บทที่ 23 คุณลุงที่อายุเยอะดูมีเสน่ห์กว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นอีก
ฮวาปู้ลั่วยังพูดไม่ทันจบแววตาของซ่างกวนเยียนก็เย็นเยียบลงในทันที
‘อย่ามาหาเื่ฉันถ้ายังไม่รู้จักฉันดีพอ’ ซ่างกวนเยียนสบถอยู่ในใจ เธอยกขาเรียวยาวขึ้นสูง เล็งปลายส้นสูงของรองเท้าหนังแล้วกระทืบลงไปที่หว่างขาของฮวาปู้ลั่วอย่างแรง
“อ๊าาาาา!” ฮวาปู้ลั่วกรีดร้องด้วยความเ็ปแสนสาหัส
ซ่างกวนเยียนออกแรงเหยียบเต็มแรง หลังจากโดนเข้าไปเต็มๆ เืสีแดงฉานก็ไหลทะลักออกมาจากกางเกงของฮวาปู้ลั่ว กลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง
ฮวาปู้ลั่วกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมดสติไปเพราะความเ็ป
เฉินเฉิงที่ปกติมักจะสงบนิ่ง ตอนนี้ก็อดรู้สึกใไม่ได้คิดไม่ถึงว่าซ่างกวนเหยียนจะลงมือหนักขนาดนี้ ลงมือครั้งเดียวก็ทำลายความสุขของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง ถึงขั้นไม่ให้โอกาสกลับใจแม้แต่น้อย
ถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตาและบุคลิก ซ่างกวนเหยียนกับหลินเสวียเอ๋อร์ก็สู้กันได้ ดูแล้วสวยกว่าดอกไม้งามอย่างเสี่ยวเจียวคนนี้ด้วยซ้ำไป จะบอกว่าเฉินเฉิงไม่คิดอะไรกับสาวสวยแบบนี้เลยก็เป็ไปไม่ได้
แต่เมื่อเห็นจุดจบของฮวาปู้ลั่วที่ต้องกลายเป็แบบนี้เพราะปากเสีย ความรู้สึกที่เฉินเซิงมีต่อซ่างกวนเยียนก็จางหายไปในทันที ถึงเธอจะสวยมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ยอมให้ตัวเองต้องกลายเป็คนพิการตลอดชีวิตแบบฮวาปู้ลั่ว เพียงเพราะ้าความสุขชั่วคราวหรอกนะ
“ผู้จัดการหวัง เธอรู้ใช่มั้ยว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด” เฉินเซิงมองผู้จัดการหวังด้วยสายตาเขร่งขรึม
“ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้นค่ะ” ผู้จัดการหวังตอบอย่างรู้งาน
เฉินเซิงหันไปมองเสี่ยวเจียว “เธอยังเรียนอยู่สินะ”
“ค่ะ” เสี่ยวเจียวพยักหน้าอย่างประหม่า
“ฉันรู้ว่าเธอต้องกำลังลำบากอยู่แน่ๆ ถึงได้มาทำงานแบบนี้ ที่จริงแล้วเธอไม่ควรมาที่แบบนี้เลย ถึงแม้ว่าเธอแค่อยากมาร้องเพลงเต้นรำเป็เพื่อนลูกค้า แต่ในบางสถานการณ์ เธอก็ยากที่จะรับมือกับผู้ชายใจทรามพวกนั้นได้ ห้าแสนนี้ฉันจะไม่ให้สถานอาบอบนวด แต่จะให้เธอทั้งหมด เอาเงินก้อนนี้ไป แล้วปัญหาที่เธอเผชิญอยู่ก็น่าจะคลี่คลาย กลับไปตั้งใจเรียนเถอะ” เฉินเซิงมองใบหน้าสวยหวานของเสี่ยวเจียว
ทันทีที่เสี่ยวเจียวและผู้จัดการหวังเดินออกไป ตำรวจจำนวนหนึ่งก็มาถึงห้องที่เกิดเหตุ
ตำรวจหญิงร่างสูงโปร่งหน้าอกสะดุดตาที่เป็หัวหน้าเดินนำเข้ามาในห้อง เธอเห็นเฉินเซิงก็มีสีหน้าประหลาดใจ ดูเหมือนเธอจะไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่
“คุณตำรวจคะ พอดีว่าฉันกำลังร้องเพลงกับแฟน จู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็บุกเข้ามา เขาจับแขนฉันไม่ยอมปล่อย แล้วยัง้าให้ฉันไปนอนกับเขา ฉันถูกเขาตามรังควานจนหมดหนทาง จึงจำเป็ต้องเตะเขาไป…” ซ่างกวนเหยียนแสดงสีหน้าน่าสงสารออกมา ท่าทางของเธอดูไร้เดียงสาสุดๆ
