บอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์

    ตอนที่ 32 หลั่งเลือดหน้าบ่อน้ำพุ

    ตอนเย็นสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ สี่คุณชายจากสี่สำนัก ฉายาสี่จตุรเทพแห่งแดนเซียนเทพยุทธ์  มีอาหารโต๊ะใหญ่ เรียกศิษย์ในสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ที่ส่วนใหญ่มีสตรี มากกว่าบุรุษ มาชื่นชมความหล่อเหลา แล้วก็จะมีการโชว์ประลองฝีมือ ให้ทุกคน ได้รับทราบความร้ายกาจ ของ สี่จตุรเทพ

    “ วันนี้ ข้าพเจ้าเซียวเหยา ขอเป็นตัวแทนท่านเจ้าสำนัก ขอบคุณ สี่คุณชาย ที่ได้ให้เกียรติ มาช่วยเหลือสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ที่กำลังลำบากในครั้งนี้”

    รองเจ้าสำนักแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ แล้วยกน้ำชาดื่ม ขอบคุณ ทุกคนก็ดื่มตาม

    “ ไม่ทราบว่า วันนี้พวกเราจะมีโอกาสได้ชื่นชมความงามของคุณหนูฟาง บ้างหรือเปล่า”  คุณชายฉงเฉวียน จากสำนักเก้าฟ้า เอ่ยด้วยดวงตาทอประกาย

    “ ทุกท่านไม่ต้องกังวล คุณหนูฟางอิ๋งอิ๋ง ของเรา กำลังเตรียมการแสดงคอยต้อนรับพวกท่านทั้งหลายอยู่แล้ว”

    คุณชายทั้งสี่ปรบมือ แสดงออกอย่างดีใจ

    ไม่นานนัก หน้าเวที ก็มีผ้าม่านบางๆ ปล่อยตกลงมา ฟางอิ๋งอิ๋ง ลอยออกมาพร้อมกับชักกระบี่ แทงใส่ ฉงเฉวียนก่อน  คุณชายใช้พัดเป็นอาวุธ จึงตอบโต้ท่ากระบี่แรกของ ฟางอิ๋งอิ๋ง ออกไปได้อย่างสวยงาม 

    จากนั้นฟางอิ๋งอิ๋ง ก็ตวัดกระบี่ฟันใส่ คุณชายเจิ้นเหลียง ที่ใช้กระบี่ ก็สามารถรับได้อย่างไม่ลนลาน คุณชายจูตี้ กับ คุณชายเว่ยหลง ก็สามารถรับท่ากระบี่ของ ฟางอิ๋งอิ๋ง ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

    “ ฟางอิ๋งอิ๋ง ขอคำนับคุณชายทั้งสี่ วันนี้ได้รับทราบพลังฝีมือ ของคุณชายแล้วรู้สึกว่า สมคำร่ำลือจริงๆ”

    ทั้งสี่คนส่งสายตา เปล่งประกาย ระยิบระยับ เมื่อมองหน้าฟางอิ๋งอิ๋ง จนรองเจ้าสำนักต้องเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งลง เพื่อคุยรายละเอียด

    “ ทุกท่านคงทราบกันมาแล้ว ว่าเจ้าสำนักได้ส่ง เทียบเชิญทั้งสี่ท่านมา ก็เพื่อให้ช่วยคุ้มครองสำนักของเราจาก   ราชันเวนไตย เทพพญาครุฑ ที่หมายมั่นจะเอาฟางอิ๋งอิ๋ง ไปเป็น ราชินีของมันให้ได้”

    “ เหตุใดมันถึงต้องการตัว คณหนูฟางด้วยเล่า”

    “ มันบอกว่า ฟางอิ๋งอิ๋ง เป็น ราชินีของมันในชาติปางก่อน ดังนั้นไม่ว่าใครก็จะขัดขวางไม่ได้ อีก 7 วัน ฟางอิ๋งอิ๋ง จะมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์มันบอกว่า มันจะมารับตัวนางไป”

    ฟางอิ๋งอิ๋ง นั่งร่วมโต๊ะฟังอยู่ด้วย ก็กล่าวเสริมว่า

    “ อิ๋งอิ๋งเอง ไม่อยากให้ผู้ใดมาเดือดร้อน ด้วยจริงๆ หากว่า คุณชายทั้งสี่ไม่สดวกใจ อิ๋งอิ๋ง ก็ไม่บีบบังคับ”

    “ ไม่ ไม่เลย พวกเรายินดีช่วย”

    “ ถ้าเช่นนั้น  พรุ่งนี้เช้าสำนักของเราจะเปิด บ่อน้ำพุร้อนฟ้าพิสุทธิ์ เพื่อให้คุณชายทั้งสี่ ได้เพิ่มพลังวิญญาณมากขึ้น มากน้อยแล้วแต่วาสนาของพวกท่าน”

    พอได้ยินคำว่า บ่อน้ำพุร้อนฟ้าพิสุทธิ์ ทั้งสี่คนก็ส่อแววสมหวังดีใจ ยิ่งนัก ทันใดนั้นเอง หยางเทียนก็เข้ามานั่ง ร่วมโต๊ะด้วย แล้วเอ่ยว่า

    “ ผมขอไปด้วยคนนะครับ”    ทั้งหมดตกใจ ไม่รู้ว่า หยางเทียนแทรกเข้ามาร่วมโต๊ะตั้งแต่เมื่อไร

    “ เฮ้ย เจ้านี้เป็นใครเนี่ย”

    “ นั่นซิ”

    “ หยางเทียน มาได้ไงเนี่ย”  รองเจ้าสำนักเซียวเหยาก็ตกใจ

    “ ฉันเตือน  คุณให้รีบกลับไปแล้ว ยังจะมายุ่งทำไมอีก” ฟางอิ๋งอิ๋ง ที่ฝึกกระบี่หลังที่พักหยางเทียน ลุกขึ้นยืนเอ่ยเสียงเข้ม

    “ เธอกลับไปห้องพักเสียดีกว่า”  เซียวเหยา รองเจ้าสำนักเอ่ยเสียงดุดัน

    “ ป้าเซียวเหยา คุณหนูฟาง ผมก็เป็นศิษย์ของสำนักเมฆขาว ถึงแม้ยังไม่สามารถเข้าไปยังแดนเซียนเทพยุทธิ์ได้ แต่ก็ถูกส่งมาเพื่อคุ้มครอง คุณหนูฟางเช่นกัน  ดังนั้น สิทธิ์ที่จะได้เข้าไป อาบน้ำในบ่อน้ำพุ ร้อนแบบนั้น ผมก็ควรจะได้สิทธิ์ด้วยมิใช่รึ”

    “ ฝีมือเท่านี้ ยังมีหน้าบอกว่า มาคุ้มครองคุณหนูฟาง ต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้างแล้ว” คุณชายเว่ยหลง รู้ว่าคุณหนูฟางลำบากใจ เลยคิดจะสั่งสอนหยางเทียนแทน

    จึงปล่อยท่าฝ่ามือมังกรสะบัดหาง ออกมาใส่หน้าอกหยางเทียน ซึ่งหยางเทียนก็ไม่ได้หลบ แต่ปล่อยให้หมัดมังกร กระแทกมา แล้วค่อยเคลื่อนย้าย ถ่ายเทหมัดหมุนเวียนกลับไป พลังหมัดมังกรสะบัดหาง ไหลย้อนกระแทกกลับใส่ ร่างของเว่ยหลง จนกระเด็นไปชนประตู พังไปแถบ ทุกคนตกใจไม่คิดว่า หยางเทียนจะไม่เป็นอะไรเลย แต่เว่ยหลงถึงกับ กระอักเลือดออกมา

    “ ซ่อนฝีมือเอาไว้อย่างนั้นรึ คงต้องเอาจริงแล้ว”   เว่ยหลงตบมือที่พื้น ร่างของเขาลอยขึ้นมา แล้วปล่อยพลังหมัดมังกรออกมาทั้งสองมือ มีเงามังกรพุ่งออกมาถึงสองตัว แต่ว่าหยางเทียน ใช้มือขวาวาดเป็นวงกลมกลายเป็นพลังไท่เก๊กหยินหยาง หมุนเวียนไปมา พอพลังมังกรพุ่งเข้ามาในวงกลมก็ถูกหมุนเหวี่ยงกลับไป พุ่งเข้าสู่ ร่างของเว่ยหลง  ตูม !!   คราวนี้ คุณชายเว่ยหลง กระเด็นออกไปไกลอีกเป็นสิบเมตร ใบหน้ามีเลือดไหล ถมึงทึง ขยับแหวนมิติ  แล้วดึงกระบี่มังกรออกมา

    หมายจะสู้กับหยางเทียนต่อ แต่ว่า รองเจ้าสำนัก กับ ฟางอิ๋งอิ๋งเข้ามาขวางเอาไว้ก่อน

     “ หยุดก่อนเถิด อย่ามีเรื่องกันเลย”

    “ ใช่ตอนนี้ พวกเราต้องสามัคคีกัน  ศัตรูของพวกเรา คือ ราชันเวนไตยต่างหากเล่า”  ฟางอิ๋งอิ๋ง เอ่ยขึ้นมา เว่ยหลงเก็บกระบี่มังกรไว้ แล้วเช็ดเลือดที่มุมปาก

    “ ผ่านเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ หยางเทียน เราได้เจอกันอีกแน่”

    “ ยินดีเสมอ” หยางเทียนยิ้มให้ไม่ยี่หระกับคนแบบนี้

    แต่ฟางอิ๋งอิ๋งกลับมองหน้าหยางเทียนไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ต้องทึ่งในฝีมือของหยางเทียน ไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไร มีพลังวิญญาณแค่ระดับ สี่ แต่อัดยอดฝีมือพลังวิญญาณระดับ 9 ลงไปกองได้ แถมวิชาหมัดมังกรฟ้า ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแดนเซียนเทพยุทธิ์ เหตุใดหยางเทียน กลับใช้วิชาแปลกประหลาด เอาชนะได้

    “ พรุ่งนี้จะให้ อาตี้พาคุณไปที่ บ่อน้ำพุร้อนฟ้าพิสุทธิ์ และจำไว้ด้วย บ่อฟ้าพิสุทธิ์ไม่ใช่บ่อน้ำพุร้อนที่คนทั่วไปจะเข้าไปอาบเล่น ที่นั่น เป็นบ่อพลังวิญญาณที่หนาแน่น เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเรา หากมิใช่เกิดเรื่อง ทางสำนักก็มิให้คนภายนอกเข้ามาใช้แบบนี้”  ฟางอิ๋งอิ๋งเอ่ยจบ ก็พากันกลับเข้าไปในสำนัก ส่วนคุณชายที่เหลือก็พากับกลับห้องพักไป

    “ ป้าเหยา หยางเทียนใช้วิชาอะไร ทำร้ายคุณชายเว่ยหลงได้แบบนั้น”

    “ วิชานี้ น่าจะเป็นวิชาหยินหยาง เป็นวิชาสะท้อนพลัง แต่ว่า การฝึกตนวิชานี้ส่วนใหญ่ผู้ฝึกที่จะใช้การตอบโต้แบบฉับพลันนั้นได้ ต้องมีการฝึกฝนไม่ต่ำกว่า ยี่สิบปี  แต่เจ้าหนูนี่เพิ่งจะแค่ ยี่สิบกว่าเอง กลับฝึกได้ลึกล้ำขนาดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ”

    “ วิชาหยินหยาง ร้ายกาจปานนี้เลยหรือท่านป้า”

    “ ใช่แล้ว วิชานี้เป็นสะท้อนพลังที่น่ากลัววิชาหนึ่ง แต่ว่า ใช้ได้กับ พวกที่มีพลังห่างกันไม่เกิน สิบระดับก็ยังพอได้ แต่ถ้าเกินกว่านั้น ก็ไม่สามารถสะท้อนพลังกลับได้ แต่หากได้สู้กับ ราชันเวนไตยแล้ว ยังห่างชั้นกันอีกหลายขุม แต่หากร่วมมือกัน บวกกับค่ายกล ตาข่ายฟ้าของสำนักเรา บางทีอาจมีโอกาส ก็ได้”

    “ เสียดาย พลังของเขาอ่อนด้อยเหลือเกิน หากเข้าไปซึมซับที่บ่อน้ำพุ เกรงว่าคงจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงสามระดับเท่านั้น”

    “ นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตาของแต่ละคน เราไม่อาจคาดเดาได้” รองเจ้าสำนักเอ่ยแล้วถอนหายใจกังวลเรื่องราว ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

    ตอนเช้า อาตี้ มาเคาะห้องหยางเทียนแต่เช้า

    “ พี่หยางเทียน ไปเร็ว บ่อน้ำพุฟ้าพิสุทธิ์ เปิดแล้ว”

    “ ได้ ไปกันเลย”

    อาตี้ พาหยางเทียนเดินขึ้น ลัดเลาะขึ้นเขาไป จนกระทั่งเข้ามาที่บริเวณหน้า ถ้ำแห่งหนึ่ง ปรากฏว่า มีสี่คุณชาย เดินเข้าไปแล้ว

    “ บ่อน้ำพุวิญญาณแห่งนี้ มีพลังวิญญาณหนาแน่นมาก ดังนั้นหากพี่หยาง นั่งซึมซับไปแล้ว ทนแรงกดดันไม่ไหว ก็ลุกขึ้นมาเลยนะ ไม่ต้องฝืนทน ได้เท่าไร ก็เท่านั้น มิเช่นนั้น อาจทำให้ ชีพจรแตกสะบั้น ถึงแกความตายได้”

    “ โอ้โห ร้ายแรงขนาดนั้นเลย?”

    “ ใช่ เคยมีบางคนถึงกับหลับไป ไม่ฟื้นอีกเลย ดังนั้นคนส่วนใหญ่ จะเข้ามานั่งกันไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น ก็ออกไปแล้ว แล้วอีกอย่าง อย่าเข้าไปด้านในสุดของบ่อน้ำพุ เพราะมันจะร้อนมาก ถ้าเอาไก่ไปต้มก็สุกเลย พี่เข้าไปแช่ตัวแถวริมๆ ชั้นสาม ก็พอ อุณหภูมิจะเหมาะสมที่สุด”

    “ อืมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวพี่ไปก่อน ขอบใจนะ”

    หยางเทียนเข้าไปในน้ำชั้นที่สี่ ก็รู้สึกอบอุ่นดี แล้วก้าวเข้าไปส่วนลึกของถ้ำชั้นสามก็เริ่มร้อนระอุขึ้นมา เห็น สี่คุณชาย นั่งแช่ตัว และทำการดูดซับพลังวิญญาณกัน

    หยางเทียน ยังรู้สึกว่า ยังไม่ร้อนเท่าใด จึงเดินเข้าไปอีกเป็นชั้นที่สอง ซึ่งอุณหภูมิเริ่มร้อนจนมีไอขึ้นมาหนาแน่น มองอะไรไม่เห็นเลย หยางเทียนลองนั่งขัดสมาธิ แล้วทำการดูดซับพลังวิญญาณในบ่อน้ำพุร้อนทันที  ห้วงจิตวิญญาณของหยางเทียนที่เคยมีอยู่แค่สระว่ายน้ำธรรมดา ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเท่ากับสนามฟุตบอลอย่างรวดเร็ว แล้วพลังวิญญาณเหล่านี้ก็ไหลเข้ามาได้แค่นิดเดียว พลังวิญญาณในชั้นสองก็หมดแล้ว หยางเทียนตกใจไม่คิดว่า พลังวิญญาณทำไมหมดแล้ว 

    จึงเดินเข้าไปในส่วนลึกที่สุด  น่าแปลก ที่หยางเทียนไม่รู้สึกว่ามันร้อนเท่าไร ซึ่งความจริงภูเขาลูกนี้เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน แต่ว่า ได้ดับไปหลายพันปีแล้ว ทำให้พลังวิญญาณของสิ่งมีชีวิต ได้ทับถมกันมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดพลังวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่ง จุดตรงกลางนี้ เป็นจุดที่มีพลังวิญญาณสูงที่สุด แต่ว่าหยางเทียนก็ทำการดูดซับ ไม่นาน พลังวิญญาณก็หมดสิ้น หยางเทียนเลยปลดปล่อยพลังวิญญาณที่รับเข้าไปออกมา ปรากฏว่า พลังวิญญาณของหยางเทียน เพิ่มขึ้นอีกเพียง 2 ระดับเท่านั้นกลายเป็นพลังวิญญาณ ระดับ 6  หยางเทียนดีใจมากที่สามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้ ถึง ระดับ 6 แล้ว จึงเดินออกไป พบว่า คุณชายทั้งสี่กำลังดูดซับพลังวิญญาณกันอย่างหน้าดำ คร่ำเคร่ง  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะพลังวิญญาณในบ่อน้ำพุร้อนวันนี้ ถูกหยางเทียนดูดไปจนหมดแล้ว

    หยางเทียนออกมา พบว่ามีคนคุ้นเคย มาอยู่หน้าถ้ำหลายคน

    “ นี่.. แกยังไม่ตายอีกหรือนี่”

    “ ที่แท้ก็พวก สำนักภูผาจันทรานี่เอง”

    “ รู้จักกันด้วยรึ?” ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชายสี่คนที่หยางเทียนเจอมาก่อนที่เขตเช่าอังกฤษ เอ่ยขึ้น

    “ มันนี่แหละ เป็นทำลายโรงงานผลิตยาเลิฟ เลิฟ ทำให้สำนักเราต้องถูก กงศุลอังกฤษ ยกเลิกสัญญา”   

    อีกสามคนที่เคยโดยหยางเทียนอัด ถอยหลังไปยืนข้างหลังทุกคน

    “ เจ้าสี่พี่น้องกลัวมันหัวหดขนาดนี้เลยหรือ”

    “ ศิษย์พี่สี่ พวกเราสู้มันไม่ได้เลย หากไม่ได้อาจารย์มาช่วย พวกเราตายแน่ๆ”

    ศิษย์ที่เหลือ 6 คนไม่รู้จักหยางเทียน  ขยับตัว หมายจะอัดหยางเทียนแก้แค้น

    ศิษย์พี่สี่เลยยกมือให้สัญญาณ ลงมือได้   โดยไม่สนใจคนของสำนักฟ้าพิสุทธิ์ ที่ยืนมองอยู่เลยแม้แต่น้อย

    หยางเทียน เห็นหกคนพุ่งเข้ามาหา แต่ละคนมีทั้งกระบี่ ขวาน ทวน ดาบ พุ่งเข้าใส่หยางเทียนเพียงคนเดียว หยางเทียนหาได้กลัวไม่ นำปืนพกออกมา ยิงออกไปหกนัด ทะลุหัว ศิษย์ทั้งหกคนตายคาที่ เลือดไหลนองไปทั่วพื้น

    ศิษย์สำนักฟ้าพิสุทธิ์ตกใจยิ่งนัก รีบไปแจ้งเรื่องกับ รองเจ้าสำนักทันที

    “ ยังไม่เรียกอาจารย์ของพวกแกมาอีกล่ะ หรือจะรอไปเรียกตอนที่พวกแกลงนรกไปแล้ว”

    ศิษย์คนที่สี่ เห็นความโหดของหยางเทียนก็กลืนน้ำลายดังเอี๊อก !!

    “ เดี๋ยวก่อน พวกเราไม่ได้บาดหมางกันรุนแรงขนาดนั้น ทำไมต้องลงมือโหดเหี้ยมเช่นนี้ด้วย”

    “ ยานรกที่พวกแกคุ้มครองนั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์นับพัน นับหมื่น พวกเขาต้องตายไปอย่างช้าๆ พวกแกรู้บ้างหรือไม่  แต่นั่นไม่สำคัญ อาจารย์ของพวกแก ได้ทำร้ายฉันจนต้องตกน้ำเกือบตาย แค้นนี้ไม่ชำระไม่ได้ พวกแกเป็นศิษย์ของ สำนักภูผาจันทรา มีทางรอดทางเดียว สาบานว่าจะถอนตัวออกจากสำนักซะ   แล้วฉันจะปล่อยให้พวกแกมีชีวิตรอดต่อไป”

    “ แก มากไปแล้วนะ พี่ใหญ่คิม แจ้งอาจารย์โซลซาเลย”

    เปรี้ยง !!   เจ้าคนที่พูดถูกยิงหัวระเบิดตายไปในทันที

    “ ใจเย็นๆ เรื่องนี้พอคุยกันได้ไหม”  ศิษย์พี่สี่ พยายามยื้อเวลา

    “ ช้าไปแล้ว อีกไม่นานฉันจะลบชื่อสำนักภูผาจันทรา หากพวกแกขืนอยู่ไปก็ตายอยู่ดี สู้ตายๆ ไปซะก่อนจะดีกว่า”

    ศิษย์พี่สี่ เหวี่ยงร่างของมือกระบี่อ่อน พุ่งเข้าหาหยางเทียน แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกยิงทะลุหัวตายไปอีกหนึ่ง จอมพลังกระโดดถือขวานจะฟาดใส่หยางเทียน แต่ช้าเกินไป โดนสอยเข้าหัว ตายตามกันไป  เหลือหัวหน้าคิม กับ ศิษย์พี่สี่ ที่นำทวนออกจากมิติ ปล่อยหัวทวนยิงใส่หยางเทียน แต่ว่าหยางเทียนจับได้แล้ว ยิงสวนกลับไป ศิษย์พี่สี่ หงายหลังตายคาที่ หัวหน้าคิม เห็นเช่นนั้น ถอยหลังกรูด หยางเทียนเข้าไปใกล้ แล้วเอาปืนยัดปาก

    “ อาจารย์ของแกไม่มาแล้ว แกก็ตายไปซะ” หยางเทียนกำลังจะลั่นไก ก็มีเสียงแหวกอากาศพุ่งเข้ามาที่หัวหยางเทียน ทำให้หยางเทียนต้องหมุนตัวหลบไป

    ชายกลางคนยืนอยู่กลางอากาศ อาจารย์โซลซานั่นเอง

    “ นึกไม่ถึง ว่าแกยังไม่ตาย กลับยังมีฝีมือสูงขึ้น จนมาฆ่าศิษย์ของสำนักภูผาจันทราได้อีก  ข้าพลาดไปแล้วจริงๆ”

    “ อาจารย์มันบอกว่า มันจะล้างสำนักของเราด้วย” หัวหน้าคิมเข้าไปคุกเข่าต่อหน้า อาจารย์โซลซา ร้องไห้เหมือนเด็กฟ้องผู้ใหญ่

    “ บังอาจ กล้าพูดเช่นนี้เชียวรึ?”

    “ แล้วไง ก็เข้ามาเลยซิ?” หยางเทียนรีโหลดกระสุนทั้งสองแม็คไว้ในมือ พร้อมกับเข็มปลิดวิญญาณ เตรียมไว้ทั้งสองแขน เป้าหมาย ที่หัวสถานเดียว เพราะรู้ว่ามันใส่เสื้อเกราะเอาไว้

    ฉับพลันนั้น ร่างของอาจารย์โซลซา ก็หายวับไป ปรากฏที่ด้านหลังหยางเทียน แล้วกำลังฟาดฝ่ามือเข้าที่หัว หยางเทียนสะบัดปืนยิงสวนกลับไปทางด้านหลังโดยที่ไม่มอง อาจารย์โซลซา ยั้งมือเอาไว้แล้วหลบมาด้านหน้า หยางเทียนกระหน่ำกระสุนไปอีกไม่ยั้ง แล้วยังสาดเข็มปลิดวิญญาณไปรอบๆ

    อาจารย์โซลซา เข้าไม่ถึง แล้วยังต้องเรียก  กระบี่ออกมาปัดป้อง เข็มที่ยังคงตามติดที่บริเวณใบหน้าตลอด ไม่ว่าเขาไปอยู่ที่ใด ก็ถูกเข็มตามไปติดๆ จนสุดท้ายหยางเทียนหยุดปล่อยเข็มวิญญาณ แล้วไปดักรออีกจุดหนึ่ง แล้วยิงเข้าที่ใส่อีกนับสิบนัด มีม่านพลังของอาจารย์โซลซาออกมาต้านกระสุน ไว้จนหมด

    หยางเทียนตกใจยิ่งที่มีม่านพลังแบบนี้ปรากฏ   เลยถูก ยิงด้วยดัชนีภูผาเข้า ไปเป็นสิบเม็ด เข้าที่แขนและขา  และหน้าผาก จนร่วงไปกับพื้น หมดสติแน่นิ่งไป เลือดไหลออกจากหน้าผาก แขน ขา  กระจายไปทั่วพื้นน่ากลัวยิ่งนัก

    “หยางเทียน” ฟางอิ๋งอิ๋งมาเห็นเข้า ก็ได้แต่ตกใจเอามือปิดปากเอาไว้......

    คล้ายกับเรื่องบอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์ ที่คุณอ่าน