เปลวเพลิงลุกโชน เผาไหม้ท่านของที่เก่าโทรมหลังหนึ่ง ดินกำลังนั่งท่าชันเข่า ดวงตามีหยดน้ำไหลรินออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
มันก้มหมอบกราบลงพื้นดินหนึ่งครั้งพลางร้องไห้สะอื้น ขณะที่ทองเองก็ก้มศีรษะแสดงความเคารพเป็ครั้งสุดท้าย
“ท่านปู่ หลานของท่านอกตัญญู มิสามารถทำให้ท่านสุขสบายได้ โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
ทองเมื่อเห็นการกระทำของดิน มันก็ถอนหายใจอย่างเศร้าโศก ตัวมันก็ไม่อาจสร้างความสุขสบายให้แก่ท่านพ่อของมันได้เช่นกัน มันไม่รู้ว่าตัวท่านพ่อของมัน จะอยู่ถึงวันที่มันมีพร้อมทุกอย่างได้รึไม่
ทองตบบ่าของดินเชิงให้กำลังใจ “เ้าไม่ต้องเสียใจไปดอก ปู่ของเ้านะท่านหมดห่วงแล้ว ถึงได้จากไปเช่นนี้ ท่านไปสบายแล้ว”
ดินหันมามองมันด้วยน้ำตาคลอเชิงไม่เข้าใจ
ทองอธิบาย “ข้าคิดว่า ปู่ของเ้า ท่านเห็นว่าเ้ายังเล็กจึงต้องฝืนทนอยู่กับเ้าให้ตลอดรอดฝั่ง แต่ทว่าเมื่อมาถึงวันนี้ ท่านเห็นว่าเ้ามีที่พึ่งและโตพอแล้ว ท่านจึงผ่อนคลายและจากไปอย่างสงบ เ้าไม่เห็นหรือ ว่าก่อนปู่ของเ้าสิ้น มิมีท่าที่ทรมานใดๆ แสดงออกมาเลย แสดงว่าท่านมีความสุข และ้าจากไปด้วยความปรารถนาของท่านเอง”
ถ้าหากเป็ผู้อ่านได้ยินคำกล่าวของทองเช่นนี้แล้วล่ะก็ คงจะโกรธจจนเืขึ้นหน้า แต่ทว่าผู้ฟังกลับเป็ดินเด็กซื่อบื้อ มันจึงไม่มีความอคติใดๆ จึงเข้าใจเจตนาที่ทอง้าจะสื่อเป็อย่างดี
ทองหมายความว่า เ้าโตพอที่จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้แล้ว ปู่ของเ้าก็หมดห่วงแล้วล่ะ เ้าไม่จำเป็ต้องร้องไห้ เพื่อที่ปู่เ้าจะไม่เศร้าใจเมื่ออยู่บน์
ดินปาดน้ำตา มันลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็งกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา “ท่านปู่ขอรับ ครั้งนี้ข้าจะขอร้องไห้เป็ครั้งสุดท้าย ข้าจะมิร้องไห้อีก ให้ท่านปู่ซึ่งอยู่บนสรวง์ต้องเป็กังวล ข้าจักใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขอรับ”
เมื่อกล่าวจบมันจึงเริ่มออกเดินทางไป ขณะที่ทองก็เดินตามอย่างใจเย็น ขณะที่ทั้งสองเดินหายลับตากันไปแล้ว พลันบ้านร้างที่มอดไหม้ ก็หายกลายเป็ความว่างเปล่าโดยพลัน
ทองเมื่อเดินมาเรื่อยๆ มันจึงกล่าวกับดินว่า “สหายน้อยเ้านั้นจะ้าไปพักกับข้าหรือไม่”
ดินพยักหน้า “สหายทอง ข้าได้ให้คำมั่นสัญญาแล้วว่าจะเป็ผู้ติดตามคอยรับใช้ท่าน ข้าจะไม่ตระบัดสัตย์อย่างแน่นอน”
ทองมีแววตาลังเล “แต่ว่าเ้าพึ่งสูญเสียท่านปู่ไป ข้าไม่อาจช่วยท่านปู่ของเ้าได้ คำยึดมั่นสัญญาก็จะไม่เป็ผล เ้าแน่ใจนะที่จะติดตามข้ามาจริงๆ
ดินมีสีหน้าเข้มแข็งไม่ไหวหวั่น “ท่านทอง เมื่อท่านปู่ของข้า เสียหลังจากที่ท่านไปถึงบ้าน ก็หมายความว่าท่านปู่ ไว้ใจให้ท่านเป็เ้านายของข้า”
ทองเมื่อเห็นความเด็ดเดียวเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่บ่ายเบี่ยงอีกต่อไป “ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ต้องทำตามคำมันสัญญาจนกว่าเ้าจะตายใช่รึไม่”
“ใช่แล้วขอรับ”
ทองจังเดินออกไปอย่างว่องไป ส่งเสียงเอื้อนเอ่ยตามมา “ตามข้ามาสิ ข้าจะสอนวิถีการใช้ชีวิตให้เ้าเอง”
ดินก้มศีรษทำความเคารพก่อนเดินตามไปอย่างเด็ดเดี่ยว
เมื่อเดินทางมาถึงที่หอจันทร์เงิน ดินที่กำลังเดินตามมาอย่างเด็ดเดี่ยว ก็เกิดชะงักอย่างเอียงอาย ทองเมื่อสังเกตเห็นจึงถามว่าเป็อะไร
“คือท่านทอง ข้านั้นพึ่งเจ็ดขวบเองนะขอรับ หากจะให้เข้าสถานที่เยี่ยงนี้ เกรงว่าจะถูกหัวเราะเยาะเสียเปล่าๆ”
ทองเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มขำ “เ้าเนี่ยคิดถึงเื่อันใดกันแน่ ข้ามาที่นี่เพื่อทำการค้ามิใช่เพื่อมาหาความสุข อีกอย่างถ้าเ้ายังไม่โตพอ เมื่อเ้าทำเื่เช่นนั้นจริง งูน้อยของเ้าจะาเ็ เ้าเชื่อข้าสิ ข้ารู้ดี “
ดินเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินตามทองเข้าไป
ทองเดินลัดเลาะ จนมาถึงที่ที่แม่เล้าอยู่ ในตอนแรกมันก็ไม่รู้หรอกว่าแม่เล้าอยู่ที่ใด แต่ทว่าไม่รู้ทำไมมันจึงเดินมาหาแม่เล้าได้อย่างถูกต้อง แม้ตัวมันเองก็งงเหมือนกัน
แม่เล้าที่กำลังดื่มชาด้วยสีหน้ากระวนกระวายอยู่นั้น เมื่อเห็นทองเดินเข้ามาพร้อมบัณฑิตน้อยผู้หนึ่งก็ลุกขึ้นมาถามอย่างตื่นเต้น “นายน้อยในที่สุดท่านก็มา ท่านไปตั้งนานเสียเหลือเกิน”
ทองยิ้มอย่างไม่ยินดียินร้าย “นี่พึ่งรุ่งสางเอง ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าก็ยังไม่ได้หลับนอนเลย แต่ก็ตั้งใจรีบมาหาท่านแล้วนี่”
แม่เล้ายิ้มอย่างเอียงอาย “สร้างความลำบากใจแก่นายน้อยแล้ว ไม่ทราบว่าจะสามารถเป็ไปตามแผนที่วางไว้ได้หรือไม่”
ทองยิ้มอย่างพึงพอใจ “สามารถทำได้ แต่ทว่าชื่อเ้าของในที่ต่างๆ ต้องเป็ของบัณฑิตน้อยผู้นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด”
