนักเมฆาสวรรค์ของข้าแล้วยังมาเบ่งอวดดีที่นี่อีก เจ้ามันสารเลวรนหาที่ตายชัด ๆ” ม่วนเต๋อชี้หน้าว่ากลับไปเมื่อเห็นคนตรงหน้าดูถูกความสามารถตนเองเขาเกลียดนักคนโอหังเช่นนี้เห็นทีว่าควรจะต้องสั่งสอนหนักๆ
“โอ๊ะ!ช่างปากดีเหลือเกินมีแค่อาวุธกระจอกชิ้นเดียวนึกว่าจะทำอันตรายข้าได้เหรอเจ้าประเมินตนเองสูงไปหน่อยไหมเจ้าคนโง่ต่อให้มาทั้งสำนักข้าก็ไม่กลัว แล้วเจ้าเพียงลำพังมีเหรอจะสู้ข้าได้วันนี้อาจจะเป็นวันตายของเจ้าก็ได้อย่าพึ่งมาด่วนสรุป”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามทำให้ม่วนเต๋อถึงกับกำหมัดไว้แน่นมองคนผู้นั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวดูท่าแล้วอายุก็ไม่ห่างกันกับเขามากแต่พูดจาวางท่านึกว่าตนเองเก่งมากหรืออย่างไรมาดูถูกคนของสำนักเมฆาสวรรค์เช่นนี้เขายอมไม่ได้
“เจ้าดูถูกสำนักของข้าเกินไปแล้ววันนี้จะเป็นวันตายของเจ้าข้าจะให้เจ้าดูว่าคนสำนักเมฆาสวรรค์ใช่กระจอกอย่างที่เจ้าคิดไม่”
ม่วนเต๋อที่ไม่อาจจะทนเห็นคนมาดูถูกสำนักตนเองได้รีบกระโจนเข้าหาอีกฝั่งทันทีโบกสะบัดพัดไปคราหนึ่งก็เกิดพลังระลอกคลื่นสีแดงขนาดใหญ่พุ่งโจมตีคนที่ลอยอยู่เหนือหัวตนเองทันที
คนผู้นั้นไม่เพียงไม่หลบยังยิ้มเยาะราวกับว่าพลังที่วิ่งเข้าหาตนนั้นเป็นเพียงลมพัดเบาๆ เท่านั้นก่อนจะปรากฏกระบี่อยู่ในมือส่องแสงเรืองรองออกมาจากตัวกระบี่เกิดคลื่นพลังพายุหมุนวนรอบกระบี่ราวกับว่าอาวุธนั้นเป็นอาวุธวิเศษชั้นเลิศที่สามารถทำลายล้างปฐพีลงได้
“คิดว่าพลังแค่นี้จะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นเหรอเจ้ามันคิดผิดไปแล้ว”
เขาเพียงตวัดมือเดียวพลังจากตัวกระบี่ก็ถูกปล่อยออกมาวิ่งเข้าต่อต้านเพียงตวัดเดียวก็สามารถทำลายพลังโจมตีนั้นได้
“นี่นี่มันอะไรกัน!! อาวุธของอาจารย์ก็ไม่สามารถสังหารคนผู้นี้ได้เลยเหรอ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน”
ม่วนเต๋อหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าอาวุธชั้นเยี่ยมของอาจารย์ที่ตนได้ถือมานั้นไม่สามารถทำอันตรายคนผู้นั้นได้แถมยังปัดออกมาหน้าตาเฉย เขาไม่คิดเลยว่าอาวุธที่เหล่าลูกศิษย์ในสำนักต่างนึกกลัวพออยู่เบื้องหน้าคนผู้นี้แล้วกลับถูกปัดออกมาราวกับว่าอาวุธของเขาในมือไม่มีความหมาย
“หึ คนอย่างพวกเจ้าไม่ว่าจะใช้อาวุธใดมันก็ไร้ค่ากับข้าพวกเรามันต่างชนชั้นกันเจ้าก็แค่ปลวกมดในสายตาข้าเท่านั้นรีบไปตายเสียเถอะ”
