ย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃

    ตอนที่ 33 แพรไหมแม้บาง หากรัดรึงแล้วก็ยากจะตัดให้ขาด


            ในห้องนอนมีผ้าห่มและหมอนอยู่ใบเดียวราวกับว่าไม่ใช่ห้องหอ ผ่านมานานเพียงนี้คู่บ่าวสาวก็เพิ่งจะได้ใกล้ชิดกันเพียงนี้

            ทว่ายามนี้ซูอันหนิงอยู่ในสภาพบาดเจ็บ จูเกาเซวียนเป็นไข้อ่อนๆ

            ยามนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันชายหนุ่มต้องระมัดระวังไม่ให้รบกวนนิทราของสตรีข้างกายเขาขยับตัวนอนตะแคง มองใบหน้าของนางระยะใกล้ ห่างกันเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นแต่บุรุษผู้ได้ชื่อว่าสามีกลับไม่กล้าเข้าใกล้มากไปกว่านี้

            เขามองนางนอนหลับ ตนเองกลับไม่อาจข่มตานอนสายตาจับจ้องฝ่ามือเล็กที่หงายอยู่ข้างหมอนลังเลใจอยู่นานสุดท้ายก็วางมือทับลงไปเบาๆ กอบกุมมือนุ่มไว้ ถ่ายเทไออุ่นให้ดวงตาจึงค่อยๆ หลับลงได้

            กลางดึกอากาศยิ่งทวีความหนาวเหน็บแม้มีตี้หลงแต่กลับไม่อุ่นเท่าไอร้อนจากคนข้างกาย จูเกาเซวียนมีไข้อ่อนๆร่างกายร้อนกว่าปกติ ซูอันหนิงจึงซุกเข้าหาไออุ่นนี้

            ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นเพราะรับรู้ถึงการรุกรานอย่างอุกอาจหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะบีบคอคนที่เขาประชิดตัวทีเผลอไปแล้วแต่ตอนนี้แม้แต่ในฝันเขาก็ยังจดจำสตรีผู้หนึ่งซึ่งบาดเจ็บอยู่ในอ้อมแขนเขาจะกล้าทำร้ายนางได้อย่างไร

            ยามนี้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวเพราะพิษไข้ศีรษะปวดตุบๆ เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเส้นชีพจรแต่ร่างกายใต้ผ้าห่มกลับเย็นไปถึงกระดูก

            เขาสัมผัสได้ว่าฝ่ามือที่กุมมือนางไว้นั้นชื้นเหงื่อกลัวจะทำให้นางไม่สบายตัวจึงรีบปล่อยมือแล้วเช็ดกับผ้าห่มจนแห้งมือน้อยข้างนั้นของซูอันหนิงกลับคว้ามือไปจับไว้อีกนางพลิกตัวตะแคงหันไปอีกด้านพลางดึงแขนเขาข้ามไปกอดไว้แนบอก

            การกระทำโดยไร้สติเช่นนี้ของนางกลับทำให้พวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้น

            จูเกาเซวียนสะท้านไปทั้งร่างได้แต่นอนแข็งทื่อเมื่อแผ่นหลังเล็กบางแนบกับแผงอกกว้าง

            ศีรษะของเขายังคงหน่วงหนักกล้ามเนื้อยังอ่อนแรง เขาจึงเกรงใจคนในอ้อมแขนเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็พ่ายแพ้ให้แก่ไออุ่นของนางเสียแล้วใบหน้าซุกซบลงกับกลุ่มผมนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกระหม่อมของนางเป็นจังหวะ เข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

            ยามอิ๋น[1]จูเกาเซวียนลืมตาขึ้นมาตามความเคยชิน อาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว เขายังต้องไปประชุมเช้าตามปกติจึงลุกขึ้นจากเตียงเหน็บริมผ้าห่มให้ภรรยาก่อนจะไปแต่งกาย

            เสียงเคลื่อนไหวในห้องนอนชั้นในดังขึ้นลี่หนานจึงส่งเสียงถามแผ่วเบา “หวางเย่เพคะ”

            จูเกาเซวียนส่งเสียงในลำคอ “อืม”

            “บ่าวเตรียมน้ำร้อนไว้แล้วให้ยกเข้าไปหรือไม่เพคะ”

            ชายหนุ่มผูกเชือกเสื้อตัวนอกแล้วหยิบหยกพกขึ้นมาเขามองหยกยกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองทางเตียงนอนด้วยสายตาอ่อนโยน

            “ข้าจะล้างหน้าที่ห้องปีกซ้ายเรียกจางเจี้ยนมาปรนนิบัติก็พอ”

            “เพคะ”

