ทันทีที่รู้ว่าเกิความผิดพลาดอย่างแรงที่จับคนผิดขบวนการสืบค้นหาความจริงและตรวจสอบร่องรอยของคนร้ายตัวจริงพลันเริ่มขึ้นในห้องควบคุมสถานการณ์ย่อยของกองกำลังนานาชาติหลังจากชายหนุ่มดวงซวยเดินออกจากห้องพร้อมเ้าหน้าที่สถานทูต เพียงไม่นานเ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้องล้วนเข้ามาประชุมในห้องควบคุมสถานการณ์นี้
ทั้งหมดเริ่มจากการไต่สวนเื่ราวการทำร้ายผู้ต้องหา ถึงแม้ว่าจะจับคนผิดหรือถูกก็ตามการทำร้ายผู้ต้องหาเป็ความผิดร้ายแรงอย่างหนึ่งการพิจารณาเกิดขึ้นต่อหน้านายทหารผู้ใหญ่หลายสัญชาติ
พันจ่าเอกโรเบิตร์ ยืนตัวตรงนิ่งเขารู้ตัวดีว่ากระทำความผิดอย่างรุนแรง จึงหน้าม่อยยอมรับชะตากรรมยืนฟังคำตัดสินของผู้บังคับบัญชาอย่างสงบ แน่นอนภายนอกน้อมรับอย่างสงบแต่ไม่ว่าผู้บังคับบัญชาคนใดล้วนรู้ว่า ภายในใจของเขาต้องปั่นป่วนยากระงับส่วนเหตุผลที่แท้จริงนะหรือ!
แน่นอน...ย่อมไม่ใช่การถูกลงโทษที่ปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมฝ่าฝืนกฏระเบียบแต่อย่างใด…
นายพันตรีผิวขาวหนึ่งในคณะกรรมการทหารผู้าุโของกองกำลังนานาชาติกล่าวขึ้น หลังจากปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดพอสมควร
“โรเบิตร์ผมเข้าใจว่าคุณเสียเพื่อนร่วมรบไปเนื่องจากการวางะเิของ ไอ้พวกบัดซบนั่นเพียงแต่คุณต้องมีสติ คนที่คุณทำร้าย เป็ชาวเอเชียแต่เป้าหมายเป็ชาวรัสเซียหัวรุนแรง ลำพังแค่ชนชาติและสีผิวก็แตกต่างกันมากแล้วความผิดพลาดนี้แทบไม่อาจยอมรับได้
เราลงความเห็นว่าคุณไม่มีสติเพียงพอที่จะปฏิบัติงานในเวลานี้ ดังนั้นนี่เป็คำสั่งพักงานคุณหนึ่งเดือนในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเริ่มั้แ่วันนี้ เดือนหน้าคุณจะไม่ได้รับเงินเดือนและห้ามบินออกนอกประเทศญี่ปุ่นวันที่หนึ่งธันวาคมให้มารายงานตัวที่กองบัญชาการในโตเกียวคุณมีอะไรจะคัดค้านหรือไม่ คุณยอมรับคำสั่งหรือไม่”
โรเบิตร์ ทำความเคารพอย่างแข็งแรงเขาเสียใจที่วู่วาม นอกจากแก้แค้นให้เพื่อนรักไม่ได้กลับต้องมาถูกพักงานอีกทั้งๆที่รู้ว่าคนลงมือ อยู่ในประเทศนี้แล้ว แถมหนีหายไปจากปลายจมูกของเขาแต่ที่สำคัญเขาไม่เข้าใจว่า ชายเอเชียสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเิเเศษอาศัยอะไรทำให้เขาที่สูงหนึ่งร้อยเก้าสิบหกเิเหนักหนึ่งร้อยยี่สิบสองกิโลกรัม สลบกลางอากาศได้เื่นี้เกาะกินใจั้แ่เขาได้สติ เขาพูดออกมาเสียงดังฟังชัด
“สำหรับคำสั่งผมยอมรับคำตัดสินแต่ทว่าอยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นสังกัดกองกำลังของประเทศอะไรครับผม”
นายพันตรีมองเขาด้วยสายตาประหลาดเขาเข้าใจดีว่าลูกน้องของเขาคนนี้ หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีมากแค่ไหนในฐานะยอดฝีมือด้านการต่อสู้ ในหน่วยรบที่สุดยอดนี้ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้ในการปะทะกันด้วยมือเปล่า มาคราวนี้เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะแสดงฝีมือออกมากลับถูกวางราบราวกับท่อนฟืนไม้ผุพัง ถึงแม้ลำบากใจ แต่ต้องตัดใจบอกความจริงนี่อาจเป็การดี ที่สามารถลดความยโสโอหังทำให้เขามีสติขึ้นมาบ้าง
“ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้เป็ทหาร เขาเป็นักวางระบบคอมพิวเตอร์มาญี่ปุ่นเพื่อวางระบบเครือข่ายให้บริษัทร่วมทุน อเมริกันญี่ปุ่นงานนี้คุณพลาดอย่างแรง ดีที่เขาไม่ติดใจเอาเื่เพราะเห็นว่าคุณได้รับบทเรียนแล้ว อ้อผมลืมบอกไปอย่างหนึ่งที่เขาซัดคุณเพราะคุณไปล่วงเกินธรรมเนียมเชื้อชาติของเขา
เขาเป็คนไทยที่เกือบจะกลางคนคนไทยที่มีอายุบางคน พวกเขาถือการเล่นศีรษะเป็เื่ต้องห้ามคุณดันไปตบหัวเขาเข้า จึงเกิดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์เช่นนี้ผมหวังว่านี่จะเป็บทเรียนราคาแพงของคุณ คราวหน้าก่อนจะทำอะไรคิดให้ดีก่อนลงมือเอาละคุณออกไปได้แล้ว อย่าลืมทิ้งอาวุธของคุณเอาไว้ที่หน่วยด้วยเดือนนี้พักผ่อนให้สบายใจ ไปได้”
โรเบิตร์ทำความเคารพอย่างเข้มแข็งก่อนเดินจากไปอย่างเงียบๆ
ทุกคนมองตามหลังเขาไปนายทหารญี่ปุ่นคนที่พูดไทยได้ บ่นออกมา
“ที่จริงเขาเป็คนเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไปหวังว่าการพักครั้งนี้ คงทำให้เขาสบายใจขึ้นบ้าง อย่างน้อยน่าจะทำให้มีสติยั้งคิดมากขึ้นหากยังวู่วามเช่นนี้เขาจะกลายเป็เหยื่อของพวกมันแทนที่จะเป็ผู้ล่าที่น่ายำเกรง”
นายทหารหน้าตาออกสัญชาติแขกหนึ่งในหกที่นั่งอยู่ส่ายศีรษะ กล่าวภาษาอังกฤษระรัวกระดกลิ้นเกินความเป็จริงออกมา
“คิดไม่ถึงมือดีอย่างโรเบิตร์จะพลาดท่าให้กับนักวางระบบคอมพิวเตอร์คนหนึ่งเื่นี้สร้างความแปลกใจให้กับผมมากเลยนะผู้กองโยชิดะ”
ร้อยเอกร่างเล็กที่ชื่อว่าโยชิดะโคลงหัว หัวเราะในลำคอ
“พวกคุณอย่าได้ดูถูกคนไทยไปเชียวผมเคยไปประจำการอยู่ที่ประเทศไทยสองปี ที่เมืองไทย คนไทยไม่สามารถคาดเดาได้นักสู้มีอยู่ทั่วไป มันเป็สิ่งที่ฝังอยู่ในสายเื ผมเคยเห็นคนขับรถแท็กซี่คว่ำนักมวยสากลรุ่นเฮฟวี่เวทมาแล้ว คนจีนส่วนใหญ่ล้วนต้องเรียนกังฟู มันเป็วิชาบังคับในโรงเรียนมัธยมแต่จะหาคนที่ต่อสู้กับคนอื่นนั้นหาได้ยาก แต่คนไทย...เฮ้อไม่รู้ว่าพวกเขากินพริกเยอะเกินไปหรือไม่
คุณสามารถพบเห็นการประหมัดได้ทั่วไปทุกที่และที่น่าแปลกใจ พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฝึกฝน อย่างเต็มรูปแบบแต่มวยไทยมันอยู่ในสายเื ทีมของผมที่ลงพื้นที่เคยถึงกับถูกเด็กนักเรียนมัธยมปลายซัดด้วยมือเปล่าซะอ่วม ลองคนไทยได้ลงมือ จะมีเื่ที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ”
พันตรีถามอย่างสงสัย “ผมเคยไปเมืองไทยที่นั่นคนใจดี มีแต่รอยยิ้ม สิ่งที่คุณพูดนั้นยากที่จะเข้าใจ”
โยชิดะ ยิ้ม “ผมพูดได้แค่คนไทยคาดเดาได้ยาก คนส่วนใหญ่มีน้ำใจดีงาม แต่ก็สุดโต่งมากเช่นกันหากมีใครไปแตะเกล็ดย้อนของพวกเขาแล้ว เหมือนกระทิงถูกปลุกขึ้นมานั่นแหละ”
คำพูดของเขาทำให้เห็นภาพและเข้าใจได้ว่าทำไม โรเบิตร์ถึงพลาดท่าให้กับพลเรือนธรรมดาคนหนึ่ง
หลังจากนั้นก็มีการประชุมกันต่อพบว่าสาเหตุที่เกิดการจับผิดตัว เป็เพราะระบบเตือนของอินเตอร์โพลกับการประสานของระบบด่านตรวจคนเข้าเมืองมีปัญหาในขณะที่ส่งผ่านข้อมูลรวมถึงรูปภาพพาสปอร์ไประบบทำการประมวลผลพบว่าเป็เป้าหมายแต่กำลังทำการยืนยันอัตลักษณ์ใน่นั้นผู้ต้องหาผ่านช่องการตรวจไปแล้ว และเ้าหน้าที่วางพาสปอร์ตของชายหนุ่มตามลงไปในทันที หน้าจอของด่านตรวจคนเข้าเมืองของเขาพึ่งได้รับการยืนยัน จอภาพแจ้งสถานะและหมายจับ ทั้งๆที่เป้าหมายผ่านด่านตรวจไปแล้ว แม้เป็เวลาไม่นาน
ด้วยความเร่งรีบและสภาวะคับขัน ในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายอาจหลบหนี หรือต่อสู้ขัดขืนการจับกุมทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น และยังผิดพลาดซ้ำที่มีคนดันไปทำร้ายผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ทำให้เื่พลิกกลายเป็ว่าคนที่เข้ารับบริการถัดมากลายเป็คนร้ายไปเื่นี้แก้ไขได้ด้วยการให้เ้าหน้าที่รอไฟเขียวตรวจสอบสถานะผ่านจากอินเตอร์โปล ก่อนที่จะให้ผู้เดินทางเดินผ่านช่องตรวจสอบไปแน่นอนทำให้ขบวนการตรวจคนเข้าเมืองยาวนานขึ้นหลายวินาทีแต่จะทำให้มั่นใจและไม่เกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีก
เื่ต่อไปคือการติดตามร่องรอยของคนร้ายตัวจริงเริ่มจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อ หายานพาหนะที่คนร้ายใช้เดินทางออกจากสนามบินแน่นอนสถานที่พักในเอกสารขาเข้า ล้วนเป็ของปลอม
...
ในที่สุดเสียงประกาศให้ผู้โดยสารเตรียมตัวลงจากขบวนที่สถานีชินจูกุดังขึ้นรถไฟที่ชายหนุ่มใช้บริการเป็ขบวนรถด่วนพิเศษ NEX (Narita Express)
การโดยสาร NEX ส่วนใหญ่จะมองเห็นภาพภายนอกขบวนรถได้ไม่ชัดเจนนักมีเพียงตอนที่รถไฟเริ่มออกเดินทางจากสนามบินเท่านั้นที่ยังพอมองเห็นทุ่งข้าวต้นไม้ และบรรยากาศของชนบท แต่หลังจากผ่านสิบห้านาทีแรกไปจะเห็นแต่ตึกที่อยู่ประชิดรางไม่ห่างไกล และเห็นเป็เพียงเงาวูบวาบผ่าน เนื่องจากความเร็วในการเดินทางสูงมาก
การที่มันสามารถเดินทางอย่างรวดเร็วและตรงเวลาได้ ไม่เพียงเพราะวิ่งเร็วและปรับความเร็วอัตโนมัติให้เข้าเทียบท่าในแต่ละสถานีได้ตรงเวลาแม่นยำสิ่งสำคัญคือการขึ้นลงของผู้โดยสารระหว่างสถานีต้องรวดเร็วด้วย ก่อนถึงสถานีในขบวนรถจะประกาศเสียงดังเตือนให้ผู้โดยสารเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงที่สถานีถัดไป
เนื่องจากเป็รถไฟวิ่งระหว่างเมืองกับสนามบินนาริตะทุกตู้โดยสารจะมีพื้นที่ แบ่งเป็ช่องสำหรับวางและล็อกกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ปรกติมีสองชั้น ตัวล็อกจะเป็เชือกคล้อง มีแม่กุญแจเป็แบบหมุนตัวเลขสามหลักเพื่อความสะดวกและป้องกันการลืมคืนลูกกุญแจ แต่อย่างไรก็ตามจากการสังเกต กระเป๋าเกือบทุกใบล้วนไม่มีใครล็อกสายเพราะค่อนข้างไม่สะดวกเมื่อ้าลงและหากเลื่อนรหัสผิดนั่นหมายถึงการลงสถานีที่้าไม่ทัน
คนส่วนใหญ่จะใช้วิธีชะโงกดูเมื่อใกล้ถึงสถานีแน่นอนว่าพวกเขาจะเห็นว่ามีใครลากกระเป๋าของตัวเองออกไปด้วยหรือไม่เื่ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งของญี่ปุ่นคือ ขโมยน้อยมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบรางรถไฟ ที่เข้าออกสนามบินแต่สำหรับชายหนุ่มเขาเลือกที่นั่งที่ใกล้กระเป๋า เพื่อเป็การไม่ประมาท แต่เขาก็ไม่ได้ล็อกกระเป๋าด้วยสายคล้องแต่อย่างใดไม่ใช่เพราะเชื่อมั่นว่าไม่มีขโมย แต่เป็เพราะไม่เชื่อว่า เ้าตัวล็อกแบบตัวเลขมันจะซื่อสัตย์แข็งแรงพอและไม่เพี้ยน...
เมื่อวางกระเป๋าและล็อกเข้ากับที่เก็บแล้วผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเดินไปนั่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ การประกาศเพื่อเตือนก่อนถึงสถานีปลายทางให้ผู้โดยสารที่้าลงลุกจากที่นั่งตรงไปที่กระเป๋าเดินทาง ปลดล็อกและนำไปรอที่ประตูเพื่อเตรียมลงในทันทีที่ประตูรถไฟเปิดออก
ดังนั้นแต่ละสถานีการหยุดรถเพื่อขึ้นลงจะใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ส่วนผู้โดยสารขาขึ้น บนตั๋วนอกจากระบุหมายเลขที่นั่งยังจะระบุหมายเลขขบวนรถ และหมายเลขประจำตู้ให้พร้อมเช่น ตู้หมายเลขหนึ่งหมายเลขสอง ที่บนพื้นชานชาลาจะมีตัวอักษรกำกับบอกให้ผู้โดยสารรู้เพื่อที่จะได้ไปรอขึ้น รถไฟได้ถูกต้องรวดเร็วเื่นี้ต้องยอมรับระบบของญี่ปุ่นจริงๆ
ในที่สุด เขาลงรถไฟที่สถานีขินจูกุสถานีรถไฟเดียวในโลก ที่เขามั่นใจว่าไม่ว่าจะมากี่ครั้งเขาก็ยังมีโอกาสหลงในสถานีที่ราวกับเขาวงกตนี้ ได้อยู่ดี!
ตำแหน่งของสถานีรถไฟชินจูกุก่อสร้างอยู่ในตำแหน่งที่แทบจะเรียกได้ว่าใจกลางกรุงโตเกียวมหานครอันยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น หากเทียบกับสถานีโตเกียวที่ตั้งห่างขึ้นไปทางเหนือของเมืองหลวงแห่งนี้เล็กน้อยดูจากชื่อเหมือนสถานีโตเกียวที่มีชื่อเดียวกับเมืองหลวงน่าจะยิ่งใหญ่กว่าสถานีชินจูกุแต่ความจริงกลับไม่เป็เช่นนั้น
แน่นอนหากวัดกันที่สถาปัตยกรรมของสถานีสถานีโตเกียวที่มีอาคารภายนอกเป็สถาปัตยกรรม แบบยุโรปยุคกลางท่าด้วยสีขาวตุ่นสลับแดง ที่สวยงามราวกับพระราชวังย่อมกินขาดสถานีชินจูกุด้วยความสวยงาม แต่ทว่า...
หากใช้จำนวนผู้ใช้บริการสถานีรถเป็มาตรวัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการสถานีชินจูกุต่อวันถึงกับติดอันดับหนึ่งในโลกเลยทีเดียวด้วยตัวเลขผู้โดยสารเฉลี่ยราว สามล้านหกแสนสี่หมื่นคนต่อวันนี่เป็ปริมาณผู้คนที่มากมายมหาศาลเพียงใดปริมาณผู้คนที่เดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนหากไม่มาพบเห็นด้วยตนเอง ไม่มาอ้วกแตกเพราะเมาคลื่นมหาชนไม่ว่าใครก็ไม่อาจจินตนาการได้ถึงความหนาแน่นของผู้โดยสารได้เลย
ชายหนุ่มยังจำครั้งแรกที่เขาใช้บริการสถานีชินจูกุเป็ครั้งแรกได้ดีเมื่อเขายืนงงหาเส้นทาง เขาต้องยืนหลบมุมตัวลีบ แนบกับกำแพงทางเดินของสถานีเพื่อไม่ให้ไปยืนเกะกะผู้คนที่เดินไปเดินมาอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ทางเดินกว้างราวสิบเมตร แต่พื้นที่ที่เขายืนอยู่คงเหลือที่ว่างแค่รอบฝ่าเท้าเท่านั้นในเวลาเร่งด่วน
หลังจากเข้ามุมแล้วเงยหน้ามองป้ายที่บอกชื่อบริษัทที่ให้บริการเดินรถไฟเนื่องจากทางเดินที่กว้างขวางและซับซ้อนราวกับเขาวงกตเพื่อหาเส้นทางที่จะไปชานชาลาที่้าการค้นหาใช้หลักการค้นหาสิ่งที่ใหญ่ที่สุดก่อนนั่นคือกาตำแหน่งบริษัทเดินรถไฟที่ให้บริการ
ครั้งแรกที่เขามาใช้บริการสถานีชินจูกุนั้นเป็่เวลาก่อนเวลาเร่งด่วนเพียงห้านาที สถานีที่คล้ายกว้างขวางว่างเปล่าและระหว่างที่ยังมึนงงหาเส้นทางอยู่ ในพริบตาต่อมา สถานีที่เงียบสงบคล้ายตื่นขึ้นนี่ไม่ใช่การตื่นขึ้นธรรมดา แต่เป็การตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มวลมหาชนหลายแสนคนโถมออกมาจากช่องทางต่างๆ ผู้คนต่างเดินกันอย่างเร่งรีบ เพียงนาทีเดียวกระแสคนที่ไหลผ่าน ทำให้เขารู้สึกอยากจะอาเจียน เวียนศีรษะไปครึ่งชั่วโมงและตามด้วยการเสียเวลาหลงอยู่ในสถานีรถไฟถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ
ทั้งๆ ที่ในชีวิตเขามีความแม่นยำในเื่เส้นทางทิศทาง และสถานที่อย่างที่สุดขนาดเห็นวิวข้างทางในภาพยนตร์หรือคลิปต่างๆ เพียงเสี้ยววินาทีเขาจะสามารถบอกได้ว่าเป็ที่ใด ถนนอะไร โดยมีข้อแม้ว่า ต้องเคยผ่านแม้ว่าเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม และในฐานะนักนิยมไพร ขนาดเข้าป่าลึกต่อให้ไม่มีแผนที่ไม่มีเข็มทิศเขายังไม่เคยหลงป่าแม้แต่ครั้งเดียว
และก็เ้าพร์ในการจดจำสถานที่และทิศทางนี้แหละทำให้เกิดอาการเวียนหัวอย่างรุนแรงเมื่อเจอฝูงมหาชนการเคลื่อนไหวในเชิงวัตถุและปริมาณมากๆและส่งผลทำให้เขาไม่สามารถเล่นเกมคอมพิวเตอร์ร่วมสมัยอย่างเกมต่อสู้ซิมมูเลเตอร์ที่จำลองภาพเสมือนได้ เริ่มั้แ่เกมรุ่นแรกๆ คือ เกม Vcop เพราะผลคือ ‘อ้วก แตก’ ทุกครั้งไป
หลังกลับจากญี่ปุ่นรอบแรกนั้นเมื่อเขาตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของสถานีรถไฟแห่งนี้เขาถึงเข้าใจถึงความเป็ที่สุดของสถานีชินจูกุและเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดเขาถึงหลงทางและพะอืดพะอม จนต้องปลดปล่อยอาหารหมูออกมา
สถานีชินจูกุอาจไม่ใช้สถานีรถไฟที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกแต่เป็สถานีรถไฟที่มีหลายชั้นทับซ้อนกัน พื้นที่ในสถานีมีขนาดถึงสิบแปดตารางกิโลเมตร!และมีส่วนขยายเพิ่มเติมขยับขยายพื้นที่ออกไปในทุกๆ ปีเพียงแค่ขนาดพื้นที่ก็ชวนให้สะอื้นแล้ว หาก้าจะหาตำแหน่งที่้าเช่นประตูทางออกชานชาลาที่้า หากขาดความชำนาญ หรือการเตรียมตัวล่วงหน้าอาจต้องเสียเวลาและถึงกับหลงทางได้เขาเคยถามคนญี่ปุ่นที่ใช้สถานีแห่งนี้เป็ประจำทุกวัน คำตอบที่ได้รับคือ ‘เขาไม่แน่ใจ’ เพราะไม่ได้ใช้เส้นทางและชานชาลาที่ถูกถามถึงมาก่อน
สถานีชินจูกุเป็สถานีรถไฟที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างน้อยสี่แห่งอยู่ภายในมีร้านค้าย่อยสำหรับจับจ่ายใช้สอยและร้านอาหารที่ส่วนใหญ่มีที่นั่งรับประทานภายในร้านขนาดสี่สิบที่นั่งอย่างต่ำหนึ่งร้อยร้าน และเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี
แค่เดินหลุดหรือขึ้นลิฟต์หลุดเข้าไปในห้างเผลอเพียงแวบเดียวอาจจะหาทางกลับไม่เจอ ถึงแม้จะดูว่ากล่าวเกินไป เพราะท้ายที่สุดยังมีป้ายบอกทางอยู่ดี แต่ชายหนุ่มยังมั่นใจว่า หากนำคนมาปล่อยในห้างนี้ เก้าในสิบไม่มีทางหาทางออกที่้าได้ภายในห้านาทีแน่นอนส่วนหนึ่งเป็เพราะการออกแบบทางเดินของห้าง ที่้ารั้งคนให้ผ่านตัวร้านค้าและจับจ่ายใช้สอยในห้างให้มากที่สุด
และเมื่อหลุดเข้าไปในย่านร้านอาหารเป็การยากที่จะออกมาได้ ความเย้ายวนของรูปััและกลิ่นััทำให้เกิดความอยากอาหารนั้น จะทวีถึงระดับสูงสุดลองคิดถึงกำลังซื้อจำนวนสามล้านกว่าคนต่อวัน ร้านในสถานี ต้องเป็สุดยอดอาหารต้องมีคุณภาพและความอร่อยขนาดไหน จึงจะสามารถเปิดขายและดำรงอยู่ได้
สถานีชินจูกุเป็สถานีรถไฟที่มีชานชาลามากถึงสิบหกชานชาลา มากมายขนาดไหนคงยากที่จะเห็นภาพ ชายหนุ่มอดคิดถึงสถานีหัวลำโพงสถานีเอกของประเทศไทย ที่มีเพียงสองชานชาลาซึ่งเทียบไม่ได้แม้แต่ชานชาลาเดียวของที่นี่สถานีแห่งนี้มิเพียงมีถึงสิบหกชานชาลา!อีกทั้งในหนึ่งชานชาลายังแยกออกเป็ซ้ายขวาและบล็อกย่อยๆ อีกบางชานชาลาถึงกับมีแบ่งบนล่างเพิ่มขึ้นอีกด้วย
สำหรับแขกต่างบ้านต่างเมืองหรือนักท่องเที่ยวหากไม่ศึกษาเส้นทางในสถานีมาก่อนและเพื่อเวลาเพื่อเตรียมตัวเดินไปยังชานชาลาก่อนกำหนด รับรองว่าตกรถไฟอย่างแน่นอน
สถานีรถไฟชินจูกุมีขบวนรถไฟของห้าบริษัทั์ใหญ่ที่ให้บริการที่สถานีแห่งนี้มีทั้งรถไฟบนดินและรถไฟใต้ดินทั้งหมดสิบสามสาย ในแต่ละวันให้บริการรถไฟหลายพันขบวน
สถานีรถไฟชินจูกุมีทางเข้าออกมากกว่าสองร้อยประตู แต่ละประตูกระจายออกไปทุกทิศทาง เหนือ-ออก-ใต้-ตกการออกผิดประตู หมายถึงการเพิ่มระยะทางเดินทางภายนอกบางทีแค่ออกผิดไปประตูเดียวอาจจะต้องถึงกับเดินอ้อมสวนสาธารณะหนึ่งสวนหรือต้องเดินอ้อมเป็ระยะทางเป็กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดหมายที่้าเลยทีเดียว
ครั้งแรกหลังจากกลับมาค้นหาข้อมูลดูแผนผังของสถานีอย่างละเอียด ใช้เวลาไปร่วมเจ็ดวัน ชายหนุ่มต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้รู้ความจริงว่าการที่เขาหลงอยู่ในสถานีแห่งนี้ ถึงหนึ่งชั่วโมงเพียงเป็การเดินวนไปวนมาระหว่างชั้นต่างๆ ของส่วนหนึ่งในซีกตะวันตกของสถานีรถไฟเท่านั้นและต่อมาตำแหน่งบริเวณนั้นได้ถูกบันทึกเข้าสมองของเขาและกลายเป็จุดเริ่มต้นในการเดินทางในครั้งต่อๆ มาในสถานีชินจูกุเสมอเขาให้ชื่อบริเวณนั้นว่า ทางออกหอยทาก
และนับจากนั้นมาหากเขาจะต้องใช้บริการสถานีแห่งนี้เขาจะเตรียมตัวอย่างดี กำหนดเส้นทางที่จะเดินในสถานีก่อน เสมอหากประมาทเขาอาจต้องพ่ายแพ้ให้กับ เส้นทางในสถานีชินจูกุอีกครั้ง
สถานีรถไฟชินจูกุสถานีปีศาจของผม