คนที่ลอยตัวอยู่ไม่ต้องการให้คนที่พึ่งโจมตีเขามีชีวิตอยู่ต่อเพียงสะบัดมือเดียวพลังคลื่นกระบี่ในมือก็เข้าจู่โจมคนเบื้องหน้าทันทีไม่เพียงแต่คนผู้นั้นโดนคนเดียวเท่านั้นพลังกลับฟาดไปถึงคนสองคนที่อยู่เบื้องหลังด้วย
พลังนั้นแหวกว่ายกลางอากาศหวังทำลายพื้นที่ตรงนั้นให้ราบคาบมันวิ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วยังมีเสียงแหลมคมราวกับฉีกอากาศให้แยกออก
ไป๋เหอนึกว่าการได้พบผู้มาใหม่จะเป็นเรื่องดีกลับกลายเป็นว่าพวกเขาต้องมาตายด้วยกันทั้งคู่แต่ไม่มีโอกาสคิดแล้วด้วยพลังโจมตีที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วนั้นเขาไม่อาจจะหลบทันได้ รีบเรียกอาวุธระดับสวรรค์ 200ชิ้นเข้าต่อกรรับมือทันทีแม้อาวุธสวรรค์จะสามารถต่อกรรับมือกับพลังโจมตีนั้นได้แต่อาวุธครึ่งหนึ่งก็ถูกทำลายลงต่อหน้าเขาแตกละเอียดยับ
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าพลังมันช่างร้ายแรงกว่าเดิมคนผู้นี้เป็นใครกันแน่เหตุใดถึงดูลึกลับและพลังก็น่ากลัวเช่นนี้อาวุธสวรรค์ของข้าถูกทำลายลงอย่างง่ายดายมันเกิดอะไรขึ้นคนผู้นี้เป็นใครกัน”
ไป๋เหอมีความกลัวมากขึ้นกว่าเดิมและนึกเสียดายอาวุธระดับสวรรค์ของเขาที่ถูกทำลายลงเพียงตวัดเดียวทำให้ในตอนนี้อาวุธระดับสวรรค์ของเขาถูกทำลายลงไปแล้วถึง1,200 ชิ้นเห็นทีว่าเขาไม่สามารถดึงมันออกมาได้อีกแล้วกลายเป็นว่าอาวุธของเขาที่โลกนี้ต่างหวาดกลัวกลับกลายเป็นเพียงของธรรมดาที่ไม่อาจต่อกรกับคนตรงหน้าได้ใบหน้ามีแววสิ้นหวัง
ม่วนเต๋อแม้จะสกัดกั้นพลังที่โจมตีตนเองได้ก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเช่นกันด้วยพลังที่อัดแน่นโจมตีนั้นมันช่างรุนแรงเอาเสียเหลือเกินอาวุธที่อยู่ในมือไม่อาจต่อต้านได้ทำให้เขาได้รับผลกระทบนั้น แถมเขายังตกตะลึงกับเด็กหนุ่มที่เขาหวังจะช่วยเมื่อเห็นอาวุธระดับสวรรค์มากมายที่คนผู้นี้ถือแล้วยังโดนทำลายล้างไปเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเองเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะถือครองอาวุธระดับสวรรค์ไว้ในมือมากมายเช่นนี้เขามีเพียงเล่มเดียวและที่เขาถืออยู่นั้นเป็นพัดของอาจารย์ที่อยู่ในขั้นระดับสวรรค์แต่หลอมด้วยพลังจิตระดับ2 ควบแน่นถือว่าร้ายกาจพอตัว
