13 - ห้องใต้ดิน
พริสทีนนั่งอ่านหนังสือตรงพื้นที่สำหรับอ่าน หนังสือทำอาหารที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นัก เมนูอาหารคล้ายกับในเกมผจญภัยเกมหนึ่งที่เคยมาก่อนอย่างสตูว์ง่ายๆ ขนมปัง ไม่ก็แฮมรมควัน โชคดีที่เธอซื้อหนังสือเวทมนตร์มาเผื่อเอาไว้ เรียนรู้การควบคุมพลังธาตุในร่างมากขึ้น รวมทั้งเวทย์สำหรับชีวิตประจำวันทั่วไปอย่าง [เวทย์ซักรีด] หรือ [เวทย์เป่าแห้ง]แต่ความอดทนและความสนใจสิ่งนั้นไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยตลอด 5 วัน เธอยืนจ้องอยู่หน้า [ประตูห้องใต้ดิน] ที่ทุกคนต่างบอกต่อๆกันว่าหากเปิดจะเจอเรื่องร้าย หรือได้ยินเสียงแปลกประหลาดชวนขนลุก“...ลองไปถามคุณลีลีน่าหน่อยละกัน”ตรงไปยังบ้านของสเตลล่า ทว่าคนที่ตนต้องการมาหาตอนนี้พาเอลฟ์สาวตัวน้อยออกไปข้างนอก แต่เมลกับจินก็ต้อนรับเธอเป็นอย่างดี“ประตูลงห้องใต้ดินเหรอคะ?”“ค่ะ คืออยากรู้ว่าทำไมถึงอันตรายหากเปิดมัน”“....มันค่อนข้างมีหลายเรื่องน่ะ”จินเริ่มเล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากแม่ของฟีเรเล่าอีกที เป็นช่วงก่อนที่ตนจะย้ายเข้ามา เห็นว่าเจ้าของบ้านคนแรกเป็นชายชราพูดภาษาแปลกหูไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่ากันว่าเขาเป็นพ่อมดจากสถานที่ห่างไกล เขาเขียนหนังสือประหลาดที่ไม่มีใครอ่านได้แต่มักนำมาให้คนอื่นในหมู่บ้านอ่าน ด้วยความสงสารทุกคนจึงเก็บเอาไว้ไม่ทิ้ง ชายชราคนนั้นมักชวนคนอื่นมานั่งคุยด้วยแม้จะไม่มีใครเข้าใจเขา เห็นว่ามีหนังสือเต็มบ้านเขาไปด้วย ซึ่งเป็นหนังสือที่เขาเขียนเองทั้งสิ้น“นี่หนังสือของบ้านหลังนี้ที่พวกเราเก็บเอาไว้”เอลฟ์หนุ่มยื่นหนังสือเก่าเล่มหนึ่งให้ เธอรับมาเปิดอ่านเป็นอันต้องชะงัก เมื่อตัวหนังสือพวกนั้นคือภาษาอังกฤษ...“ทั้งคู่ก็อ่านไม่ออกเหรอคะ?”“อืม เจ้าอ่านออก?”“กะ...ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ” ความรู้ด้านภาษาอังกฤษมีอยู่น้อย ถ้าเป็นประโยคสั้นๆเธอพอแปลได้ ...ไนกี พอแปลได้รึเปล่า...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ใน [ห้องสมุดแห่งความรอบรู้] มีบันทึกภาษาต่างๆในอดีต ซึ่ง [ภาษาอังกฤษ] นั้นมีอยู่บันทึกไว้ ท่านสามารถแปลได้อย่างไร้กังวล...เยี่ยม!!... “แล้วมีเล่มอื่นอีกไหมคะ?”“หนังสือเล่มอื่นคงจะอยู่ที่ชั้นใต้ดินบ้านของเจ้าน่ะ”หลังจากเจ้าของคนแรกเสียชีวิตและเกิดเหตุแผ่นดินไหวจากการหลับไหลของเทพธิดาผู้ถูกคุมขัง เจ้าของบ้านคนที่ 2 หลังจาก 200 ปีต่อมาเป็นช่างทำตุ๊กตาฝีมือดี งานฝีมือของเขาเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วในหมู่คนรักตุ๊กตา เนื่องด้วยตุ๊กตานั้นถูกปั้นอย่างประณีต ตากลมโต มีความยืดหยุ่นและเงางามไปในตัว เหมือนมีชีวิต บางคนที่เห็นตุ๊กตาของเขาจนถึงขั้นตกหลุมรักก็ทิ้งคนรักและขอให้เขาสร้างตุ๊กตาขนาดใหญ่เพื่อนำมาแต่งงานแทนเพราะเหตุนั้นทำให้ตุ๊กตาของเขาเป็นที่รู้จักในเรื่องความสวยงามและความน่ากลัวไปพร้อมกัน จึงหนีมาอยู่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากวนใจทว่าหลังจากภรรยาเสียเขาก็เริ่มเรียนรู้การเล่นแร่แปรธาตุหรือฝึกฝนการใช้เวทมนตร์เบื้องต้นสำหรับผู้ไร้พลัง จากเดิมที่เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี มักออกมาทักทายหรือเล่นกับเด็กกลายเป็นว่าเขาเอาแต่เก็บตัวเงียบในบ้านไม่ยอมออกมานานหลายสิบปีจนกระทั่งเขาเสียชีวิต“ส่วนเจ้าของคนอื่นแค่อยู่ 1 วันก็ออกแล้วล่ะค่ะ”“คนที่อยู่ยาวที่สุดก็คงเป็นเจ้านั่นแหล่ะ”“....ขอบคุณมากค่ะ ถ้ายังไงหนูขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”“เดี๋ยว!”“คะ?”จินยืนเงียบไปสักพักใหญ่ “....คราวหน้าเจ้าสอนพวกเราทำขนมหน่อยได้ไหม ยังไงพวกเราก็อยากทำขนมหวานให้ท่านทานบ้างน่ะ...”“ขนมสำหรับพวกเอลฟ์เหรอคะ? อืม.... ได้สิคะ! อยากลองทำดูเหมือนกัน”“รบกวนด้วยนะคะ”เด็กสาวรีบก้มโค้งขอตัว ไปยังบ้านหลังอื่นเพื่อขอหนังสือพวกนั้นและรีบตรงกลับไปยังบ้านตนเอง เปิดหนังสือหมดทุกเล่มเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง“ลายมือเดียวกันหมดเลย...” เงียบไปสักพักใหญ่ ก่อนวางหนังสือบนโต๊ะและยกมือวางบนปกตั้งสมาธิให้มั่น“[สำรวจ] [ทำการแปล] [ปรับเปลี่ยนตัวอักษร]”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ : ค้นหาจาก [ห้องสมุดแห่งความรอบรู้] > ค้นพบ [ตัวอักษรภาษาอังกฤษ] > ทำการปรับเปลี่ยนภาษาตัวอักษรบนหนังสือเริ่มเรืองแสงก่อนทำการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นภาษาที่ตนรู้จัก ภายในเวลาไม่นานหนังสือเล่มนั้นก็เปลี่ยนเป็น [ภาษาเนเลน่าร์] ซึ่งตั้งตามชื่อของเทพเพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้“ไหนๆ” ลองเปิดอ่านทันทีเมื่อแปลเสร็จ ปรากฏว่าหนังสือพวกนั้นคือ [หนังสือสอนอาหาร] [หนังสือสมุนไพร] [หนังสือทำเครื่องประดับ] และ [หนังสือประวัติศาสตร์] ที่เขียนด้วยคนเดียวกัน แม้จะดูเหมือนหนังสือปกติที่ชายชราคนนั้นคิดจะมอบให้ทุกคนได้ศึกษาหาความรู้ แต่มันแฝงไปด้วยความเศร้า เมื่อเปิดหนังสือมีข้อความเขียนไว้ว่า...‘ได้โปรด ขอร้องล่ะเข้าใจในสิ่งที่ฉันเขียนด้วยเถอะ’‘ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้วสามารถเข้าใจคำพูดของฉัน ก็ได้โปรดมาคุยกับฉันด้วยภาษานั้นที’‘เริ่มเข้าใจภาษาของฉันขึ้นบ้างไหม ฉันเข้าใจคนอื่นแต่ไม่มีใครเข้าใจฉันหรือสิ่งที่ฉันรู้จักมาก่อนเลย’‘โลกใบนี้คืออะไรกันแน่ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่’‘ช่วยด้วย เหงาเหลือเกิน หากอ่านออกได้โปรดมาหาฉันที’จากเรื่องเล่าของจิน ชายชราคนนี้มีแต่รอยยิ้มไม่เคยทำหน้าเศร้ามาก่อน เขาคงพยายามให้ชาวบ้านไม่เป็นห่วงแต่เบื้องหลังรอยยิ้มคือความเศร้า ที่ต้องการให้มีคนรู้และเข้าใจสิ่งที่เขารู้จัก“ดูท่า... คงต้องลงไปห้องใต้ดินจริงๆซะแล้ว”จ้องประตูลงห้องใต้ดิน ถึงปากจะพูดอย่างนั้นเธอก็แอบลังเลไม่น้อยว่าจะลงดีหรือไม่ สุดท้ายก็ยืนทำใจอยู่หน้าทางลงสักพักใหญ่แอ๊ดดด... เปิดประตูไม้นั่นอย่างใจเย็น เหล็กเชื่อมดูเหมือนจะขึ้นสนิม แถมยังมีกลิ่นอับลอยขึ้นมา “มืดมากเลยแฮะ” สร้างลูกไฟปล่อยลงไปข้างล่าง ก่อนเธอจะปีนตามลงไป บันไดไม้เก่าเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจนแอบหวาดระแวงว่าจะพังหรือไม่...แคร่ก... “!!!!! กรี๊ดดด!!!” ไม่ทันขาดคำ ขั้นบันไดถัดไปและที่เธอจับอยู่หักทำให้ตกลงไปข้างล่างจนก้นกระแทก เพราะอาการตกใจเมื่อครู่จึงทำให้ดวงไฟดวงเล็กดับ “อูย... เจ็บๆๆ” ลูบก้นไปมก่อนยันตัวลุกขึ้น ทว่าจังหวะที่เธอลุก... ปึก! “หวา!!” กลับชนกับอะไรบางอย่างเข้าจนล้มลงไปกองบนพื้นอีกครั้ง“ชนอะไรเนี่ย...” สร้างลูกไฟดวงเล็กขึ้นมาอีกครั้ง แสงจากดวงไฟทำให้เห็นสิ่งที่เธอชนเมื่อครู่ ร่างของหญิงสาวในชุดกิโมโนสีแดงที่มีคราบบางอย่างเปรอะตัวเหมือนคราบเลือด...ใบหน้าเริ่มซีดเผือกไม่กล้าเงยหน้ามองขึ้นไปแม้จะมีแสงจากดวงไฟช่วย...“ผะ..ผีไม่มีจริง..ใช่.. ผีไม่จริง..ไม่มีๆๆๆๆๆ...” ท่องซ้ำไปมาด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเกิดใหม่ยังไงเธอก็กลัวผีอยู่วันยังค่ำฮึก.... เฮือก!! เธอสะดุ้งตกใจกับเสียงสะอึกสะอื้นที่ชัดเจนขึ้นหัวใจเริ่มเต้นแรง ถึงใจไม่อยาก แต่ร่างกายเหมือนถูกบังคับให้เงยหน้ามองช้าๆ น้ำตาที่คลออยู่ไหลอาบหน้า...เมื่อใบหน้าของหญิงสาวผมดำกำลังจ้องมองเธอ...“!!!!!” ถอยหลังหนีด้วยความตกใจจนหลังไปชนเข้ากับอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองกลับพบว่ามีมือเล็กเกาะไหล่ หัวของเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ทว่าลูกตาสีฟ้าใสกลับหลุดออกมาทำเอาสะดุ้งรีบพุ่งไปจากตรงนั้นก็ชนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กอีกคนจนล้มลงไปกองบนพื้นทั้งคู่ โครม!!! พริสทีนหลับตาแน่นด้วยความกลัวก่อนค่อยๆลืมตาเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือสั่นเครือดันร่างของคนที่ทับตนออกก็พบกับใบหน้าซีกหนึ่งของคนตรงหน้าหายไปจนเห็นหัวกะโหลก และดวงตาไหลย้อยออกมาใส่หน้าเธอ “กรี๊ด!!!!” รีบผลักออกถอยหนีไปชนบันไดไม้เก่าจนทำของตกลงมาใส่หัวและหล่นใส่มือ ซึ่งมันก็คือหัวกะโหลกมนุษย์!“!!!!!!! กะ...ฮึก....กะ.... กะ....กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!”