เฉินเฉิงชื่นชมในใจว่า ‘ซ่างกวนเหยียนสามารถแสดงเป็คนก็เหมือนคน แสดงเป็ผีก็เหมือนผี สาวน้อยคนนี้มีพร์ขนาดนี้ ถ้าไม่ไปเป็ดาราในวงการบันเทิงก็น่าเสียดายเกินไป’
ตำรวจหลายคนเห็นหัวฮวาปู้ลั่วเปื้อนเื เพราะอีกฝ่ายดูน่าสงสารมาก พวกเขาถึงได้แสดงความเห็นใจออกมาบ้าง
ซางกวนเหยียนเล่าเื่ราวด้วยท่าทางน่าสงสาร ทำให้ตำรวจรู้ว่าฮวาปู้ลั่วถูกทำร้ายเพราะคิดจะล่วงเกินเด็กสาวคนนี้ พวกเขาจึงคิดว่าฮวาปู้ลั่วสมควรได้รับโทษแล้ว
ตำรวจหลายคนโกรธมาก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้ารังแกเด็กสาวที่น่าสงสารคนนี้ พวกเขาคิดในใจว่า ถ้ามีโอกาสต้องสั่งสอนอีกฝ่ายให้หนัก ถือเป็การแก้แค้นให้เด็กสาวผู้ถูกทำร้ายคนนี้ด้วย
“เธอบอกว่าเป็แฟนของผู้ชายคนนี้?” เซี่ยซินขมวดคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ
“ใช่ค่ะ” ซ่างกวนเหยียนเบิกตากลมโต พูดด้วยสีหน้าจริงจัง ดูจริงใจอย่างที่สุด
เฉินเซิงคิดในใจว่า ต่อให้ซางกวนเหยียนแสดงเก่งแค่ไหน คราวนี้ต้องถูกจับได้แน่ๆ เพราะเซี่ยซินเคยเจอหลินเสวี่ยเอ๋อร์ แฟนตัวจริงของเขามาก่อน เด็กคนนี้กล้ามาพูดโกหกต่อหน้าคนที่รู้ความจริง ไม่ถูกเปิดโปงกลางอากาศก็แปลกแล้ว
“ซินซิน ขอแนะนำหน่อยนะ คนนี้เป็...ญาติของแฟนผม” เฉินเฉิงรีบพูดแทรกซ่างกวนเหยียนกลัวว่าอีกฝ่ายจะพูดมากไปกว่านี้
ด้วยความช่วยเหลือของเซี่ยซิน ฮวาปู้ลั่วถูกเปลี่ยนสถานะกลายเป็คนไม่สุภาพที่ไปล่วงเกินผู้หญิง ส่วนการกระทำของซางกวนเหยียนกลายเป็การป้องกันตัวโดยชอบธรรม
หลังจากบันทึกปากคำเสร็จแล้วเดินออกจากสถานีตำรวจ เฉินเซิงมองซ่างกวนเหยียนด้วยสายตาที่เคารพนับถือมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาคิดในใจว่าถ้าวันไหนเขาอดใจไม่ไหวแล้วเผลอไปล่วงเกินเธอเข้า เขาจะมีชะตากรรมเดียวกับฮวาปู้ลั่วหรือเปล่านะ?
เสียงเพลงที่ไพเราะดังขึ้น เฉินเซิงรับสายแล้วพูดว่า “ครับอาจารย์หลิว ผมจะรีบกลับไปที่มหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้ครับ”
“นายยังรู้ตัวด้วยเหรอว่าตัวเองเป็นักศึกษา?” หลิวซือซือถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างชัดเจน
เฉินเซิงยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร การเรียนไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิตของเขาอีกต่อไป เป้าหมายของเขาคือการสร้างเนื้อสร้างตัวและเติมเต็มคุณค่าของตัวเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่สามารถมอบสิ่งเหล่านี้ให้เขาได้ หากเขาพูดความจริงออกไป เกรงว่าหลิวซือซือจะเสียใจเขาจึงต้องกลับไปเรียนบ้างเป็ครั้งคราวเพื่อให้เธอได้เห็นและสบายใจ หลังจากกลับมาเกิดใหม่ มุมมองชีวิตของเฉินเซิงก็เปลี่ยนไปมาก เขาคงไม่สามารถทุ่มเทให้กับการเรียนเหมือนชาติที่แล้วได้อีกต่อไปแล้ว
“อาจารย์หลิวมีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ ตอนนี้ผมว่างพอดีครับ” เฉินเซิงถาม
“ไม่ใช่เื่ของฉันหรอก น้องสาวของฉันที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมต้นมีปัญหากับรุ่นพี่นิดหน่อย ตอนนี้ฉันกำลังสอนหนังสืออยู่ไปไม่ได้ เธอช่วยไปดูแลเด็กคนนั้นแทนฉันได้ไหม?”
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ อาจารย์หลิวไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมให้เหมียวเหมี่ยวถูกรังแกแม้แต่นิดเดียวแน่นอนครับ”
หลิวซือซือที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของโทรศัพท์พยักหน้า เธอรู้จักนิสัยใจคอที่เรียบง่ายและมั่นคงของ เฉินเซิงในอดีต เฉินเซิงผู้มีวุฒิภาวะน่าจะจัดการเื่นี้ได้ดี
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน รถของ เฉินเซิงก็มาถึงหมู่บ้านเล่อหยวน
เฉินเซิงทิ้งซ่างกวนเหยียนไว้ที่บ้านของเขา ผู้หญิงคนนี้ถึงจะดูบอบบาง แต่เธอก็มีฝีมือไม่น้อย ถ้าผู้หญิงคนนี้ไปกับเขาแล้วเผลอทำร้ายนักเรียนด้วยความโกรธ เื่นี้อาจจะยุ่งเหยิงจนไม่สามารถแก้ไขได้
เขาจึงตัดสินใจไปคนเดียว
เฉินเซิงขับรถไปที่โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิง ที่หน้าประตูเขาไม่สนใจยามและขับรถตรงไปที่สนามเด็กเล่นภายในโรงเรียน ไม่ไกลจากหอพักหญิง เขาเห็นหญิงสาวร่างเพรียวบางคนหนึ่งถูกชายหญิงหลายคนรุมล้อมอยู่
หญิงสาวที่ถูกล้อมรอบด้วยเด็กหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งสวมชุดนักเรียนที่สะอาดเรียบร้อย มีลักษณะคล้ายหลิวซือซืออยู่บ้างหน้าอกที่อวบอิ่มทำให้ชุดนักเรียนสไตล์กะลาสีเรือที่ทันสมัยดูจะแน่นและตึงไปหน่อย
หญิงสาวสวมถุงน่องลูกไม้สีขาวทรงกระบอกยาวที่ขาส่วนล่าง เผยให้เห็นต้นขาเรียวสวยราวกับรากบัวระหว่างสะโพกกลมกลึงกับขาส่วนล่าง หญิงสาวมีคิ้วดั่งภาพวาดท่าทางยิ้มแย้มของเธอบ่งบอกถึงความงามระดับประเทศ
เด็กหนุ่มสาวส่วนใหญ่ที่ล้อมรอบหญิงสาวไม่ได้สวมชุดนักเรียน บางคนยังย้อมผมดูไม่เหมือนนักเรียนในโรงเรียนเลย
เฉินเซิงขับรถตรงไปที่หญิงสาวในชุดนักเรียนสีขาว ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเด็กวัยรุ่นชายหญิงที่แต่งตัวแปลก ๆ หลายคน ชายหนุ่มลงจากรถอย่างใจเย็น “เหมียวเหมี่ยว พี่สาวของเธอให้ฉันมารับเธอไปกินข้าวข้างนอก เราไปกันเถอะ”
แน่นอนว่าหลิวซือซือไม่ได้โทรหาเฉินเซิงให้มารับหลิวเหมียวเหมี่ยวไปกินข้าว เมื่อกี้เฉินเซิงได้ยินนักเรียนสองสามคนขอให้หลิวเหมียวเหมี่ยวไปเที่ยวคาราโอเกะด้วยกัน แต่หลิวเหมียวเหมี่ยวไม่อยากไปทั้งสองฝ่ายจึงทะเลาะกัน
เฉินเซิงพูดแบบนี้ก็เพื่อช่วยหลิวเหมียวเหมี่ยว
หลิวเหมียวเหมี่ยวเคยเจอเฉินเซิงอยู่หลายครั้ง ตอนที่เธอต้องขนของหนักๆ ไปหอพักของโรงเรียน พี่สาวของเธอเคยเรียกเฉินเซิงมาช่วยขนของด้วย
เด็กสาวคนนี้กำลังรำคาญใจกับคนรอบข้างที่กำลังรบกวนเธออยู่ พอได้ยินเฉินเซิงพูดแบบนี้เธอก็ยื่นมือขาวนวลออกมาควงแขนของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดว่า “ได้ค่ะ คุณลุง”
พอได้ยินหลิวเหมียวเหมี่ยวเรียกตัวเองว่า ‘ลุง’ เฉินเซิงก็รู้สึกอึ้งไปชั่วขณะ เขาอายุมากกว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวแค่สามสี่ปี แต่เธอกลับเรียกเขาว่าลุง นี่เขาหน้าแก่ไปหรือว่าเขาแก่จริงๆ กันแน่นะ?
ในขณะที่มือเล็กๆ ของหลิวเหมียวเหมี่ยวจับแขนของเฉินเซิงร่างกายของเธอก็เข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว หน้าอกของเธอก็เสียดสีกับไหล่ของเฉินเซิงไปมา
ชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของเธอ ก็รู้สึกถึงส่วนที่น่าหลงใหลที่สุดบนอกของเธอที่กำลังเสียดสีกับไหล่ของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง อุณหภูมิร่างกายของเฉินเซิงเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวจะมีอายุแค่ 16 ปี แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็เริ่มเป็สาวแล้ว ไม่รู้ว่าเป็เพราะพันธุกรรมในตระกูลหรือเปล่า แต่ถึงเธอจะอายุเพียง 16 ปี หน้าอกของเธอก็พัฒนาจนอวบอิ่มแล้วเทียบกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่อายุ 17-18 ปีก็ไม่แพ้กัน
การได้ััอย่างใกล้ชิดกับสาวน้อยที่มีใบหน้าสะอาดตา ดวงตาใสกระจ่าง ฟันขาว และหน้าอกอวบอิ่มแน่นปึ้ก ร่างกายของเฉินเซิงจึงมีปฏิกิริยาอย่างชัดเจน
ถ้ากางเกงของเขาไม่หลวมและใหญ่เกินไป ผู้คนรอบข้างคงเห็นส่วนที่นูนขึ้นอย่างสง่างามใต้เข็มขัดของเขาไปแล้ว
ใบหน้าของเฉินเซิงดูเขินอายเล็กน้อย ใน่สองปีที่ผ่านมาหลิวซือ ซือมักจะช่วยเหลือเขาเสมอ เขาจึงรู้สึกขอบคุณหลิวซือซือเสมอมาและถือว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวเป็น้องสาวของเขา
อย่างไรก็ตามหลิวเหมียวเหมี่ยวก็ยังเป็เด็กสาวสวยที่กำลังเติบโตขึ้นและเปี่ยมไปด้วยพลังของวัยเยาว์ ความนุ่มนวลสองก้อนบนหน้าอกของเธอเสียดสีกับไหล่และหลังของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจของเฉินเซิงเริ่มหวั่นไหว
เขาอยากจะเตือนหลิวเหมียวเหมี่ยวว่าไม่ต้องเข้าใกล้เขามากนัก เพราะกลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวแล้วจับเธอมาทำอะไรซะก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี
“ไอ้แก่! แกกล้าดียังไงมายุ่งกับผู้หญิงในพื้นที่ของพวกเรา แกเบื่อชีวิตแล้วหรือไง!” เด็กหนุ่มผมสีเหลืองทองที่มีรอยสักที่แขนะโขึ้น
“หลิวเหมียวเหมี่ยว ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะไร้ยางอายขนาดนี้ ถึงกับไปหาผู้ชายแก่มาเป็กิ๊กเนี่ย” หญิงสาวผมฟู ที่ทาเล็บมือและเล็บเท้าสีสันฉูดฉาด พูดดูถูกหลิวเหมียวเหมี่ยวด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
หลิวเหมียวเหมี่ยวซบศีรษะเล็กๆ ของเธอลงบนหน้าอกของเฉินเซิงและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ผู้ชายอายุเยอะแล้วมันทำไม ผู้ชายอายุเยอะดูแลเอาใจใส่เก่ง พวกเธอไม่คิดเหรอว่าคุณลุงที่อายุเยอะหน่อยจะดูมีเสน่ห์กว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นอีก”
เด็กหนุ่มหลายคนหน้าบึ้ง พวกเขาอาจจะดูถูกเฉินเซิงไม่ได้ แต่เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงหน้าตาหล่อเหลา สวมสูทเรียบร้อย ขับรถหรูราคาหลายล้าน พวกเขาก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนผสมปนเปกันไปหมด
“เหมียวเหมี่ยว เราไปกันเถอะ” เมื่อเห็นหลิวเหมียวเหมี่ยวแกล้งทำเป็แฟนสาวของเขา เฉินเซิงก็รู้สึกสนุกดี เพื่อร่วมมือกับเธอ เขาจึงตบเบาๆ ที่สะโพกกลมกลึงของเธอ
เมื่อถูกเฉินเซิงตีก้นเบาๆ ร่างกายของหลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกอ่อนยวบลงทันที ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรง เธอจึงเอนกายซบลงบนอ้อมแขนของเฉินเซิงอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนนี้ ทั้งสองคนดูเหมือนคู่รักที่กำลังรักกันอย่างดูดดื่ม