พร์ทางสายเื
เช้าวันใหม่มาถึงกัสตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นเป็พิเศษแตกต่างจากน้องสาวทั้งสองที่ดูเหมือนจะหลับไม่ค่อยสบายเท่าไหร่จึงมีท่าทีที่ง่วงซึมเล็กน้อย
นิโกะกับซันโกะก็ดูเหมือนจะง่วงซึมนิดๆต่างกับอิจิโกะที่มีท่าทีสดใส
เมื่อกัสเห็นสภาพของเด็กสาวเหล่านี้แล้วรอยยิ้มที่แฝงความนัยก็ปรากฏขึ้นก่อนจะหายไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
‘เด็กพวกนี้..แกล้งหลับสินะ’
ในใจนั้นกัสลอบหัวเราะน้องสาวทั้งสองและนิโกะกับซันโกะทั้งสี่คนนี้เห็นได้ชัดว่าตื่นขึ้นมาเพราะกิจกรรมเล็กๆ ของเขากับอิจิโกะแต่แกล้งทำเป็หลับ
ตัวกัสเองก็เพิ่งจะรู้เอาตอนนี้เหมือนกันเพราะเขาเองก็เหนื่อยมากและตอนที่อิจิโกะมอบความสุขให้เขาด้วยริมฝีปากเล็กๆของเธอนั้นกัสอยู่ในสภาพที่สุขสมจนลืมทุกอย่างทำให้เขาไม่รู้สึกตัวว่าเด็กสาวคนอื่นได้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงลมหายใจของเขา
บางทีกัสอาจจะลืมคิดไปหรืออาจจะเป็เพราะไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นักเขาเลยพลาดไปโดยไม่รู้ตัว
แต่กัสก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักวันนี้เป็วันที่เขาต้องทำงานหนักเวลาของเขามีไม่มากนักหากไม่อยากทำงานจนดึกเขาก็จำต้องเริ่มงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ท่าทางที่เร่งรีบของกัสทำให้เด็กสาวทั้งห้ารู้สึกประหลาดใจและใอยู่บ้างเล็กน้อย
น้องสาวของกัสรีบไปเตรียมอาหารเช้าในทันทีส่วนอิจิโกะ นิโกะและซันโกะ ทั้งสามติดตามกัสเข้าไปในป่าตามคำสั่ง
การเดินป่าในครั้งนี้กัสเดินผ่านไปรอบเดียวเท่านั้นและเก็บเอาของป่ามาเพียงไม่กี่ชิ้นส่วนที่เหลือเขาทิ้งไว้ให้ทั้งสามลองมองหาด้วยตัวเองเพื่อฝึกพวกเธอไปในตัว
ส่วนตัวกัสนั้นพอเก็บของจนพอเขาก็จัดการโค่นต้นไม้ไปต้นหนึ่งแล้วใช้เวทมนตร์เสริมกำลังให้กับตัวเองเพื่อแบกมันกลับไป
กัสแบกต้นไม้เดินอ้อมแปลงผักไปยังทิศใต้ของดินแดนบริเวณจุดที่เขาขุดบ่อเอาไว้เพื่อนวดดินเหนียวสำหรับงานปั้น
เมื่อเดินมาถึงข้างบ่อกัสก็โยนต้นไม้ทิ้งไปก่อนจะนั่งพักในสภาพเหนื่อยหอบร่างกายของเขานั้นอ่อนแอเกินไปบ้างจริงๆ ขนาดต้นไม้ที่ใหญ่เพียงหนึ่งคนโอบเขาก็ยังแบกแทบไม่ไหวทั้งที่ใช้เวทมนตร์เสริมกำลังแล้วก็ยังเหนื่อยได้ขนาดนี้
“เอาละมาจัดการส่วนที่เหลือให้เสร็จก่อนข้าวเช้าก็แล้วกัน”