*****************
เสียงกรีดร้องดังลั่นจากบ้านของพริสทีนทำเอาทุกคนที่อยู่ข้างนอกต่างพากันตกใจต่างพากันละทิ้งสิ่งที่ทำ วิ่งมาหน้าบ้านของเธอด้วยท่าทีกังวลกันหมด การที่พริสทีนกรี๊ดแบบนี้คงไม่พ้นสิ่งที่เคยเตือนเมื่อนานมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องของห้องใต้ดิน“รีบเปิดประตูเร็วเข้าสิท่านจิน! เสียงนางเงียบไปแล้วนะ!” ชิอินะลนลานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าพยายามเปิดอยู่! แต่ทำไมมันเปิดไม่ได้!” เอลฟ์หนุ่มพยายามเปิดประตู แต่ไม่ว่าจะหาวิธีเปิดแบบไหนก็ไม่ได้ ลองกระแทกประตูหรือคิดจะพังเข้าไปก็ไม่ได้เช่นกัน “ชิ!! เพราะล็อกด้วยกุญแจเวทมนตร์เลยพังไม่ได้... เมลที่บ้านมีกุญแจสำรองเผื่อไว้รึเปล่า!?”“ดะ เดี๋ยวกลับไปหาดูนะคะ!!”“เกิดอะไรขึ้นคะ!” โอลีเซียรีบวิ่งตรงดิ่งมารวมกับคนอื่น “เมื่อกี้หนูได้ยินเสียงของพริสทีน ร หรือว่านางเปิดประตูห้องใต้ดิน...”“คงเป็นเช่นนั้น... ทั้งๆที่เตือนแล้วแท้ๆว่าอย่าเปิด!”“จะๆๆๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอรึเปล่าคะ! ฮึก...พริสทีนอย่าตายนะ!!!! แงงงงงง---!!” ฟิ้ว... ปึง!! ขณะที่ลาพิสร้องไห้โวยวายเสียงดังด้วยความเป็นห่วงกลับมีลมแรงจนทำเอาหลายๆคนหลับตาแน่นตามด้วยเสียงดังของอะไรบางอย่าง แต่เมื่อลืมตากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอก“มะ...เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ....?”
*****************
“ฮึก...ไม่เอาแล้ว... กลัว...กลัว” ร้องห่มร้องไห้หลับตาแน่นอยู่ท่ามกลางความมืดไม่มีแม้แต่แรงจะตั้งสติหรือคิดอะไรได้อีกเจอสัตว์ประหลาดหรือพวกมอนสเตอร์ดีกว่าเจอผีวิญญาณที่เธอเกลียดนักเกลียดหนาตึกๆๆๆๆ!! ตึง!!!สะดุ้งเฮือกใหญ่กับเสียงที่ดังขึ้นข้างตนเองไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา จนได้ยินเสียงที่คุ้นหูจึงค่อยลืมตาขึ้นช้าๆ“! ดะ...เดฟ!?”“พริสทีน! เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ข้าได้ยินเสียงกรี---” “เดฟ!!!” ไม่ทันจะพูดจบเธอก็พุ่งเข้าไปกอดจนล้มลงไปกองบนพื้นทั้งคู่“ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว! แงงงงงงงงง!!!”“ใจเย็นๆ! ....ให้ตายสิ ครั้งนี้ทำไมเจ้ากลัวซะขนาดนี้ล่ะเนี่ย ทุกทีออกจะเข้มแข็ง” ใจหนึ่งก็อยากผลักเธอออก แต่พริสทีนก็ตัวสั่นซะจนตนรับรู้ได้เลยทำได้แค่ลูบหัวปลอบเท่านั้น...“ฮึก... ยกเว้นแค่พวกวิญญาณเท่านั้น... เจอพวกมอนสเตอร์อันตรายดีกว่าเจอพวกวิญญาณ...”“มีแบบนี้ด้วยรึเนี่ย... เอาเถอะ ใจเย็นลงรึยัง...” ดันออกเล็กน้อยก่อนปาดน้ำตาให้ “ร้องจนตาแดงหมดแล้วเนี่ยยัยบ้า”“ไม่ได้บ้าซะหน่อย...” หน้าแอบมุ่ย แต่ก็เริ่มสงบลง“งั้นก็ตั้งสติให้ดีๆจะได้ไม่เหมือนคนบ้าซะล่ะ ...จะว่าไปตอนข้าเข้ามาคนอื่นๆเขาตกใจเพราะเสียงกรี๊ดเธอกันหมดแล้ว ตะโกนตอบกลับไปบอกพวกนั้นด้วยละกัน หรืออยากให้ข้าช่วย?”“อื้อ...ขอโทษนะ...”