ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    ได้ประโยชน์จากการต่อสู้

            หลังจากที่ต้าหมิงมาถึงที่ชั้นที่ 5 ต้าหมิงก็พบกับชายหนุ่มคนเดิมเพียงแต่ว่ากลิ่นอายของอีกฝ่ายหลายเป็นระดับจอมพลเสียแล้ว ต้าหมิงแสดงสีหน้าจริงจังออกมาทันทีเพราะในชั้นที่ 5 นี้เป็นชั้นที่ไม่เคยมีใครผ่านไปได้มาก่อนเลยในทวีปแห่งนี้

            “กฎในชั้นที่ 5 นี้เหมือนเดิมเอาชนะข้าให้ได้แล้วเจ้าจะผ่านไปยังชั้นที่ 6 เพื่อรับรางวัล” ชายหนุ่มกล่าว

            “ขอคำชี้แนะด้วย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเรียกอสูรมายาทั้งหมดพร้อมกับสัตว์เวทออกมาทันที ใบหน้าของต้าหมิงจริงจังพร้อมกับดวงตาฉายแววจิตวิญญาณต่อสู้ที่ลุกโชน

            “เด็กน้อยอย่าทำให้มรดกของตระกูลเทพอสูรของพวกเราต้องเสียชื่อละ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังออกมา

            ต้าหมิงสูดหายใจเข้าด้วยความสงบ ต้าหมิงรู้ดีว่าตอนนี้ตนเองยังไม่สามารถสำแดงความสามารถของตำราอสูรมายาออกมาได้และยิ่งไม่ต้องพูดถึงอสูรมายา ถ้าพูดกันตามจริงอสูรมายาเหล่านี้มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งแต่พวกมันจำเป็นต้องลดพลังของตัวเองลงมาให้เท่ากับต้าหมิงเพื่อให้สามารถเดินเคียงข้างต้าหมิงได้

            ดังนั้นพลังของอสูรมายาที่สำแดงออกมาตอนนี้เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆเท่านั้น ในบันทึกของตระกูลเทพอสูร ตัวตนของอสูรมายาเป็นรองเพียงแค่เทพอสูรในตำนานเท่านั้นต่อให้เป็นสี่ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์เมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรมายายังต้องก้มหัวด้วยความหวาดกลัว

            “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเข้าใจถึงพลังของมรดกของตระกูลเทพอสูรดี เอาละเตรียมตัวให้พร้อมข้าจะไม่ออมมืออย่างเด็ดขาด” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าหาต้าหมิง

            สัตว์เวทระดับ 6 ของชายหนุ่มเองก็คำรามและเข้าต่อสู้กับอสูรมายาและสัตว์เวทของต้าหมิงเช่นกนั ต้าหมิงผสานร่างกับอีกาเทพอมตะและเข้าปะทะกับชายหนุ่มทันที

            อีกฝ่ายมีความสามารถในการใช้ธาตุอสนีและธาตุอัคคีซึ่งเป็นสองธาตุที่มีพลังทำลายล้างอย่างมหาศาล ทุกการโจมตีของชายหนุ่มนั้นทำให้ต้าหมิงถึงกับสั่นใหย ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกเจ็บปวดออกมา

            “อย่างที่คิดร่างกายของเขาได้ถูกขัดเกลามาอย่างดีทำให้ไม่เหนือกว่าข้าแถมทักษะการต่อสู้ยังเหนือกว่าข้าอีก สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะของตระกูลเทพอสูร โลกด้านนอกนั่นคงเต็มไปด้วยผู้คนที่แข็งแกร่งแบบนี้สินะ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว

            ยิ่งต้าหมิงต่อสู้ก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บหนักขึ้น แต่ในขณะเดียวกันความสามารถของต้าหมิงก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในตอนแรกต้าหมิงเสียเปรียบและถูกไล่ต้อนอย่างเดียวแต่ตอนนี้ต้าหมิงกลับเริ่มที่จะสวนกลับได้แล้ว

            “เจ้าหนูนี่มีการเรียนรู้ที่รวดเร็วอย่างมากทุกครั้งที่ถูกข้าโจมตีเจ้านั่นก็จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง พรสวรรค์ระดับนี้ไม่แปลกใจเลยที่ตำราอสูรมายาถึงเลือกเขา แต่สายเลือดของเขากลับมีเพียงแค่ครึ่งเดียวและอีกครึ่งกลับเป็นของมนุษย์ หรือว่าการที่จะทำให้ตำราอสูรมายาเลือกต้องมีสายเลือดของมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่งงั้นเหรอ” ชายหนุ่มคิดในใจด้วยสีหน้าสับสน

            ในอดีตตระกูลเทพอสูรต่างปรากฎอัจฉริยะมากมายแต่ละคนเป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่าต้าหมิงในตอนนี้เสียอีกแต่พวกเขาเหล่านั้นกลับไม่สามารถทำให้ตำราอสูรมายาเลือกได้แต่ตอนนี้ต้าหมิงที่มีสายเลือดของมนุษย์ครึ่งหนึ่งใหลเวียนอยู่กลับได้รับการยอมรับนี่มันทำให้ชายหนุ่มต้องถอนหายใจ

            “กำลังสู้กับข้าแต่กลับกำลังนึกถึงเรื่องอื่นอยู่งั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาหมัดของตนชกออกไปด้วยเปลวเพลิงที่ทรงพลังทันที

            “แย่แล้ว!!!!!” ชายหนุ่มที่ตกอยู่ในภวังค์อยู่ครู่หนึ่งตื่นตระหนกแต่ก็สายเกินไปหมัดของต้าหมิงปะทะเข้าที่หน้าแกของชายหนุ่มอย่างรุนแรง

            “ตูม!!!!!!!!!!”

