"เข้าเรียนหรอครับ??!!"
ผมเผลอขึ้นเสียงด้วยความใ
อัลเฟรดที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเดิม
"ใช่ครับ"
"ทำไม?"
ผมถามกลับทันที
อัลเฟรดมองผมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น
"คุณเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผู้สมัครของสถาบันลูนาเรียในปีนี้ใช่ไหมครับ"
"ใช่ครับ"
ผมตอบ
"ทั้งคนจากขุนนางตระกูลดยุคทั้งเจ็ดก็มีสมัครถึงห้าตระกูล ยังมีแกรนด์ดยุค รวมถึงราชวงศ์อีกสองคน นักบุญ เอลฟ์ชั้นสูง ผู้สืบทอดหอคอยเวททั้งสามคน แล้วก็ยังมีลูกของจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักอีก"
ผมถอนหายใจ
"แค่คิดว่าต้องอยู่รวมกับคนพวกนั้นก็รู้สึกวุ่นวายแล้วครับ"
"ใช่ครับ"
อัลเฟรดตอบอย่างเห็นด้วยอย่างน่าประหลาด
ก่อนจะพูดต่อ
"และนั่นก็เป็เหตุผลหนึ่งที่นายท่าน้าให้คุณเข้าไป"
ผมเงียบลง
"เหตุผลที่คุณต้องเข้าไปที่สถาบันลูนาเรีย มีทั้งหมดสามข้อครับ"
อัลเฟรดยกนิ้วขึ้น
"ข้อแรก นายท่านได้ทำข้อตกลงให้ความร่วมมือกับกลุ่มขุนนางบางส่วน แลกกับการจัดหาวัตถุดิบให้กับนายท่าน"
"คุณจะต้องสอดแนมเ้าชายองค์ที่สี่ เ้าหญิงลำดับที่สี่ รวมถึงบุตรหลานของขุนนางชั้นสูงคนอื่น ๆ"
ผมพยักหน้าช้า ๆ
"สอดแนม..."
ในที่สุดสิ่งที่ผมเรียนมาหลายปีก็เริ่มมีประโยชน์ขึ้นมาแล้ว
การอ่าน
การเขียน
ประวัติศาสตร์
มารยาท
การคำนวณ
ความรู้เกี่ยวกับชนชั้นขุนนาง
รวมถึงความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและเวทมนตร์
ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกเตรียมไว้เพื่อวันนี้
อัลเฟรดยกนิ้วขึ้นอีกหนึ่งนิ้ว
"ข้อสอง นายท่านได้เข้าร่วมองค์กรหนึ่งที่ชื่อว่า 'ภาคีรุ่งอรุณ' ครับ"
ผมขมวดคิ้ว
"ภาคีรุ่งอรุณ?"
"ครับ"
"ข้อตกลงของนายท่านกับพวกเขาก็เป็การแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับวัตถุดิบเช่นกัน"
อัลเฟรดหยุดเล็กน้อย
"เป้าหมายของพวกเขาคือการโจมตีสถาบันลูนาเรีย"
ผมชะงัก
"โจมตี?"
"ใช่ครับ"
"แล้วผมต้องทำอะไร?"
"ให้ความร่วมมือกับพวกเขาตามความเหมาะสมครับ"
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง
ดูเหมือนสถานที่ที่ผมกำลังจะเข้าไปเรียน...
จะไม่ได้มีเพียงการเรียนหนังสือธรรมดาเสียแล้ว
อัลเฟรดยกนิ้วขึ้นเป็นิ้วสุดท้าย
"ข้อสาม"
"มีสิ่งของที่นายท่าน้าอยู่ภายในสถาบันครับ"
ผมมองเขา
"อะไรครับ?"
"ศิลานักปราชญ์"
ผมเงียบไป
ศิลานักปราชญ์...
วัตถุที่มีชื่อเสียงในหมู่นักเวท
สิ่งที่สามารถสะสมมานาได้ในปริมาณมหาศาล
"แต่ว่า..."
ผมครุ่นคิด
"มีวิธีเพิ่มพลังเวทตั้งหลายวิธี ทำไมต้องเป็ศิลานักปราชญ์ด้วยล่ะครับ?"
อัลเฟดนิ่งไปครู่หนึ่ง
"เพราะสิ่งที่นายท่าน้าไม่ใช่พลังงานภายในของมันครับ"
"แต่เป็เปลือกนอก"
ผมขมวดคิ้ว
"เปลือกนอก?"
"ผมคงบอกได้เพียงเท่านี้ครับ"
ผมมองอัลเฟรด
ดูเหมือนว่านี่จะเป็หนึ่งในความลับของเซนิธอีกแล้ว
ผมไม่ได้ถามต่อ
เพราะรู้ดีว่า ต่อให้ถาม อัลเฟรดก็คงไม่ตอบอยู่ดี
"แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งครับ"
อัลเฟรดพูดขึ้น
"เนื่องจากปีนี้มีผู้สมัครที่มีความสามารถสูง รวมถึงขุนนางชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์จำนวนมากเข้าสมัครพร้อมกัน"
"ทางสถาบันจึงสร้างห้องเรียนพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ"
ผมมองเขา
"ผมต้องเข้าห้องนั้นใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับ"
"แล้วผมจะเข้าไปได้ยังไง?"
"คุณต้องมีชาติตระกูลหรือผลงานที่เหมาะสมครับ"
ผมเงียบไป
ชาติตระกูล?
ผมไม่มี
ผลงาน?
ก็แทบไม่มีเช่นกัน
อัลเฟรดจึงพูดต่อ
"ดังนั้น คุณต้องพิชิตดันเจี้ยนครับ"
ผมมองเขา
"ดันเจี้ยน?"
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมหาสถานที่เอาไว้แล้ว"
อัลเฟรดหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกมา
"มีดันเจี้ยนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอยู่ในดินแดนของมาร์ควิสไคริว"
เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ
"ดันเจี้ยนแห่งนี้ถูกบุกพิชิตมาแล้วสี่ครั้ง"
"แต่ล้มเหลวทั้งหมดครับ"
ผมเปิดเอกสารอ่าน
ข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนถูกเขียนเอาไว้อย่างละเอียด
จำนวนผู้เข้าร่วม
ระดับของสัตว์อสูร
โครงสร้างโดยประมาณ
พื้นที่ที่สำรวจแล้ว
จำนวนผู้เสียชีวิต
และจำนวนผู้รอดชีวิตจากการบุกแต่ละครั้ง
ตัวเลขสุดท้ายทำให้ผมขมวดคิ้ว
"คนตายเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"ครับ"
อัลเฟรดตอบ
"เพราะอย่างนั้น การบุกครั้งที่ห้าจึงถูกเตรียมการมาเป็เวลานาน"
"ครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อน ๆ มาก"
"มีทั้งอัศวิน นักผจญภัย นักเวท และกองกำลังจากตระกูลขุนนางเข้าร่วม"
"รวมถึงมีการเปิดรับสมัครคนนอกด้วยครับ"
ผมปิดเอกสารลง
"แล้วผมต้องเข้าร่วมด้วย?"
"ใช่ครับ"
"แค่เข้าร่วมก็น่าจะเพียงพอไม่ใช่หรือครับ?"
อัลเฟรดส่ายหน้า
"ไม่ครับ"
เขามองผมด้วยสีหน้าจริงจังกว่าปกติ
"การมีส่วนร่วมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างผลงานให้คุณโดดเด่น"
"คุณต้องทำให้ผลงานของตัวเองอยู่ในระดับที่สถาบันไม่สามารถมองข้ามได้"
ผมเงียบ
"ดังนั้น..."
อัลเฟรดพูดต่อ
"คุณต้องลดจำนวนผู้รอดชีวิตให้เหลือน้อยที่สุด"
ผมชะงัก
"หมายถึง..."