“ไม่เป็นไรหรอกน่า ระหว่างนี้ก็พยายามสงบจิตสงบใจไปละกัน” คลี่ยิ้มกว้างเห็นเขี้ยว ระหว่างที่เด็กสาวตั้งสติทำใจให้สงบอยู่ เดฟไกส์กระซิบกับละอองสีขาวบางอย่างก่อนมันลอยขึ้นไปข้างบน “เป็นไงบ้าง?”“ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ... ขอบคุณนะ”“แล้วสรุปว่าเจ้ากรี๊ดทำไม?”“ตอนลงมาชนกับใครไม่รู้น่ะ แล้วก็มีคนหน้าหาย... กับหัวกะโหลกด้วย...”“หืม...” เดินไปหยิบหัวกะโหลกแถวนั้นที่กลิ้งอยู่ “นี่มัน...หัวกะโหลกปลอมนี่?”“ของปลอม?”เด็กหนุ่มเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆ ทั้งผู้หญิงในชุดกิโมโนสีแดงเปรอะคราบเลือดและเด็กผู้หญิงที่หน้าหายไปครึ่งหน้ากับตาหลุดนั่นต่างก็เป็นตุ๊กตาเท่านั้น คงเป็นเพราะกาลเวลาจึงทำให้ตุ๊กตาพวกนี้เริ่มหมดสภาพ ที่ส่วนหนึ่งหายไปอาจเป็นเพราะโดนหนูกับแมลงแทะ ตุ๊กตาบนกำแพงบางส่วนก็เริ่มแตกหัก เพียงแค่สัมผัสก็พังทลายได้อย่างง่ายดาย“ถ้ามันเป็นของปลอม... ละ แล้วเสียงร้องไห้นั่นล่ะ”“ไม่ได้มาจากตุ๊กตาพวกนี้ ดูท่าจะต้องเข้าไปลึกนิดหน่อย... ว่าไงจะไปไหม?”“ไปก็ได้ แต่....” เงียบไปพักใหญ่ ก่อนจับมืออีกฝ่ายไว้ “จับมือ.. ได้รึเปล่า”“อะ....อืม ตามมาดีๆละกัน” เกาแก้มแก้เขินหันไปมองทางอื่นอย่างไวตลอดทางเดินเต็มไปด้วยกล่องสินค้าวางกองไว้สูง พื้นขรุขระแตกระแหงจนเดินลำบากแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับทั้งคู่ เมื่อเดินเข้าไปลึกขึ้นเห็นอุปกรณ์เครื่องมือคล้ายกาน้ำเชื่อมกับที่ครอบแก้ว ภายในมีแสงสีฟ้าอ่อนเรืองแสงลอยไปมาข้างอุปกรณ์คือที่แขวนเสื้อผ้าวางเรียงกัน ชุดเดรสสวยงามฟูฟอง บางชุดก็คล้ายชุดแต่งงาน เสียงร้องไห้เริ่มดังขึ้นจนแกร่บ... “ว้าย!” เผลอเหยียบกระดาษบนพื้นเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนเธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน “วิธีเรียกวิญญาณเข้าตุ๊กตา?”“ข้าว่า... ข้ารู้สาเหตุของเสียงร้องไห้ที่เจ้าบอกแล้วล่ะ มานี่สิ” ดึงเธอให้ตามมาเบื้องหน้าของทั้งคู่คือหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนอยู่ในโลงไม้ ผมสีเขียวน้ำทะเลยาวเช่นเดียวกับชุดเดรส หูของเธอเป็นปีกสีขาวสวมมงกุฎดอกไม้สีชมพู เมื่อสังเกตดีๆรอบข้างเต็มไปด้วยข้าวของสำหรับการทำตุ๊กตาทั้งสิ้น ทั้งเสื้อผ้า ชิ้นส่วนตุ๊กตาและเครื่องประดับใบหน้าของเธอมีน้ำตาไหลตลอดเวลา เสียงร้องไห้มาจากเจ้าหล่อนนั่นเอง...“ธ...เธอตายแล้วเหรอ”“ไม่เชิง นางคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นแต่มีวิญญาณอยู่ข้างใน... คงใช้วิธีที่เจ้าอ่านเมื่อครู่นี้กระมัง” เดินมาสำรวจบริเวณนั้นจนเจอสมุดเก่าเล่มหนึ่ง“นี่มันบันทึกนี่?” เดินมายืนอ่านอยู่ข้างอีกฝ่าย‘วันที่ 24 เดือน XXในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง คืนแห่งการอวยพร คืนนี้ข้าจะสามารถเรียกนางกลับมาได้ ข้าได้เตรียมตุ๊กตาที่งดงามคล้ายกับนาง ตุ๊กตาที่ข้าพยายามทำมาตลอดทั้งชีวิต นางกำลังจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ถึงวิธีที่ข้าจะใช้นั้นเสี่ยงเกินไป ข้าก็จะทำเพื่อให้มาเรียที่รักกลับมาหาข้าอีกครั้ง’‘วันที่ 25 เดือน XX ในที่สุดความพยายามของข้าก็สำฤทธิ์ผล มาเรียที่รักกลับมาหาข้าอีกครั้ง แต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เพราะพลังวิญญาณยังไม่เพียงพอ ถึงอย่างนั้นนางก็สามารถแสดงสีหน้า แสดงความรู้สึกได้ แค่ได้เห็นนางยิ้มก็เพียงพอแล้ว’‘วันที่ 04 เดือน XX ข้าพยายามออกไปล่าพวกมอนสเตอร์กลับมาสกัดวิญญาณให้กับนาง แต่ข้ามันอ่อนแอเกินไป แม้แต่พวกระดับ E ยังฆ่าไม่ได้พอไปจ้างพวกนักผจญภัยพวกมันก็โกงไถเงินในราคาสูง น่าเจ็บใจ!!! สุดท้ายข้าก็ล่าได้แค่พวกกระต่ายธรรมดากับพวกนกไม่ก็ดอกไม้มาสกัดเท่านั้น...’‘วันที่ 25 เดือน XX หลังจากวันนั้นก็ผ่านมา 15 ปีแล้วตอนนี้ข้าเองก็แก่มากแล้ว ถึงจะกลายเป็นคนบ้าในสายตาคนอื่นที่เอาแต่อยู่ในบ้านไม่ยอมออกไปไหนก็ไม่สนใจ แค่ได้อยู่กับมาเรียที่รักก็พอแล้ว... แต่ทำไมล่ะมาเรีย ทำไมถึงร้องไห้แบบนั้น.... ทั้งๆที่ข้าทำทุกอย่างเพื่อเจ้า เพื่อให้เราอยู่ด้วยกั---’“ต่อจากนั้นมันเปรอะคราบเลือด แต่ข้าว่าคนที่สร้างคงตายระหว่างเขียนอยู่ แต่ทำไมศพถึงไม่อยู่ที่นี่...?”“จินเล่าว่าเจอศพเขานอนตายอยู่หน้าทางลงห้องใต้ดิน บางทีเขาอาจจะขึ้นมาเอายา แต่คงเสียชีวิตระหว่างจะกลับลงไปข้างล่างก็ได้...” มองบันทึกพวกนั้นด้วยใบหน้าเศร้าหมอง“หมอนั่นไม่ใช่จอมเวทย์สินะ ถึงทำให้วิญญาณติดอยู่ในตุ๊กตา ไม่สามารถออกมาได้....”“นายช่วยได้รึเปล่าเดฟ?”“มันก็ได้อยู่หรอก แต่ข้าไม่ค่อยถนัดเวทย์เกี่ยวกับแสงสว่างเท่าไหร่น่ะสิ...” ครุ่นคิดนิดหน่อย “จริงสิ... ข้าให้เจ้าเป็นคนทำละกัน”“....เอ๊ะ?”“อย่ามาเอ๊ะ เจ้าเป็นเจ้าของบ้านเพราะงั้นเจ้าต้องเป็นคนทำ” สร้างเวทย์แสงสว่างขึ้นมาให้ลอยเข้าไปในมือของพริสทีน> Ability • ปลดล็อก [เวทย์แสงสว่าง]“...นายโบ้ยกันชัดๆเลยนี่เดฟ”“เปล่านี่” เจ้าตัวเอาแต่ยิ้มกว้างไม่รู้สึกรู้สา พริสทีนหน้ามุ่ยนิดหน่อย เดินไปยืนอยู่หน้าโลงของมาเรีย พยายามทำใจให้สงบแต่ก็ได้ยินเสียงกุกกักจากแถวนั้นทำเอาเธอสะดุ้งตกใจหลายครั้ง เดฟที่เห็นแบบนั้นเลยจับมือเธอไว้แน่น เด็กสาวหันไปมองอีกฝ่ายที่ยังคงยิ้มให้เธอ“ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ข้างๆเจ้า...”“....