หลังจากนั่งพักได้ครู่ใหญ่กัสก็เดินไปยังบ่อน้ำแล้วตักน้ำมาถังหนึ่งจากนั้นเริ่มงานของเขาต่อด้วยการนวดดินที่เหลืออยู่กำจัดสิ่งที่ไม่้าออกจากดินเศษหินเศษหญ้าถูกกำจัดไปจนได้เนื้อดินที่เป็เนื้อเดียวกันและเหมาะแก่การปั้น
ต่อจากนั้นกัสก็เริ่มขุดหลุมตื้นๆที่มีความกว้าง 3 เมตรและยาว 6 เมตรแล้วเริ่มก่อดินเป็กำแพงเตี้ยล้อมพื้นที่เอาไว้แล้วตามด้วยการโบกดินปิดซ้ำอีกครั้ง
โครงสร้างของเตาถูกค้ำด้วยกิ่งไม้ที่เก็บมาก่อนหน้านี้และใช้เปลือกไม้มัดมันเข้าด้วยกันจนกลายเป็โครงสร้างที่ค่อนข้างอ่อนแอ
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเป้าหมายของกัสไม่ใช่การค้ำยันโครงสร้างด้วยกิ่งไม้พวกนี้แต่เป็การพยุงโครงสร้างเอาไว้ก่อนเพื่อใช้เวทมนตร์บีบอัดจนโครงสร้างอัดตัวแน่นขึ้นเท่านั้นกิ่งไม้มีไว้เพื่อทำให้โครงสร้างกลายเป็รูปร่างเพื่อให้ง่ายต่อการใช้เวทมนตร์เท่านั้น
ทางด้านของเด็กสาวทั้งห้าหลังจากมองเห็นโครงสร้างที่กลายเป็รูปร่างพวกเธอก็เข้าใจในทันทีว่ากัสกำลังจะทำอะไรอยู่พวกเธอก็พากันเข้าป่าเพื่อตัดโค่นต้นไม้ออกมาทำฟืนให้กับกัสในทันที
ด้วยการร่วมมือกันของเด็กสาวห้าคนการจะโค่นต้นไม้และแบกกลับมาก็ไม่นับว่ายากลำบากอะไร
โดยเฉพาะน้องสาวของกัสที่เป็เผ่าอสูรซึ่งมีพร์ในเวทมนตร์เสริมกำลังตามธรรมชาติสองสาวทำหน้าที่เป็หัวเรือลากต้นไม้ทั้งต้นไปหากัสที่สร้างเตาเผาอย่างตั้งใจ
ทุกคนช่วยกันทำงานไม่หยุดนอกจากงานหลักอย่างการเดินตรวจแปลงผักเพื่อกำจัดวัชพืชและแมลงที่โผล่มาแบบที่ไม่อาจเข้าใจได้แล้วก็มีเพียงการรดน้ำที่ต้องทำเป็ประจำทั้งเช้าและเย็นซึ่งแตกต่างกันไปตามชนิดของผัก
วันนี้นับเป็วันที่สองหลังจากหยอดเมล็ดลงดินแปลงผักยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นนอกจากวัชพืชที่ถูกถอนทิ้งทำให้ทุกคนมีเวลาว่างกันเยอะมาก
การรวมตัวกันสร้างเตาเผาทำให้ทุกคนมีงานทำและร่วมแรงร่วมใจกันทำอย่างตั้งใจเป็พิเศษ
อาหารกลางวันผ่านไปทุกคนพักกันชั่วครู่จากนั้นก็ทำต่อจนกระทั่งถึงเย็นเตาก็สร้างจนสมบูรณ์ ฟืนก็ถูกเตรียมจนแล้วเสร็จเหลือเพียงการเผาเตาเพียงเท่านั้น
เมื่อยามค่ำคืนมาถึงกัสก็ลงมือเผาเตาด้วยฟืนที่ตัดมาจากท่อนไม้ทำให้ค่ำคืนที่หนาวเย็นอบอุ่นเป็พิเศษและเพื่อใช้ความอบอุ่นของกองไฟให้เป็ประโยชน์ทุกคนก็เลยย้ายจุดทานอาหารเย็นมาไว้ใกล้ๆ เพื่อรับเอาความอุ่นจากกองไฟและคอยเติมฟืนเข้าไปจนกระทั่งผนังของเตาเผาถูกเผาจนผนึกตัวแข็ง
“เรียบร้อย! ในที่สุดก็เสร็จสักที..”
กัสถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งพลางมองเตาเผาที่สูงกว่า 2 เมตร กว้าง 3 เมตรและยาว 6 เมตร เป็เตาเผาที่ไม่นับว่าใหญ่นักแต่ก็ใหญ่พอสำหรับการเริ่มต้นของพวกเขาแล้ว
ค่ำคืนนั้นทุกคนอาบน้ำและนอนแต่หัววันเพราะความเหนื่อยล้ากิจกรรมลับๆของกัสและอิจิโกะก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเกรงใจเด็กสาวคนอื่นทุกคนก็เลยนอนหลับกันสนิทจนถึงเช้า
พอเช้าวันใหม่มาถึงกิจกรรมทุกอย่างก็ถูกเร่งให้เสร็จในเวลาเพียงชั่วโมงเศษไม่ว่าจะเป็การเก็บของป่า การตรวจแปลงผักและการรดน้ำไปจนถึงอาหารเช้าที่ถูกจัดเตรียมสำหรับทุกคน
ครั้งนี้กัสแบ่งDP จากการเก็บของป่ามาซื้อขวานเพิ่มอีก 2 เล่มเพื่อความสะดวกในการตัดโค่นต้นไม้และการตัดฟืน
วันแรกหลังจากที่เผาเตาเสร็จกัสก็เริ่มเก็บฟืนทันทีด้วยการร่วมมือกันของทุกคน ต้นไม้ในป่าถูกโค่นลงอย่างช้าๆ ทีละต้นๆก่อนจะถูกลากไปกองไว้ข้างเตาเผา
ครึ่งวันเช้าหมดไปกับการตัดไม้มาทำฟืนส่วนครึ่งวันหลังหมดไปกับการขุดดินเหนียวมาเพิ่มและเริ่มนวดดินเพื่อจำกัดเศษหินเศษหญ้าต่างๆ
กัสใช้เวลาครึ่งวันหลังไปกับการเตรียมดินจนหมดวันจบวันก็อาบน้ำกินข้าวและนอนในสภาพหมดสิ้นกำลังจนไม่มีกิจกรรมใดๆเกิดขึ้นเช่นเดียวกับคืนก่อน
ต่อจากนั้นในเช้าของวันใหม่ข่าวดีก็มาถึงเมื่ออิจิโกะและน้องสาวพบว่ายอดอ่อนงอกขึ้นมาจากดินแล้ว
การปรากฏของยอดอ่อนนี้แม้จะเป็ไปตามกำหนดเวลาของการเจริญเติบโตแต่ก็ยังทำให้ทุกคนมีความสุขมันเหมือนกับความหวังที่ปรากฏขึ้นจากพื้นดินช่วยเติมเต็มกำลังใจและขับไล่ความเหนื่อยล้าของทุกคนได้เป็อย่างดี
กัสเองก็มีกำลังใจเต็มเปี่ยมเขาเริ่มตัดไม้มาทำแท่นหมุน ใช้มีดทำเฟืองง่ายๆ เหลาไม้ทำแกนพร้อมเปิดบันทึกโลกิญญาดูตลอดเพื่อทำแท่นหมุนแบบง่ายๆสำหรับงานปั้นพื้นฐาน
ฝีมือของกัสค่อนข้างที่แย่ทักษะในด้านงานไม้ของเขาอยู่ในขั้นฝึกหัดเท่านั้นแต่เพราะมีบันทึกโลกิญญาที่มีข้อมูลอย่างละเอียดทั้งยังสามารถใช้บันทึกในการตรวจสอบชิ้นงานเพื่อหาความผิดพลาดได้อีกด้วย
แท่นหมุนแบบง่ายที่กัสหัดทำจึงสำเร็จได้ด้วยดีในระดับที่สามารถใช้งานจริงได้
กัสเสียเวลาไปครึ่งวันกว่าจะสร้างแท่นหมุนแบบง่ายเสร็จต่อจากนั้นก็ใช้ครึ่งวันหลังหัดปั้นดินเหนียวอย่างตั้งใจ
ทว่าหลังจากปั้นอยู่นานสองชั่วโมงกัสก็ยังไม่ได้ผลงานเป็ชิ้นเป็อันสักครั้งจนเริ่มจะเหนื่อยและตัดสินใจหยุดพักอย่างเลี่ยงไม่ได้
อิจิโกะและน้องสาวที่ช่วยงานอยู่ข้างๆกัสมาตลอดจ้องมองการกระทำของกัสอยู่นานในที่สุดพวกเธอก็เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่กัส้าทำ
“ท่านกัสคิดจะปั่นถ้วยหรือคะ”
รอยยิ้มของกัสบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ
“ไม่ใช่..ข้าจะปั้นกระถางต้นไม้”
ได้ยินแบบนั้นสีหน้าของเด็กสาวทั้งสามก็เจื่อนลง การคาดเดาผิดจากกระถางต้นไม้เป็ถ้วยแบบนี้นับว่าผิดไปไกลทีเดียวไม่แปลกเลยที่กัสจะรู้สึกหมดแรง
ในขณะที่กัสนั่งพักอย่างอ่อนแรงนั้นเด็กสาวทั้งสามก็เริ่มใจเสียแต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลอบใจกัสยังไง
่เวลานั้นเองนิโกะก็หันไปมองแท่นหมุนแล้วคิดขึ้นมาได้ว่าเธอเองก็ชอบปั้นดินอยู่แล้วเลยลองไปนั่งแล้วทำตามแบบกัสเริ่มหมุนแท่นอย่างช้าๆ แล้วขยับมือไปตามความคิดของตัวเอง
อึดใจเดียวเท่านั้นจากก้อนดินบูดเบี้ยวของกัสก็ขึ้นมาเป็รูปร่างกลายเป็ถ้วยใบเล็กๆใบหนึ่งขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เทียบเวลาที่นิโกะใช้กับกัสใช้แล้วแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว
สีหน้าของนิโกะเลวร้ายลงไปอีกเธอใจนแทบจะทุบผลงานของตัวเองทิ้งแล้ว หากไม่ใช่ว่ากัสมองเธออยู่ตลอด
“ไม่เลว..ดูเหมือนว่าเ้าจะมีพร์ด้านนี้นะนิโกะไม่สิ..บางทีพวกเ้าทุกคนก็อาจจะมีเหมือนกัน อิจิโกะ ซันโกะลองดูบ้างสิ”
ทั้งสองคนลังเลอยู่บ้าง แต่ก็ตอบรับคำสั่งของกัสในที่สุดนิโกะลุกขึ้นสลับกับอิจิโกะแล้วลองปั้นดูอย่างที่กัสทำไม่นานก็ได้ถ้วยใบเล็กมาอีกใบหนึ่ง
เห็นแบบนั้นซันโกะก็ดูจะตื่นเต้นขึ้นมาบ้างแล้วลงไปนั่งบ้างจากนั้นก็ปั้นออกมาอีกใบ
เมื่อเห็นผลงานของเด็กสาวทั้งสามกัสก็ยอมแพ้ในที่สุดก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโล่งใจ
“ดี! พวกเ้าทำแทนข้าได้ก็ดี!ข้าจะได้ไม่เหนื่อย เอาละทำต่อไป คราวนี้ลองทำกระถางต้นไม้ดูนะ”
กัสเริ่มเปลี่ยนหน้าที่จากช่างปั้นไม่มีฝีมือมาเป็เ้านายที่ยืนกำกับแทนซึ่งมันก็ง่ายดีเพราะเขาไม่ต้องลงมือทำเอง
ซันโกะที่นั่งอยู่ก็ทำตามที่กัสสั่งอย่างว่าง่ายเธอเริ่มปั้นใหม่บี้ถ้วยที่ขึ้นรูปแล้วให้กลายเป็ก้อนดินอีกครั้ง พรมน้ำลงไปเพิ่มอย่างชำนาญจากนั้นนวดคลึงจนดินเปลี่ยนรูปไปมา
กัสมองดูอยู่เงียบๆโดยไม่พูดหรือออกคำสั่งอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงมองดูมือคู่งามของเด็กสาวนิ้วที่เรียวยาวทั้งที่ทำงานหนักมามากต่อมากมองดูนิ้วมือที่ขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วไม่นานนักก้อนดินก็ยกสูงขยายตัวกว้างและยืดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักมันก็กลายเป็กระถางต้นไม้ตามที่กัสหวังเอาไว้เพียงแต่มีขนาดเล็กเกินไปบ้างเพราะดินที่ใช้ในตอนแรกมีน้อยเกินไป
“ดี!! ปั้นต่อไปแบบนี้แหละแต่ให้ใหญ่กว่านี้ เส้นผ่าศูนย์กลางสัก 30 เิเ”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ!”
นิโกะขานรับอย่างสดใสจากนั้นยกเอากระถางที่เธอปั้นจนเสร็จออกไปวางไว้ที่ด้านข้างจากนั้นกะขนาดของก้อนดินก้อนใหม่อย่างชำนาญราวกับช่างปั่นมืออาชีพซึ่งกัสเทียบไม่ติดเลยสักนิด
มองดูแล้วกัสก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรพอมองดูนิ้วมือที่เรียวยาวของนิโกะจากนั้นมองดูมือของตัวเองที่อวบอ้วนราวกับรากบัวคิดดูแล้วมือแบบนี้คงปั้นอะไรได้ยาก สู้มือของเด็กสาวที่เรียวยาวไม่ได้
‘บางทีอาจจะเป็เพราะสายเืของเด็กคนนี้ผึ้งที่ทำรังด้วยขี้ผึ้งได้อย่างแม่นยำและสวยงามคิดดูแล้วนี่อาจจะเป็พร์ตามสายเืก็ได้’
ในขณะที่คิดกัสก็เดินไปยังบ่อดินที่ตอนนี้ลึกกว่าครั้งแรกเล็กน้อยจากนั้นะโลงไปแล้วเริ่มขุดดินขึ้นมาทีละถังๆ
อิจิโกะกับนิโกะเห็นแบบนั้นก็รีบเข้ามาช่วยพวกเธอทำหน้าที่ขนดินขึ้นไป้าด้วยปีกของพวกเธอ
ส่วนน้องสาวทั้งสองของกัสที่ตัดฟืนอยู่ในป่าก็อุ้มท่อนฟืนกลับมาทีละส่วนๆแล้วกองรวมกันอยู่ข้างเตาเผา
เด็กสาวทั้งสองหยุดมองซันโกะที่นั่งปั้นแทนที่กัสด้วยความสงสัยก่อนจะส่งเสียงอุทานออกมาเบาๆด้วยความประทับใจที่เห็นซันโกะปั้นกระถางต้นไม้ออกมาได้อย่างชำนาญราวกับช่างมืออาชีพ
“สุดยอด!”
“นั่นสิ! แบบนี้ข้าไปขอปั้นบ้างดีกว่า!!”
น้องสาวคนเล็กที่ค่อนข้างซนกว่าบ้างรีบทิ้งท่อนฟืนในมือแล้ววิ่งไปหาซันโกะในทันทีเธอยืนจ้องซันโกะอยู่นานจนกระทั่งกระถางใบที่สองถูกปั้นจนเสร็จและนำออกไปจากแท่นหมุนเด็กสาวก็ออกปากขอปั้นบ้างในทันที
“นี่ๆ ให้ข้าลองบ้างสิ!”
ในฐานะของข้ารับใช้ซันโกะไม่มีทางปฏิเสธได้อยู่แล้วจึงยิ้มน้อยๆแล้วสละที่นั่งให้คุณหนูเล็กของเธอทันที
น้องสาวคนเล็กเริ่มทำตามซันโกะอย่างสนุกสนานเธอนวดดินไปมาพลางส่งเสียงหัวเราะอย่างสดใสแต่ไม่นานนักเสียงหัวเราะก็เงียบหายและกลายเป็เสียงกัดฟันด้วยความหงุดหงิด
ก้อนดินที่บูดเบี้ยวไปมาแต่ไม่ยอมกลายเป็กระถางต้นไม้ทำให้เธอค่อยๆหมดความอดทนลงทีละน้อย ท้ายที่สุดก็ตบลงที่ก้อนดินจนทำให้กระถางบูดเบี้ยวกลายเป็ก้อนดินเหมือนเดิม
“ไม่ไหว!! ทำไมมันยากแบบนี้ละนี่บอกหน่อยสิมันมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ทำไมเ้าทำได้ง่ายๆ แต่ข้าทำไม่ได้ละ”
ใบหน้าของเด็กสาวบูดบึ้งไปแล้วเพราะความไม่พอใจซันโกะเองก็จนใจเพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีเนื่องจากเธอเองก็เพิ่งจะหัดปั้นเอาวันนี้เองแล้วจะไปสอนใครได้
“ข้าเองก็ไม่รู้เ้าค่ะ ข้าแค่ปั้นไปตามที่คิดแค่คิดว่าอยากให้เป็แบบไหน ทำยังไงมือมันก็ขยับไปตามที่คิดแล้ว”
คำตอบที่ได้รับทำเอาเด็กสาวทั้งสองถึงกับอุทานออกมาด้วยความใพร้อมกับคิดขึ้นมาพร้อมกันว่า‘พร์ทางสายเื’
พอรู้แบบนั้นเด็กสาวทั้งสองก็หมดความสนใจในทันทีพวกเธอรู้แล้วว่าพวกเธอนั้นไม่สามารถทำแบบซันโกะได้และเลือกที่จะยอมแพ้ในทันทีเพราะมีงานที่พวกเธอต้องทำอยู่อีกมาก
สิ่งนี้นับเป็ความต่างของเผ่าอสูรและมนุษย์เผ่าอสูรมีสิ่งที่เรียกว่าพร์ทางสายเือยู่ มันเป็สิ่งที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสัญชาตญาณเหมือนทักษะที่ถ่ายทอดผ่านทางสายเืซึ่งทำให้เผ่าอสูรมักจะกลายเป็นักรบโดยธรรมชาติได้แม้จะไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธีก็ตาม
เช่นเดียวกับที่ซันโกะปั้นดินได้อย่างชำนาญโดยไม่ต้องฝึกเด็กสาวทั้งสองเองก็สามารถตัดโค่นต้นไม้และขุดดินได้อย่างชำนาญเช่นเดียวกัน
สิ่งนี้คือพร์ในสายเืเป็ทักษะที่ได้มาตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามให้มากก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ความเข้าใจในคำพูดที่ว่า‘ต่างคนต่างชำนาญ’ นั้นอยู่ในสามัญสำนึกของเผ่าอสูรอยู่นานแล้วทำให้เด็กสาวทั้งสองยอมรับได้อย่างรวดเร็วและไม่รู้สึกไม่พอใจหรืออิจฉาแต่อย่างใด
ยิ่งได้มองเห็นพี่ชายของพวกเธอขุนดินจากในหลุมอย่างขยันขันแข็งด้วยแล้วเด็กสาวทั้งสองก็ไม่คิดที่จะเสียเวลาทำในสิ่งที่เธอทำได้ไม่ดีอีก
ทั้งสองวางฟืนลงบนกองแล้วรีบวิ่งกลับไปยังป่าอีกครั้งเพื่อทำการย่อยท่อนซุงให้กลายเป็ท่อนฟืนอย่างตั้งใจ
ทุกคนต่างทำงานหนักกันทั้งนั้นซันโกะเองหลังจากปั้นไปได้ครึ่งชั่วโมงเธอก็ลุกขึ้นแล้วเปลี่ยนตัวกับอิจิโกะเพื่อให้อิจิโกะได้มีเวลาพักปีกส่วนตัวเธอก็ไปรับหน้าที่ขนถ่ายดินเหนียวขึ้นมาแทน
หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมงก็เป็ตาของนิโกะแล้วสลับกันไปเรื่อยๆทุกๆครึ่งชั่วโมงทำให้ทุกคนได้มีเวลาพักปีกทำให้สามารถขนดินขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง
กัสเองก็ขุดดินไม่ได้หยุดพอเหนื่อยก็พักโดยมีอิจิโกะและน้องสาวคอยป้อนน้ำให้ทำให้กัสทำงานต่อเนื่องได้โดยแทบไม่ต้องหยุดพัก
แต่หลังจากขุดไปได้ไม่นานกัสก็สังเกตเห็นดินที่เปลี่ยนไปจากดินเหนียวสีเทาๆ ก็กลายเป็ดินที่มีเนื้อละเอียดกว่าปกติซึ่งมองเห็นความแตกต่างจากดินโคลนทั่วไปได้เป็อย่างดี
“หืม..นี่มันดินโป่งงั้นหรือ!”
กัสยิ้มกว้างในทันทีเมื่อเห็นว่าดินที่ขุดออกมาได้นั้นเป็ดินโป่งเขาทดลองชิมมันก่อนก็ได้รสชาติที่เค็มกำลังดีเขาก็จัดการตักใส่ปากไปคำใหญ่ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความตกตะลึงของอิจิโกะและน้องสาว
“ท่านกัส!! ท่านกินดินลงไปทำไมคะ!!”
“หืม..พวกเ้าไม่รู้จักหรอนี่ดินโป่งไง นี่นะของดีเลยนะมันช่วยบำรุงร่างกายได้ดีเลยละแต่พวกเ้าคงจะกินมันมากไม่ได้”
อิจิโกะและน้องมีท่าทีแปลกๆ พวกเธอพอจะรู้จักดินโป่งอยู่บ้างแต่ไม่คิดว่าจะมีคนที่กล้ากินมันลงไปด้วย
ซึ่งจริงๆไม่ใช่แค่เด็กสาวทั้งสามที่ไม่รู้ตัวกัสเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกันหากไม่ใช่ว่าในชีวิตก่อนของเขานั้นต้องเผชิญกับหายนะแห่งความอดอยากที่ทำให้เขาต้องกินทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด
แม้กระทั่งดินเขาก็ยังกินและไม่เพียงแค่กินไม่ว่าจะเป็หิน ทราย หรือโลหะเขาก็เคยกินมาก่อนทั้งสิ้นทำให้เขารู้ว่าสิ่งใดที่กินได้และสิ่งได้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ทั้งหมดนี้ทำให้เขามีความรอบรู้ในเื่ของกินมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะของกินที่มีอยู่ในดันเจี้ยนสรวง์สีเขียวแห่งนี้