เช้าตรู่ในเขตช่างเก่า
หมอกบางลอยต่ำเหนือถนนหินที่ยังเปื้อนคราบเลือดจากเมื่อคืน
คราบนั้นไม่ได้ถูกล้างออก
แค่ถูกขีดเส้นล้อม
เสาหินสี่ต้นถูกตั้งใหม่
เชือกหนาถูกขึงเป็นกรอบ
ตราเหล็กของเมืองถูกปักลงกลางพื้นแตก
ไม่ใช่เพื่อเตือนคนทั่วไป
แต่เพื่อบอกว่า
พื้นที่นี้ถูกบันทึกแล้ว
ชายในชุดคลุมสีเทาเข้มสี่คนยืนกระจาย
หนึ่งคนถือแผ่นศิลาบันทึก
ปลายนิ้วลากผ่านรอยเลือดที่แห้งกรัง
หยุด
แล้วกดฝ่ามือลง
แสงจาง ๆ ซึมเข้าเนื้อศิลา
รอยแตกบนพื้นถูกดึงขึ้นเป็นภาพ
ทิศทางการเคลื่อนไหว
ตำแหน่งยืน
แรงปะทะ
และจุดที่พื้นทรุด
“ไม่ใช่ของเสีย”
ชายคนนั้นพูด
เสียงเรียบ
“ไม่ใช่การปะทะไร้แบบแผน”
อีกคนก้มมองรอยบนหิน
ตำแหน่งที่เสาแตก
ผนังพัง
แล้วพยักหน้า
“ใช้แรงจากขาเป็นหลัก”
“หลบมุม ไม่รับแรงตรง”
“มีพลังแทรก แต่ไม่ปล่อยเต็ม”
เขาเงยหน้าขึ้น
“เขาคุมตัวเองอยู่”
แผ่นศิลาถูกยกขึ้น
ชื่อหนึ่งปรากฏ
ไม่เรืองแสง
ไม่ขยาย
แต่ชัด
ลู่เฉิน
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
เพราะขั้นตอนถัดไป
ไม่ต้องอธิบาย
ภายในอาคารหินด้านในเมือง
ห้องบันทึกเขต
โต๊ะเหล็กยาววางเรียง
แผ่นศิลาหลายสิบแผ่นถูกจัดเป็นชั้น
แต่มีเพียงแผ่นเดียว
ที่ถูกวางไว้กลางโต๊ะ
ชายวัยกลางคนในเสื้อคลุมสีดำขอบเงินยืนอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้จับแผ่นศิลา
แค่มอง
“เขตช่างเก่า”
เขาพูด
“ความเสียหายสะสมเกินระดับสาม”
ผู้ช่วยข้างกายเปิดเอกสาร
“มีการปะทะต่อเนื่อง”
“เริ่มจากของเสีย”
“ต่อด้วยกลุ่มอิสระ”
“เมื่อคืน…หน่วยปิดทางถูกตีแตก”
ชายในเสื้อคลุมสีดำเงยหน้า
“ผู้ต้าน?”
ผู้ช่วยส่ายหัว
“ยืนได้จนจบ”
“ไม่มีการไล่ตาม”
“ไม่มีการหลบหนี”
นิ้วของชายคนนั้นแตะโต๊ะ
เสียงดังแผ่ว
“เขาไม่ได้เดินออกจากพื้นที่”
“เขาเดินผ่านมัน”
ห้องเงียบลง
“บันทึกชื่อ”
เขาพูด
ผู้ช่วยยกแผ่นศิลาขึ้น
กดตราเมืองลงไป
ไม่มีแสง
ไม่มีเสียง
แต่ตั้งแต่วินาทีนั้น
ชื่อ ลู่เฉิน
ไม่ใช่แค่รอยหมึก
แต่เป็นรายการงาน
“ส่งหน่วยปราบเขต”
ชายในเสื้อคลุมพูดต่อ
“ระดับกลาง”
“ไม่ต้องฆ่า”
เขาหยุด
แล้วเสริม
“ถ้าต้าน—ทำให้หยุดได้”
บ่ายวันเดียวกัน
อาคารร้างหลังแนวกำแพงด้านนอกเขตช่างเก่า
ลู่เฉินนั่งพิงเสาหิน
เสื้อถอดครึ่งตัว
ผ้าชุบน้ำกดลงบนแผลที่สีข้าง
เลือดยังซึม
ไม่หยุด
แต่ไม่พุ่ง
ขาซ้ายวางเหยียด
กล้ามเนื้อยังตึงจากแรงเมื่อคืน
แขนขวายังแนบลำตัว
ไม่ขยับ
เหมือนเป็นของที่ติดมา
แต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของร่าง
เขาหยุดมือ
เสียงเท้าดังจากด้านนอก
ไม่เร่ง
ไม่แผ่ว
ไม่ใช่คนเดินหลง
ไม่ใช่พวกเก็บของเสีย
เป็นจังหวะของคนที่ “รู้ว่าจะไปตรงไหน”
ชีพอสูรในอกขยับ
ไม่พุ่ง
ไม่ระเบิด
แต่ตึง
เหมือนเส้นเชือกที่ถูกดึง
ลู่เฉินดึงผ้าพันแผลให้แน่น
ลุกขึ้น
ลานหินด้านหน้าอาคาร
พื้นที่เปิด
ไม่มีซากบัง
ไม่มีมุมหลบ
ชายสี่คนยืนรออยู่แล้ว
ไม่ถือโล่
ไม่ถืออาวุธยาว
สองคนถือดาบตรง
อีกสองคนถือท่อนเหล็กสั้น
ปลายหนา
สำหรับกระแทก ไม่ใช่ฟัน
เสื้อคลุมสีเทาเข้ม
ขอบแขนมีตราเมืองเล็ก ๆ
ไม่มีใครปิดหน้า
“ลู่เฉิน”
ชายคนหนึ่งพูด
เสียงชัด
“ตามคำสั่งเมือง”
“เจ้าต้องหยุดการเคลื่อนไหวในเขตนี้”
ลู่เฉินมองพื้น
ระยะห่าง
สี่ก้าว
เขาขยับเท้าซ้าย
เศษหินลั่น
ชายด้านขวาพุ่งก่อน
ดาบฟันเฉียง
เล็งไหล่
ลู่เฉินบิดตัว
คมดาบเฉือนผ่านอากาศ
เขาใช้ศอกซ้ายกระแทกข้อมือ
เสียงกระดูกดังกรอบ
ดาบหลุด
ท่อนเหล็กฟาดเข้าซี่โครง
แรงหนัก
ลมหายใจสะดุด
ลู่เฉินถอยหนึ่งก้าว
ส้นเท้าครูดหิน
อีกคนเข้าซ้อน
เตะระดับเข่า
ลู่เฉินยกขาซ้ายรับ
แรงสะเทือนวิ่งขึ้นสะโพก
เขาใช้แรงนั้น
หมุนตัว
ศอกซ้ายฟาดเข้าขมับ
เสียงดังทึบ
ร่างล้ม
ดาบอีกเล่มแทงตรง
เล็งท้อง
ลู่เฉินใช้ฝ่ามือซ้ายรับสันดาบ
คมบาด
เลือดไหล
เขาดึง
ศอกกระแทกคาง
เสียงฟันกระทบกันดังกรอด
ร่างถอยเซ
ท่อนเหล็กสุดท้ายฟาดใส่หลัง
แรงเต็ม
ภาพสั่น
ชีพอสูรในอกขยับแรงขึ้น
แรงร้อนดันจากกลางอก
ไหลลงขา
พื้นใต้เท้าแตกเป็นรอย
ลู่เฉินยันตัว
พุ่งชน
ไหล่กระแทกหน้าอกอีกฝ่าย
เสียงกระดูกดังชัด
ร่างล้มกลิ้ง
ความเงียบกลับมา
ชายคนสุดท้ายยืนหอบ
ดาบยังอยู่ในมือ
แต่ไม่ยกขึ้น
“พอ”
เขาพูด
เสียงไม่สั่น
“งานนี้แค่ทดสอบ”
เขาถอย
คนอื่นถอยตาม
ไม่หันหลัง
ก่อนหายไป
เขาพูดทิ้งท้าย
“ชื่อของเจ้า…ถูกเขียนแล้ว”
ลู่เฉินยืนอยู่กลางลาน
เลือดหยดลงพื้น
มือซ้ายสั่น
ขาซ้ายตึง
เขาเงยหน้ามองเมือง
กำแพงหินสูง
เงาคนบนแนวบนขยับ
ไม่มีใครลงมา
ตั้งแต่วินาทีนี้
เขาเข้าใจแล้วว่า
การต่อสู้ที่ผ่านมา
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ไม่ใช่พื้นที่ถูกปล่อย
แต่มันคือขั้นตอน
และเขา
เพิ่งถูกนับเข้าไปในบัญชี
ที่ไม่เคยลบชื่อใครออกง่ายๆ