"ใช้ครับสังหารให้มากที่สุดแต่ก็ห้ามเหลือหลังฐานไว้
อัลเฟรดตอบทันที
ผมพยักหน้า
"ผมเข้าใจแล้ว"
"ดันเจี้ยนแห่งนี้จะเป็เวทีของคุณ"
อัลเฟรดพูด
"หากคุณสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นที่สุดในครั้งนี้ได้ ชื่อของคุณจะถูกส่งต่อไปยังสถาบันลูนาเรียในฐานะผู้มีผลงานสำคัญ"
ผมมองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง
ดันเจี้ยน
สถาบัน
ขุนนาง
ราชวงศ์
ภาคีรุ่งอรุณ
ศิลานักปราชญ์
ภารกิจทั้งสามอย่างกำลังถูกนำมารวมไว้ในสถานที่เดียวกัน
ผมอดคิดไม่ได้ว่า...
นี่จะยังเรียกว่า "การเข้าเรียน" ได้อยู่หรือเปล่า
"อีกอย่างหนึ่งครับ"
อัลเฟรดพูดขึ้น
ผมเงยหน้ามอง
"การเข้าเรียนครั้งนี้ คุณจะต้องปกปิดความสัมพันธ์กับนายท่านทั้งหมด"
"ห้ามพูดถึงคฤหาสน์"
"ห้ามพูดถึงงานวิจัย"
"ห้ามพูดถึงอัมบรา"
"และห้ามพูดถึงลิฟวิ่งอันเดด"
ผมพยักหน้า
"แล้วเื่เวทมนตร์ล่ะครับ?"
"ใช้ได้ตามปกติครับ"
"แต่ต้องระวังเวทมนตร์มืด"
ผมเงียบ
"เวทมนตร์มืดของคุณมีลักษณะแตกต่างจากผู้ใช้ทั่วไป"
"หากมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียด พวกเขาอาจพบความผิดปกติได้"
ผมมองมือของตัวเอง
อัมบรา...
พลังที่เซนิธมอบให้ผม
พลังที่เกิดจากหุบเหว
ผมคงต้องระวังมันให้มากกว่านี้
"แล้วผมต้องใช้ชื่อเดิมไหมครับ?"
"ครับ"
"เรน"
อัลเฟรดตอบ
"แต่คุณจะต้องมีประวัติ"
ผมมองเขา
"ประวัติ?"
"ใช่ครับ"
"เด็กกำพร้าจากพื้นที่ห่างไกล ไม่มีตระกูล ไม่มีผู้ปกครองที่มีชื่อเสียง"
"ความรู้พื้นฐานดีผิดปกติ แต่ไม่เคยเข้าเรียนในสถาบันเวทมนตร์"
ผมขมวดคิ้ว
"แล้วเื่พลังเวทล่ะครับ?"
"จะให้เป็ผู้มีพร์ด้านเวทมนตร์ระดับปานกลางครับ"
ผมเงียบไป
"ทั้งที่ผมใช้เวทมนตร์ระดับกลางได้แล้ว?"
"คุณไม่จำเป็ต้องแสดงทั้งหมดออกมาครับ"
อัลเฟรดตอบ
"คุณเรียนรู้มานานพอที่จะรู้แล้วว่า..."
"การแสดงความสามารถทั้งหมดของตัวเองต่อหน้าคนอื่น ไม่ใช่เื่ฉลาด"
ผมพยักหน้า
จริง
ผมเรียนรู้เื่นั้นมานานแล้ว
"อีกสามเดือนครับ"
อัลเฟรดพูด
"คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม"
ผมมองเอกสารดันเจี้ยนอีกครั้ง
สามเดือน...
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้มานานหลายปี
ในที่สุดผมก็ต้องออกไปสู่โลกภายนอกอีกครั้ง
และครั้งนี้...
ผมจะไม่ได้ออกไปในฐานะเด็กกำพร้าที่ถูกนำตัวมายังคฤหาสน์ของเซนิธ
แต่จะออกไปในฐานะนักเรียนคนหนึ่ง
นักเรียนของสถาบันเวทมนตร์ลูนาเรีย