หนึ่งหมัดหนึ่งกระบี่
ใบหน้าของหลินเฉินเปลี่ยนไป การเคลื่อนไหวและการลงมือของจางหยุนนั้นรวดเร็วมาก แต่เขาก็มองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
มือขวาพลิกขึ้นวูบหนึ่ง กระบี่สีดำก็มาปรากฏในมือ ลำพังด้วยความแข็งแกร่งของเขาเอง ยังไม่มีกำลังพอที่จะต่อสู้กับจางหยุนด้วยมือเปล่า เขาจำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธระดับต่ำในการต่อสู้กับจางหยุน
เมื่อกระบี่สีดำมาปรากฏอยู่ในมือ หลินเฉินก็กุมด้ามกระบี่แน่น ตวัดฟันออกไปครั้งหนึ่ง เกิดริ้วแสงสีฟ้าขึ้นมา ปะทะหักล้างกับการโจมตีเมื่อครู่ของจางหยุนจนมันสลายหายไปพร้อมกัน
หลินเฉินไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้ เขาตวัดฟันอีกครั้งหนึ่ง ริ้วแสงที่แหลมคมสีฟ้าก็พุ่งไปที่ร่างของจางหยุน
สีหน้าของจางหยุนแปรเปลี่ยน รีบเบี่ยงตัวหลบ แต่การเบี่ยงตัวหลบของเขาช้าไปเล็กน้อย ทำให้ริ้วแสงสีฟ้าฟันเฉียดข้างแก้มของเขาไป
ข้างแก้มของจางหยุนปรากฏบาดแผลตัดเส้นหนึ่งมีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
จางหยุนพลันกระโดดถอยห่างออกไป ยกมือขึ้นมาจับแก้มของตัวเองที่มีเลือดไหลออกมาจากรอยบาดแผล
“อาวุธระดับกลาง!” เขาพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม เพียงแค่การมองไปที่กระบี่สีดำในมือของหลินเฉินครั้งเดียว เขาก็รู้แล้วว่าเป็นอาวุธระดับกลาง
เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะมีอาวุธระดับกลางอยู่ในครอบครอง
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาประหลาดใจที่สุด เรื่องที่เขาประหลาดใจที่สุดก็คือหลินเฉินสามารถมองตามการเคลื่อนไหวของเขาทัน
“เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง!” จางหยุนพูด แต่ในขณะเดียวกันก็ลอบตกใจอยู่ในใจ
ใครจะไปคิดว่า หลินเฉินที่ดูเหมือนคนธรรมดาจะเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง
สาเหตุที่ทำให้จางหยุนคิดว่าหลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง แม้ว่าจะมองไม่เห็นพื้นฐานการฝึกตนของหลินเฉินนั้น มีอยู่ด้วยกันสองอย่าง
อย่างแรกหลินเฉินมองตามการเคลื่อนไหวของเขาทัน อย่างที่สองก็คือหลินเฉินเอาอาวุธระดับกลางในสายตาของเขาออกมาใช้
หากว่าหลินเฉินไม่เอาอาวุธระดับกลางออกมาใช้ และรับมือกับเขาด้วยมือเปล่า อย่างนั้นเขาคงจะไม่คิดว่าหลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง แต่เป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายเช่นเดียวกันกับเขา
นี่คือสองอย่างที่ทำให้จางหยุนคิดว่าหลินเฉินมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง
แต่ถ้าหากเมื่อครู่หลินเฉินถูกเขาตัดแขน เขาก็จะไม่คิดแบบนี้ คงจะคิดเพียงว่าหลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนที่อ่อนแอเท่านั้น
“คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงเลยจริงๆ” จางหยุนพึมพำกับตัวเอง ในน้ำเสียงยังแฝงเอาไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย
ต้องรู้ก่อนนะว่าหลินเฉินอายุเพียงยี่สิบเก้าปี แต่กลับมาถึงระดับเทพสววรค์ขั้นกลางได้ สิ่งนี้เพียงพอที่จะบอกได้ว่าหลินเฉินนั้นเป็นอัจฉริยะ
อัจฉริยะที่เทียบเท่ากับเขาจางหยุน ไม่สิ อาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ เพราะในตอนที่เขากลายเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลางนั้นก็ตอนอายุสามสิบ
แม้ว่าจะห่างกันเพียงหนึ่งปี แต่ก็นับว่าเหนือกว่า
“เจ้าต้องตาย!” ยิ่งเมื่อได้รู้ว่าหลินเฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นกลาง ความต้องการฆ่าของจางหยุนก็รุนแรงมากขึ้น
‘มันต้องตาย ไม่ตายไม่ได้!’
ด้วยความต้องการฆ่าที่รุนแรงขึ้น จางหยุนไม่ลังเลที่จะระเบิดพลังออกมา อากาศรอบร่างกายของเขาบิดเบี้ยว แทบจะแตกสลายออก พื้นที่เขายืนอยู่ค่อยๆ แตกระแหงออกคล้ายใยแมงมุม
“กายาเหล็กไหล!” ผิวของจางหยุนค่อยๆ เปลี่ยนไป มันกลายเป็นสีเทามันวาวคล้ายกับเหล็กไหล
นี่คือกายาเหล็กไหล หนึ่งในทักษะการต่อสู้ที่ทรงพลังที่จางหยุนมี
ด้วยการใช้ออกด้วยกายาเหล็กไหล จางหยุนไม่เชื่อว่าเขาจะฆ่าหลินเฉินไม่ได้!
