แต่งงาน !!
เพียงคำเดียวทำให้สองหนุ่มสาวที่ถูกทิ้งเอาไว้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมต่างประมวณความหมายของคำนี้ ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างมากมาย เมื่อคนหนึ่งดีใจแต่อีกคนกลับผิดหวัง
“ว้า แย่จังอุส่าพยายามตั้งมากมายสุดท้ายก็ไม่ช่วยอะไรเลยซักอย่าง” อภิสราที่นิ่งอึ้งอยู่หันมามองภาคินที่ยิ้มเ้าเล่ห์จงใจยั่วโมโหอีกฝ่ายตาเขียวปั๊ด
“หมายความว่ายังไง”
“อ้าว ก็ที่คุณพยายามใส่ร้ายผมกับขวัญไง แต่ก็เสียแรงเปล่าแหละในเมื่อการแต่งงานมันไม่ล่มเหมือนที่คุณ้า” ให้ตายสิ ผู้ชายคนนี้นี่ยังไงนะสุดท้ายก็ยังมาบอกว่าเธอวางแผนการบ้า ๆ นั่นอีก เอาสิ ! ถ้าคิดว่าเธอทำนักมันก็ไม่มีความหมายที่จะต้องเปลี่ยนความคิดเขาแล้ว
“ใครว่าจะเสียคะ ฉันได้ต่างหากหรือตาคุณมันฝ้าฟางมองไม่เห็นว่าสองคนนั้นถึงจะแต่งกันไปก็ต้องไม่มีความสุข” ภาคินก้าวไปหาอภิสราสองก้าวอย่างคุกคามแต่หญิงสาวก็ยังไม่มีท่าทีกลัวเกรงแม้แต่น้อย
“ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วสิว่าตัวเองทำ และผมนี่แหละจะเอาหลักฐานมาให้ไอ้วีดู มันจะได้ตาสว่างซักทีต่อให้เอาผู้ชายทั้งโลกมาตัดสินระหว่างผู้หญิงดี ๆ อย่างขวัญกับผู้หญิงที่จิตใจร้ายกาจจนเน่าแฟะอย่างคุณ ใคร ๆ ก็ต้องเลือกขวัญให้เป็แม่ของลูก ส่วนคุณ...” ภาคินเว้น่แล้วใช้สายตาคมมองสำรวจร่างบางของอภิสราอย่างเปิดเผย จนหญิงสาวแทบกรี๊ดกับกิริยาของเขาแต่นั้นก็ไม่เท่ากับคำพูดต่อไปที่กำลังจะออกมาจากผู้ชายตรงหน้า
“...ก็เป็แค่ผู้หญิงชั่วคราว”
“นี่คุณ !!!” อภิสราร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
เพี๊ยะ !!
มือบางเรียวสวยของหญิงสาวฟาดไปยังแก้มของภาคินเต็มแรงจนชายหนุ่มหน้าหันไม่ทันตั้งตัว แต่แทนที่เขาจะโกรธชายหนุ่มกลับหันมายิ้มให้กับหญิงสาวที่แทบจะพ่นไฟได้เพราะความโกรธเคืองที่เขากล้ามาดูถูกเธอ และสิ่งที่เธอไม่ชอบก็คือการเอาเธอไปเปรียบเทียบกับคนอื่น !
“ที่ตบเนี่ยเพราะผมพูดความจริงจนคุณรับไม่ได้ออกมาใช่ไหม แต่เอาเถอะบางทีถ้าคุณลองให้โอกาสผมสักครั้ง ผมอาจจะทำให้คุณลืมพวกเสี่ยตัณหากลับหรือแม้กระทั้งไอ้วีได้เลยนะ ผมยินดีจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะแบบคุณนะครับ”
ภาคินทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บแสบ แล้วชายหนุ่มก็เดินผ่านหญิงสาวไปปล่อยให้ร่างบางของอภิสราแทบกรี๊ดกับคำพูดของเขา ปกติภาคินเองก็ไม่ได้ฝีปากจัดกับผู้หญิงเช่นนี้หรอก แต่สิ่งที่ชายหนุ่มไม่ชอบมากที่สุดก็คือผู้หญิงที่เ้าแผนการและมีอะไรกับคนที่มีครอบครัวแล้วอย่างอภิสรา เห็นแล้วเขาก็เกิดอาการอยากจะตอกกลับหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วแม้หญิงสาวจะสวยมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่มีความคิดจะไปทำอะไร ๆ กับเธอแน่นอน
เสียงเพลงสากลดังต่อเนื่องภายในผับหรูที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ แม้จะไม่มากมายจนต้องเบียดเสียดกันเหมือนผับอื่นเนื่องจากที่นี้เป็ผับระดับไฮโซต้องเป็ผู้รากมากดีหรือพวกคนมีเงินทั้งหลายถึงจะมานั่งได้ แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเมื่อภายในร้านก็แทบจะหาที่นั่งไม่เจอ ร่างบางสองร่างของหญิงสาวสองคนที่กำลังนั่งเด่นเป็สง่าดึงดูดสายตาของเหล่าบุรุษเพศให้แวะเวียนเข้ามาทำความรู้จักแต่ก็ไม่อาจสำเร็จได้จนต้องล่าถอยไปตาม ๆ กัน
หญิงสาวนามอภิสราในชุดแซ็กสีดำเปลือยไหล่มนขับให้ใบหน้างามที่ถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางค์ชั้นดีดูเซ็กซี่เกินคำบรรยาย เช่นเดียวกับหญิงสาวอีกคนซึ่งอยู่ในชุดแซ็กสีดำที่แม้จะไม่เปิดไหล่แต่ก็รัดรูปเย้ายวนจนน่าใจหาย
“ฉันไม่เข้าใจพี่วีจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นทำกับพี่วีขนาดนี้ยังจะไปแต่งด้วยอีก” เสียงหวานของอภิสราพูดขึ้นอย่างไม่พอใจด้วยใบหน้าหงิกงอ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสวยเซ็กซี่ของเ้าตัวลงน้อยลงเลย
“แล้วแทนที่จะมานั่งอารมณ์เสียอยู่แบบนี้แกไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไง” เสียงของแพรวพลอยดังขึ้นทำให้อภิสราทำหน้าคิดไม่ตก
“จะให้ฉันทำอะไรละ แกก็รู้ว่าฉันไม่ขัดการตัดสินใจของพี่วีเพราะนั่นเป็สิ่งที่พี่วีไม่ชอบ และในเมื่อสุดท้ายพี่วีก็ยังไม่เลือกฉันแกจะให้ฉันเข้าไปขัดขวางการแต่งงานได้ยังไง ถ้าพี่วีรู้ขึ้นมาต้องโกรธฉันแน่ ๆ” แพรวพลอยส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อนเธอคนนี้ที่ภายนอกเหมือนจะกล้าทำไปเสียทุกอย่าง แต่กลับตามตื้อณัฐวีณ์ด้วยการโทรหาหรือตามติดชายหนุ่มจนอีกฝ่ายรำคาญและไม่ได้จัดการแฟนของเขาอย่างจริงจัง…ตามตื้อแบบเด็ก ๆ
“อย่างนั้นสุดท้ายแกก็จะปล่อยให้พี่วีแต่งงานไปเหมือนตอนที่ปล่อยให้พี่วีคบกับผู้หญิงคนนั้น ?”
“หรือแกจะให้ฉันไปจ้างคนมาลักพาตัวเ้าสาวในวันแต่งงานแล้วจัดฉากทำเป็ว่าขวัญฤทัยหนีตามผู้ชายจากนั้นก็เข้าไปยืนปลอบใจพี่วีอยู่ข้าง ๆ เอาแบบนั้นไหม ฉันจะได้โทรจ้างคนตอนนี้เลย” อภิสราพูดประชดเพื่อนและก็ทำให้แพรวพลอยทำตาปริบ ๆ กับสิ่งที่เธอพูดแล้วค่อย ๆ ยิ้มออกมาเหมือนท้าทายอีกฝ่าย
“คิดได้ดีเนอะ แต่ว่าแกจะกล้าทำหรอไหมเดี๋ยวพี่วีก็โกรธขึ้นมาหรอก”
“อย่ามาท้าฉันเลยพลอยคนอย่างฉันกล้าทำอยู่แล้ว” แพรวพลอยทำหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อ จากนั้นก็ยกแก้วใบสวยที่มีน้ำสีฟ้าซึ่งเหลือเพียงครึ่งเดียวขึ้นจิบด้วยความสบายอารมณ์
ในขณะที่อภิสราได้แต่คิดหนัก สิ่งที่เธอพูดนั่นเธอกล้าทำจริง ๆ เพียงแต่เธอจะทำมันดีหรือเปล่า หากทำแบบนั้นแล้วพี่วีจับได้เขาไม่เกลียดขี้หน้าเธอหรือที่ทำให้เขาเสียเ้าสาวและเสียหน้าในงานสำคัญ อภิสรานั่งคิดถึงเื่งานแต่งงานที่อีกไม่นานจะเกิดขึ้นอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก และเพียงไม่นานหญิงสาวก็ขอตัวกลับก่อนเพราะพรุ่งนี้มีงานเดินแบบเธอไม่อยากขอบตาคล้ำมากไปกว่านี้ ตอนนี้จึงเหลือเพียงแพรวพลอยหญิงสาวยกแก้วเหล้ากระดกทีเดียวหมด ก่อนที่จะปรายตามองทางที่อภิสราเพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปโยกย้ายส่ายสะโพกกับเหล่านักท่องราตรีโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากร่างสูงที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าภายในห้องทำงานขนาดใหญ่ของตน ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นสายตาคมมองไปยังโทรศัพท์มือถือราคาแพงของตัวเอง เมื่อเห็นว่าใครโทรมาภาคินจึงกดรับสายพร้อมความหวังในใจ
หวังว่านักสืบที่เขาจ้างไปตามสืบเื่ราวในคืนแห่งความซวยนั่นจะได้หลักฐานและตัวการที่วางแผนเื่ราวทั้งหมด !
“ว่ายังไงบ้าง” เสียงทุ้มเอ่ยออกไปพร้อมทั้งเอนแผ่นหลังกว้างกับพนักพิงของเก้าอี้ผู้บริหารด้วยท่าทีผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่
“หืม...ดี คุณรู้แล้วใช่ไหม...ผู้หญิงคนนั้นหรอ...ผมไม่สะดวกออกไป เดี๋ยวบ่ายสองคุณมาหาผมที่บริษัทแล้วกัน...ได้ ขอบคุณมาก” เมื่อสิ้นสุดบทสนทนาใบหน้าหล่อเหลาก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมาตอนนี้นักสืบของเขาหาหลักฐานที่จะมัดตัวคนผิดอย่างผู้หญิงเ้ามารยาคนนั้นได้แล้ว ดูสิว่าเธอกล้าทำขนาดนี้ไอ้วีจะยังปกป้องผู้หญิงคนนี้และเลิกทำตัวเป็คนโง่ใจร้อนอีกหรือไม่
“เพราะคุณลากผมเข้ามาเกี่ยวกับเื่นี้แท้ ๆ อภิสรา” ภาคินนึกถึงใบหน้างามของอีกฝ่ายที่แม้จะงดงามจนเขาเองยังชื่นชม แต่น่าเสียดายที่ใบหน้างาม ๆ นี้ดันมาอยู่กับผู้หญิงที่จิตใจตกต่ำเช่นนั้นทำให้ความงามของใบหน้าไม่อาจทำให้หญิงสาวดูสูงค่าได้เลยเมื่อเทียบกับจิตใจ
“ท่านประธานครับ อีกสิบนาทีการประชุดจะเริ่มนะครับ” เสียงจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ตั้งอยู่บนมุมหนึ่งของโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ของภาคินดังขึ้น วันนี้เขามีประชุมใหญ่กับผู้ถือหุ้นและผู้ช่วยเลขาส่วนตัวที่ทำงานกับเขามานานรู้ใจเขาดีอีกคนของเขาอย่างติชานนท์ก็ดังขึ้นมาขัดอารมณ์ดีเมื่อครู่ของเขาให้กลับเข้ามาสู่อารมณ์สงบนิ่งเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้กับเหล่าผู้ถือหุ้น
“ขอบคุณมากคุณนนท์ เดี๋ยวผมออกไป” ชายหนุ่มตอบกลับผู้ช่วยเลขาส่วนตัวด้วยเสียงทุ้มพร้อมทั้งใบหน้าเรียบเฉย ช่างเป็มาดผู้บริหารที่ดูน่าเกรงขามและน่านับถือ ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่แล้วก้าวเท้าเดินด้วยความมั่นคงออกไปจากห้องทำงานขนาดใหญ่ของตัวเอง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าเื้ั
หมายเหตุ : เม้นให้กำลังใจ หรือมีคำติชมไรท์ได้นะค่าา^0^