ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 43

    เมื่อก่อนตัวของเขาไม่ใช่คนแบบนี้ เขาเองก็เคยดีมาก่อนจะมาจบที่กองปฏิวัติ มันเป็นเรื่องสมัยที่เขายังเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาที่ทำสวนเพาะปลูกเลี้ยงชีพตัวเองไปวันๆ ในตอนที่เขายังเป็นแค่คนซื่อและโง่เขลา เขาเคยศรัทธาในตัวผู้นำว่าคนพวกนั้นสามารถฝากชีวิตไว้ได้ เขาคิดว่าผู้นำประเทศจะเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยบารมีและความเมตตา เขาคิดว่าคนเหล่านั้นจะชี้นำประเทศและชี้นำทุกคนไปในทางที่ถูกต้อง นั่นเป็นความคิดที่โง่เขลาสำหรับเขาในตอนนั้น เพราะเขาอาศัยอยู่หลังเขา รู้จักกับผู้คนน้อยเกินไปทำให้ไม่รู้ว่ามนุษย์ในเมืองส่วนใหญ่คิดยังไง ความโง่เขลาในตอนนั้นมันได้เปลี่ยนชีวิตของเขาทำให้เขาสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปและมันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตั้งกองปฏิวัติขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ 

    ลาดิสนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน กำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลแรกเริ่มที่ทำให้ตัดสินใจตั้งกองปฏิวัตินี้ 

    จนถึงวันนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยาวนานแค่ไหนเขาก็ยังไม่ลืมเหตุผลนั้น ราวกับว่าความแค้นนั้นมันจะไม่มีทางหายไป 

    เขาแตกต่างจากคามิวดุสและคนอื่นที่เปลี่ยนใจง่ายๆเพราะคำพูดลมปากของพวกชนชั้นสูง สำหรับเขานั้นพวกชนชั้นสูงไม่มีทางเปลี่ยนได้และพวกมันก็เชื่อไม่ได้ เขาไม่คิดว่าที่คามิวดุสตัดสินใจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ดังนั้นเขาจึงจะต้องทำให้อีกฝ่ายตาสว่าง 

    ลาดิสเดินออกไปนอกห้องกัปตัน จากนั้นก็มองไปที่เรือโจรสลัด 600 ลำด้านนอก พร้อมกับสมาชิกกองปฏิวัติที่เหลือกว่า 150,000 คนนั้นที่ทุกคนถืออาวุธพร้อมต่อสู้ในศึกสุดท้าย 

    ลาดิสหันหัวเรือมุ่งหน้าตรงสู่ชามิวลอส 

    ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไงเขาก็ต้องกวาดล้างพวกขุนนางและเชื้อพระวงศ์ชั่วร้ายพวกนี้ไปให้หมด


    ******


    ที่ฐานกองทัพเรือ 

    วันนี้คามิวดุสตั้งใจจะทดสอบประสิทธิภาพของลูกระเบิดกองทัพเรือตัวใหม่ที่ถูกส่งมาจากอาโนอิทอส เขาและลูกเรือนั้นเฝ้ารอเวลานี้มาตลอดด้วยความตื่นเต้น 

    "ท่านรองหัวหน้า คราวนี้ฝ่าบาทได้ส่งอะไรมาให้พวกเราอีกขอรับ ใช่ลูกระนาดที่ระเบิดเปรี้ยงปร้างแบบคราวก่อนอีกรึเปล่า?" พลทหารเรือนายหนึ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น 

    คามิวดุสสั่นหน้า เผยรอยยิ้มที่ตื่นเต้นยิ่งกว่า "คราวนี้ไม่ใช่ลูกระนาด แต่ข้าคิดว่ามันเป็นเครื่องอะไรสักอย่างที่ปล่อยแสงวิบวับๆไม่น้อยกว่าระเบิดคราวก่อนแน่ๆ ยังไงคราวนี้พวกเราก็กำลังจะได้สนุกกัน ไม่ต้องห่วงข้าแบ่งพวกเจ้าเล่นทุกคนแน่ อีกอย่างในฐานทัพเรือนี้เรียกข้าพลเรือเอกหรือไม่ก็หัวหน้า ข้าไม่ได้อยู่ในกองปฏิวัติแล้ว!" 

    "ขอรับ!" พลทหารเรือหลายนายขานตอบไป ดวงตาเอาแต่จ้องระเบิดตัวใหม่ตรงหน้าอย่างตื่นเต้น 

    ตั้งแต่ที่เข้ากองทัพเรือมา พวกกองปฏิวัติก็สนใจอย่างเดียวกันมาตลอด นั่นก็คืออาวุธสุดเท่ของอาโนอิทอส ตั้งแต่วันนั้นที่ได้เห็นมันทำลายกองเรือลาดิสจมหลายสิบลำอย่างราบคาบก็ทำให้พวกเขาสนใจและอยากจะลองใช้บ้างมาตลอด พวกเขาที่เป็นโจรสลัดคุ้นชินแต่กับปืนใหญ่จุดชนวนที่ใช้บนเรือ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พวกเขาเห็นอาวุธที่โจมตีระยะมากกว่าพันเมตรได้ 

    เหล่าพลทหารเรือรวมทั้งคามิวดุสต่างรอทดสอบอาวุธตัวใหม่กันอย่างตื่นเต้น และตอนนั้นเอง 

    "ท่านรองหัวหน้า เอ้ย!---ท่านพลเรือเอกคามิวดุส มีจดหมายจากฝ่าบาทส่งมาถึงท่านขอรับ" ทหารส่งข่าวผู้หนึ่งก็วิ่งเข้ามาและรายงานข้อมูลให้กับคามิวดุส 

    คามิวดุสเปิดจดหมายอ่านและเห็นข้อความภายในนั้น 

    สารในจดหมายเป็นสารเรียกตัวกระทันหันจากอาโนอิทอสส่งมาถึงคามิวดุส เกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหาของชาวเมืองที่จริงแล้วคามิวดุสไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้วเพราะเขากลายมาเป็นผู้รับผิดชอบกองทัพเรือ แต่เพราะอาโนอิทอสยังไม่รู้วิธีจัดการกับปัญหาชาวเมืองที่ต้องใช้ความรู้เรื่อง 'ความรู้สึก' เข้ามาเกี่ยว ทำให้เขามักจะรบกวนคามิวดุสให้มาช่วยตลอด ทำให้คามิวดุสต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อกลับไปในกำแพง 

    คามิวดุสมอบหมายหน้าที่ปกป้องฐานทัพเรือให้กับลูกน้องที่เชื่อถือได้คนหนึ่งจากนั้นก็เดินทางกลับกำแพงตามคำสั่ง 

    กิจวัตรประจำวันในฐานทัพเรือหลังจากคามิวดุสจากไปไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก นอกจากลูคัสให้ทหารคอยเฝ้าดูข้าศึกจากท้องทะเล ส่วนใหญ่ก็คอยตรวจงานของคามิวดุสที่ทำค้างไว้ นอกจากนั้นมีเวลาว่างก็นอนเล่น ชีวิตนอกกำแพงไม่ได้มีอะไรวุ่นวายนัก 

     จนกระทั้งตอนนี้เอง ที่ห้องควบคุมเลดาห์ ทหารกลุ่มหนึ่งก็จับสัญญาณความเคลื่อนที่ของวัตถุบางอย่างได้จากระยะ10 กิโลเมตร จากฝั่ง 

    "นี่...มาดูนี่สิ" 

    พวกเขาต่างมาดูมิเตอร์ที่จับสัญญาณได้ จากนั้นก็พบว่าบนหน้าปัตรเปลี่ยนจากวัตถุที่เคลื่อนที่ได้หนึ่งลำค่อยๆเพิ่มจำนวนเข้ามาในเลดาห์หลายลำขึ้น จนภายในเวลาไม่นานบนหน้าปัดนั้นก็ปรากฏสัญญาณถึง 600 ลำ 

    ทหารในห้องจับเลดาห์ตกใจ "รีบไปบอกหัวหน้าเร็ว!" ผู้บุกรุกจากเรือกลุ่มหนึ่งได้กำลังตรงมาที่ฐานทัพเรือนี้ 

    หลังจากที่ลูคัสได้รับข่าวว่ามีกองเรือข้าศึกบุกกว่า 600 ลำ ลูคัสก็รีบวิ่งไปดู เขาเอากล้องส่องทางไกลที่ประดิษฐ์โดยอาโนอิทอสส่องไปยังตำแหน่งเป้าหมาย 

    และตอนนั้นเอง 

    ที่ด้านหน้าห่างออกไป 10 กิโลเมตร ลูคัสก็มองเห็นกองเรือโจรสลัด 600 ลำที่มีธงคุ้นตา พวกเขากำลังแล่นมาทางนี้ธงบนกระโดงเสานั้นสร้างความตกใจให้ลูคัสมากแต่เหนือกว่าความตกใจนั้นก็คือข้างๆธงมุงกฏกากบาทนั้นมีธงสีขาวเป็นเครื่องหมายยอมแพ้ชูไว้ข้างๆกัน 

    ลูคัสลังเลใจว่าจะทำยังไง แต่เขาก็ไม่ได้สั่งโจมตีอะไรไปจนกระทั้งอีกฝ่ายมาถึงชายฝั่ง 

    เมื่อคนพวกนั้นขึ้นฝั่งมาแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรพวกเขาแต่กลับมองพวกเขาอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่ง พวกนั้นมองอยู่นั้นสักพักก็คุกเข่าลงแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ 

    ลาดิสเป็นแกนนำทุกคนคุกเข่า เขาบอก "พวกเรายอมแพ้ พวกเรารู้แล้วว่าพวกเราโง่เขลาแค่ไหนที่คิดต่อต้านฝ่าบาทพวกเราไม่คิดจะต่อสู้อีกต่อไปแล้ว เมื่อพวกใต้พิภพหายไปสิ่งที่พวกเราต้องการก็มีเพียงแค่ขอกลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม เห็นแก่ที่เราเป็นพี่น้องกันมาช่วงเวลาหนึ่ง พวกเจ้าช่วยเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้ยอมรับพวกเรากลับไปเป็นพลเมืองได้หรือไม่?"