จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่47 ชีวิตตกอยู่ในห้วงวิกฤต

     

     

                จ้าวเทียนมองดูอักขระที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสับสน 

               

                ‘ แม้ฉันจะไม่รู้ความหมายของมัน…แต่ฉันสัมผัสได้ว่ามันคือเขตอาคมผนึก ’

               

                ‘ หรือมันเป็นอักขระที่มาจาก9ท้องฟ้า 10แผ่นดิน ’

     

              โลกมนุษย์แห่งนี้นั้นเป็นเพียงโลกวัตถุระดับต่ำ  เหนือขึ้นไปจะมีโลกทิพย์ที่ระดับสูงกว่าอีกขั้นซึ่งถูกเรียกว่า10แผ่นดิน 

               

                10แผ่นดินนั้นเป็นโลกทิพย์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น โลกแห่งเปลวเพลิง  โลกแห่งน้ำแข็ง และโลกแห่งสายฟ้า เป็นต้น

               

                การที่มนุษย์จะเข้าสู่โลกทิพย์ได้นั้นจะต้องถลายขอบเขตปราณนภาเข้าสู่ระดับปราณทิพย์ จึงจะสามารถเปิดช่องว่างมิติออกจากโลกวัตถุได้

     

                ส่วน9ท้องฟ้านั้นเป็นโลกทิพย์ระดับสูงสุดก่อนที่จะขึ้นไปสู่แดนสวรรค์ ผู้ที่จะสามารถขึ้นไปได้จะต้องอยู่ในขอบเขตแดนเทพเท่านั้น

     

                ในอดีตวิญญาณของเขาได้ถูกดึงไปที่แดนสวรรค์โดยตรงด้วยฝีมือของท่านอาจารย์ ทำให้เขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับ 9ท้องฟ้า 10แผ่นดินมากนัก

               

                !!

               

                ‘ นี่มัน…หญ้าโลหิตมังกร มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ’

     

              จ้าวเทียนได้ก้มลงไปดูที่บนพื้น  มีต้นหญ้าสีแดงเติบโตอยู่ติดกับเสาหิน  มันมีขนาดประมาณ1ฝ่ามือ

     

                หลังจากเดินดูรอบๆ  เขาก็พบว่ามันมีเพียงสองต้นเท่านั้นที่ยังสามารถใช้ได้ จึงเด็ดใบมันมาเก็บไว้ทันที

               

                ‘ น่าเสียดาย…ส่วนใบของต้นอื่นถูกกินไปหมดแล้ว ถ้าจะรอให้มันงอกใหม่คงใช้เวลานับร้อยปี ’

     

              ‘ ไม่รู้ว่า…สิ่งมีชีวิตอะไรที่กินหญ้าโลหิตมังกรเข้าไป  แต่ฉันคิดว่าตัวมันคงตายไปแล้ว  ไม่มีทางที่สิ่งมีชีวิตปกติจะรองรับพลังอันมหาศาลของหญ้านี้ไหว ’

               

                จากนั้นจ้าวเทียนก็ตรวจสอบบริเวณรอบๆดูเพื่อความรอบคอบ เผื่อยังมีบางสิ่งที่เขาพลาดไป 

     

              ‘ ตอนนี้คงได้เวลาที่ฉันต้องกลับแล้ว…มีหญ้าโลหิตมังกรพวกนี้ เรื่องพิษมารกร่อนกระดูกก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ’

     

              เขาคิดขึ้นด้วยความยินดี  ไม่เพียงแต่มันจะรักษาพิษได้เท่านั้น  แต่มันยังทำให้ผู้ที่กินเข้าไปต้านทานหมื่นพิษอีกด้วย  เพียงแต่คนที่จะใช้มันได้ จะต้องอยู่ในระดับปราณนภาขึ้นไปเท่านั้น 

     

                หากผู้ที่มีพลังต่ำๆกินมันเข้าไป  เส้นโลหิตทั่วร่างจะระเบิดออกจนตาย

     

                แต่สำหรับตัวจ้าวเทียนนั้นเป็นข้อยกเว้น  เพราะเขาได้ยกระดับร่างกายตัวเองมาตลอด จนสามารถรองรับพลังของหญ้าโลหิตมังกรได้สบาย

     

              !!

             

              เฮือกก!

     

              ‘  ทำไมหัวใจฉันถึงสั่นไหวอย่างรุนแรง…ความรู้สึกนี้ อาจจะมีอันตรายร้ายแรงเกิดขึ้นงั้นเหรอ ’

     

              จ้าวเทียนรีบว่ายน้ำกลับไปตรงช่องทางที่ลงมา  เขาเร่งความเร็วอย่างเต็มที่เพราะความรู้สึกถึงอันตรายยังไม่จางหายไป

               

                อีกทั้งมันยังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ…

     

                ในตอนที่เขาเกือบจะถึงช่องทางที่เขาใช้ลงมา   กระแสน้ำด้านหลังของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง

               

                มันได้ผลักตัวเขากระเด็นไปด้านหน้าด้วยพลังอันมหาศาล…

     

                !!

               

                อั่ก!

               

                ‘ มันเกิดอะไรขึ้น…เพียงแค่แรงดันของกระแสน้ำ ถึงทำให้ฉันบอบช้ำภายใน ’

     

             

              จ้าวเทียนกลืนเลือดที่กระอักออกมากลับลงไป เขาหันกลับไปมองตำแหน่งที่เขาจากมาด้วยสายตากังวล

     

                ฟูววว

     

                ตรงตำแหน่งของเสาหินนั้น  เกิดเป็นกระแสน้ำวนอย่างรุนแรง

     

                ภายใต้ส่วยลึกของความมืด  ดวงตาสีทองขนาดเท่าหัวคนทั้งสองดวง

               

                มันกำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยจิตสังหาร…

     

                ตอนนี้เขาได้รู้แล้ว  ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเขาอยู่เพียงคนเดียว  มันกลับมีสัตว์อสูรขนาดใหญ่อยู่ด้วยอีกตัว

     

                ฟูววว

     

                เจ้าของดวงตาสีทองน่าสะพรึงกลัวได้ขยับเข้ามาใกล้จ้าวเทียนด้วยความรวดเร็ว

     

                กระแสน้ำยังคงสั่นไหวอย่างรุนแรง  มันได้กระแทกตัวจ้าวเทียน ไปชนกับผนังหินที่อยู่ด้านหลัง

     

              ‘ ฉันไม่มีทางหนีทันแน่นอน…ต้องสู้เท่านั้น! ’

     

                จ้าวเทียนฝืนอดทนต่ออาการบอบช้ำแล้วใช้ขาค้ำยันกับผนังหินไว้

               

                เตรียมตัวระเบิดพลังสังหารออกมา…

     

                เมื่อเจ้าสิ่งนั้นมันเข้ามาใกล้จนสามารถมองเห็นรายละเอียดของมันได้   จ้าวเทียนก็มีใบหน้าแข็งค้าง

     

                ร่างของอสรพิษยักษ์ขนาดมหึมา… 

                ลำตัวมันมีขนาดเท่ารถบรรทุกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาทึบสีดำทอประกายสีแดงจางๆ ส่วนความยาวของมันนั้นเขาไม่สามารถเห็นได้ชัด

     

                โลกใบนี้…

               

                มันไม่สมควรจะมีงูที่ใหญ่ขนาดนี้ใช่ไหม…

     

                มองเห็นปากของมันกำลังอ้าออกกว้างหมายจะกลืนกินเขาในคำเดียว เขี้ยวทั้งสองของมันยาวประมาณเมตรกว่าๆ ทั้งยังมีสีฟ้าครามบ่งบอกว่ามีพิษร้ายแรง

     

                เพียงแค่แรงกดดันของมันก็ทำให้กล้ามเนื้อของเขาสั่นไหวคล้ายจะแตกออก

     

              ‘ ฉันไม่สามารถปะทะกับมันโดยตรงได้  ’

     

              ตึง!

                จ้าวเทียนตัดสินใจถีบผนังเต็มแรง  ดีดตัวพุ่งไปด้านข้างเกือบ10เมตร

     

                ตูม!

     

                อสรพิษยักษ์ชนเข้ากับผนังหินอย่างแรง  แรงดันน้ำมหาศาลระเบิดออกมา

               

                ด้วยแรงโจมตีขนาดนี้ แม้แต่แผ่นเหล็กหนาสองเมตรยังถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ  แต่น่าแปลกที่ผนังหินกลับไม่มีแม้แต่ริ้วรอย

     

                หลังจากที่มันโจมตีพลาดเป้า ก็ส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความมึนงงเพราะแรงปะทะ  นัยน์ตาสีทองขนาดใหญ่กวาดมองหาเหยื่อของมันอีกครั้ง

     

                ตัวของจ้าวเทียนตอนนี้ได้ถูกผลักไปไกลเกือบร้อยเมตรจนลงไปกระแทกพื้นด้านล่าง  ตอนนี้ตัวของเขาได้อยู่ห่างจากช่องทางออกเป็นสองเท่าจากทีแรก

     

                ฟูววว

                อสรพิษยักษ์พุ่งเขามาหาเขาด้วยความรวดเร็ว

     

              ‘ งูตัวนี้…แม้จะทรงพลังมาก แต่กลับทำตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าเท่านั้น  มันไม่ใช่สัตว์อสูรที่ผ่านการบำเพ็ญจนเกิดปัญญาด้วยซ้ำ ’

     

              ‘ แม้พลังของมันจะทัดเทียมกับผู้ฝึกตนขอบเขตปราณนภา  แต่กลับไม่สามารถใช้พลังวิญญาณหรือพลังปราณได้ การโจมตีของมันมีแต่พละกำลังอันมหาศาลอย่างเดียว  ’

     

              ‘ หรือว่า…เป็นมันที่กินหญ้าโลหิตมังกรเข้าไป จึงเปลี่ยนจากงูธรรมดาให้เป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ’

             

              ยิ่งคิดหาเหตุผลจ้าวเทียนก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากเชื่อ…

     

                ในระหว่างนี้เขาก็หลบการโจมตีของมันไปเรื่อยๆ  เพราะมันทำได้เพียงพุ่งเข้าใส่เป็นเส้นตรงอย่างเดียว ไม่มีรูปแบบอื่น

               

                 ซึ่งมันอ่านทางได้ง่ายมาก…

     

                เปรี้ยง!

               

                จ้าวเทียนลองโจมตีกลับไปดู  แต่หมัดของเขากลับทำอะไรเกล็ดมันไม่ได้เลย 

                การโจมตีของเขา ก็คงแค่ทำให้มันรู้สึกคันๆเท่านั้น

     

                ‘ คงปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้…ยิ่งสู้นาน เวลาที่ฉันกลั้นหายใจได้ก็ยิ่งน้อยลง ’

     

              ‘ ต้องรีบปิดฉากแล้วกลับขึ้นไป’

     

             

              หลังจากที่เขาหลบการโจมตีจากมันได้อีกครั้ง เขาก็พลิกตัวขึ้นไปเกาะอยู่บนหัวขนาดใหญ่ของอสรพิษยักษ์

     

                ‘ ตายไปซะ! ’

     

             

              จ้าวเทียนระเบิดพลังขึ้น โดยรวมทั้งหมดไว้ในการโจมตีครั้งเดียว 

               

                ครั้งนี้ เขาตั้งใจใส่พลังปราณทั้งหมดลงไปที่หมัดขวาเพื่อปิดฉากการต่อสู้

     

                ร่างจำแลงของ บุรุษผู้มีสัญลักษณ์ดวงอาทิตย์อยู่กลางหน้าผาก  สวมใส่ชุดคลุมจักรพรรดิสีทอง ปรากฏขึ้นเบื้องหลังจ้าวเทียน 

               

               

                นี่เป็นครั้งแรก ที่จ้าวเทียนปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมาโดยไม่ปิดบัง

     

            “ สามหมัดราชันจักรพรรดิ ”

             

             “ หมัดแรกสะท้านภพ!”

             

             

             ตูมมม!

             

                    

            เหมือนเงาหมัดขนาดใหญ่แหวกแผ่นฟ้าลงมา ซัดใส่หัวของอสรพิษยักษ์แบบเต็มๆ 

             

            จนมันกระเด็นลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง  และได้เกิดคลื่นน้ำวนขนาดใหญ่ระเบิดออกรอบด้าน

             

                       

             

            เสี้ยววินาทีหนึ่ง…

             

            จ้าวเทียนรู้สึกเหมือนพื้นที่ทั้งหมดสั่นไหวเบาๆก่อนจะหยุดไป…

     

     

     

                ‘ มันคงจบแล้ว…ตอนนี้ฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ’

     

              เขารีบว่ายน้ำไปที่ช่องทางออกอย่างรวดเร็ว   โดยไม่สนใจว่าอสรพิษยักษ์ตัวนั้นมันจะตายไหม  เพราะหากยังไม่รีบออกไปตอนนี้

               

                จะเป็นเขาเองที่ขาดอากาศตายก่อน…

     

                เมื่อเห็นว่ากำลังจะถึงช่องทางที่เขาใช้ลงมาแล้ว  จ้าวเทียนก็เริ่มรู้สึกโล่งใจ  การมาในวันนี้ของเขาได้ผลตอบรับดีมาก

               

                โดยเฉพาะหญ้าโลหิตมังกรทั้งสองใบที่ได้มา   นอกจากจะใช้รักษาท่านตาแล้ว  ส่วนที่เหลือเขาคิดว่า จะนำไปทำโอสถสำหรับแช่ตัว

     

                มันจะช่วยให้เขา ยกระดับร่างกายจนไปถึงขีดสุดของปรมาจารย์ได้เลย… 

               

                โดยปกติแล้วการยกระดับร่างกายนั้นจะยากกว่าการยกระดับลมปราณเป็นสิบเท่า ทั้งยังต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก ทำให้แทบจะไม่มีคนทำ

     

                !!

     

                ฟูววว

     

                คลื่นน้ำด้านหลังจ้าวเทียนสั่นสะเทือนอย่างแรง…

     

               

                ‘ บ้าเอ้ย…มันยังไม่ตาย! ’

     

             

                เมื่อเขาหันกลับไป ก็เห็นอสรพิษยักษ์ตัวนั้นพุ่งเข้ามาด้วยแววตาโกรธแค้น  โดยที่ส่วนหัวมันฉีกขาดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่  มองเห็นเลือดเนื้อและหัวกะโหลกของมันได้ชัดเจน

     

                หมัดของเขาทำลายได้เพียงชั้นเกล็ดและเลือดเนื้อของมันเท่านั้น…

     

                พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาไม่อาจทะลวงผ่านกะโหลกหนาของมันได้…

     

               

                ‘ นี่ฉัน…จะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ ’

             

              …

             

              ‘ ไม่!...ฉันไม่ยอม  ถ้าหมัดเดียวเอาแกไม่ลงฉันยังมีอีกหลายหมัด ’

             

              ‘ ฉันจะไม่หยุดจนกว่าแกจะตาย!’

     

             

                จ้าวเทียนตอนนี้ ได้ตัดสินใจสู้ตายแล้ว  เพราะช่องทางที่ใช้ลงมานั้นเป็นเส้นตรง ไม่มีที่ให้หลบ  ด้วยความเร็วของมันไม่สามารถหนีพ้นแน่นอน

     

                ปากที่อ้ากว้างของอสรพิษยักษ์ได้ขยับเข้ามาใกล้จ้าวเทียนเรื่อยๆ

     

                สายตาของเขาจ้องมองไปยังนัยน์ตาสีทองขนาดใหญ่ของมันอย่างไม่เกรงกลัว

     

                มีคำกล่าวว่า…

     

              ในวินาทีที่กำลังจะตายเราจะมองเห็นภาพทุกอย่างช้าลง…

     

                ซึ่งมันก็กำลังเกิดขึ้นกับจ้าวเทียนตอนนี้

     

                เขามองเห็นปากของอสรพิษยักษ์ขยับเข้ามาใกล้เขาอย่างช้าๆซึ่งตัวเขาเองก็ปล่อยหมัดสวนออกไปเช่นกัน

     

                ในตอนนั้น…

               

                เขาก็มองเห็นบางอย่าง… 

               

                ด้านหลังของอสรพิษยักษ์ไกลออกไป มีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมาทางนี้เร็วมาก  แตกต่างกับภาพรอบตัวที่ยังคงเชื่องช้า เหมือนกับว่ามันอยู่เหนือกฎแห่งเวลา

     

                เมื่อสิ่งนั้นเข้ามาใกล้ขึ้น…

     

                เขาก็มองเห็นมันได้ชัดเจน…

     

                ปากขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมน่าหวาดกลัว… 

     

                อสรพิษยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าจ้าวเทียน  มีขนาดไม่ถึงครึ่งของปากที่ใหญ่โตทางด้านหลังเท่านั้น

                           

     

    “ งับ! ”

     

                   เหมือนภาพตรงหน้าจะดับมืดไปในชั่วพริบตาเดียว 

               

                จนกระทั่งเมื่อกลับมามองเห็นอีกครั้ง  อสรพิษยักษ์อันน่าหวาดกลัวก็หายไปแล้ว

     

               

                ‘ มันถูกกินเข้าไปในคำเดียว’

    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก ) ที่คุณอ่าน