เมื่อทั่วร่างกลายเป็นเหล็กไหล จางหยุนไม่ลังเลที่จะย่อตัวลงเล็กน้อย สองขาราวกับสปิง กระโดดพุ่งพรวดเข้าหาหลินเฉิน
“กำปั้นมหากาฬ!”
จางหยุนรวบมือเป็นหมัด บิดตัวเล็กน้อย จากนั้นง้างหมัดออก ปราณเทพสวรรค์ขั้นปลายได้ปรากฏปกคลุมหมัด หมัดเรืองแสงสีเทาวาบขึ้นมา
หมัดพลันถูกชกออก แน่นอนว่าเป้าหมายคือหลินเฉิน
ไม่พูดไม่ได้ว่าหมัดนี้แข็งแกร่งอย่างน่าหวาดกลัว ต่อให้เป็นหลินเฉิน หากถูกหมัดนี้เต็มๆ เกรงว่าคงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลินเฉินใบหน้าจริงจังขึ้นมา ไม่ต้องให้ใครมาบอก เขาก็รู้ว่าหมัดของจางหยุนที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขานั้นอันตรายยิ่ง
โดยไม่ลังเล เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
“ตัดดารา!” หลินเฉินพลันฟาดฟันกระบี่ออกไป คลื่นกระบี่ที่แหลมคมที่มีประกายพร่างพราวราวดวงดาราได้พุ่งออกไป
ปรากฏแสงวาบผ่านขึ้นมาขนาดใหญ่ ก่อนเลือนหาย
เคร้ง!
มีเสียงที่ราวกับเหล็กปะทะเหล็กดังกร้าวขึ้นมา คลื่นลมอันรุนแรงจากการปะทะกันของหมัดและกระบี่ ได้สะท้านวาบ กวาดผ่านออกไปรอบด้าน
อากาศบิดเบี้ยวราวกับจะแตกสลายออกได้ทุกเมื่อ!
ในเวลานี้หมัดของจางหยุนกำลังปะทะอยู่กับกระบี่สีดำของหลินเฉิน หมัดของจางหยุนสั่นเทา เช่นเดียวกัน มือที่กุมกระบี่อยู่ของหลินเฉินก็สั่นเทา
ใบหน้าของคนทั้งสองเวลานี้ ล้วนมีการแสดงออกมาเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งก็คือเคร่งเครียดจริงจัง เป็นเคร่งเครียดจริงจังอย่างถึงที่สุด!
หากสังเกตมองดีๆ จะเห็นว่าเวลานี้คมกระบี่ได้จมลงไปหลังนิ้วที่กำเป็นหมัดของจางหยุน มีเลือดไหลออกมา
จุดนี้ชี้ชัดได้อย่างดีว่า กายาเหล็กไหลของจางหยุนไม่สามารถต้านทานกระบี่ของหลินเฉินได้!
และถ้าหากสังเกตมองดีๆ ก็จะเห็นได้เช่นเดียวกันว่ามือขวาที่กุมกระบี่สีดำของหลินเฉินนั้นปรากฏรอยฉีกขาดเล็กน้อย เลือดไหลออกมา
‘ด้วยอาวุธระดับกลาง ทำให้มันมีความแข็งแกร่งเท่ากับเรา!’ นี่คือความคิดของจางหยุนในเวลานี้
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะฆ่าหลินเฉินไม่ได้ ถ้าจะทำว่าทำไมนั้น คำตอบมีเพียงแค่คำตอบเดียว นั่นก็คือเขายังไม่ได้เอาจริง หรือว่าทุ่มใช้พลังทั้งหมดออกมา
ด้วยความแข็งแกร่งที่เขามี จางหยุนมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าเขาสามารถฆ่าหลินเฉินได้
“ตายซะ!” จางหยุนไม่สนใจบาดแผลที่หมัด เขาถอนหมัดกลับมาและลงมือโจมตีอีกครั้งในทันที “กำปั้นมหากาฬ!”
เฉกเช่นเดียวกัน หลินเฉินก็ไม่รอช้า ฟาดฟันกระบี่อีกครั้ง “ตัดดารา!”
เคร้ง เคร้ง...เคร้ง!
เพียงระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที หมัดของจางหยุนและกระบี่ของหลินเฉินก็ปะทะกันไปหลายครั้ง และทุกครั้งเสียงราวกับเหล็กปะทะเหล็กดังก้องขึ้น สั่นคลอนอากาศจนแทบจะแตกออก
นอกจากนี้ บาดแผลบนหมัดของจางหยุนก็ลึกขึ้น จนเผยให้เห็นกระดูก
หลินเฉินไม่ได้ดีไปกว่ากัน มือของเขามีรอยฉีกขาดมากขึ้น มองเห็นกระดูก เลือดไหลออกมาไม่หยุด
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
คนทั้งสองยังคงปะทะโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน และยิ่งมาใบหน้าของพวกเขาก็ยิ่งเคร่งเครียดจริงจังขึ้น
เช่นเดียวกับการเพิ่มพลังโจมตีใส่กันทีละนิด จนพวกเขาแทบจะใช้พลังความแข็งแกร่งถึงครึ่งหนึ่งที่พวกเขามีออกมา!
จบบทที่ 89