ขอบคุณ” หลับตาลงตั้งสติอีกครั้ง ยื่นมือไปข้างหน้าก่อนมีวงแหวนเวทย์วงเล็กสีขาวโผล่บนมือ และวงใหญ่บนพื้น วงแหวนทั้ง 2 เรืองแสงสว่างวาบออกมา ประกายสีขาว สายลมเบาพัดผ่านร่าง รับรู้ได้ถึงเสียงเรียกและวิญญาณของมาเรียที่ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศก ภาพในอดีตของหญิงสาวและนักทำตุ๊กตาแล่นเข้ามาในหัวภาพของช่างทำตุ๊กตาธรรมดาที่พยายามทำงานและทำทุกอย่างเพื่อให้ภรรยาที่ยอมทิ้งทรัพย์สินเงินทองและฐานะของคุณหนูมาอยู่กับเขามีความสุข ไม่ต้องเจอความลำบาก แต่ด้วยฝีมือของเขาในตอนนั้นไม่สามารถขายตุ๊กตาได้แม้แต่ตัวเดียว ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงไม่ทิ้งเขา และอยู่เคียงข้างกันมาตลอด...ทั้งคู่พยายามทำงานหาเงินด้วยกัน สุดท้ายสามีก็ใช้ต้นแบบของตุ๊กตาทุกตัวมาจากภรรยาของเขา ถึงได้สร้างตุ๊กตาที่แสนสวยงามพวกนั้นขึ้นมาได้ภาพพวกนั้นช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่นจนกระทั่งเธอเห็นภาพบางอย่างเข้า... ภาพของมาเรียที่เกือบโดนย่ำยีหรือโดนคนอื่นๆจับไปเพราะนึกว่าเธอเป็นตุ๊กตาที่สามีทำ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียว... เธอยังโดนอดีตภรรยาของคนซื้อตุ๊กตาของสามีทำร้ายหลายต่อหลายครั้ง บางครั้งตัวช่างทำตุ๊กตาก็โดนพวกคนที่ถูกภรรยาพวกนั้นจ้างให้ไปทำร้าย พวกนางต่อว่าเธอกับสามีว่าเป็นพวกปีศาจ สร้างตุ๊กตาขึ้นมาเพื่อล่อลวงให้สามีของตนหลงจนทอดทิ้งพวกตนไปด้วยความหวาดกลัวและไม่ต้องการเจอเหตุการณ์เช่นนั้นทั้งคู่จึงทิ้งทุกอย่างมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ และเพราะมาเรียร่างกายอ่อนแอทั้งยังโดนทำร้ายจนช้ำทำให้ตอนย้ายมาอยู่ที่นี่จึงเริ่มป่วย จนในที่สุดก็ตายจากไป....ช่างทำตุ๊กตาจึงพยายามสร้างตุ๊กตาให้เหมือนภรรยาตนมากที่สุด สั่งซื้อของสำหรับทำตุ๊กตาทุกอย่างมา เมื่อทำไม่ได้ก็อาละวาดทำลายของพวกนั้น พยายามศึกษาเวทมนตร์ทุกชนิดเพื่อให้มาเรียกลับมาโดยไม่รู้เลยว่าตัวเธออยู่เคียงข้างเขามาตลอดเวลา และแม้จะกลับมาเธอก็ทำได้แค่แสดงสีหน้า ไม่สามารถพูดได้แม้จะมีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างคนรักแต่ก็เสียใจที่เขาเริ่มซูบผอมและเริ่มป่วยหนัก ไอเป็นเลือด คราบเลือดบนตัวตุ๊กตาพวกนั้นเป็นของตัวช่างทำตุ๊กตา...‘...ข้าทำได้แต่เฝ้ารอให้มีคนได้ยินเสียงและมาปลดปล่อยข้ามาตลอด...’“!?” ลืมตาขึ้นมอง ตรงหน้าคือร่างวิญญาณของหญิงสาวลอยอยู่ตรงหน้า เธอมีใบหน้า สีผมและชุดนั่นเหมือนกับตุ๊กตาในโลงไม่มีผิด “คุณคือ... มาเรียสินะคะ”‘...ค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะ...ที่ทำให้หวาดกลัวกันมาตลอด...’ “มะ ไม่หรอกค่ะ ไม่เป็นไร! ....แต่ขอโทษจริงๆนะคะ ถ้าหากฉันรู้เร็วกว่านี้ล่ะก็...”‘...ไม่หรอกค่ะ ข้าเจ้าใจว่าไม่ว่าใครๆก็คงหวาดกลัวกับเรื่องของบ้านและเสียงร้องไห้ของข้า ...แต่ในที่สุดตอนนี้...ข้าก็จะได้ไปหาเขาอีกครั้ง...’ ร่างของหญิงสาวส่องสว่าง ชายกระโปรงเริ่มเลือนหายกลายเป็นขนนกสีขาว“หวังว่าเจ้าจะได้เกิดใหม่และได้รักกับสามีของเจ้าอีกครั้ง”‘...ค่ะ... ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ก่อนหายไปได้พบกับไลแคนเช่นท่าน...’ มาเรียหลับตายกมือกุมแน่น ก่อนลืมตามองพริสทีน ‘เด็กน้อย... ข้ามีคำขอสุดท้ายได้หรือไม่....’“ได้สิคะ อะไรเหรอ?”‘...ข้าอยากให้เจ้าเผาของทุกชิ้นที่เกี่ยวกับพวกเราไปพร้อมกับร่างของข้า ยกเว้นกล่องหนังสือที่เป็นภาษาโบราณ เพราะข้าคิดว่ามันคงเป็นประโยชน์กับเจ้า...’“ภาษาโบราณ? ....ได้ค่ะ” ...ภาษาอังกฤษสินะ...‘...ถึงยังไง...ข้าก็ขอขอบคุณอีก...ครั้ง......ขอบคุณ...จริงๆ...’สิ้นคำร่างกายของมาเรียปลิวหายไปพร้อมกับรอยยิ้ม เสียงสะอื้นหายไป น้ำตาบนตุ๊กตาเหือดแห้ง แสงสีฟ้าซึ่งเป็นวิญญาณสัตว์ลอยอยู่ในที่ครอบแก้วก็สลายหายไปเช่นกัน “....นี่เดฟ”“หืม?”“ขอบคุณนะ ที่มาช่วยฉันไว้ ไม่งั้น...คุณมาเรียคงร้องไห้แบบนี้ตลอดไปแน่ๆ”“...ไม่เป็นไร ก็ข้าบอกแล้วนี่ ข้าอยู่ข้างๆเจ้า ได้ยินเสียงเจ้าตลอดเวลาน่ะ”“นั่นฟังดูน่ากลัวนะ” ขำเล็กๆก่อนรีบวิ่งไปอีกทาง“ข้าฟังเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นแหล่ะน่า! ไม่ได้โรคจิตฟังหมดทุกคำซะหน่อย!!!! เฮ้! ฟังที่ข้าพูดรึเปล่าเนี่ย!!?”พริสทีนได้แต่หัวเราะร่าวิ่งหนีอีกฝ่ายที่ตามไล่จับตัวเองยกใหญ่ ถึงจะยังหวาดกลัววิญญาณ แต่จากเหตุการณ์วันนี้ทำให้เธอเริ่มรู้สึกชอบวิญญาณขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถ้าเจอวิญญาณอันตรายเฮี้ยนๆก็คงไม่ไหวเมื่อกลับขึ้นมาก็พยายามขนกล่องพวกนั้นด้วยเวทย์ควบคุม ส่วนหนึ่งได้เดฟช่วยขนขึ้นมาอีกแรงหนึ่งก่อนจะไปแอบอยู่บนหลังคาบ้านของเธอเมื่อคนอื่นๆที่ไปตามฟีเร่กับไลรอนให้กลับมาจากการล่ารีบเข้ามาไต่ถามเธอเป็นชุดจนแอบผงะไปเล็กน้อย พอเล่าความจริงทั้งหมดให้ทุกคนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นจึงมาช่วยขนของขึ้นมาอีกแรงก่อนจุดไฟเผาของพวกนั้นตามที่มาเรียขอไว้ โดยทุกคนต่างก็พากันอธิษฐานให้หลับอย่างสงบและได้เจอสามีของเธออีกครั้ง เมื่อเผาเสร็จเดฟจึงขอตัวกลับ...แน่นอนว่าก่อนจะแยกย้ายกันเธอโดนจิน ชิอินะ ฟีเร และไลรอนดุ“คราวหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ!! ถึงข้าจะรู้ว่าเจ้าเก่งแค่ไหนก็เถอะแต่ก็ควรเชื่อสิ่งที่คนอื่นเตือนซะบ้าง!!!”“เจ้าทำข้าเป็นห่วงนะ... ถ้าทำแบบนี้อีกคราวหน้าข้าโกรธจริงๆแน่...”“ถ้าไม่มีใครบอกข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าทำอะไรบ้าๆแบบนี้แน่!!! ถ้าเกิดเจ้าเจอดีโดนทำร้ายขึ้นมาจะเป็นยังไงกันห๊ะยัยโง่!!!”“ใช่ๆเจ้าทำเอาหัวใจข้ากับฟีเรแทบหยุดเต้นเลยนะ ก็เคยบอกไปแล้วนี่ว่าห้องใต้ดินน่ะมันต้องสาป!”“...ขอโทษค่ะ...”คงได้แต่ยอมรับและขอโทษไปโดยดีเพราะครั้งนี้ตัวเองเป็นฝ่ายก่อปัญหา ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้คงมีงานหนักที่จะต้องทำอย่างการทำความสะอาดห้องใต้ดิน