ทองดึงดินเข้ามาไว้ข้างหน้า แม่เล้าเห็นดินที่แลชื่อบื้อก็ดูแคลนเล็กน้อย “คนเช่นนี้หรือ อ่า ก็ได้ นายน้อยไม่ทราบว่าจะต้องมีอะไรที่ต้องเป็เ้าของมั่ง”
ทองชูขึ้นสามนิ้ว “หนึ่งหอแห่งนี้ สองนางโลม สามที่ดินของเ้า”
แม่เล้าได้ยินเช่นนั้นก็ใ “นายน้อย ท่านนี่คิดจะปลอกลอกข้ารึเปล่า หากจะเอาทั้งหมดเช่นนี้ มิสู้ฆ่าข้าให้ตายไปเสียเลยดีกว่า”
ทองส่ายหัว “แม่เล้าท่านเข้าใจผิดแล้วแม้ชื่อจะเป็ของมันผู้นี้ แต่สิทธิและผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังเป็ของท่านเช่นเดิม ข้าเพียงต้องทำเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อกันเื่ผิดพลาด”
แม่เล้าได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจ หากผลประโยชน์ยังเป็ของนางแล้วล่ะก็ ไม่ว่าใครก็มาลงชื่อเป็เ้าของได้ “หลังจากนั้นแล้วท่านจะทำอย่างไร”
“ก็เช่นเดิมข้าจะไปจดทะเบียนเป็หอการค้า โดยใช้ชื่อหอไปเป็ผู้ค้ำประกัน เนื่องจากเ้าของหอเปลี่ยนเป็ของบัณฑิตน้อยแล้ว กฎหมายก็ทำอะไรเราไม่ได้”
แม่เล้าเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็สว่างวาบ หากนางสามารถหายสมุนไพรที่มี และหญ้าทมิฬได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วละก็ จะทำให้มีเงินทองไหลเข้ามามากกว่าเดิม และอีกอยากจะสามารถ ซ่อนาาหญ้าทมิฬไว้ได้อย่างไมมีคนสงสัยอีกด้วย “เช่นนั้นสมุไพรหลักที่เราจะขายก็คงเป็ “
จริงๆแล้วเื่ใช้ชื่อบัณฑิตมาเป็เ้าของ เพื่อที่จะทำการค้า แม่เล้าก็เคยคิดไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เนื่องจากนางเป็นางคณิกาจึงมิมีผู้ใด มาร่วการค้ากับนาง เพราะกลัวเสียชื่อเสียง
ทองพยักหน้า “ใช่แล้วหญ้าทมิฬ”
“แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจ แล้เราจะได้ผลประโยชน์จากสิ่งนั้นได้อย่างไร”
ทองส่ายศีรษะ “เ้าว่าหากนำาาหญ้าทมิฬ มาปลูกร่วมกับหญ้าทมิญธรรมดา มันจะเกิดอะไรขึ้น”
แม่เล้ามีท่าทางครุ่นคิด ก่อนเบิกตากว้างอย่างตื่นเต้น “สมุนไพรชั้นเยี่ยม”
“ใช่แล้ว ไม่เพียงแต่หญ้าทมิฬเท่านั้นที่จะกลายเป็สมุนไพรชั้นเยี่ยม สมุนไพรชนิดอื่นก็จะกลายเป็ด้วย”
ได้ยินเช่นนั้น แม่เล้าก็กล่าวอย่างตื่นเต้น “ดีๆ ข้าจะไปเตรียมสัญญามา ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่”
เมื่อเห็นว่าแม่เล้าออกไปแล้วดินจึงถามทองอย่างสงสัย “ท่านทองไม่ทราบว่าท่านทำเช่นนี้เพื่อสิ่งใด”
ทองตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ “ก็เพื่อเงินและชีวิตอย่างไรล่ะ”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ดินก็ไม่ถามอีก เพราะตอนนี้มันยังไม่เข้าใจคำตอบของทอง แต่ทว่าหากเป็ภายภาคหน้า มันอาจจะเข้าใจความหมายของคำพูดนี้ก็ได้
เมื่อแม่เล้าเดินมา ก็นำสัญญาสามฉบับ พร้อมนำคนมาอีกคนด้วย มันผู้นั้นคือชายที่พูดคุยกับทองเมื่อครั้งเข้ามาทีแรก ชายผู้นั้นเดินตามแม่เล้ามาอย่างงุนงง
“ฝน เ้าพาข้ามาที่นี่ด้วยเื่อันใด”
แม่ตอบกับมาอย่างดีใจ “ท่านพี่ จากนี้ไปเราไม่จำเป็จะต้องแอบขายสมุนไพร ที่ปลูกไว้อย่างผิดกฎหมาย น้อยกว่าราคาจริงสองในสามส่วนอีกแล้ว หอขอเรามีทางรอดแล้ว”
ชายหนุ่มส่งสายตาด้วยความงุนงง เนื่องจากมันเป็คนธรรมดา จึงไม่สามรถจดทะเบียนทำการค้าได้อย่างตามกฎหมาย ต้องคอยหลบๆซ่อนอย่างหวาดระแวง เพราะการจะสามารถจดทะเบียนทำการค้าได้ก็ต้องมีความรู้ในการทำสัญญา และจบบัณฑิตน้อยเป็อย่างต่ำ แต่ทว่าตัวมันไม่มีทั้งสองอย่างเลย เนื่องจากตัวมันเป็ทาสทีดิน ั้แ่ยังเด็ก ไม่เคยได้เรียนอย่างจริงจัง จึงทำได้เพียงเขียนชื่อตอนเองได้เพียงเท่านั้น
แต่ทว่าขณะที่มันได้ติดตามนายน้อยของมันมา มันก็รู้สึกชอบพอของแม่เล้าฝน ั้แ่เจอกันครั้งแรก จึงคอยตามจีบเรื่อยมา แม่เล้าฝนในตอนนั้นเป็เพียงนางคณิกาธรรมดา แต่ก็ค่อนข้างมีชื่ออยู่ ตัวนางเองก็ชมชอบมันผู้นี้ไม่ยิ่งหย่อนเช่นกัน จึงคอยเก็บหอมรอมริบหวังไถ่ตัวชายหนุ่มผู้นี้ออกมาอยู่กินด้วยกัน
แต่ทว่าเมื่อชายหนุ่มผู้นี้เป็อิสระ ก็หายตัวไปโดยไม่แจ้งข่าวคราว พี่น้องภายในหอของนาง ต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่านางถูกหลอก ซึ่งทำให้นางตรอมใจเป็ปีเลยทีเดียว กินไม่ได้นอนไม่หลับ เฝ้าคิดถึงแต่มันผู้นั้น
แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ทราบว่ามีคนผู้หนึ่งขอไถ่ตัวนาง และเมื่อนางได้พบก็แปลกใจปนดีใจ เพราะว่าคนผู้นั้นเป็ชายที่นางคิดถึงมาแรมปี
เมื่อนางออกมาก็รู้ว้าชายผู้นี้ไปทำงานเสี่ยงอันตรายที่รายได้ดี เพื่อเก็บเงินมาไถ่ตัวนาง มาั้แ่วันที่มันเป็อิสระ มาอยู่กินฉันสามีภรรยาเรื่อยมา ภายใต้ที่ดินผืนเล็กๆ นางทำการปลูกผักผลไม่และสมุนไพรขาย จนเก็บเงินซื้อหอแห่งนี้มาเปิดเป็หอคณิกาได้
นางเคยฝันว่าอยากให้บรรดานางคณิกาที่มาอยู่กับนาง สามารถเก็บเงินมีคนรัก และไถ่ถอนตนเองจากการเป็นางโลมได้เหมือนนาง
(การไถ่ถอนตนเองของนางโลม จำเป็ต้องได้รับการเข้าเสนอชื่อจากแม่เล้าให้ทางการอนุมัติ หากทางการอนุมัติก็สามารถเป็คนธรรมดาได้ แต่สำหรับแม่เล้าฝน นางต่างไปนิดหน่อย นางเป็นางโลมที่มีโทษจากครอบครัวติดตัว แม้สามารถไถ้ง่ตนเองได้ แต่ก็ยังเป็กึ่งนางโลม แม่ไม่จำเป็ต้องขายตัวในซ่อง แต่ก็ไม่สามารถมีสิทธิ์ได้อย่างคนธรรมดา)
แต่ทว่าใน่แรกๆ หอคณิกาของนางก็เป็ไปได้ด้วยดี แต่ทว่าได้มีลูกชายท่านนายอำเภอ มาเที่ยวและสร้างเื่สร้างราวจนไม่มีใครอยากจะเข้ามานี่อีกแล้ว พอเมื่อไม่ค่อยมีคนเข้ามา ลูกชายนายอำเภอจึงไร้เื่สนุกทำ มันจึงเลิกมาสร้างความลำคาญในหอแห่งนี้อีกต่อไป
ในขณะที่นางคิดจะฟื้นฟูกิจการครั้งใหญ่ กลายเป็ว่าดันมีหอนางโลมแห่งใหม่ซึ่งเป็ของนายอำเภอเปิดขึ้นมา จึงทำให้นางไม่สามารถฟื้นฟูกิจการได้ตามที่หวัง นั่นจึงทำให้นางทราบได้ทันทีว่านายอำเภอ นั้นได้ส่งลูกชายตอนเองมาไล่แขกจากร้านนาง เข้าไปเที่ยวในร้านของมันแทน
นางแค้นใจเป็อย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นายอำเภอ ซึ่งเปรียบเสมือนเ้าเมืองในที่แห่งนี้ จึงต้องกล้ำกลืนกันต่อไป
แต่ทว่าโชคดีที่ในตอนนั้นนางยังสามรถขายสมุนไพรได้ในราคาค่อนข้างสูงแม้จะต่ำกว่าตลาดเพียงเล็กน้อย จึงทำให้นางสามาจุนเจือหอแห่งนี้ให้อยู่รอดต่อไปได้ จึงสามารถจ่ายเงินค่ากินอยู่ให้บรรดานางโลมได้
แต่สงสัยว่าหอของนางจะเป็เสี้ยนตำเท้าของผู้ใดเดเข้า ถึงแม้จะไม่สามารถสร้างอันตราย แต่ก็สร้างความน่าลำคาญ สมุนไพรที่นางมักจะขายได้ในราคาสูง ก็ถูกกดราคาจนเหลือเพียงหนึ่งในสามซึ่งเรียกได้ว่า แทบจะทำให้พวกนางมีเงินไม่พอยาไส้ และยิ่งเมื่อสองสามวันก่อนนางก็ถูกโจรปล้น จึงทำให้ตอนนี้นางอยู่ในสะภาวะติดตัวแดง
ครั้นเมื่อเห็นทองเดินเข้ามากล่าวว่าจะมาทำการค้า จึงทำให้นางสงสัยว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็คงของนายอำเภอ และพยายามไล่ออกไป
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้มันเป็เื่บังเอิญที่สมเหตุสมผลมากจนเกินไป
แม้แต่ตอนนี้นางก็ไม่รู้ว่า จะไว้ใจเด็กคนนี้ได้มากน้อยเพียงใด นางคิดอยากจะวางเดิมพันในสิ่งที่นางเมื่อยามปกติไม่คิดจะทำ แต่ทว่าตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นางก็พร้อมที่จะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
...............่ของผู้เขียน
อีก10ตอนมาสองถึงสามทุ่มนะครับ