หอขณะที่ซินอาร์ยังยืนอยู่ข้างประตูบานใหญ่ท่าทีลับลมคมในมือข้างหนึ่งซ่อนไว้ด้านหลัง มีบางสิ่ง..ไซฟาเอะใจ ดวงตาดำขลับเปล่งประกายจ้าสะท้อนแสงจันทร์ เสียงครื่ด! คึก คึก ดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ไซฟารู้สึกว่าร่างของเขาเสียการทรงตัวพื้นที่เท้าทั้งสองยืนอยู่แยกเปิดออกกว้าง
ทันใดนั้น ร่างสูงก็ลอยล่วงลงไปเบื้องล่างไซฟาเบิกตาโต ซินอาร์ยืนมองภาพนั้นอย่างนึกกระหยิ่มใจ เสร็จแน่เ้าชาย...ทว่าเพียงเสี้ยวลมหายใจนั้นลำแส้ยาวก็ตวัดรัดร่างซินอาร์ที่ยืนอย่างไม่ทันระวังเกี่ยวกระหวัดร่างนางลอยขึ้นกลางอากาศตกลงไปยังช่องที่เปิดอยู่ ซินอาร์ร้องกรี๊ดมือไขว่คว้าอากาศธาตุขณะที่ร่างปลิวลงมาปะทะร่างผึ่งผ่าย
ไซฟารับร่างนั้นไว้ทันท่วงทีแล้วร่างคนทั้งสองก็ล่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซินอาร์วางกับดักเขาไว้อย่างที่คิดจริงๆ ร่างที่หล่นลงมาทับเขาดิ้นรนขลุกขลักให้พ้นจากพันธนาการของลำแส้ในมือเขา ไซฟายอมปดปล่อยแส้ออกจากตัวนาง ซินอาร์ลุกขึ้นแหงนมองพื้น้าที่บัดนี้ปิดสนิททำให้ทุกอย่างมืดไปหมด ไซฟาสะบัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ เขามองไม่เห็นว่าซินอาร์ยืนอยู่ส่วนไหนของห้องนี้แต่แว่วเสียงอาภรณ์และฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นอย่างไม่สบอารมณ์
“หึ หึ” ไซฟาส่งเสียงหัวเราะขณะเก็บแส้เข้ากับสายรัดเอว กับดักที่เ้าหญิงเ้าเล่ห์วางเอาไว้เพื่อล่อให้เขาตกลงมาหวังจะคุมขังเขาอยู่ในนี้ เสียทีแต่ว่าตัวผู้วางแผนเองดันติดกับที่ตนวางไว้ ดูท่าคงแค้นใจน่าดู
“คนบ้าหัวเราะอะไร” เสียงเล็กๆ ตวาดแว้ดไม่เห็นหน้าไซฟาก็รู้ว่าใบหน้างดงามยามนี้คงแดงก่ำงอง้ำด้วยความโกรธผสมความอับอาย
“ร้ายนักนะซินอาร์ แล้วทีนี้จะออกไปยังไงล่ะ” เ้าชายหนุ่มกอดอกย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เขามองเห็นแล้วล่ะว่านางยืนอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างจากเขามากนัก
” อย่าเข้ามานะ” เ้าหญิงเ้าเล่ห์ถอยกรูด อยากจะต่อว่าเขาให้หายโมโหแต่คงไม่เป็ผลดีกับตัวเอง โอย!เจ็บใจ นึกแค้นตัวเองที่ชะล่าใจ สุดท้ายก็เสียท่าตกกระไดพลอยโจนลงกับดักของตัวเองจนได้ โอยยิ่งคิดยิ่งแค้น ความจริงตนต้องยืนหัวเราะอยู่บนนั้นไม่ใช่ข้างล่างนี่ แล้วนี่จะออกไปยังไงล่ะทีนี้ ซินอาร์ชักเสียใจที่แผนการไม่เป็ไปอย่างใจนึกแถมตนเองก็ติดกับที่วางไว้และมีชตากรรมไม่ต่างจากนักโทษ นี่จะว่าเวรกรรมมีจริงแล้วตามทันกันติดๆ อย่างงั้นหรือเปล่านะ ทางลับของหอกลางน้ำซินอาร์ไม่ได้ศึกษามาก่อนรู้เพียงค่ายกล้าเท่านั้นเพราะครั้งที่ตนมาพำนักยังชานันเกือบสิบปีมีเพียงที่แห่งนี้ที่เดียวที่ซินอาร์ไม่เคยสำรวจเพราะท่านตาซาโตอดีตประมุขที่ล่วงลับสั่งห้ามเด็ดขาด ปราสาทกลางน้ำถูกสั่งปิดมานานั้แ่อดีตประมุขคนก่อนคือท่านตาทวดมาร์โค ที่แห่งนี้เดิมก็คือที่พำนักของเหล่าประมุขเผ่าชานันในอดีตมาเป็ร้อยๆ ปี
“มันต้องมีประตูกลซ่อนอยู่ไหนสักแห่งสิ” นางบอกพลางลงมือครำผนังหินที่เย็นเฉียบไปรอบๆ ไซฟาเองก็เริ่มสำรวจสุดท้ายต้องทำตามหญิงสาวฝ่ามือใหญ่แตะแผ่นผนังห้องที่ทำจากศิลาแลงค่อนที่เย็นเฉียบและค่อนข้างเรียบไม่ขรุขระนักนิ้มเรียวยาวสำผัสถูกอะไรบางอย่างในเงามืดยากจะมองเห็นต่อให้เพ่งสายตาเท่าใดถึงตอนนี้เขาจะพอปรับสายตาให้เข้ากับความมืดแล้วก็ตาม ไซฟาไล่นิ้วไปตามล่องหินที่วางแนบกันจนเกือบจะเป็แผ่นเดียวกันไปเรื่อยๆ จนพบว่ามันมีความสูงพอๆ กับตัวเขาที่เดียวและเมื่อไล่นิ้วตามเส้นตัดขวางไซฟาแทบะโออกมาด้วยความดีใจเพราะพบว่ามันคือปรูที่จะเปิดผ่านเข้าไปข้างในอีกด้านหนึ่งนั่นเองต่อเมื่อลองออกแรงผลักจนสุดแรงประตูศิลาก็หาได้ขยับไม่ ไซฟาส่งเสียงเรียกซินอาร์ ให้เข้ามาใกล้ มือใหญ่จับมือเล็กๆ แตะลงแนบกับผนังหินที่มีลอยต่อ
“ประตูทางออกใช่ไหม” น้ำเสียงทุ่มดังอยู่ข้างหู ซินอาร์ผยักหน้ารับ รู้สึกใจชื้นขึ้นมา และอบอุ่นใจไม่น้อยที่มีร่างสูงยืนอยู่ข้างๆ
“ใช่จริงๆ ด้วยแต่นี่เป็ประตูศิลาแลงคงต้องใช้กลไกลจึงจะเปิดออกมันต้องซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องนี้แน่” ซินอาร์ตื่นเต้นแต่ผนังศิลาอยากจะใช้แรงผลักออกนอกจากจะพบกลไกของมัน ซินอาร์นึกถึงกลไกทั้งหมดขอปราสาทชานันส่วนใหญ่จะไม่มีหลักตายตัวในการติดตั้งกลไกแต่จะมีเอกลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งคือค่ายกลหรือทางลับของปราสาทชานันมักถูกซ่อนไว้ทางซ้ายมือเสมอ ซินอาร์ลองคลำดูแต่ก็ไม่อะไรที่น่าจะเป็ค่ายกลได้เลย หรือว่ากลไลนั่นจะอยู่ภายนอกหญิงสาวชักหน้าซีดเพราะถ้าหากเป็อย่างนั้นจริงทั้งตนเองและไซฟาคงต้อง อดตายอยู่ในนี้แน่ จริงสิ นี่มันปราสาทอายุเป็หลายร้อยปีมาแล้วต่างกับปราสาทชานันหลังปัจจุบันที่มีอายุไม่กี่ร้อยปีฉะนั้นกลไกในการก่อสร้างต่างๆ ย่อมมีเทคนิคต่างกัน การทำประตูก็น่าจะผิดแผกจากกันไปบ้างไม่มากก็น้อย
หลังจากปราสาทชานันถูกสร้างขึ้นใหม่แต่หอกลางน้ำยังคงเป็ที่พำนักของประมุขสืบมาจนถึงยุคตาทวดมาร์โคที่สั่งปิดตายปราสาทแห่งนี้และย้ายหอประมุขไปยังหอุษาในปัจจุบัน ไม่มีใครถือกุญแจนอกจากประมุขเผ่าและเมื่อซินอาร์ได้รับการสืบทอดตำแหน่งผู้าุโได้มอบกุญแจนั้นมา มันเป็กุญแจขนาดใหญ่พอสมควรและซินอาร์ยังนำมันติดตัวมาด้วยขณะนี้หลังใช้มันไขประตูเข้ามาถ้ามันไม่ใช่แค่ใช้ไขประตูใหญ่บานนั้นอย่างเดียวละ มันอาจใช้ไขประตูกลภายในห้องลับแห่งนี้ได้ด้วย หญิงสาวตบมือลงข้างเอวกุญแจยังอยู่
“ต้องหารูสำหรับสอดกุญแจดอกนี้เข้าไป” ซินอาร์ชูกุญแจในมือ ไซฟาพอมองออกแต่ประตูนี่ไม่มีรูสำหรับสอดลูกกุญแจนั่นได้เลยผนังเรียบกริบ แล้วทั้งคู่ก็วุ่นวายหาที่ที่คิดว่านั่นคือที่ที่สามารสอดลูกกุญแจเข้าไปไขได้ เอนี่มันอะไรล่ะไซฟาสดุดเข้ากับรูปปั้นหัวอะไรสักอย่างอีกแล้วมือหนาใช้นิ้วลูบคลำรูปแกะสลักถ้ามีกลไกซ่อนอยู่ก็น่าจะมีรูเล็กๆ อยู่ตรงไหนสักแห่ง เ้าชายเรียกหญิงสาวอีกครั้งซินอาร์รีบมายืนข้างๆ
“มันรูปสลักหินศิลาที่ติดกับผนังนี่นาอาจมีกลไกลหรือรูสำหรับไขกุญแจก็ได้” ซินอาร์ลูบส่วนหัว ตา ปาก และหูของรูปสลักประหลาดทั้งลองกด ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้นสุดท้ายคนทั้งสองก็เลิกสนใจมันแต่การค้นหาค่ายกลยังคงดำเนินไปอย่างไม่ลดละจนกระทั่งรุ่งสาง ซินอาร์ก็ร้องขึ้นอย่างดีใจเมื่อแสงอันน้อยนิดส่องกระทบประกายบางอย่างแวววาวตรงบริเวณอกที่โผล่พ้นผนังของรูปสลักประหลาดเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จึงพบว่ามันเป็หยดน้ำที่ไหลออกมาจากรูเล็กๆ ไซฟาขยับเข้ามาใกล้ขณะที่ซินอาร์กำลังจะสอดลูกกุญแจลงไปในรูเล็กๆ นั่นหญิงสาวมั่นใจว่าต้องเป็รูสำหรับไขกุญแจแน่ๆ เพราะดูจะพอดีกับขนาดลูกกุญแจที่ถืออยู่ในมือ ไซฟายึดมือเล็กๆ นั่นไว้แล้วแย่งกุญแจมาถือเสียเอง
“ถอยไปข้าไขเอง” ซินอาร์ทำตาวาวไม่พอใจแต่ก็ยอมถอยแต่โดยดี เสียงเ้าชายหนุ่มสั่งกำชับให้ยืนอยู่ข้างเขา ซินอาร์นึกแค่นในใจว่าเขาคงกลัวตนจะหนีหรือไงนะ หากซินอาร์ไม่ล่วงรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงเ้าชายหนุ่มที่เกรงจะเกิดอันตรายขึ้นหากประตูเปิดออกจริงอาจมีอะไรพุ่งเข้ามาทำร้ายคนที่อยู่ภายในได้ แต่เมื่อสอดลูกกุญแจเข้าไปในช่องที่ดูพอดิบพอดี ไซฟาขยับนิ้วออกแรงบิด เสียงหินหนักๆ คล้ายถูกลากขนานไปกับพื้นก็ดังขึ้น ประตูศิลาค่อยหันตัวเปิดออกจากตัวผนังทีละน้อยผงฝุ่นครุ้งกระจาย ไซฟามองจนแน่ใจว่าคงไม่มีลูกธนูหรือเหล็กแหลมพุ่งเสียบร่างพวกเขาแน่ไซฟาจึงพุ่งร่างออกไปโดยเร็วพร้อมกับวงแขนโอบร่างเล็กติดมาทั้งสองพุ่งผ่านประตูอย่างหวุดหวิด
...............................................................................................................................................................................
ถูกหลอก
ภายในปราสาทชานัน......ภาพเหล่าอาคันตุกะเริ่มทยอยออกไปจากประตูปราสาททีละกลุ่มจนเริ่มบางตา แต่ผู้าุโบุตโตยังไม่เห็นกลุ่มของเ้าชายไซฟาประมุขแห่งเผ่าัจากกูริและผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัปรากฏกายออกมาจนเมื่อยอลโลและนิชิต้าวิ่งหน้าเผือกมานั่นแหละผู้าุโจึงหมดความสนใจกับสิ่งที่มองสำรวจอยู่เมื่อครู่
“ผู้าุโ แย่แล้วเ้าค่ะ” นิชิต้ากล่าวทั้งที่ยังหอบหายใจอยู่