            ฮั่นอ๋องเดินออกมาจากห้องนอนปลายยามอิ๋นเขาอยู่ในชุดประจำตำแหน่งชินอ๋อง ที่เอวห้อยหยกสองชิ้นและถุงผ้าไหมบรรจุหลีเกาทังสำหรับบรรเทาอาการไอ

            เขามองไปที่เตียงนอนอีกครั้งก่อนจะก้าวออกจากห้องไป

            เมื่อแสงแดดอุ่นยามเช้าอาบย้อมลงบนขอบหน้าต่างซูอันหนิงก็ลืมตาตื่น

            นางพลิกตัวนอนหงายเพื่อหาท่าที่นอนสบายความเจ็บปวดก็แล่นปราดจากท้ายทอยมาจนถึงกะโหลก เสียงร้องโอ้ยดังขึ้นเบาๆ ม่านเตียงพลันถูกแหวกออกทันที

            “หวางเฟยค่อยๆ ลุกนะเพคะ”

            ซูอันหนิงมองลี่หนานและชางอิงคนหนึ่งเข้ามาช่วยพยุงนางลุก อีกคนเข้ามาแหวกม่านมุ้งไปรวบไว้ข้างเสา

            “ข้าเป็นอะไร” นางเอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง

            “หวางเฟยได้รับบาดเจ็บเพคะ”ชางอิงตอบเสียงเครือ น้ำตาทำท่าจะไหลลงมาอีก

            ซูอันหนิงหลับตาเหมือนกำลังทบทวนภาพเหตุการณ์...นางจำได้แค่ตอนขึ้นรถม้าและอ้อมกอดนั้นหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย

            ม่านชั้นนอกถูกแหวกออก บ่าวหญิงทยอยยกอ่างน้ำร้อนเข้ามาวางหลังชำระร่างกายเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว นางก็ถูกประคองให้ออกมานั่งที่ห้องชั้นนอก

            ยาถูกยกเข้ามาเป็นอันดับแรกซูอันหนิงขมวดคิ้ว เหลือบตามองสาวใช้คนสนิทราวกับจะเว้าวอน

            “เตรียมผลไม้เชื่อมด้วยเล่าขอห้าชิ้นได้หรือไม่”

            ลี่หนานตอบยิ้มๆ “ได้ชิ้นเดียวเพคะ”

            ซูอันหนิงกลอกตามือหนึ่งรับชามยาอีกมือบีบปลายจมูกแล้วยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว ใบหน้าเล็กๆยับย่น นางโบกมือเร่งให้รีบยกชามยาออกไป

            ครู่ต่อมาประตูก็เปิดออกอีกครั้ง บ่าวเดินเรียงแถวยกสำรับเช้าเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ

            โจ๊กไก่ฉีกส่งกลิ่นหอมกรุ่นน้ำแกงไก่ตุ๋นยาจีนหอมฟุ้งและไข่ตุ๋นเนื้อเนียน ล้วนเป็นอาหารอ่อนเพื่อสุขภาพซูอันหนิงได้กลิ่นหอมของอาหารแล้วน้ำสอ แต่เมื่อตักใส่ปากกลับรับรู้ได้เพียงรสขมของยาที่เพิ่งดื่มไป

            นางเบ้หน้าน้ำตาคลอ ต้องฝืนกลืนโจ๊กลงท้องไป

            “ขมอะไรเช่นนี้”

            “เช่นนั้นดื่มน้ำแกงไก่ก่อนดีหรือไม่เพคะหวางเฟยดื่มยาไปมาก อาจจะติดลิ้นเจ้าค่ะ”ลี่หนานเลื่อนชามน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาตรงหน้า

            ซูอันหนิงตักขึ้นมาชิมดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

            หลังจากดื่มน้ำแกงไก่จนหมดท้องก็เริ่มอุ่นขึ้นมาบ้างฝืนกินไข่ตุ๋นไปครึ่งชามก็วางช้อน

            พออาหารถูกยกออกไปซูอันหนิงถึงได้เงยหน้าขึ้นเหลียวมองไปรอบห้อง“หม่าหมัวมัวและเฉินหลิงไปไหน”

            เฉินชิงชิงเดินไปเปิดประตู พยักหน้าเรียกเบาๆหม่าหมัวมัวและเฉินหลิงถึงได้เดินเข้ามาในห้องแล้วคุกเข่าลงโขกศีรษะ

            “หวางเฟยโปรดลงโทษบ่าวด้วยเพคะ”

            ซูอันหนิงสะดุ้ง “รีบลุกขึ้นพวกเจ้าทำอะไรกัน”

            “เป็นความบกพร่องของบ่าวเกือบทำให้หวางเฟย...”