การจ้างให้นักระดับพลังจิตหลอมรวมอาวุธให้แต่ละครั้งนั้นล้วนใช้ทรัพยากรอย่างมากในการจ้างแต่ละครั้งสำนักเมฆาสวรรค์พึ่งก่อกำเนิดนักสร้างพลังจิตขึ้นเมื่อไม่กี่ปีนี้เองและมีแค่ 5คนเองเท่านั้นที่เป็นนักพลังจิตในสำนักเขาไม่มีความสามารถพอที่จะให้หลอมอาวุธให้ การถืออาวุธของอาจารย์ออกมานั้นเป็นความยินยอมของอาจารย์ที่ต้องการให้มาตรวจตราดูแลความเรียบร้อยของการแข่งขันในครั้งนี้แต่ไม่คาดคิดว่าคนที่เขาเผชิญหน้านั้นมีพลังแข็งแกร่งทั้งที่เขามองพลังคนนี้ไม่ออกเลยว่าอยู่ขั้นอะไรคนผู้นี้ช่างดูลึกลับและแอบแฝงด้วยความน่ากลัว หากขืนสู้ต่อไปก็คงไม่ไหวนี่แค่กระบวนท่าเดียวก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บแล้ว
‘แล้วข้าจะทำอย่างไรดีอุตส่าห์ตั้งใจว่าจะช่วยแต่กลับจะหนีไปดื้อๆแบบนี้ข้าคงทำไม่ได้’
ม่วนเต๋อไม่มีทางเลือกหากจะต้องช่วยก็ต้องช่วยให้สุดแล้วค่อยคิดดูอีกทีว่าจะมีทางไหนพาเด็กหนุ่มนั้นไปด้วยก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางอย่างเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“เจ้าหนีไปก่อนข้าจะกันคนผู้นี้ไว้เอง”
เมื่อไม่มีทางเลือกม่วนเต๋อหันไปสั่งคนอีกข้างทันทีนี่อาจจะเป็นวิธีเดียวที่จะพากันรอดก็เป็นได้เขาคิดว่าเขาพอจะหาวิธีหลบหนีได้และคนที่เขาช่วยก็คงมีวิธีหลบหนีเช่นกันแล้วเขาก็ไม่รู้ประวัติความเป็นมาของคนที่เขาคิดจะช่วยด้วยเห็นแค่ถืออาวุธระดับสวรรค์จำนวนมากขนาดนี้คิดว่าคนผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกันหวังว่าเขาจะเอาชีวิตรอดและได้เข้าเรียนที่สำนัก
ไป๋เหอเห็นการเสียสละคนผู้นี้เขาก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากแม้ว่าชั้นพลังของคนตรงหน้าด้อยกว่าเขาแต่อาวุธที่อยู่ในมือคนผู้นี้ก็ยังดีกว่าเขา เมื่อได้ยินว่าให้หนีไปก่อนตัวไป๋เหอก็รีบห้อตะบึงกายจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันทีแต่ก็ยังแอบหันมามองดูผู้มีพระคุณผู้นั้นอีกครั้งหวังว่าเขาจะหนีรอดปลอดภัยเหมือนกัน
คนที่ลอยตัวอยู่ทำได้เพียงส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงเย้ยหยัน
“พวกเจ้าคิดว่าจะหนีรอดจากข้าได้อย่างนั้นเหรอเห็นทีว่าคงจะไม่ได้วันนี้เป็นวันตายของพวกเจ้า”
เขาไม่ต้องการให้ศัตรูหนีรอดเมื่อคิดอยากสังหารย่อมต้องสังหารตรงนั้นเดี๋ยวนั้นพูดแล้วเขาก็ยกกระบี่ขึ้นเกิดเป็นพลังคลื่นทำลายอีกครั้งบนปลายกระบี่ ก่อนจะตวัดไปยังร่างที่เขาต้องการเอาชีวิตการสังหารชีวิตคนเป็นความสะใจที่บ้างคลั่งของเขา
เมื่อมองเห็นคลื่นพลังทำลายล้างรุนแรงเข้าโจมตีคนที่อยู่เบื้องล่างเขาเพียงเพ่งมองสายตาดูแคลนยกยิ้มมุมปากน้อยๆแค่เห็นคนตรงหน้าตายลงก็ถือว่าได้ความสะใจอย่างมาก