บทที่ 83: นินจาสาวปรากฎตัว (The Appearing of Shinobi Girl)
หลังจากที่ปะทะกันมาได้สักพัก ยูกินะก็รีบกระโดดถอยหลังออกมา จากนั้นก็มีเทพทั้ง 4 องค์ปรากฎขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ ซึ่งเทพทั้ง 5 องค์นี้ล้วนเป็นเทพองค์เดียวกับที่เธอเคยเห็นในฝัน เป็นเทพทั้ง 4 องค์ที่กำลังจะเข้าร่วมศึกสงครามระหว่างเทพเจ้ากับกองทัพอสูรโยไคที่กำลังจะอุบัติขึ้นจากการทำพิธีกรรมสาปแช่งสึบากิในคืนวันเพ็ญของนางเทวีอสูรฯ อิซานามินั้นเสร็จสมบูรณ์“ร่างเงาสะท้อนของเจ้าที่อยู่ตรงหน้านั้น มันคืออุนไงเคียว-อายาคาชิ มันไม่มีตัวตนที่แน่นอน ดังนั้น มันจึงใช้ร่างเงาสะท้อนในกระจกของผู้ใดก็ตามที่มาส่องกระจกของมัน เพื่อสร้างตัวตนของมันขึ้นมา”เทพโฮโอริกล่าวอธิบายกับยูกินะ“เจ้าหญิงฮิเมรากิ จงหาทางทำลายกระจกของมันเสีย และชิงเศษกระจกของมันมาให้ได้”เทพคอนจินกล่าวในเชิงชี้แนะกึ่งคำสั่งกับยูกินะ“เศษกระจกของอุนไงเคียว-อายาคาชินั้นก็เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนจากอายาคาชิทั้ง 100 ชิ้นด้วยเช่นกัน”เทพโมเรยะกล่าวในเชิงชี้แนะกับยูกินะ“แต่การจะทำลายกระจกของมันนั้น เจ้าจะต้องจัดการกับเงาสะท้อนของเจ้าที่อยู่ตรงหน้าให้สิ้นซากเสียก่อน เจ้าถึงจะสามารถทำลายมันได้ เพราะถ้าหากตัวตนของมันนั้นถูกจัดการลงอย่างราบคาบ มันจะส่งผลทำให้พลังของกระจกนั้นพลอยอ่อนกำลังลงไปด้วย”หลังจากที่โคโทชิโรนุชิกล่าวชี้แนะจนจบ เหล่าทวยเทพทั้ง 4 องค์นั้นต่างก็รีบกล่าวอำลายูกินะ ก่อนที่เหล่าทวยเทพทั้งหมดจะเลือนหายไปจากยูกินะไปด้วยความรวดเร็ว จากนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ได้เข้าสู่การปะทะกันอีกครั้งยูกินะโปรยแผ่นยันต์ขึ้นบนกลางอากาศ 13 แผ่น ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกแผ่นยันต์ทั้งหมดให้กลายเป็นกระเบนน้ำแข็ง พวกมันทั้ง 13 ตัวนั้นพากันยิงหอกน้ำแข็งใส่อุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็สามารถหลบหลีก และปัดการโจมตีของอีกฝ่ายไปได้ทั้งหมดอย่างฉับไวอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในร่างเงาสะท้อนของยูกินะนั้นยิงพลังเวทย์ธาตุสายฟ้าโจมตีใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ยูกินะที่เป็นร่างจริงนั้นรีบทำการหลบหลีกพลางปัดการโจมตีพลังเวทย์ธาตุสายฟ้าที่มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ สีเหลืองที่มีขนาดกลางของอีกฝ่าย ก่อนที่เธอจะยิงพลังเวทย์ธาตุดินโจมตีใส่อุนไงเคียว-อายาคาชิ หรือยูกินะที่เป็นร่างเงาสะท้อนอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็รีบทำการร่ายเวทย์สร้างแผงอาคมขึ้นป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่าย“ตู้ม” ทันทีที่พลังเวทย์ธาตุดินที่มีลักษณะเป็นลูกกลมๆ สีน้ำตาลที่มีขนาดกลางของยูกินะร่างจริงนั้นกระทบเข้ากับแผงอาคมของยูกินะร่างเงาสะท้อน มันก็จะเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณจากนั้น ยูกินะร่างเงาสะท้อนนั้นรีบจัดวางแผ่นยันต์บนกลางอากาศ 7 แผ่นเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดานที่ตรงหน้าในลักษณะแนวนอน ก่อนที่มันจะรีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกแผ่นยันต์ทั้งหมดให้กลายเป็นลูกพายุขนาดกลางที่มาในลักษณะแนวนอนทั้ง 7 ลูกโจมตีใส่ยูกินะร่างจริงในรวดเดียว แต่เธอก็รีบทำการร่ายเวทย์ในลักษณะเดียวกันเพื่อตอบโต้อีกฝ่าย จนทำให้ลูกพายุขนาดกลางทั้ง 7 ลูกของทั้งสองฝ่ายกระทบกระทั่งจนเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นส่วนทางด้านโทโมเอะ คิทสึเนะ และอินะฮิเมะนั้น ก็พยายามหาทางที่จะเปิดประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าที่บริเวณหน้าบันไดทางลง ซึ่งเป็นประตูที่จะเข้าไปยังพื้นที่ชั้นบนของคฤหาสน์ร้าง“ปึ้ง!!” อินะฮิเมะพยายามเขวี้ยงดาบโค้งบินที่มีขนาดใหญ่โจมตีใส่ประตูที่อยู่ตรงหน้าหลายหน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับประตูบานนั้นได้เลย“ไม่ขยับเขยื้อนเลยแฮะ”อินะฮิเมะเอ่ยน้ำเสียงเรียบด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดแบบสุดๆ คิ้วบางบนใบหน้างามนั้นพลางขมวดเข้ามาเพียงเล็กน้อย“ชิ ประตูบ้านี่มันยังไงกันวะเนี่ย” คิทสึเนะเริ่มกล่าวสบถออกมาด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง“ทุกคนถอยออกมาก่อน”โทโมเอะเอ่ยสั่งกับอินะฮิเมะและคิทสึเนะ ก่อนที่เธอจะยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลิงกอริลล่าธาตุดิน เพื่อใช้ในการเปิดประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ลิงกอริลล่าตนนั้นกู่ร้องคำรามพลางทุบอกเสียงดังสนั่นประมาณ 15 ที ก่อนที่ตัวมันนั้นจะใช้กำปั้นทุบประตูอย่างไม่ยั้งด้วยแรงอันมหาศาลเพื่อที่จะเปิดประตูออกมา เสียงทุบประตูนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ในระหว่างนั้นเอง ตรงบริเวณพื้นระเบียงที่พวกเธออยู่นั้นก็เกิดสั่นสะเทือนอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ว่าจะทุบไปสักเท่าไหร่ ประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านั้นกลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย“ประตูบ้าอะไร ทำไมแข็งจังวะ” คิทสึเนะกล่าวสบถออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด“ไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามเปิดให้ตายยังไง มันก็เปิดไม่ออกหรอกนะ...”สักพัก ก็ได้มีน้ำเสียงของคุโนะอิจิสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอมีผมสีม่วงเข้มที่ด้านหลังไว้ยาวสลวยถึงบริเวณสะโพก ส่วนที่ด้านหน้านั้นไว้ทรงบ๊อบประบ่าที่สั้นนิดๆ แบบมีหน้าม้า เธอมีดวงตาสีครามกลมโต และเรือนกายเพรียวงามที่ขาวผ่องใสราวกับไข่มุก พร้อมกับหน้าอกที่มีขนาดใหญ่นิดๆเธออยู่ในชุดนินจาสาวรัดรูปสีดำที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับชุดกิโมโนสั้นแบบแขนกุดที่เหนือเข่าขึ้นมา พันรอบเอวด้วยผ้าโอบิสีแดงที่มีขนาดใหญ่นิดๆ สวมทับด้วยเสื้อคลุมฮาโอริสีน้ำเงินยาวประมาณเข่า ผูกด้วยเชือกโอบิจิเมะสีเหลืองที่รอบเอว สวมใส่ปลอกแขนยาวรัดรูปสีดำเข้ม ตามด้วยเกราะแขนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนท่อนล่างสวมใส่ถุงน่องกางเกงรัดรูปสีดำเข้ม ตามด้วยรองเท้าบู๊ทจิคาทาบิสีดำที่ค่อนข้างจะสูงนิดๆ“ตราบใดที่ประตูบานนี้ยังถูกปกคลุมไปด้วยมนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชิ พวกเจ้า...ก็จะไม่สามารถเปิดประตูบานนั้นออกมาได้ มนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชินั้นมันแรงกว่าที่เจ้าคิดไว้มาก”คุโนะอิจิสาวนางนี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ สีหน้าของเธอนั้นค่อนข้างจะดูเย็นชานิดๆ คิ้วบางบนใบหน้างามของเธอนั้นพลางขมวดเข้ามาเพียงเล็กน้อย“เจ้าเป็นใคร” อินะฮิเมะเอ่ยถามพลางยกคมดาบโค้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจ่อไปที่บริเวณลำคองามระหงของคุโนะอิจินางนั้นด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะหวาดระแวงอยู่นิดๆ ใบหน้างามของอินะฮิเมะนั้นนิ่วด้วยความรู้สึกเคร่งเครียดพลางขมวดคิ้วเข้ามาเพียงเล็กน้อย“ข้ามีนามว่าโอคัทสึ ข้า...คือศิษย์นินจาของฮัตโตริ ฮันโซ”คุโนะอิจิสาวเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบ และใบหน้างามที่ดูเหมือนจะเย็นชาอยู่เพียงเล็กน้อย ทางด้านโทโมเอะนั้นก็สามารถล่วงรู้ถึงเรื่องราวในอดีตของเธอด้วยพลังแห่งอาชณเวทย์ได้ดังนี้แท้จริงแล้ว โอคัทสึคือบุตรสาวของโนบุนากะ ไดเมียวผู้ทรงอำนาจที่ได้รับสมญานามว่าเป็นจอมมารแห่งอสูรในยุคสมัยนั้นที่มีนามว่าโทคุฮิเมะ หรือมีอีกนามหนึ่งก็คือโกโตคุฮิเมะ เธอแต่งงานอยู่กับบุตรชายของโตกุกาว่า อิเอยาสึที่มีนามว่า มัทสึไดระ โนบุยาสึตลอดช่วงเวลาที่โทคุฮิเมะอาศัยอยู่ร่วมกันกับผู้เป็นสามี เธอมักจะถูกกีดกั้นความรัก และถูกกลั่นแกล้งสารพัดโดยผู้เป็นแม่ยายที่เป็นถึงอิสตรีแห่งโตกุกาว่าที่มีนามว่าสึกิยามะ มารดาของโนบุยาสึ ด้วยความรักที่โนบุยาสึกับโทคุฮิเมะมีให้ต่อกันนั้น จึงทำให้เธอเลือกที่จะทนอยู่ในสภาพแบบนั้นต่อไป โทคุฮิเมะนั้นเป็นผู้หญิงที่มีความอดทนสูงมาก จึงทำให้ตัวเธอนั้นสามารถทนอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นได้จนกระทั่งวันหนึ่งที่สึกิยามะได้เหยียบย่ำโทคุฮิเมะ โดยการนำเอาบุตรสาวของขุนศึกนายหนึ่งแห่งตระกูลทาเคดะเข้ามาอาศัยอยู่ในเรือนเดียวกัน พร้อมกับยกย่องให้หญิงนาวนางนั้นขึ้นมาเป็นภรรยาเอกของโนบุยาสึ ผู้เป็นบุตรชาย และในขณะเดียวกันนั้น นางก็ลดสถานะโทคุฮิเมะให้กลายเป็นภรรยาน้อยของเขา คุโนะอิจิ : นินจาที่เป็นผู้หญิง