            ซูอันหนิงลุกขึ้นจะเข้าไปประคองหม่าหมัวมัวและเฉินหลิงพอลุกขึ้นห้องก็เอียงเหมือนถูกจับพลิก ร่างนางเซถลาไม่รู้ทิศทาง เฉินชิงชิงรีบปรี่เข้ามารับร่างนางไว้ขณะเดียวกันเฉินหลิงก็ผวาลุกขึ้นจะรับ เสียงร้องอุทานจากลี่หนานชางอิงดังไม่น้อยพอคนถูกรับไว้ได้ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

            ซูอันหนิงถูกพยุงกลับไปนั่งบนเก้าอี้มองหม่าหมัวมัวที่ดูเหมือนจะแก่ขึ้นในชั่วข้ามคืนแล้วจึงหันไปมองเฉินหลิงที่แม้จะดูซีดเซียวอยู่เล็กน้อยแต่ก็ยังดีกว่าหม่าหมัวมัวอยู่มาก

            พอคิดว่าสองคนนี้กังวลจนไม่สบายนางก็ไม่ได้คิดสิ่งใดให้มากความอีกนอกจากบอกให้พวกนางลุกขึ้น

            “เอาล่ะลุกขึ้นเถิด”

            ทั้งหม่าหมัวมัวและเฉินหลิงกลับกล่าวขึ้นพร้อมกัน“ขอหวางเฟยลงโทษบ่าวก่อนเพคะ หากหวางเฟยไม่ลงโทษ หวางเย่ก็ต้องลงโทษบ่าวอยู่ดี”

            ซูอันหนิงนิ่งเงียบ ครู่ต่อมาถึงได้กระจ่างแจ้ง...ในฐานะบ่าวติดตามกลับปล่อยให้เจ้านายมีภัยถือเป็นความผิด

            แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความประมาทเลินเล่อของนางเองไม่ใช่ความผิดของผู้อื่นแม้แต่น้อย ซูอันหนิงย่อมทนให้ฮั่นอ๋องลงโทษพวกนางไม่ได้

            แต่หากไม่ลงโทษบุรุษผู้นั้นคงไม่ยอมง่ายๆแน่

            ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ซูอันหนิงก็มองเห็นเงาร่างสายหนึ่งซึ่งทาบอยู่หลังบานประตูเจ้าของเงาร่างนั้นไม่รีบเผยตัว แสดงว่าเขากำลังรอให้นางตัดสินใจอยู่

            ซูอันหนิงหายใจลึกออกคำสั่งช้าๆแต่ชัดถ้อยชัดคำ

            “เฉินหลิง...ข้าจะลงโทษเจ้า จากนี้ไปให้ลาดตระเวนรอบเรือนแทนเฉินชิงชิงและฝึกฝนเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นองครักษ์เงาของข้า”

            “ขอบพระทัยหวางเฟยบ่าวจะฝึกให้มากขึ้นเพคะ”

            ซูอันหนิงหันมาทางหม่าหมัวมัว“หม่าหมัวข้าจะลงโทษเจ้า... ให้เป็นคนต้มยาของข้าด้วยตัวเองห้ามให้บ่าวในครัวเป็นผู้ทำเด็ดขาด”

            “ขอบพระทัยหวางเฟย หม่อมฉันรับบัญชา”

            ลี่หนาน ชางอิงถอนหายใจอย่างโล่งอกเฉินชิงชิงมองเจ้านายด้วยแววตาสว่างขึ้น

             

            ด้านนอกห้องบรรทม จูเกาเซวียนยืนนิ่งฟังพระชายาของตนเองออกคำสั่ง สีหน้าจริงจังราวกับกำลังสั่งลงโทษพลทหารใต้บัญชาแต่ละคำสั่งกลับไม่ต่างจากการอภัยโทษ

            ใบหน้าเล็กๆ ขึงขังเพียงนั้นเขากลับมองว่าน่ารักมาก

            เขาหัวเราะเบาๆ จนกลายเป็นเสียงไอบ่าวในห้องได้ยินแล้วก็พากันลุกขึ้น แยกย้ายไปประจำที่ตนเอง

            จูเกาเซวียนหยิบหลีเกาทังขึ้นมาใส่ปากปรับลมหายใจครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง

            ซูอันหนิงกำลังจะลุกขึ้นไม่ทันได้ขยับตัว ร่างสูงก็ก้าวพรวดพราดเข้ามานั่งใกล้ กดมือนางไว้บนตักเสียงพูดแหบอู้เล็กน้อยเพราะอาการหวัด

            “เจ้าไม่สบาย ละพิธีการไปเสียเถอะ”

            เขามองสีหน้านางนานขึ้น เอ่ยถามต่อไปว่า“ยังเจ็บอยู่หรือไม่ อีกสักครู่หมอหลวงเซี่ยก็จะมาใส่ยาให้”

