จ้าวเทียนมองดูอักขระที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสับสน
‘ แม้ฉันจะไม่รู้ความหมายของมัน…แต่ฉันสัมผัสได้ว่ามันคือเขตอาคมผนึก ’
‘ หรือมันเป็นอักขระที่มาจาก9ท้องฟ้า 10แผ่นดิน ’
โลกมนุษย์แห่งนี้นั้นเป็นเพียงโลกวัตถุระดับต่ำ เหนือขึ้นไปจะมีโลกทิพย์ที่ระดับสูงกว่าอีกขั้นซึ่งถูกเรียกว่า10แผ่นดิน
10แผ่นดินนั้นเป็นโลกทิพย์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น โลกแห่งเปลวเพลิง โลกแห่งน้ำแข็ง และโลกแห่งสายฟ้า เป็นต้น
การที่มนุษย์จะเข้าสู่โลกทิพย์ได้นั้นจะต้องถลายขอบเขตปราณนภาเข้าสู่ระดับปราณทิพย์ จึงจะสามารถเปิดช่องว่างมิติออกจากโลกวัตถุได้
ส่วน9ท้องฟ้านั้นเป็นโลกทิพย์ระดับสูงสุดก่อนที่จะขึ้นไปสู่แดนสวรรค์ ผู้ที่จะสามารถขึ้นไปได้จะต้องอยู่ในขอบเขตแดนเทพเท่านั้น
ในอดีตวิญญาณของเขาได้ถูกดึงไปที่แดนสวรรค์โดยตรงด้วยฝีมือของท่านอาจารย์ ทำให้เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับ 9ท้องฟ้า 10แผ่นดินมากนัก
!!
‘ นี่มัน…หญ้าโลหิตมังกร มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ’
จ้าวเทียนได้ก้มลงไปดูที่บนพื้น มีต้นหญ้าสีแดงเติบโตอยู่ติดกับเสาหิน มันมีขนาดประมาณ1ฝ่ามือ
หลังจากเดินดูรอบๆ เขาก็พบว่ามันมีเพียงสองต้นเท่านั้นที่ยังสามารถใช้ได้ จึงเด็ดใบมันมาเก็บไว้ทันที
‘ น่าเสียดาย…ส่วนใบของต้นอื่นถูกกินไปหมดแล้ว ถ้าจะรอให้มันงอกใหม่คงใช้เวลานับร้อยปี ’
‘ ไม่รู้ว่า…สิ่งมีชีวิตอะไรที่กินหญ้าโลหิตมังกรเข้าไป แต่ฉันคิดว่าตัวมันคงตายไปแล้ว ไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตปกติจะรองรับพลังอันมหาศาลของหญ้านี้ไหว ’
จากนั้นจ้าวเทียนก็ตรวจสอบบริเวณรอบๆดูเพื่อความรอบคอบ เผื่อยังมีบางสิ่งที่เขาพลาดไป
‘ ตอนนี้คงได้เวลาที่ฉันต้องกลับแล้ว…มีหญ้าโลหิตมังกรพวกนี้ เรื่องพิษมารกร่อนกระดูกก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ’
เขาคิดขึ้นด้วยความยินดี ไม่เพียงแต่มันจะรักษาพิษได้เท่านั้น แต่มันยังทำให้ผู้ที่กินเข้าไปต้านทานหมื่นพิษอีกด้วย เพียงแต่คนที่จะใช้มันได้ จะต้องอยู่ในระดับปราณนภาขึ้นไปเท่านั้น
หากผู้ที่มีพลังต่ำๆกินมันเข้าไป เส้นโลหิตทั่วร่างจะระเบิดออกจนตาย
แต่สำหรับตัวจ้าวเทียนนั้นเป็นข้อยกเว้น เพราะเขาได้ยกระดับร่างกายตัวเองมาตลอด จนสามารถรองรับพลังของหญ้าโลหิตมังกรได้สบาย
!!
เฮือกก!
‘ ทำไมหัวใจฉันถึงสั่นไหวอย่างรุนแรง…ความรู้สึกนี้ อาจจะมีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นงั้นเหรอ ’
จ้าวเทียนรีบว่ายน้ำกลับไปตรงช่องทางที่ลงมา เขาเร่งความเร็วอย่างเต็มที่เพราะความรู้สึกถึงอันตรายยังไม่จางหายไป
อีกทั้งมันยังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ…
ในตอนที่เขาเกือบจะถึงช่องทางที่เขาใช้ลงมา กระแสน้ำด้านหลังของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
มันได้ผลักตัวเขากระเด็นไปด้านหน้าด้วยพลังอันมหาศาล…
!!
อั่ก!
‘ มันเกิดอะไรขึ้น…เพียงแค่แรงดันของกระแสน้ำ ถึงทำให้ฉันบอบช้ำภายใน ’
จ้าวเทียนกลืนเลือดที่กระอักออกมากลับลงไป เขาหันกลับไปมองตำแหน่งที่เขาจากมาด้วยสายตากังวล
ฟูววว
ตรงตำแหน่งของเสาหินนั้น เกิดเป็นกระแสน้ำวนอย่างรุนแรง
ภายใต้ส่วยลึกของความมืด ดวงตาสีทองขนาดเท่าหัวคนทั้งสองดวง
มันกำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยจิตสังหาร…
ตอนนี้เขาได้รู้แล้ว ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเขาอยู่เพียงคนเดียว มันกลับมีสัตว์อสูรขนาดใหญ่อยู่ด้วยอีกตัว
ฟูววว
เจ้าของดวงตาสีทองน่าสะพรึงกลัวได้ขยับเข้ามาใกล้จ้าวเทียนด้วยความรวดเร็ว
กระแสน้ำยังคงสั่นไหวอย่างรุนแรง มันได้กระแทกตัวจ้าวเทียน ไปชนกับผนังหินที่อยู่ด้านหลัง
‘ ฉันไม่มีทางหนีทันแน่นอน…ต้องสู้เท่านั้น! ’
จ้าวเทียนฝืนอดทนต่ออาการบอบช้ำแล้วใช้ขาค้ำยันกับผนังหินไว้
เตรียมตัวระเบิดพลังสังหารออกมา…
เมื่อเจ้าสิ่งนั้นมันเข้ามาใกล้จนสามารถมองเห็นรายละเอียดของมันได้ จ้าวเทียนก็มีใบหน้าแข็งค้าง
ร่างของอสรพิษยักษ์ขนาดมหึมา…
ลำตัวมันมีขนาดเท่ารถบรรทุกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาทึบสีดำทอประกายสีแดงจางๆ ส่วนความยาวของมันนั้นเขาไม่สามารถเห็นได้ชัด
โลกใบนี้…
มันไม่สมควรจะมีงูที่ใหญ่ขนาดนี้ใช่ไหม…
มองเห็นปากของมันกำลังอ้าออกกว้างหมายจะกลืนกินเขาในคำเดียว เขี้ยวทั้งสองของมันยาวประมาณเมตรกว่าๆ ทั้งยังมีสีฟ้าครามบ่งบอกว่ามีพิษร้ายแรง
เพียงแค่แรงกดดันของมันก็ทำให้กล้ามเนื้อของเขาสั่นไหวคล้ายจะแตกออก
‘ ฉันไม่สามารถปะทะกับมันโดยตรงได้ ’
ตึง!
จ้าวเทียนตัดสินใจถีบผนังเต็มแรง ดีดตัวพุ่งไปด้านข้างเกือบ10เมตร
ตูม!
อสรพิษยักษ์ชนเข้ากับผนังหินอย่างแรง แรงดันน้ำมหาศาลระเบิดออกมา
ด้วยแรงโจมตีขนาดนี้ แม้แต่แผ่นเหล็กหนาสองเมตรยังถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ แต่น่าแปลกที่ผนังหินกลับไม่มีแม้แต่ริ้วรอย
หลังจากที่มันโจมตีพลาดเป้า ก็ส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความมึนงงเพราะแรงปะทะ นัยน์ตาสีทองขนาดใหญ่กวาดมองหาเหยื่อของมันอีกครั้ง
ตัวของจ้าวเทียนตอนนี้ได้ถูกผลักไปไกลเกือบร้อยเมตรจนลงไปกระแทกพื้นด้านล่าง ตอนนี้ตัวของเขาได้อยู่ห่างจากช่องทางออกเป็นสองเท่าจากทีแรก
ฟูววว
อสรพิษยักษ์พุ่งเขามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว
‘ งูตัวนี้…แม้จะทรงพลังมาก แต่กลับทำตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าเท่านั้น มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่ผ่านการบำเพ็ญจนเกิดปัญญาด้วยซ้ำ ’
‘ แม้พลังของมันจะทัดเทียมกับผู้ฝึกตนขอบเขตปราณนภา แต่กลับไม่สามารถใช้พลังวิญญาณหรือพลังปราณได้ การโจมตีของมันมีแต่พละกำลังอันมหาศาลอย่างเดียว ’
‘ หรือว่า…เป็นมันที่กินหญ้าโลหิตมังกรเข้าไป จึงเปลี่ยนจากงูธรรมดาให้เป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ’
ยิ่งคิดหาเหตุผลจ้าวเทียนก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากเชื่อ…
ในระหว่างนี้เขาก็หลบการโจมตีของมันไปเรื่อยๆ เพราะมันทำได้เพียงพุ่งเข้าใส่เป็นเส้นตรงอย่างเดียว ไม่มีรูปแบบอื่น
ซึ่งมันอ่านทางได้ง่ายมาก…
เปรี้ยง!
จ้าวเทียนลองโจมตีกลับไปดู แต่หมัดของเขากลับทำอะไรเกล็ดมันไม่ได้เลย
การโจมตีของเขา ก็คงแค่ทำให้มันรู้สึกคันๆเท่านั้น
‘ คงปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้…ยิ่งสู้นาน เวลาที่ฉันกลั้นหายใจได้ก็ยิ่งน้อยลง ’
‘ ต้องรีบปิดฉากแล้วกลับขึ้นไป’
หลังจากที่เขาหลบการโจมตีจากมันได้อีกครั้ง เขาก็พลิกตัวขึ้นไปเกาะอยู่บนหัวขนาดใหญ่ของอสรพิษยักษ์
‘ ตายไปซะ! ’
จ้าวเทียนระเบิดพลังขึ้น โดยรวมทั้งหมดไว้ในการโจมตีครั้งเดียว
ครั้งนี้ เขาตั้งใจใส่พลังปราณทั้งหมดลงไปที่หมัดขวาเพื่อปิดฉากการต่อสู้
ร่างจำแลงของ บุรุษผู้มีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์อยู่กลางหน้าผาก สวมใส่ชุดคลุมจักรพรรดิสีทอง ปรากฏขึ้นเบื้องหลังจ้าวเทียน
นี่เป็นครั้งแรก ที่จ้าวเทียนปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมาโดยไม่ปิดบัง
“ สามหมัดราชันจักรพรรดิ ”
“ หมัดแรกสะท้านภพ!”
ตูมมม!
เหมือนเงาหมัดขนาดใหญ่แหวกแผ่นฟ้าลงมา ซัดใส่หัวของอสรพิษยักษ์แบบเต็มๆ
จนมันกระเด็นลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง และได้เกิดคลื่นน้ำวนขนาดใหญ่ระเบิดออกรอบด้าน
เสี้ยววินาทีหนึ่ง…
จ้าวเทียนรู้สึกเหมือนพื้นที่ทั้งหมดสั่นไหวเบาๆก่อนจะหยุดไป…
‘ มันคงจบแล้ว…ตอนนี้ฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ’
เขารีบว่ายน้ำไปที่ช่องทางออกอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่าอสรพิษยักษ์ตัวนั้นมันจะตายไหม เพราะหากยังไม่รีบออกไปตอนนี้
จะเป็นเขาเองที่ขาดอากาศตายก่อน…
เมื่อเห็นว่ากำลังจะถึงช่องทางที่เขาใช้ลงมาแล้ว จ้าวเทียนก็เริ่มรู้สึกโล่งใจ การมาในวันนี้ของเขาได้ผลตอบรับดีมาก
โดยเฉพาะหญ้าโลหิตมังกรทั้งสองใบที่ได้มา นอกจากจะใช้รักษาท่านตาแล้ว ส่วนที่เหลือเขาคิดว่า จะนำไปทำโอสถสำหรับแช่ตัว
มันจะช่วยให้เขา ยกระดับร่างกายจนไปถึงขีดสุดของปรมาจารย์ได้เลย…
โดยปกติแล้วการยกระดับร่างกายนั้นจะยากกว่าการยกระดับลมปราณเป็นสิบเท่า ทั้งยังต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ทำให้แทบจะไม่มีคนทำ
!!
ฟูววว
คลื่นน้ำด้านหลังจ้าวเทียนสั่นสะเทือนอย่างแรง…
‘ บ้าเอ้ย…มันยังไม่ตาย! ’
เมื่อเขาหันกลับไป ก็เห็นอสรพิษยักษ์ตัวนั้นพุ่งเข้ามาด้วยแววตาโกรธแค้น โดยที่ส่วนหัวมันฉีกขาดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ มองเห็นเลือดเนื้อและหัวกะโหลกของมันได้ชัดเจน
หมัดของเขาทำลายได้เพียงชั้นเกล็ดและเลือดเนื้อของมันเท่านั้น…
พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาไม่อาจทะลวงผ่านกะโหลกหนาของมันได้…
‘ นี่ฉัน…จะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ ’
…
‘ ไม่!...ฉันไม่ยอม ถ้าหมัดเดียวเอาแกไม่ลงฉันยังมีอีกหลายหมัด ’
‘ ฉันจะไม่หยุดจนกว่าแกจะตาย!’
จ้าวเทียนตอนนี้ ได้ตัดสินใจสู้ตายแล้ว เพราะช่องทางที่ใช้ลงมานั้นเป็นเส้นตรง ไม่มีที่ให้หลบ ด้วยความเร็วของมันไม่สามารถหนีพ้นแน่นอน
ปากที่อ้ากว้างของอสรพิษยักษ์ได้ขยับเข้ามาใกล้จ้าวเทียนเรื่อยๆ
สายตาของเขาจ้องมองไปยังนัยน์ตาสีทองขนาดใหญ่ของมันอย่างไม่เกรงกลัว
มีคำกล่าวว่า…
ในวินาทีที่กำลังจะตายเราจะมองเห็นภาพทุกอย่างช้าลง…
ซึ่งมันก็กำลังเกิดขึ้นกับจ้าวเทียนตอนนี้
เขามองเห็นปากของอสรพิษยักษ์ขยับเข้ามาใกล้เขาอย่างช้าๆซึ่งตัวเขาเองก็ปล่อยหมัดสวนออกไปเช่นกัน
ในตอนนั้น…
เขาก็มองเห็นบางอย่าง…
ด้านหลังของอสรพิษยักษ์ไกลออกไป มีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมาทางนี้เร็วมาก แตกต่างกับภาพรอบตัวที่ยังคงเชื่องช้า เหมือนกับว่ามันอยู่เหนือกฎแห่งเวลา
เมื่อสิ่งนั้นเข้ามาใกล้ขึ้น…
เขาก็มองเห็นมันได้ชัดเจน…
ปากขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมน่าหวาดกลัว…
อสรพิษยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าจ้าวเทียน มีขนาดไม่ถึงครึ่งของปากที่ใหญ่โตทางด้านหลังเท่านั้น
“ งับ! ”
เหมือนภาพตรงหน้าจะดับมืดไปในชั่วพริบตาเดียว
จนกระทั่งเมื่อกลับมามองเห็นอีกครั้ง อสรพิษยักษ์อันน่าหวาดกลัวก็หายไปแล้ว
‘ มันถูกกินเข้าไปในคำเดียว’