“นายท่าน นี่คือข้อมูลทั้งหมดของนายน้อยแต่ละคน”
ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มองจ้องไปยังเอกสารที่แนบมาด้วยกันเป็นจำนวน 5 แผ่นด้วยกัน แผ่นแรกเขียนอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่นายน้อย 1 กำลังลงมือทำ แผนที่สองเป็นของนายน้อยสาม แผนที่สามเป็นของนายน้อยสี่ แผ่นที่สี่เป็นของนายน้อยห้า แผ่นที่ห้าเป็นของนายน้อย 11 ภายในกระดาษที่ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์กวาดตามองเขากลับเห็นข้อมูลของนายน้อยทุกคนเขียนเอาไว้จนเต็มกระดาษ เพียงแต่ว่ามันกลับมีแผ่นหนึ่งที่มีข้อความเขียนเอาไว้ 1 บรรทัดเท่านั้น จนผู้เป็นพ่อสนใจ
“เจ้า 11 ไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ครับ ในระหว่างที่นายน้อย 1 นายน้อย 3 นายน้อย 4 และนายน้อย 5 เข้าอบรมหลักสูตรการเป็นหัวหน้าหน่วย นายน้อย 11 เขายังคงเป็นพลทหารเช่นเดิม สิ่งที่เขาทำไม่มีอะไรแปลกไปเลยนอกจากการฆ่ามอนสเตอร์ครับ ส่วนมากคนที่เคลื่อนไหวจะเป็นพี่ชายจนตอนนี้ในหน่วยของนายน้อย 11 มีคนของนายน้อยทุกคนมากกว่าครึ่งของหน่วยไปแล้ว”
“อืม ฉันจะทำงานต่อ”
พ่อบ้านเก็บเอกสารแล้วเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ผู้นำตระกูลทำงานต่อไป โดยไม่มีความรู้สึกใดๆกับลูกชายตนเอง
—---------------------
“แอนเดอร์สัน พี่นายสุดยอดมากเลยล่ะ ตอนนี้เห็นเขาพูดว่านายน้อย 1 และนายน้อย 3 กลายเป็นหัวหน้าหน่วยได้แล้วนะ”
แอนเดอร์สันมองไปยังโลแกนที่เดินมาพร้อมกับน้ำ ตลอด 1 เดือนที่แอนเดอร์สันอยู่ในค่าย 12 ของสหพันธ์ เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเก็บข้อมูลและหาช่องโหว่ที่เขาสามารถใช้ช่องโหว่นั้นให้หลุดพ้นจากการเล่นงานและข้อกล่าวหา แต่ทว่าเวลา 1 เดือนที่เขาหยุดเคลื่อนไหวเพื่อเก็บข้อมูล พี่ๆทุกคนกลับนำหน้าไปไกล บางคนเป็นหัวหน้าหน่วย บางคนเป็นรองหัวหน้าเหลือเพียงแค่ผ่านหลักสูตรก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า
แต่ที่น่ากลัวกว่าพี่ชายของเขาได้เป็นหัวหน้าหน่วยก็คือ การแทรกแซงของกลุ่มอำนาจ ทำให้ 1 เดือนที่ผ่านมาพี่ชายของเขาสามารถเปลี่ยนทหารภายในหน่วยที่สังกัดให้เป็นคนของเขาได้มากกว่า 70 % หนำซ้ำยังเกลี้ยกล่อมให้ทหารในหน่วยที่ไม่ได้มาจากกลุ่มอำนาจยอมรับได้อีก ต่อจากนี้ไปหน่วยของพี่ชายของเขานับว่าเป็นผู้หนุนหลังอย่างดี
ซึ่งการอยู่เฉยของแอนเดอร์สัน เขาไม่ได้เพียงแค่นั่งเล่น ในการอยู่นิ่งๆไม่เคลื่อนไหวใดๆ เขาได้ทำการสำรวจทุกอย่าง มองดูเส้นทางต่างๆที่กลุ่มอำนาจด้านนอกแทรกแซงเข้ามา จนตอนนี้เขามั่นใจว่าหากจะล้มพี่ชายเขาก็ทำได้ไม่ยากถ้าใช้กฎของทหาร
“ว่าแต่มีข่าวอะไรไหม เห็นหลายคนแตกตื่น”
“อ๋อ มันเกี่ยวกับเกทที่ปิดมาตลอด 1 เดือนนั่นแหละ ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาภาษาและเวทย์ที่อยู่หน้าทางเข้าเกทได้แล้ว เมื่อเช้านี้ให้ทหารคนหนึ่งลองใช้งานเวทย์บนเสาและเดินเข้าไปในเกท ปรากฎว่าเขาสามารถอยู่ในหมอกสีแดงได้โดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ”