            ซูอันหนิงมองเห็นแววอาทรจากดวงตาของเขาความอ่อนโยนนี้เป็นของจริง เขาไม่ได้กำลังเล่นละครเลย มันคือสัญญาณของความปรองดอง

            คนในบ้านเข้าอกเข้าใจกันเป็นเรื่องดี

            แต่ใจนางกับหวิวไหวลมหายใจติดขัดนางกำมือแน่นขึ้น ไม่รู้เพราะอะไรจึงได้รู้สึกเช่นนี้

            ราวกับว่า...กำลังไม่พอใจที่เขาอ่อนโยนกับนาง

            ซูอันหนิงเหม่อลอยไม่รู้ตัวเลยว่ากำปั้นของนางตกอยู่ในฝ่ามือใหญ่แล้ว เขาค่อยๆคลี่นิ้วของนางที่กำแน่นจนปลายเล็บจิกลงบนฝ่ามือออกจากนั้นประคองไว้ด้วยสองมือถูให้เกิดไออุ่น

            “เอาเตาพกของหวางเฟยมา”

            หม่าหมัวมัวหันไปรับเตาอุ่นมือมาจากชางอิงแล้วยื่นส่งให้ฮั่นอ๋องจูเกาเซวียนรับมาแล้ววางลงบนอุ้งมือของซูอันหนิง

            “หมอหลวงเซี่ยมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เสียงจางเจี้ยนดังขึ้นเขาจึงปล่อยมือนาง หันไปทางประตู

            หมอหลวงเซี่ยประสานมือโค้งกาย“คำนับหวางเย่ คำนับหวางเฟย”

             จูเกาเซวียนกดมือลงสองครั้ง“รีบเข้ามาใส่ยาให้หวางเฟยเถอะ”

             “พ่ะย่ะค่ะ”

            หมอหลวงเซี่ยเดินไปด้านหลังพระชายาวางหีบยาลง ประสานมืออีกครั้งแล้วค่อยแกะผ้าปิดแผลออก

            “แผลสมานตัวดีแล้วพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมขออนุญาตจับชีพจรหวางเฟย”

            ลี่หนานขยับเข้ามาวางผ้าแพรบนข้อมือเจ้านายหมอหลวงเซี่ยย้ายมาอีกด้าน ครั้งนี้เขาชีพจรช้ากว่าปกติ ยิ่งนานเหงื่อก็ยิ่งผุดซึมที่ปลายจมูกหว่างคิ้วเหี่ยวย่นยับเข้าหากัน สีหน้าปั้นยากขึ้นเรื่อยๆ

            “หวางเฟยทรงมีอาการเวียนหัวคลื่นไส้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

            ซูอันหนิงยกมือขึ้นกดขมับ พยักหน้าตอบ“ไม่รู้สึกคลื่นไส้ แต่เวียนหัว”

            หมอหลวงเซี่ยกดปลายนิ้วลงไปอีกครั้งสัญญาณชีพจรก็ยังคงเหมือนเดิม เขาเหลือบมองฮั่นอ๋องแวบหนึ่ง ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือด

            เขาคือหมอมีหน้าที่ตรวจตรวจเจอสิ่งใดก็มีหน้าที่รายงานไปตามความเป็นจริง...

            หมอชราบอกกับตนเองเช่นนั้นขณะชำเลืองมองพระชายาอีกครั้งสีหน้าของเขาเผยความละอายขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายกปลายนิ้วขึ้นสูดหายใจยาวราวกับตัดสินใจแล้ว ประคองมือที่สั่นเล็กน้อยเอ่ยตอบตะกุกตะกัก

            “ทูลหวางเย่...ชีพจรของหวางเฟย...”เขาเว้นช่วงไปจังหวะหนึ่ง “เป็นชีพจรมงคลพ่ะย่ะค่ะ”

            เกิดความเงียบขึ้นกลางห้องเงียบชนิดที่เข็มตกยังได้ยิน

            เสียงสูดหายใจของใครสักคนดังขึ้น

            “เป็นไปไม่ได้!”

            เสียงของฮั่นอ๋องและพระชายาดังขึ้นพร้อมกัน

            ทั้งหมอหลวงและบ่าวรับใช้ที่อยู่ในห้องต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนกบ่าวที่ทำงานใกล้ชิดเจ้านายทั้งสองพระองค์ล้วนรู้ดี

            ฮั่นอ๋องและพระชายายังไม่ได้เข้าหอจะมีทายาทได้อย่างไร!



    [1] ยามอิ๋น คือเวลาประมาณ 03.00-05.00 น.

    คล้ายกับเรื่องย้อนกาลมาสานวาสนารักกับท่านอ๋อง 苏王妃 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247