ข้าไม่ควรมีอยู่

    ตอนที่ 32 : เขตที่ไม่ถูกเรียกกลับ

    เสียงลมหายใจของเมืองหายไป
    ไม่ใช่เงียบเพราะไม่มีคน
    แต่เป็นความเงียบที่เหมือนมีใคร “ดึงเสียงออกไป” ทั้งพื้นที่
    ลู่เฉินยืนอยู่กลางถนนที่เพิ่งถูกประกาศว่า
    “ไม่มีพลเรือนแล้ว”
    ประตูบ้านสองฝั่งยังปิดสนิท
    ไม่มีเสียงกลอน
    ไม่มีเสียงขยับ
    ไม่มีแม้แต่กลิ่นอาหารค้าง
    เขาก้าวไปหนึ่งก้าว
    เสียงฝีเท้า ไม่สะท้อนกลับ
    พื้นหินใต้เท้าไม่ส่งเสียงตอบ
    เหมือนมันไม่คิดจะบอกว่าเขายังยืนอยู่ตรงนี้
    “เริ่มแล้วสินะ…”
    เสียงนั้นไม่ได้ดังจากด้านหน้า
    ไม่ได้ดังจากด้านหลัง
    แต่มาจาก บนอากาศที่ถูกกดให้ต่ำลง
    ลู่เฉินเงยหน้า
    บนแนวกำแพงหินที่เคยเป็นเพียงเงา
    ตอนนี้มีคนยืนอยู่สามคน
    สวมเสื้อคลุมสีเทาดำเหมือนกัน
    ขอบแขนปักตราโลหะรูป วงกลมซ้อนสามชั้น
    ตรานั้นไม่ใช่ของเมือง
    และไม่ใช่ของสำนักฝึกทั่วไป
    “หน่วยคุมโซนภาคสนามที่สาม”
    ชายตรงกลางพูดเสียงเรียบ
    “สังกัด สำนักชำระเขต – สำนักไท่กง”
    ชื่อสำนักนั้น
    เหมือนค้อนทุบลงกลางอกคนอ่าน
    สำนักไท่กง
    ไม่ใช่สำนักฝึก
    ไม่ใช่สำนักยุทธ์
    แต่เป็นสำนักที่เมืองใช้
    เพื่อ ทำให้พื้นที่กลับมาสงบ
    ไม่ว่าต้องลบอะไรออกไปก็ตาม
    “ตั้งแต่ตอนที่หนึ่ง”
    ชายอีกคนพูดต่อ
    เขากางแผ่นศิลาขนาดฝ่ามือ
    ตัวอักษรบนศิลาเรืองแสงสั้น ๆ
    “เจ้าถูกจัดอยู่ในกลุ่ม
    ‘ตัวแปรเสี่ยงที่โครงสร้างควบคุมไม่ได้’”
    แสงบนศิลาฉายภาพซ้อน
    – ลู่เฉินในคลังพลัง
    – ลู่เฉินในเขตช่างเก่า
    – ลู่เฉินในลานทดสอบ
    – และลู่เฉิน…ในเขตเปิด
    “ทุกการปะทะของเจ้า”
    “แรงที่เจ้าลงเท้า”
    “ทิศทางการเคลื่อนของพลัง”
    “ถูกเก็บหมด”
    ลู่เฉินขยับเท้าซ้าย
    พื้นหิน สั่นตอบทันที
    ชายทั้งสามยิ้มบาง ๆ
    “เห็นไหม”
    “ต่อให้เจ้าไม่ใช้พลัง”
    “พื้นที่ก็ยังตอบสนองต่อเจ้า”
    “นั่นแหละคือปัญหา”
    เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นรอบด้าน
    ไม่ใช่เงา
    ไม่ใช่การโผล่แบบสุ่ม
    แปดคน
    เดินออกมาจากตรอก ซากอาคาร และแนวหลังคา
    ทุกคนสวมตราเดียวกัน
    อาวุธถูกจัดตำแหน่งชัดเจน
    – สองคนใช้ กระบองผนึกแรง
    – สองคนใช้ หอกตรึงเส้นพลัง
    – สองคนมือเปล่า แต่ข้อมือสลักวงแหวนพลัง
    – อีกสองคนถือแผ่นศิลาทรงยาว
    “ศิลากดเขต”
    ชายบนกำแพงพูด
    “พลังมันห่วยตรงเดียว”
    “มันไม่ฆ่าใคร”
    “แต่มันทำให้พลังของเจ้า
    ไหลผิดทาง”
    แผ่นศิลาสองแผ่นถูกปักลงพื้น
    ทันทีที่ศิลาแตะหิน
    แรงบางอย่างกดลงมาจากทุกทิศ
    ลู่เฉินรู้สึกเหมือนอกถูกบีบ
    ชีพอสูรในร่างขยับทันที
    แต่…
    มันถูกกดไว้
    ไม่ใช่ผนึก
    ไม่ใช่ขัง
    แต่เป็นการ บังคับให้ไหลช้าลง
    “สำนักไท่กงไม่ได้เก่งเรื่องฆ่า”
    “แต่เราเก่งเรื่องทำให้คน
    ใช้พลังของตัวเองผิดพลาด”
    “เริ่ม”
    ไม่ต้องมีสัญญาณ
    หอกสองเล่มพุ่งพร้อมกัน
    เล็งขาซ้ายเหมือนเคย
    แต่คราวนี้
    ปลายหอกสั่น
    ลวดลายบนหอกเรืองแสง
    พลังตรึงเส้น
    แทงเข้าไป
    ไม่ใช่แค่เนื้อ
    แต่ ยึดเส้นพลังไว้กับพื้น
    ลู่เฉินรู้สึกได้ทันที
    แรงในขาซ้ายถูก “ดึงลง”
    กระบองฟาดซ้ำจากด้านข้าง
    แรงไม่หนัก
    แต่จังหวะ แม่น
    ฟาดตอนที่พลังในขาไม่ไหล
    ร่างลู่เฉินกระแทกพื้น
    มือเปล่าคู่หนึ่งพุ่งเข้าซ้อน
    หมัดไม่ใช่เพื่อฆ่า
    แต่เพื่อ รบกวนการควบคุมลมหายใจ
    ชีพอสูรดิ้น
    แต่ไม่สามารถดันออกมาได้เต็มที่
    “เห็นไหม”
    ชายบนกำแพงพูด
    “นี่แหละเหตุผลที่พวกก่อนหน้าแพ้แล้วหาย”
    “พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ตั้งแต่
    จังหวะแรกที่พลังไหลผิด”
    ลู่เฉินหายใจแรง
    เลือดไหลจากต้นขา
    แขนขวาสั่น
    แต่ดวงตาเขานิ่ง
    เขา เลิกพยายามดันพลังออก
    แล้วทำในสิ่งตรงกันข้าม
    เขา ปล่อยให้ชีพอสูรไหลลง
    ไม่ใช่ขึ้น
    ไม่ใช่ออก
    แต่ ไหลเข้ากระดูก
    แรงร้อนแทรกลงแนวสันหลัง
    ทะลุสะบัก
    เข้าข้อมือขวา
    วงแหวนพลังบนข้อมือศัตรูสองคน
    แตกดัง เปรี๊ยะ
    “อะไร—”
    หมัดขวาของลู่เฉินพุ่งออก
    ไม่ใช่หมัดพลัง
    ไม่ใช่การระเบิด
    แต่เป็น แรงอัดที่ถูกส่งตรงจากโครงกระดูก
    เสียงกระดูกหน้าอกยุบดังชัด
    ร่างปลิวชนกำแพง
    หอกอีกเล่มพยายามตรึงซ้ำ
    ลู่เฉินคว้าด้าม
    แรงไหลสวนย้อน
    ลวดลายบนหอกแตก
    เส้นพลังถูกฉีกขาด
    “เขาไม่ฝืนพลัง!”
    ใครบางคนตะโกน
    “เขาเปลี่ยนทางไหล!”
    ศิลากดเขตสั่น
    รอยร้าวแผ่ขยาย
    ชีพอสูรในอก ไม่ระเบิด
    แต่มัน เรียนรู้
    เรียนรู้ว่า
    พื้นที่บังคับยังไง
    พลังถูกกดตรงไหน
    และช่องว่างอยู่ที่ไหน
    ชายบนกำแพงเงียบไปครู่หนึ่ง
    ก่อนจะพูดช้า ๆ
    “บันทึกใหม่”
    “ลู่เฉิน
    ไม่ใช่ตัวแปรเสี่ยงระดับควบคุม”
    เขามองลงมา
    สายตาไม่ใช่ดูเหยื่อแล้ว
    แต่ดู ปัญหา
    “ยกระดับสถานะ”
    “จาก ‘ต้องลบ’
    เป็น ‘ต้องปิดจบด้วยมือสำนัก’”
    เสียงถอนตัวดังพร้อมกัน
    ไม่มีใครสู้ต่อ
    เพราะการทดสอบจบแล้ว
    ลู่เฉินยืนอยู่กลางเขต
    เลือดหยดลงหิน
    ชีพอสูรนิ่ง…แต่ตื่นเต็มตา
    เขารู้แล้วว่า
    ตั้งแต่ตอนที่หนึ่ง
    คนที่มาล่าเขา
    ไม่ใช่คนสุ่ม
    ไม่ใช่กลุ่มลอย ๆ
    แต่คือ สำนักที่มีหน้าที่ลบคนออกจากเมือง
    และตั้งแต่วินาทีนี้
    เขาไม่ได้แค่ “ถูกเรียกชื่อ”
    เขา ถูกเขียนไว้ในบัญชีของสำนักไท่กง
    บัญชีที่
    ไม่เคยมีใครถูกขีดฆ่าออก
    ด้วยการหนี


    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ควรมีอยู่ ที่คุณอ่าน