สวะผู้นี้จะครองสวรรค์

    ตอนที่ 12(3) คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ไร้เงา

    ฉินเฟิงเข้าใจทันที

    พื้นที่ที่ไข่สัตว์เทวะอยู่มิใช่ของไข่เอง

    แต่เกิดจากตราบรรพโกลาหล

    เมื่อจิ้งจอกสามหางถูกยอมรับ มันอาจเข้าไปในพื้นที่เดียวกันได้ด้วย

    นี่จะมีประโยชน์มหาศาล

    เขาไม่ต้องพาสัตว์คู่บารมีเดินตามภายนอกตลอดเวลา

    แต่อักษรยังไม่จบ

    บรรทัดใหม่ปรากฏ

    ผู้สืบทอดราชันผ่านเงื่อนไขเบื้องต้น

    สามารถรับของรางวัลหอราชันหนึ่งอย่าง

    ตรงหน้าบัลลังก์ แสงสามกลุ่มปรากฏ

    กลุ่มแรกเป็นตำราสีดำทอง

    กลุ่มที่สองเป็นกระถางโอสถขนาดเล็กสีดำ

    กลุ่มที่สามเป็นไข่มุกใสที่มีเลือดสีทองหนึ่งหยดลอยอยู่ด้านใน

    ฉินเฟิงมองทั้งสาม

    โดยเฉพาะกระถางโอสถ

    ทันทีที่เห็น ดวงตาเขาเปลี่ยน

    แม้ขนาดเล็ก แต่ลวดลายบนกระถางคล้ายกับสิ่งหนึ่งที่เขาเคยพบในคลังสมบัติชาติก่อน

    กระถางบรรพกาลเก้าสวรรค์

    ไม่ใช่ของจริงทั้งใบ

    น่าจะเป็นเศษหรือของเลียนแบบ

    แต่หากใช้หลอมโอสถ ย่อมดีกว่าเตาระดับหนึ่งของสมาคมหลายเท่า

    ตำราสีดำทองอาจเป็นวิชายุทธ์

    ไข่มุกโลหิตอาจช่วยสัตว์เทวะหรือสายเลือดของเขา

    ทั้งสามมีประโยชน์

    เสียงโบราณกล่าว

    “เลือกหนึ่ง”

    ฉินเฟิงไม่รีบ

    เขาถาม

    “ข้าตรวจดูรายละเอียดก่อนได้หรือไม่”

    แสงตอบสนอง

    อักษรเหนือของแต่ละชิ้นปรากฏ

    ตำรา —

    ก้าวอัสนีมังกรพริบตา

    วิชาท่าร่างธาตุอัสนี

    ขั้นแรกเพิ่มความเร็วระเบิดชั่วขณะ

    ขั้นสูงสามารถเคลื่อนราวสายฟ้า

    ฉินเฟิงมีแววตาสนใจ

    ตอนนี้เขาขาดท่าร่างจริง

    ทุกครั้งที่ผ่านมาใช้เพียงประสบการณ์อ่านจังหวะกับการระเบิดพลังอัสนีชั่วคราว

    หากมีท่าร่างที่แท้จริง ความสามารถต่อสู้จะเพิ่มมหาศาล

    กระถาง —

    กระถางดำผนึกโอสถ

    เศษสมบัติระดับสูง

    ปัจจุบันปลดผนึกเพียงขั้นแรก

    เพิ่มความมั่นคงของเปลวไฟ

    ลดการสูญเสียฤทธิ์ยา

    เพิ่มความบริสุทธิ์ของโอสถระดับต่ำ

    สามารถเติบโตเมื่อรวบรวมเศษส่วนอื่น

    ฉินเฟิงหรี่ตา

    เศษส่วนอื่น?

    หมายความว่ากระถางนี้ไม่สมบูรณ์

    แต่สามารถตามหาเศษเพิ่มได้ภายหลัง

    สำหรับนักปรุงโอสถเช่นเขา คุณค่ายิ่งใหญ่

    สุดท้าย ไข่มุก —

    โลหิตอัสนีสัตว์เทวะหนึ่งหยด

    ระดับสูงกว่าหยดที่ได้รับก่อนหน้า

    ช่วยเสริมกายา สายเลือด และเร่งการฟักสัตว์เทวะอัสนี

    ฉินเฟิงมองไข่ในห้วงจิต

    รอยแตกห้าเส้น

    หากได้โลหิตหยดนี้ มันอาจฟักทันที

    สามตัวเลือก

    ท่าร่าง

    กระถางโอสถ

    สัตว์เทวะฟักเร็วขึ้น

    ล้วนสำคัญ

    แต่ฉินเฟิงคิดไม่นาน

    เขายื่นมือไปทาง

    กระถางดำผนึกโอสถ

    แสงสองกลุ่มอื่นสั่นเล็กน้อย

    ไข่ในห้วงจิตส่งความรู้สึกผิดหวังทันที

    “เลือด…”

    ฉินเฟิงกล่าวในใจ

    “เจ้ารอได้”

    ไข่เงียบ

    เหมือนงอน

    ฉินเฟิงยิ้ม

    “เจ้าฟักเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อยจากโลหิตหนึ่งหยด แต่กระถางนี้จะช่วยข้าปรุงโอสถให้เจ้าได้อีกนับไม่ถ้วน”

    ไข่สั่นเบา ๆ

    ความรู้สึกผิดหวังลดลง

    “ถ้าข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะหาโลหิตดีกว่านี้ให้เจ้า”

    คราวนี้ไข่ตอบ

    “ตกลง”

    ฉินเฟิงเกือบหัวเราะ

    สัตว์ตัวนี้ยังไม่ฟักก็รู้จักต่อรองเสียแล้ว

    เขายื่นมือแตะกระถาง

    ทันทีที่สัมผัส

    กระถางสีดำย่อขนาดลง

    กลายเป็นแสงเข้าไปในตราบรรพโกลาหล

    จากนั้นปรากฏภายในพื้นที่วิญญาณข้างไข่

    ฉินเฟิงสัมผัสได้ทันทีว่าสามารถเรียกออกมาได้ด้วยความคิด

    เขาทดลอง

    แสงดำสว่างบนฝ่ามือ

    กระถางขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏ

    เมื่อส่งพลังเข้าไป ขนาดขยายเป็นครึ่งตัวคน

    หนักแน่น

    ผิวดำด้าน

    ลายโบราณรอบตัวกระถางเรืองแสงแดงอ่อน

    ฉินเฟิงใช้พลังวิญญาณตรวจ

    ภายในมีพื้นที่หลอมที่มั่นคงมาก

    ดีกว่าเตาของสมาคมโอสถอย่างเทียบกันไม่ได้

    แม้ยังถูกผนึก แต่สำหรับตอนนี้เพียงพอ

    เขาเก็บกระถางกลับ

    ในใจเริ่มคิดทันทีถึงหญ้ามังกรอัสนีเก้าต้น

    ตอนนี้มีเตาแล้ว

    ถ้าหาวัตถุดิบอีกสองสามชนิดครบ เขาสามารถปรุง โอสถหลอมอัสนีโลหิต ได้จริง

    นั่นจะทำให้วิชาหลอมอัสนีขั้นสองสำเร็จเร็วขึ้น

    เสียงโบราณดังอีกครั้ง

    “ของรางวัลเลือกแล้ว”

    “ด่านสุดท้ายของหอราชันเริ่มต้น”

    ฉินเฟิงเงยหน้า

    “ยังมีอีก?”

    ทันใดนั้นบัลลังก์ด้านหน้าแยกออก

    พื้นห้องสั่น

    ตรงหลังบัลลังก์ปรากฏประตูทองขนาดใหญ่

    ด้านบนมีอักษรเพียงหนึ่งบรรทัด

    เอาชนะผู้พิทักษ์ราชัน รับสิทธิ์สืบทอดชื่อ

    ฉินเฟิงขมวดคิ้ว

    ผู้พิทักษ์ราชัน?

    ก่อนหน้านี้ได้พยัคฆ์กับจิ้งจอกแล้ว

    ยังมีตัวอื่นอีก?

    ประตูเปิดช้า ๆ

    เสียงฝีเท้าหนักดังจากด้านหลัง

    ตุบ

    ตุบ

    ตุบ

    พยัคฆ์สามเขาหมอบต่ำ

    จิ้งจอกสามหางส่งเสียงขู่

    ไข่ในห้วงจิตเองหยุดเคลื่อนไหว

    ทุกอย่างบ่งบอกว่า สิ่งที่กำลังออกมาแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้า

    เงาร่างขนาดใหญ่ปรากฏ

    ตัวสูงเกือบสองจั้ง

    รูปร่างเหมือนมนุษย์

    แต่ศีรษะเป็นสิงโต

    ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะสีทองแดง

    ถือหอกยาว

    ดวงตาไม่มีชีวิต

    เป็นหุ่นพิทักษ์

    พลังที่แผ่ออกมา

    ขั้นเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง

    สูงกว่าฉินเฟิงหนึ่งช่วงชั้นใหญ่เต็ม

    แต่ต่างจากสัตว์อสูร

    หุ่นนี้มีวิชาต่อสู้

    มีอาวุธ

    และน่าจะไม่รู้จักความเจ็บ

    เสียงโบราณประกาศ

    “ผู้สืบทอดสามารถใช้ผู้พิทักษ์อสูรได้หนึ่งตน”

    ฉินเฟิงมองพยัคฆ์สามเขา

    มันยังบาดเจ็บ

    แต่แข็งแกร่งกว่าจิ้งจอกมาก

    ถ้าใช้มันร่วมสู้ โอกาสชนะสูงขึ้นมาก

    แต่ฉินเฟิงกลับคิดอีกอย่าง

    ที่ผ่านมาเขาพึ่งประสบการณ์จากชาติก่อนมาก

    ทุกครั้งต่อสู้ข้ามขั้นโดยอ่านจุดอ่อน ใช้สภาพแวดล้อม และสร้างโอกาส

    สิ่งเหล่านี้ถูกต้อง

    แต่เขายังขาดสิ่งสำคัญ

    วิชาต่อสู้ของตนเอง

    การประลองหลี่เทียนหมิงทำให้เห็นแล้วว่า เมื่อคู่ต่อสู้ไม่เปิดช่องง่าย ๆ เขาต้องใช้พลังมากเพื่อเข้าใกล้

    การสู้เหอจิ่วในอนาคตจะยิ่งยาก

    ตอนนี้มีหุ่นขั้นเปิดชีพจรตรงหน้า

    นี่อาจเป็นครูฝึกที่ดีกว่าคู่ต่อสู้มนุษย์เสียอีก

    ฉินเฟิงจึงกล่าว

    “พยัคฆ์ เจ้าอยู่นอกวง”

    พยัคฆ์มองเขา

    “ข้าจะลองด้วยตนเองก่อน”

    มันส่งเสียงต่ำเหมือนไม่เห็นด้วย

    ฉินเฟิงลูบหัว

    “ถ้าข้าเกือบตาย เจ้าค่อยช่วย”

    พยัคฆ์จึงถอย

    ฉินเฟิงชักกระบี่

    หุ่นสิงโตยกหอก

    แรงกดดันระดับเปิดชีพจรขั้นหนึ่งแผ่ออก

    อากาศหนักขึ้นทันที

    ฉินเฟิงสูดลมหายใจ

    ระดับขั้นรับปราณขั้นห้าช่วงปลายของเขาแผ่ออกเช่นกัน

    ห่างกันหนึ่งช่วงชั้นใหญ่

    หากเป็นผู้ฝึกทั่วไป คงไม่มีโอกาส

    แต่เขาไม่ใช่ผู้ฝึกทั่วไป

    เสียงโบราณดัง

    “เริ่ม”

    หุ่นสิงโตพุ่งทันที

    หอกแทงตรง

    เร็วมาก!

    ฉินเฟิงใช้พลังอัสนีที่ขา

    ก้าวออกข้าง

    ปลายหอกผ่านหน้าอกไป

    แต่หุ่นไม่หยุด

    ข้อมือหมุน

    หอกเปลี่ยนจากแทงเป็นกวาด

    ฉินเฟิงก้ม

    หอกผ่านศีรษะ

    แรงลมตัดเส้นผมหลายเส้น

    จากนั้นปลายด้ามหอกกลับกระแทกลง

    ฉินเฟิงยกกระบี่รับ

    ปัง!

    แรงมหาศาลส่งเขาถอยหกก้าว

    ข้อมือชา

    หุ่นสิงโตไล่ตาม

    หอกแทงสามครั้งติดต่อ

    ฉินเฟิงหลบ

    ครั้งแรก

    สอง

    สาม

    แต่ครั้งที่สามปลายหอกเฉือนแขน

    เลือดปรากฏ

    ฉินเฟิงถอย

    สายตาไม่ละจากหุ่น

    ท่วงท่าของมันมีแบบแผน

    แต่ดีกว่าฉินเหว่ยมาก

    หอกทุกท่าเชื่อมกัน

    แทบไม่มีช่องใหญ่

    หากคิดใช้เพียงประสบการณ์อ่านจังหวะอย่างเดียว จะเสียพลังจนหมดก่อน

    ต้องสร้างท่าของตนเอง

    ฉินเฟิงนึกถึงตำราต่อสู้ชาติก่อน

    มีมากมาย

    ดาบ

    กระบี่

    ฝ่ามือ

    หอก

    หมัด

    แต่ร่างตอนนี้ไม่เหมาะกับวิชาระดับสูงหลายชนิด

    วิชาที่ต้องใช้พลังมหาศาลอาจทำให้เส้นชีพจรแตก

    เขาต้องเลือกวิชาที่เริ่มฝึกได้จากระดับต่ำ และเติบโตตามระดับ

    ทันใดนั้นความทรงจำหนึ่งผุดขึ้น

    ตำราที่เขาเคยรักษาให้จอมกระบี่แห่งแดนเทพคนหนึ่งแลกมา

    คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ไร้เงา

    มีเก้าท่า

    ท่าแรกใช้พลังไม่มาก

    เน้นจุดเดียว

    ความเร็ว

    และการรวมพลังให้แคบที่สุด

    เหมาะกับเขา

    ชื่อท่าแรก

    กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด

    ในชาติที่แล้วเขาเคยศึกษาโครงสร้าง แต่ไม่เคยฝึก

    ตอนนี้จะลอง

    หุ่นสิงโตพุ่งอีกครั้ง

    ฉินเฟิงไม่สวนทันที

    เขาหลบและสังเกต

    ขณะเดียวกันเริ่มหมุนปราณตามเส้นทางของวิชาใหม่

    เส้นชีพจรสายหนึ่ง

    สาม

    ห้า

    เจ็ด

    พลังทั้งหมดถูกนำมารวมที่แขนขวา

    แต่ครั้งแรกมากเกินไป

    แขนรู้สึกเจ็บ

    ฉินเฟิงรีบลดลง

    หุ่นฟาดหอก

    ปัง!

    เขาถูกกระแทกถอยอีก

    เลือดไหลจากมุมปาก

    แต่สายตากลับสว่าง

    เส้นทางถูกต้อง

    เพียงต้องปรับให้เข้าร่าง

    ครั้งที่สอง

    เขาลองนำพลังเพียงห้าส่วน

    รวมที่ปลายกระบี่

    ประกายเล็กปรากฏ

    แต่ยังไม่มั่นคง

    หุ่นแทง

    ฉินเฟิงหลบ

    กระบี่สวน

    เคร้ง!

    ปลายกระบี่กระแทกเกราะ

    ไม่ทะลุ

    แต่เกิดรอยขาวเล็ก ๆ

    ก่อนหน้านี้ฟันเต็มกำลังยังแทบไม่ทิ้งรอย

    แสดงว่าทิศทางถูก

    ฉินเฟิงยิ่งตั้งใจ

    ครั้งที่สาม

    พลังถูกบีบให้แคบขึ้น

    ไม่กระจายตลอดใบกระบี่

    รวมเฉพาะปลาย

    จากนั้นเพิ่มอัสนีเส้นเล็กเข้าไป

    เปรี๊ยะ!

    หุ่นสิงโตพุ่ง

    หอกกวาด

    ฉินเฟิงไม่ถอยหลัง

    ใช้ก้าวอัสนีแบบดิบที่ยังไม่มีวิชา

    พุ่งเข้าด้านใน

    หอกพลาดระยะ

    กระบี่แทงเกราะหน้าอก

    ฉึก!

    ปลายกระบี่เข้าไปเพียงครึ่งนิ้ว

    แต่ทะลุแล้ว

    หุ่นหยุดชั่วพริบตา

    ฉินเฟิงถอนทันที

    มีประกายความตื่นเต้นในดวงตา

    “อีกครั้ง”

    หุ่นไม่รู้ความเหนื่อย

    โจมตีต่อ

    ฉินเฟิงใช้มันเป็นคู่ซ้อม

    บาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    เสื้อขาด

    ไหล่มีรอยหอก

    ชายโครงถูกด้ามกระแทกจนช้ำ

    แต่ทุกครั้ง ท่าใหม่สมบูรณ์ขึ้น

    พลังที่ต้องใช้ลดลง

    ความเร็วเพิ่ม

    จุดรวมแคบขึ้น

    จากครั้งแรกที่ปลายกระบี่สั่น

    จนตอนนี้สามารถรวมพลังนิ่งได้ในหนึ่งลมหายใจ

    หุ่นสิงโตพุ่งมาอีก

    คราวนี้แรงกดดันเปิดชีพจรขั้นหนึ่งแผ่ออกเต็มที่

    หอกแทงหัวใจ

    ฉินเฟิงมองปลายหอก

    ไม่หลบจนถึงวินาทีสุดท้าย

    ก้าวเฉียง

    หอกผ่านหน้าอก

    ปลายกระบี่ของเขาสว่างขึ้น

    ปราณกับอัสนีรวมเป็นจุดเล็กสีม่วงขาว

    เขาตวาด

    “กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”

    ฉึก!

    กระบี่แทงตรงรอยเดิมบนหน้าอกหุ่น

    คราวนี้ทะลุเกราะ

    ลึกเข้าไปเกือบครึ่งคืบ

    เสียงแตกดังภายใน

    แกร๊ก!

    หุ่นสิงโตถอยหนึ่งก้าวเป็นครั้งแรก

    ฉินเฟิงเองถอยเพราะแรงสะท้อน

    แต่แววตาเต็มไปด้วยความยินดี

    สำเร็จแล้ว

    ยังไม่สมบูรณ์แบบ

    แต่ท่าแรกใช้ได้จริง

    หุ่นสิงโตยกหอกอีกครั้ง

    พลังของมันไม่ได้ลดมาก

    จุดที่แทงมิใช่แกนหลัก

    ฉินเฟิงหายใจแรง

    พลังเหลือประมาณสี่ส่วน

    ต้องจบเร็ว

    เขาเริ่มมองหารอยเชื่อมเกราะ

    ใต้คอ

    รักแร้

    ข้อเข่า

    แต่สิ่งเหล่านั้นอาจไม่ใช่แกน

    หุ่นแบบนี้มักมีศูนย์ควบคุมตรงหน้าอกหรือศีรษะ

    รอยเดิมตรงหน้าอกดีที่สุด

    ฉินเฟิงจึงตั้งใจโจมตีจุดเดียวซ้ำ

    หุ่นเองเหมือนเรียนรู้

    ครั้งต่อไปป้องกันหน้าอกมากขึ้น

    หอกเปลี่ยนเป็นตั้งรับ

    ฉินเฟิงจึงหลอกแทงคอ

    หุ่นยกด้าม

    เขาเปลี่ยนทิศลงหน้าอก

    แต่ยังถูกขวาง

    เคร้ง!



    คล้ายกับเรื่องสวะผู้นี้จะครองสวรรค์ ที่คุณอ่าน