“แสดงว่าการสำรวจจะเริ่มขึ้นอีกแล้วสินะ”
“ใช่ แต่มันก็มีเงื่อนไข ใครก็ตามที่จะเข้าไปจำเป็นต้องเรียนรู้เวทย์นี้ให้ได้ก่อน”
“อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง”
“เห็นว่าทหารคนใดที่ไม่สามารถเข้าใจเวทย์ได้จะถูกปลดออกจากหน่วยก่อน การเข้าไปในเกทจะมีเพียงแค่คนที่เข้าใจเวทย์นี้ได้”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย เมื่อเขามองเห็นเส้นทางที่พี่ชายจะเล่นงานเขาอีกเส้นทาง ตอนนี้จำนวนทหารที่สับเปลี่ยนเข้ามาในหน่วยเอทไนน์เป็นคนของพี่เขาครึ่งหนึ่ง จากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในตอนนี้ ทหารคนใดก็ตามที่ไม่สามารถใช้เวทย์เข้าไปในเกทได้จะถูกพักงานเพื่อให้เรียนรู้เวทย์จนกว่าจะใช้ได้อย่างชำนาญ เขาจึงคิดว่าคนของพี่ชายคงจะถูกเพิ่มเข้ามาแทนที่ทหารรุ่นเก่าที่อยู่มาก่อนแอนเดอร์สัน จนสุดท้ายก็เหลือเขาเพียงคนเดียวที่เป็นคนของหน่วยเอทไนน์ของจริง
“ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย หลังจากเขามองเห็นวิธีการเอาตัวรอดในค่ายแห่งนี้ เดิมทีเขาคิดจะเป็นหัวหน้าและสร้างหน่วยของตนเองขึ้นมา มันจะมีผลไปถึงช่วงสงครามครั้งสุดท้าย แต่จากการที่เบื้องบนเปลี่ยนกฎในการจัดเตรียมความพร้อมของแต่ละหน่วยใหม่ ทำให้หน่วยเอทไนน์ไม่สามารถสนับสนุนเขาอีกต่อไปได้เพราะสมาชิกมาจากคนของพี่ชาย
แอนเดอร์สันจึงคิดว่าเขาควรจะเป็นพลทหารต่อไปเพราะมันง่ายที่จะทำให้เขาเอาตัวรอดในแนวหน้าแห่งนี้ การเป็นหัวหน้าหน่วยจากเดิมคิดเอาไว้ว่ามันจะเป็นตำแหน่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งและอยู่ได้อย่างสบายภายในค่าย ตอนนี้แอนเดอร์สันกลับคิดในมุมใหม่ การเป็นหัวหน้ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาเลยเพราะมันเหมือนตำแหน่งที่ถูกล่ามเอาไว้ด้วยโซ่ เขาจำเป็นต้องรักษาชีวิตของทหารในหน่วยเอาไว้ ยิ่งมีทหารตายมากเขาก็ยิ่งถูกเบื้องบนเพ่งเล็งอาจถึงขั้นถอดถอน
ถ้าหากอนาคตเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสหพันธ์อีก เหตุการณ์ที่แอนเดอร์สันทำให้มีสมาชิกในหน่วยตายไปมากมายจะต้องเล่นงานเขาแน่นอนจนทำให้รับตำแหน่งสูงได้ยาก
แอนเดอร์สันเชื่อว่าการที่พี่ชายเปลี่ยนให้คนของพวกเขาเข้ามาในหน่วยเอทไนน์ คงกำลังรอให้คนในหน่วยตาย ส่วนเขาคงจะถูกคาดหวังจากพี่ชาย เพราะทุกคนล้วนเป็นหัวหน้า หากเขาคิดเหมือนพี่ชายด้วยการเข้าหลักสูตรเป็นหัวหน้า ถ้าเขากลายเป็นหัวหน้าได้และคนในหน่วยเป็นคนของพี่ชาย เพียงเท่านี้ฉากสำหรับเล่นงานเขาก็พร้อมแล้ว
“แต่ว่านะ การจะบอกว่าทำไม่ได้คงจะไม่มีใครเชื่อ เพื่อให้สมจริงคงต้องเดินเข้าไปในเกมของพวกเขาสักก้าว”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง ทันใดนั้นหัวหน้าหน่วยเอทไนน์ก็ได้เรียกพวกเขาไปรวมกัน
“เอาล่ะ ทุกคนคงพอจะได้ยินเรื่องเวทย์เกทมาแล้ว”
ผู้เป็นหัวหน้าประกาศดังก้องไปทั่วสนามที่เป็นสนามฝึกของหน่วยเอทไนน์
“ทางผู้บัญชาการได้ส่งหนังสือมายังพวกเรา ต่อจากนี้ไปการป้องกันเกทจะหยุดลงไปก่อน หน้าที่นี้จะมีหน่วยอื่นถูกส่งมาทำงานชั่วคราว ส่วนหน้าที่ใหม่ของเราคือการทำความเข้าใจเวทย์เกทที่นักวิจัยแปลความจากเสาหินหน้าเกทที่เราป้องกันมาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เอ่าล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เปิดโทรศัพท์ฉันจะส่งข้อมูลให้ ย้ำนะ ข้อมูลนี้เป็นความลับอย่าปล่อยให้มันรั่วไหล หากรู้ว่าใครนำออกไปเผยแพร่คงรู้นะว่าโทษจะเป็นอย่างไร”
“ทราบ!!!”
“แยกย้าย เรามีเวลา 7 วันในการทำความเข้าใจเวทย์นี้”
แอนเดอร์สันเดินทางกลับไปยังห้องพัก หลังจากรู้ว่าเขามีเวลา 7 วันในการทำความเข้าใจเวทย์เกท 7 วัน อย่างไรก็ตามเขาได้วางแผนเอาไว้ว่าจะใช้เวลา 7 วันนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อดำเนินการตามแผนในหัวที่เขาวางเอาไว้
“เอาล่ะ หวังว่ามันจะไม่ได้ยากนะ”
วงเวทย์ระดับ 7 ในมือของแอนเดอร์สันถูกเปิดอ่านเพื่อทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับเข้าใจมันได้หลังจากอ่านไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเขาจึงติดต่อระบบเพื่อทำให้มันกลายเป็นเวทย์ที่ใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องร่าย
[แจ้งเตือน วงล้อเสี่ยงโชครีเซ็ตสำเร็จ ท่านสามารถใช้งานวงล้อเสี่ยงโชคได้อีกครั้ง]
“หืม”
แอนเดอร์สันย่นคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากทางระบบ เขาจึงรีบเข้าไปซื้อการ์ดเร่งการเรียนรู้มาเก็บเอาไว้ 10 ใบเนื่องจากมันเป็นการ์ดที่สามารถพลิกแพลงใช้ได้หลากหลายและยังช่วยเขาในเรื่องฝึกร่างกายอีกด้วย แอนเดอร์สันจึงซื้อมันในทันทีจนตอนนี้มีการ์ดเร่งการเรียนรู้เก็บเอาไว้ 23 ใบ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังซื้อผลไม้และสมุนไพรในระบบที่สุ่มออกมาใหม่ สิ่งเหล่านี้เขาจะเก็บเอาไว้กินเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ไปเป็น 900 ปี หากว่าเขาเจอวิธีที่ใช้สำหรับก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีสิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาพร้อมได้ทุกเมื่อ
“เอาล่ะต่อไปก็ระบบ มีเวทย์ระดับ 10 ไหม”
[ตรวจพบเวทย์ระดับ 10 จำนวน 1 บท เวทย์สมุทรโหมกระหน่ำ]
“ซื้อ”
แอนเดอร์สันมองจ้องคำอธิบายเวทย์ระดับ 10 ในทันทีก่อนจะเปิดตากว้างด้วยความดีใจกับเวทย์ระดับ 10 บทแรกที่เป็นเวทย์โจมตี แม้เขาจะไม่มีฉายาเกี่ยวกับธาตุน้ำเลยก็ตาม แต่ด้วยพลังของเวทย์ระดับ 10 ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักเวทย์ระดับต่ำกว่า 900 ปีจะรับมือ
“ระบบ ตั๋วของฉันเหลือเท่าไหร่”
[ 68,310ใบ ]
“มีเวทย์เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงหรือมิติขายไหม”
[แจ้งเตือน บนวงล้อตอนนี้ไม่มีเวทย์ทั้งสองที่โฮสต์ต้องการ]
แอนเดอร์สันถอนหายใจเล็กน้อย เวทย์มากมายที่เขาครอบครองในตอนนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่าง เพียงแต่ว่ามันมีเวทย์ 2 ประเภทที่เขาต้องการเพื่อทำให้ทุกอย่างง่ายดายยิ่งขึ้น หนึ่งคือเวทย์มิติ เขาต้องการเล่นเกี่ยวกับพื้นที่พิเศษ แม้คำสาปจะสร้างมิติพิเศษขึ้นมาได้ แต่มันก็ยังไม่ใช่เวทย์มิติที่เขาต้องการ ส่วนเวทย์แรงโน้มถ่วงนั้นยังไม่ปรากฎและแอนเดอร์สันก็ยังไม่เห็นใครใช้งานจึงห้ามความอยากของตัวเองเอาไว้ก่อน
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว เอาล่ะต่อไปก็ก้าวขาเข้าไปในเกมของพี่ชายสักก้าวก็แล้วกัน อยากรู้จังว่าพวกเขาจะทำหน้าตาแบบไหนเมื่อรู้ว่าน้องชายไม่ได้ทำตามที่พวกเขาคิด”
แอนเดอร์สันเดินยิ้มออกจากห้อง โดยเขาจะปิดเรื่องเวทย์เกทเอาไว้ก่อน หากเขาบอกว่าตัวเองใช้งานมันได้จะต้องเข้าร่วมการสำรวจเกทในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน เขาจึงจะบอกทุกคนให้รู้ตัวก่อนว่าเขายังไม่เข้าใจแล้วใช้เวลาพักจากการทำความเข้าใจสมัครเข้าหลักสูตรอบรมการเป็นหัวหน้าหน่วย
“สวัสดีครับ ผมแอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์สนใจที่จะสมัครเข้าทดสอบหลักสูตรการเป็นหัวหน้าหน่วยแบบเร่งรัดครับ”
“ถ้าอย่างนั้นขอบัตรยืนยันตัวตนด้วยค่ะ”
แอนเดอร์สันยื่นบัตรประจำตัวให้ทหารหญิงแล้วมองไปยังหนังสือเล่มใหญ่ที่เธอยื่นมาให้พร้อมกับทำหน้างุนงง
“สิ่งนี้คือ ?”
“สิ่งนี้คือวิธีการปฎิบัติที่ผู้จะกลายเป็นหัวหน้าควรจะต้องทำ กฎ กติกา รูปแบบการสั่งการ วิธีการประเมินผู้ใต้บังคับบัญชา และวิธีการจัดรูปแบบต่างๆ หากเข้าใจสิ่งที่อยู่ในหนังสือนี้ได้ทั้งหมดจะต้องสอบอีก 2 ครั้ง ถ้าสามารถผ่านการสอบได้จะถือว่าผ่านหลักสูตรแรกค่ะ”
“ผมได้ยินมาว่าหลักสูตรมี 2 หลักสูตรใช่ไหมครับ”
“ค่ะ หลักสูตรแรกเป็นการเรียนรู้ของผู้ที่จะเป็นหัวหน้า ส่วนหลักสูตรที่ 2 คือการปะทะกันกับผู้ที่เป็นหัวหน้าเพื่อวัดความสามารถค่ะ แต่จะบอกว่าวัดความสามารถก็ไม่ได้เพราะกฎระบุเอาไว้ว่าต้องชนะหัวหน้าให้ได้เพื่อให้ตัวเองได้เป็นหัวหน้าหน่วย”
“แล้วหนังสือนี่ปกติต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกี่วัน”
“สถิติเร็วสุดตอนนี้อยู่ที่ 2 อาทิตย์ค่ะ”
“แสดงว่าผมจะสอบหลักสูตรแรกตอนไหนก็ได้”
“ใช่ค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านหนังสือนะคะ”
แอนเดอร์สันยกยกหนังสือเล่มใหญ่มีจำนวนหน้าราว 2,000 หน้ากลับไปทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามเขากลับได้ยินเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจากทหารที่กำลังคุยกัน
“นี่ได้ข่าวว่าหัวหน้าหน่วยเอทโฟและเอทไฟฟเดินทางออกจากค่ายเพื่อเข้าสู่กระบวนการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี”