หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 47 : ทุกขลาภโดยแท้

    ท้องนภาที่แสนดำมืดพลันปรากฎไข่มุกมังกรใหญ่ยักษ์ล่องลอยกลางฟ้าดิน แสงสีทองสาดส่องอาบย้อมทั่วแดนดิน


    " ครืนนน " มังกรทองร่างยาวใหญ่ยักษ์ล่องลอยเวียนวนรอบไข่มุกมังกร 


    กลิ่นอายมังกรสูงศักดิ์แผ่สยายออกปกคลุมทั่วเมืองหลวง กลิ่นอายสูงศักดิ์แม้นดูรุนแรงแข็งกร้างแต่หากกลับอ่อนนุ่มเสมือนใยไหม


    ปราณพลังสีทองแกร่งกล้าแผ่กำจาย คล้ายม่านพลังพริ้วไหวโบกสะบัดกลางเวหา 


    " นั่นมันเกิดสิ่งใดขึ้น " 


    " นิมิตเช่นนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้งเกินไปแล้ว " อ๋องฟู่พึมพำ


    เขาให้หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง เมื่อท่านผู้นั้นยังอยู่ที่แคว้นฟู่ ในใจร้องร่ำคร่ำครวญมิหยุดหย่อน 


    " ท่านผู้สูงศักดิ์ยามนี้ท่านรู้รึไม่ว่าข้ากำลังตกที่นั่งลำบาก " เสียงที่อึดอัดของอ๋องฟู่ดังขึ้น


    " องค์จักรพรรดิเทียนตี้ ให้ข้าเร่งหาตัวท่านให้พบ แลเชิญท่านไปพำนักยังเมืองหลวงเทียนตี้ " องค์ฟู่พึมพำกับมังกรทอง


    " จนถึงเวลานี้ข้าก็ยังหาท่านมิพบ กำหนดเวลาก็งวดมาทุกขณะ หากข้าหาท่านมิพบข้าเกรงว่า " อ๋องฟู่พลันนิ่งเงียบ


    " องค์จักรพรรดิเทียนตี้จะมายังแคว้นฟู่ เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะลำบากยิ่งนัก " อ๋องฟู่เอ่ยออกมา


    คล้ายกับมังกรทองจะได้ยินเสียงรำพันของอ๋องฟู่


    " ครืนนน " มังกรทองพลันขยับกาย ห้วงนภาพลันสั่นไหวแรงสั่นสะเทือนกระเพื่อมออกเป็นระลอก 


    " อือ " เสียงครางทุ้มต่ำดังขึ้น สุรเสียงกึกก้องเกรียงไกรทั่วโลกหล้า


    ฝูงชนต่างสะท้านทั่วร่าง พลันทิ้งร่างลงยังผืนพาราก้มกราบกราน 


    มังกรทองล่องลอยเข้าหาเข้าหาตำหนักที่ประทับของอ๋องฟู่ สองตาสีทองมองยังอ๋องฟู่


    " อึก " อ๋องฟู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก 


    " วิ้ง " พลันปรากฎไข่มุกมังกรสีทองสองเม็ดอยู่ต่อหน้าอ๋องฟู่ 


    " เอ่อ " อ๋องฟู่พลันอ้าปากค้าง สองตามองจ้องยังไข่มุกมังกรสีทองแวววาวขนาดราวผลมะนาว


    " ท่านผู้ยิ่งใหญ่มอบไข่มุกมังกรให้ข้ารึขอรับ " อ๋องฟู่เอ่ยถาม


    ในใจนั้นให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เขามิอยากจะเชื่อว่าผู้ยิ่งใหญ่จะมอบโชควาสนาให้


    " ไข่มุกมังกรหนึ่งเม็ดข้าให้เจ้า อีกหนึ่งเม็ดนั้นนำไปให้องค์จักรพรรดิ " เสียงหนึ่งดังขึ้นในโสตของอ๋องฟู่


    " ขอรับ " อ๋องฟู่เอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว


    " ไข่มุกมังกรนี้ หากเจ้าจะหลอมมันโดยตรงเห็นทีจะทำให้เจ้าตกตาย สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือทำการดูดซับพลังมังกรที่แผ่ออกมา " เสียงนั้นดังก้องอยู่ในโสตของอ๋องฟู่


    " มิมีสิ่งใดแล้ว แลก็มิต้องออกค้นหาข้าอีก " มังกรทองเอ่ย


    " ขอรับ " อ๋องฟู่พยักหน้าช้าๆ


    " ครืนนน " มังกรทองทะยานร่างเข้าหาไข่มุกมังกรใหญ่ยักษ์ที่ล่องลอยกลางฟ้าดิน 


    " งับ " มังทองใหญ่ยักษ์อ้าปากคาบไข่มุกมังกร


    " โฮกกก " มังกรทองกู่ร้องคำรามลั่นแดนดิน แลโผผินทะยานร่างหายไปกับรัตติกาล


    " ไปแล้ว " อ๋องฟู่เอ่ยออกมา


    " เจี้ยนเอ๋อร์ ท่านผู้นั้นกล่าวกับว่าเช่นใด " ชายแก่ในชุดคลุมทองเอ่ยถาม


    " เรียนท่านบรรพจารย์ ท่านผู้นั้นบอกข้าว่า ไข่มุกมังกรหนึ่งเม็ดให้กับข้า แลอีกหนึ่งเม็ดส่งไปถวายให้แด่องค์จักรพรรดิเทียนตี้ขอรับ " อ๋องฟู่เจี้ยนเอ่ย


    " อืม " ชายแก่พยักหน้าช้าๆ 


    อ๋องฟู่มองยังชายแก่ที่มองเขม็งยังไข่มุกมังกรในมือของเขา เขารับรู้ได้ในทันใดว่ามิอาจครอบครองสมบัติล้ำค่าเหนือโลกาเช่นนี้ได้ผู้เดียว มิเช่นนั้นจะบังเกิดหายนะเป็นแน่


    " ท่านบรรพจารย์ขอรับ ข้าคิดว่าจะสร้างห้องฝึกฝนแลนำไข่มุกมังกรเม็ดนี้วางไว้ในห้องฝึกฝน แลให้เหล่าราชวงศ์ทุกคนได้เข้ามาทำการดูดซับพลังมังกรขอรับ " อ๋องฟู่เอ่ยออกมา


    " เช่นนี้ก็เข้าที เร่งมือสร้างเข้า " ชายแก่เอ่ยออกมาพลางยกยิ้ม เขาสะบัดแขนเสื้อแลพริ้วกายจากไป 


    " ฟู่วว " อ๋องฟู่เป่าปากออกมาอย่างแรง 


    " ทุกขลาภโดยแท้ " อ๋องฟู่ส่ายหน้าช้าๆ 


    " ก่อนอื่นต้องแจ้งข่าวไปยังองค์จักรพรรดิ แลให้ซื่อจื่อนำไข่มุกมังกรไปส่งด้วยตนเอง " อ๋องฟู่พึมพำ


    " ไข่มุกมังกรนี่สามารถเป็นชนวนเหตุของการล่มสลายของอาณาจักรได้ " อ๋องฟู่พึมพำ 


    " แต่หากผู้ใดรู้ว่าท่านผู้นั้นยังอยู่ที่แคว้นฟู่ คงมิมีผู้ใดกล้ายกทัพมาเป็นแน่ ทั้งยังมิมีผู้ใดกล้าช่วงชิงไข่มุกมังกรไปด้วย " อ๋องฟู่พยักหน้าช้าๆ พลางถอนหายใจออกมาอย่างแรง


    " เหตุใดข้าจึงมิรู้สึกดีใจ ที่ได้รับสมบัคิล้ำค่าเหนือโลกาเลย " อ๋องฟู่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    หานลี่กวาดตามองยังภาพทังกรที่ต่อเติมแล้ว เขาพยักหน้าช้าๆ แลยกยิ้มออกมา 


    ชายหนุ่มครุ่นคิด " ภาพมังกรนี่ผืนใหญ่ยิ่งนัก เหมาะกับใช้แขวนเสียมากกว่า " ชายหนุ่มพึมพำ


    " เช่นนั้นแล้วข้าควรวาดภาพมังกรที่มีขนาดเล็ก เหมือนกับชุดเกราะน่าจะดีกว่า " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    ว่าแล้วชายหนุ่มจึงเร่งวาดภาพมังกรทองคาบไข่มุกมังกรลงบนเสื้อตัวหนึ่ง 


    พลันเกิดนิมิตมังกรทองขึ้นอีกครา ครานี้นิมิตที่เกิดขึ้นรุนแรงหนักหน่วงยิ่งกว่าเก่า บ้านเรือนหลายหลังแทบจะพังพินาศ ภูเขาน้อยใหญ่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น


    ราวสองชั่วยาม 


    " เรียบร้อย " หานลี่เอ่ยออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิ 


    เขามองยังภาพมังกรทองคาบไข่มุกมังกร พลางพยักหน้าช้าๆ


    หานลี่เหลียวมองออกไปยังห้วงนภา " นี่ก็จะสว่างแล้ว " ชายหนุ่มพึมพำ


    เขาเร่งผนึกกายวิเศษไว้ แลม้วนภาพมังกรอย่างเบามือแลส่งเข้าไปในแหวนมิติ ชายหนุ่มเร่งจัดแจงตนเอง แลสวมเสื้อมังกร


    " ครืนน " พลังมังกรแผดออกในทันใด 


    " แม่เจ้า " ชายหนุ่มร้องออกมา สองตากวาดมองยังแสงสีทองเรื่อเรืองรอบกาย 


    " ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    " เก็บพลัง " ชายหนุ่มลองสั่งการเสื้อมังกร 


    " วู๊มม " พลันแสงเรื่อเรืองสลายหาย 


    ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เขาทำการทดลองเสื้อมังกรอยู่หลายคราเปิดปิดพลังมังกรนับร้อยครั้ง


    " ดี " หานลี่พยักหน้าช้าๆ พลางเก็บกวาดสิ่งของ


    ชายหนุ่มเดินออกมายังครัว แลเร่งหุงหาอาหาร เมื่อแล้วเสร็จ เขาเร่งจัดการอาหารอย่างรวดเร็ว


    " อึก " กลิ่นชาหอมกรุ่มอบอวลด้วยเต๋าอันลึกล้ำไหลผ่านลำคอ


    " วิ้ง " ทั่วร่างของเขาพลันเปล่งแสงสีขาวดำ ทั้งเสียงสวดส่งมหามรรคาวิถีดังอึงอลทั่ว ทั้งสามพันมรรคาเต๋ายังล่องลอยเวียนวน


    " นี่รึเต๋า " ชายหนุ่มพึมพำ เขาอ่านตำราที่เพิ่งซื้อมา จึงสามารถเข้าใจได้วาเต๋านั้นเป็นเช่นใด 


    " เต๋าจากชานี่ที่ปลูกโดยกายวิเศษช่างเลิศล้ำเกินไปแล้ว " ชายหนุ่มพึมพำ 


    " แม้นจะเลิศล้ำ แต่สำหรับข้าแล้วก็ยังมิมีประโยชน์อันใด เพราะข้ายังมิได้หยั่งรู้เต๋า " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    " มัเพียงต้องหยั่งรู้เต๋าขั้นต้นให้ได้เสียก่อน จึงจะได้ประโยชน์จากชาเต๋านี่ " ชายหนุ่มพึมพำ


    " เช่นนั้นแล้วต้องไปหาตำราฝึกเต๋าเสียแล้ว " หานลี่พึมพำ 


    ชายหนุ่มเร่งออกจากบ้าน แลตรงไปยังร้านขายตำราอย่างรวดเร็ว 


    ตลอดเส้นทางเขาได้ยินเหล่าบัณฑิตพูดคุยกันถึงเรื่องเมื่อคืน ชายหนุ่มก็พลันงุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง


    " เหตุใดภาพมังกรจึงปรากฎได้ ทั้งยังมอบโชควาสนาใหญ่หลวงให้แก่อ๋องฟู่ " หานลี่พึมพำ


    " นี่มันจะเสมือนจริงมากเกินไปรึไม่ " หานลี่พึมพำ


    " เป็นเพียงภาพวาดแต่กลับสร้างสมบัติล้ำค่าเหนือโลกาเช่นนี้ได้ ข้าล่ะแปลกใจยิ่งนัก " หานลี่พึมพำไปตลอดทาง 


    หานลี่ครุ่นคิดอย่างหนัก ตั้งแต่ที่เขาสามารถบำเพ็ญเพียรได้ กายวิเศษของเขาก็เหมือนกับจะแข็งแกร่งขึ้นมาก 


    เพราะชิ้นงานที่กายวิเศษทำหลังจากที่เขาบำเพ็ญเพียรได้แล้วนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นงานพลิกฟ้าคว่ำปฐพี 


    ส่วนชิ้นงานที่กายวิเศษของเขาทำก่อนที่เขาจะบำเพ็ญเพียรได้นั้น บางชิ้นก็แข็งแกร่งยอดเยี่ยม บางชิ้นกลับอ่อนด้อย แต่บางชิ้นมิมีพลังเอาเสียเลย


    " รึว่าจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำด้วย " ชายหนุ่มพึมพำ เขาพยักหน้าช้าๆ 


    " กรุบ กรุบ " เสียงเกือกอาชาตกกระทบยังพื้นหินแข็ง 


    หานลี่เร่งเบี่ยงร่างหลบในทันใด " ฟิ้ว " แส้หางมังกรพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว


    " หมับ " หานลี่คว้าจับเข้าที่ปลายแส้หางมังกร พลางกระชากแส้อย่างรวดเร็ว


    " พลั่ก " ผู้ถือแส้ร่วงหล่นลงยังพิ้นหินแกร่ง 


    ชายหนุ่มมองยังชายผู้นั้นที่นอนที่พื้น " เป็นเจ้านี่เอง " หานลี่เอ่ยออกมา พลางดึงแส้ออกจากมือของชายผู้นั้น


    " วันนั้น เจ้าฟาดข้าด้วยแส้นี่ วันนี้ ข้าจะเอาคืน " หานลี่เอ่ยออกมา พลางตวัดแส้อย่างรวดเร็ว


    " เพี้ยะ " เสียงแส้กระทบกลางหลังของชายผู้นั้น 


    " อ้าก " มันระเบิดเสียงร้องคำรามลั่นเพราะความเจ็บปวด


    แส้หางมังกรฟาดเข้าที่กลางหลังของมันปรากฎแผลลึกจนเห็นกระดูก


    " เจ็บรึ " หานลี่เอ่ยถาม 


    " เพี้ยะ " เสียงดังสนั่นลั่นทั่วเมือง 


    " อ้ากกก " มันร้องตะโกนออกมาอย่างเจ็บปวด


    " เจ็บรึไม่ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน