ตอนที่ 90 นักวิจัยในหอคอย
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเวลาไม่กี่วันพวกเขาก็ศึกษาข้อมูลกันมากมายเพียงนี้แล้ว
“นี่คือห้องทำงานเอกสารของพวกเรา ขอโทษด้วยที่มันดูรกไปหน่อย” เกรซกล่าวอย่างมีรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายบนพื้น เมื่อเก็บพวกมันขึ้นมาก็วางลงกองเอกสารข้างๆ อย่างลวกๆ
ที่นี่มีกองเอกสารอยู่หลายที่ บางกองถึงขั้นสูงท่วมหัว
ต่อให้ตอนนี้จะเป็นยุคสมัยที่สามารถเก็บข้อมูลไว้ในผลึกเวทได้ แต่พวกเขาก็ยังต้องพึ่งพากระดาษอยู่ดี เพราะมันสะดวกแก่การแก้ไข
ว่าแล้วเกรซก็ปรบมือเรียกเสียงเล็กน้อย
แปะๆ
ชายคนหนึ่งที่มีผมสั้นสีเขียว สวมผ้าคลุมสีขาวเหมือนเกรซก็หันมา
“เกรซ? แล้วนั่นใครกัน? ... ผู้ช่วยที่รับมาใหม่หรอ?” ชายผมเขียวมีแต่คำถาม
เกรซรีบโบกมือและเอ่ย “ไม่ ไม่ ไม่ นี่คุณชายน้อยพริสตัน ลูกชายของศาสตราจารย์”
เธอหันมามองเด็กน้อยและเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เมอร์ลิน นี่ทอมนักวิจัยอีกคนหนึ่งของที่นี่”
เมอร์ลินสังเกตเข็มกลัดสีเงินสี่ดาวที่เป็นสัญลักษณ์ของนักวิชาการชั้นสูงเช่นเดียวกับของเกรซ
“สวัสดีครับคุณทอม ผมเมอร์ลินยินดีที่ได้รู้จัก แล้วนี่ก็มาร์เทลพี่เลี้ยง” เมอร์ลินเอ่ยแนะนำตัวพร้อมกับแนะนำมาร์เทล
“สวัสดีคุณทอม” มาร์เทลกล่าวพลางโค้งศีรษะลงเล็กน้อย สำหรับเขานักวิชาการชั้นสูงเหล่านี้ล้วนเป็นตัวตนที่อยู่เหนือกว่าเขามาก
ทอมกวาดสายตามองทั้งสองคน เขาเป็นผู้ชายวัยกลางคนทรงผมกระเซอกระเซิงทว่ามีสีเขียวที่โดดเด่น ใบหน้าซูบผอมเป็นพิเศษ
“ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน” ทอมกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เล็กน้อย จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนช่างพูดเหมือนเกรซ
“ไม่ใช่ว่ามีคนอยู่ที่นี่มากกว่านี้ไม่ใช่หรอครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถาม
ก่อนหน้านี้เขาได้ยินเกรซพูดกับออสตินว่ายังมีคนอื่นอีก
เกรซยิ้มและเอ่ย “ที่นี่เป็นแค่ห้องทำงานเอกสาร ยังมีอีกห้าชั้นที่เป็นห้องทดลอง เธอคงรู้ว่าพวกเรากำลังวิจัยอะไร ฉันคงจะพาเธอไปที่นั่นไม่ได้เพราะมันต้องเตรียมการยุ่งยากไม่น้อยเพราะวัตถุเวทบางชิ้นแผ่พลังเวทด้านลบออกมามากเกิน แม้แต่นักเวทสองวงเวทก็ใช่ว่าจะสามารถต้านทานมันได้”
“ครับ”
เมอร์ลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เอาล่ะ ที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก มันมีแต่เอกสารที่น่าเบื่อ พวกเราไปที่ชั้นสันทนาการกันดีกว่า”
หลังจากที่เกรซพาชมห้องทำงานเอกสารรอบๆ เธอก็พาเมอร์ลินกลับมาที่วงเวทเคลื่อนย้ายอีกครั้งหนึ่ง
พรึบ!
แล้วพวกเขาก็ย้ายกันไปที่ชั้นสันทนาการ
ที่นี่เป็นห้องโล่งกว้างที่แบ่งเป็นโซน หน้าต่างหลายบานเป็นกระจกใสเปิดรับลม มันมีทั้งเครื่องเล่นเพื่อพักผ่อนและโต๊ะรับประทานอาหาร ที่มีมุมหนึ่งมีโซนห้องครัวและมีผู้หญิงร่างท้วมสวมผ้ากันเปื้อนทำงานอยู่ข้างในนั้น
“สวัสดีมาท่า” เกรซกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สดใส
หญิงร่างท้วมหันกลับมาแล้วเผยรอยยิ้มออกมา
“ว่าไงเกรซ ต้องการทานอะไร?” มาท่าเอ่ยอย่างเป็นธรรมชาติ
เธอมาทำงานที่นี่ได้ระยะหนึ่งแล้ว มาท่าเป็นหญิงชาวบ้านที่อยู่ในเมืองมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เธอเป็นคนธรรมดาไม่ใช่นักเวทหรือนักวิชาการ แต่มีฝีมือทำอาหารที่เยี่ยมยอด
มาท่าเคยทำงานให้กับหอคอยเวทมนตร์มาบ้าง แน่นอนว่างานของเธอคือการทำอาหารเหล่านักวิจัย ซึ่งมันทำรายได้ให้เธอไม่น้อย
หลายคนต่างอิจฉาในการทำงานของเธอ เพราะค่าจ้างที่เธอได้รับจากการทำงานให้หอคอยเวทมนตร์แต่ละที่สามารถทำให้เธอเลี้ยงดูครอบครัวอย่างสุขสบาย
มาท่าเป็นหญิงม่ายที่ต้องเลี้ยงลูกสองคน เนื่องจากสามีได้ตายจากไปตั้งแต่ที่เธอคลอดลูกคนที่สองใหม่ๆ นั่นจึงทำให้เธอต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการเป็นแม่ครัวของหอคอยเวทมนตร์
แน่นอนว่าไม่ใช่หอคอยเวทมนตร์ทุกที่จะทำงานสบาย แต่โชคดีที่ออสตินนั้นเป็นเจ้านายที่ใจดี อีกอย่างที่นี่ก็มีนักวิจัยไม่มาก จึงทำให้เธอสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ
“ฉันทานมาแล้ว แต่ขออาหารดีๆ สองที่ให้กับลูกชายของศาสตราจารย์และคนดูแลของเขาหน่อย” เกรซกล่าว
“โอ้ หนุ่มน้อยเธอคือเมอร์ลินใช่ไหม รู้ไหมว่าศาสตราจารย์โม้เรื่องเธอให้ฉันฟังไว้เยอะเลย”
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมาท่า”
เมอร์ลินรับประทานอาหารที่นี่พร้อมกับพูดคุยอย่างสนุกสนานกับมาท่า เธอเป็นคุณป้าที่ใจดีและมีเรื่องพูดคุยมากมาย ทำให้การทานอาหารของเมอร์ลินไม่เงียบเหงา
เมื่ออยู่ในชั้นสันทนาการครู่ให้ เกรซก็พาเขาไปที่ชั้นห้องพักของเมอร์ลิน
ที่นั่นมีห้องหลายห้อง และดูเหมือนว่ามันจะเป็นห้องที่จัดไว้สำหรับเมอร์ลินกับมาร์เทลโดยเฉพาะ
เกรซพูดว่าพวกเธอที่เป็นนักวิจัยก็มีห้องพักที่นี่เช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้อยู่ชั้นเดียวกับเมอร์ลิน
หอคอยเวทมนตร์แห่งนี้จึงเหมือนโฮมออฟฟิต ที่เป็นทั้งที่ทำงานและบ้านพักไปด้วย
เมอร์ลินพักอยู่ที่หอคอยเวทมนตร์ ในเวลาต่อมาเขากับมาร์เทลก็ออกไปสำรวจเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งมีมาร์เทลคอยเป็นไกด์
แม้ว่ามาร์เทลจะไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยวินเซน แต่เขาก็เป็นคนท้องถิ่น สถานที่อย่างเมืองมหาวิทยาลัยเขาย่อมเคยมาเยือนที่นี่มาก่อน
ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ใช้รถม้าแต่ใช้การเดินทางเที่ยวดูสถาปัตยกรรมและสภาพความเป็นอยู่ของคนในเมือง
เมอร์ลินดูชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบนี้มาก
อย่างไรก็ตาม แม้เมอร์ลินจะพักอยู่ในหอคอยเวทมนตร์ แต่ตลอดหลายวันมานี้เขากลับไม่พบออสตินผู้เป็นบิดาของเขา
ใช่แล้ว นับตั้งแต่ที่พวกเขาแยกจากกัน ออสตินก็ไม่ออกมาจากห้องทำงานของเขาเลย
แม้แต่เกรซเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องทำงานนั้นได้ตามใจชอบ
เมอร์ลินเข้าไปห้องทำงานเอกสารของพวกนักวิจัยอยู่บ่อยๆ เขาได้พบกับโอริเวอร์และบราวน์ นักวิจัยสองคนที่เหลือที่เขายังไม่ได้พบหน้า
แน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองคนเป็นนักวิชาการชั้นสูง
เห็นได้ชัดว่านักวิจัยทั้งสี่คนที่ทำงานให้กับออสติน ล้วนแต่เป็นคนที่เรียนจบปริญญาแพทตินั่มมาแล้วทั้งสิ้น
ซึ่งในสี่คนนั้นมีเพียงเกรซที่เป็นผู้หญิง และมีอัธยาศัยดีที่สุดในกลุ่ม
ในตอนแรกพวกเขาไม่ค่อยพูดคุยกับเมอร์ลินมากนัก แต่เมื่อเมอร์ลินได้อ่านเอกสารการวิจัยบางอย่างที่ไม่เป็นความลับไปคร่าวๆ เขาก็สามารถสนทนากับพวกเขาได้
กลายเป็นว่าภายในเวลาไม่กี่วันเมอร์ลินก็สนิทกับพวกนักวิจัยในหอคอย
หัวข้อในการสนทนาของเขาทำให้มาร์เทลที่ติดตามมาด้วยแทบตามไม่ทัน ยิ่งในระยะหลังๆ เขาแทบจะไม่รู้เรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันเลย
ไม่น่าเชื่อว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ เมอร์ลินก็สามารถสนิทสนมกับนักวิจัยทั้งสี่ได้