            ร่างของชายหนุ่มพุ่งตกลงสู่พื้นอย่างรุนแรงก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกใจ

            “ดูเหมือนครั้งนี้ข้าจะเสียมารยาทกับเจ้าเสียแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้ารู้สึกผิด

            “ข้าไม่รู้หรอกว่าท่านกำลังคิดอะไรแต่ตอนนี้คือการต่อสู้ของพวกเราเพราะงั้นช่วยจริงจังกว่านี้ด้วย” ต้าหมิงกล่าว

            การต่อสู้นี้ทำให้ต้าหมิงได้รับประโยชน์อย่างมากเพราะงั้นต้าหมิงไม่ยอมให้การต่อสู้นี้ต้องหยุดกลางคันอย่างแน่นอน

            “ย่อมได้ครั้งนี้ข้าจะใช้พลังทั้งหมดแล้ว” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับนำดาบออกมา

            ร่างของชายหนุ่มปะทุพลังสายเลือดของตระกูลเทพอสูรอย่างบ้าคลั่งแรงกดดันอันทรงพลังแผ่ออกมาทำให้ใบหน้าของต้าหมิงถึงกับซีดลง

            “ตระกูลเทพอสูรของพวกเราต่างจากสี่ตระกูลอสูรศักดิ์สิทธิ์ พวกเรานั้นไม่ได้มีร่างกายที่เหมือนกับอสูรแต่กลับมีสายเลือดของเทพอสูรใกลเวียนอยู่ทำให้ร่างกายเล็กๆของพวกเราเต็มไปด้วยพลังจนแม้แต่ตระกูลสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ยังหวาดกลัวพวกเรา” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิ

            “ฟุบ!!!!!!!!!”

            ชายหนุ่มเคลื่อนใหวด้วยความเร็วที่หน้าเหลือชื่อใบหน้าของต้าหมิงตื่นตระหนกก่อนจะหันไปด้านหลังมีดสั้นในมือของตนปรากฎและป้องกันคมดาบของชายหนุ่มทันที

            “อึก!!!!!!”

            ต้าหมิงถึงกับคำรามในลำคอเมื่อถูกคลื่นคมดาบส่งให้ร่างกระเด็นออกไป ตอนนี้พลังกายของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากจนทำให้ร่างกายเหนือไปกว่าต้าหมิงแล้ว

            “เจ้ายังไม่รู้จักใช้ร่างกายของตนเองดีพอและยิ่งการปะทุพลังสายเลือดเจ้าก็ยังไม่รู้วิธีใช้เพราะงั้นวันนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังของตระกูลเทพอสูรอย่างพวกเรา” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับฟาดฟันดาบออกไปอีกครั้ง

            ต้าหมิงไม่กล้ารับคมดาบตรงๆและถอยหลังอย่างต่อเนื่อง แต่ความเร็วของอีกฝ่ายกลับรวดเร็วอย่างมากและไล่ตามต้าหมิงทันทุกครั้ง

            “ไม่ได้การขืนเป็นแบบนี้ข้าแพ้แน่ ไม่ข้าจะแพ้ไม่ได้ ข้าแค่นี้ข้าไม่สามารถผ่านไปได้แล้วข้าจะล้างแค้นให้กับคนในหมู่บ้านได้อย่างไร” ต้าหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงบ้าคลั่ง

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”

            ในตอนนั้นเองพลังสายเลือดของต้าหมิงก็ปะทุออกมา เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ยกยิ้ม ตามจริงการปะทุสายเลือดของตระกูลเทพอสูรนั้นจำเป็นต้องใช้จิตใจที่แข็งแกร่งในการควบคุม ตอนนี้จิตใจของต้าหมิงนั้นตั้งมั้นและไม่ยอมแพ้มันแสดงให้เห็นว่าจิตใจของต้าหมิงแข็งแกร่งมาก

            “ดูเหมือนจะรู้วิธีการปะทุสายเลือดแล้วสินะ แต่ว่าแค่นี้มันยังไม่พอ” ชายหนุ่มกล่าว

            “ใช่แล้วมันยังไม่พอ ถึงแม้ข้าจะไม่เคยลองแต่ว่าข้าจำเป็นต้องเสี่ยงแล้ว” ต้าหมิงคำราม

            ในตอนนั้นเองร่างของปักษาดาบวายุก็กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ร่างต้าหมิงและเริ่มผสานกันทันที ต้าหมิงในตอนนี้คิดจะผสานร่างของตนเข้ากับอีกาเทพอมตะและปักษาดาบวายุพร้อมๆกันเพื่อสำแดงพลังที่เหนือกว่าเดิมออกมา

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน