สำนักดาราสวรรค์!
ในห้องโถงโอฬาร เครื่องเรือนภายในเก่าแก่โบราณกระจายกลิ่นอายเรียบง่ายสง่าผ่าเผย หากเทียบกันกับที่แห่งอื่นให้เมืองหลวงคงฟุ้งเฟ้อไม่เท่าทว่าเก่าและเรียบง่ายกว่า
“อีกไม่นานก็ถึงคราวศิษย์สำนักเราออกไปแสวงหาประสบการณ์ข้างนอกแล้วสถานที่ของปีนี้คือเทือกเขาสระสวรรค์ ใครยินดีจะนำทุกคนไป?”
เจ้าสำนักยืนอยู่ด้านบนโถงใหญ่ แววตาอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยอำนาจน่าเกรงขามแห่งผู้นำ
บรรดาคณาจารย์เกือบสิบชีวิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่สองข้างโถง
อาจารย์สิบท่านนี้เป็นกลุ่มศูนย์รวมของสำนักดาราสวรรค์เทียบกันกับอาจารย์คนอื่นแล้ว อาจารย์ทุกคนในที่นี้ต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัวทั้งนั้น
แต่เมื่อพวกเขาได้ยินนาม ‘เทือกเขาสระสวรรค์’ เท่านั้นต่างก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
ไม่ว่าผู้ใดล้วนก็รู้ว่าเทือกเขาสระสวรรค์หาใช่สถานที่อันดีงาม แต่เป็นหนึ่งในเทือกเขาที่อันตรายที่สุดของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์
สัตว์ปีศาจชุกชุม อสรพิษสัตว์ร้ายเต็มไปหมดยังไม่นับพวกสามลัทธิเก้าอาชีพอีกมากมาย ไหนจะชาวเผ่าที่ตัดขาดจากโลกอีก...
แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่อันตรายทั้งสิ้น!
ครั้นเห็นไม่มีผู้ใดรับปาก ซ่งเฉิงเลี่ยก็ยืนขึ้นอย่างมาดมั่น“เจ้าสำนักเจี่ยง เฉิงเลี่ยยินดีนำทุกคนไป”
บรรดาอาจารย์ต่างก็เคารพเลื่อมใสเขาหลายส่วน ไม่ว่าในสถานการณ์เช่นไรซ่งเฉิงเลี่ยจะเป็นผู้ที่ยืนขึ้นคนแรกเสมอ
กระนั้น เจ้าสำนักเจี่ยงกลับส่ายหน้าเล็กน้อย “เฉิงเลี่ยบัดนี้เจ้าเป็นผู้อาวุโสของสำนักเราแล้ว นำขบวนไปหาประสบการณ์จะไม่เหมาะสมนัก”
“เช่นนั้นข้าเสนออาจารย์อู๋อิ่ง” ซ่งเฉิงเลี่ยกล่าว
อู๋อิ่ง?
สายตาทุกคู่ชำเลืองไปยังร่างบุรุษชุดดำค่อนผอม
แต่ที่น่าระอาก็คือ อู๋อิ่งหรี่ตาเอนหลังพิงเก้าอี้เหมือนโคลนเหลวเนื้อตัวเหม็นกลิ่นเหล้าแสบจมูก บางครั้งบางคราก็เรอออกมาด้วย
“งามไส้” ซ่งเฉิงเลี่ยหางตากระตุก อยากจะถีบมันให้ตกเก้าอี้นักดื่มเหล้าเมามายทั้งวันไม่พอ กระทั่งเวลาแบบนี้ยังมานอนกรนสบายใจเฉิบอีก
อาจารย์คนอื่นลอบส่ายหน้าถอนใจ ทว่าเจ้าสำนักเจี่ยงกลับไม่ได้ว่ากระไรเขาไม่ได้เพิ่งเคยเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก ทุกคนล้วนชินชากับความไร้มารยาทของอู๋อิ่งดี
ต่อให้อีกฝ่ายดื่มเหล้าเมามายทั้งวันเช่นไรก็ไม่มีใครสงสัยในความสามารถทางการสอนของเขาเลย
แต่ท่าทางเช่นนี้ให้นำขบวนคงได้แต่ฝัน
“อาจารย์ซีหลาน ในบรรดาคณาอาจารย์ทั้งหมดที่นี่มีเพียงเจ้าที่ยังไม่เคยนำขบวนไปภารกิจเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ยกให้เจ้ารับหน้าที่ก็แล้วกัน” เจ้าสำนักเจี่ยงสรุป
ห้วงเวลานั้น สายตาทุกคู่เบนไปหาร่างแช่มช้อยอันงามหยดย้อย
แต่ไหนแต่ไรมา ซีหลานก็เป็นเพียงผู้รับฟังอย่างสงบเท่านั้นไม่เคยปริปากพูดสักคำเดียว แต่ไม่มีใครละเลยนาง เรือนผมนุ่มสลวยเงางามสีม่วงพร้อมดวงหน้างามลออต้องแสงหักเหจากนอกประตูนั่นดูช่างงดงามราวกับภูตพรายตกสวรรค์
“เทือกเขาสระสวรรค์อันตรายรอบด้านทั้งยังเป็นศูนย์รวมสามลัทธิเก้าอาชีพซีหลานกลัวว่าจะไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยของศิษย์ทั้งหลายได้” ซีหลานขยับริมฝีปากน้ำเสียงของนางช่างแผ่วหวานราวสายฝน
“อาจารย์ซีหลาน ความปลอดภัยของศิษย์สำคัญที่สุดก็จริงแต่บุปผาที่ผลิบานในห้องอุ่น แม้พรสวรรค์สูงล้ำเป็นประจักษ์ปานใดก็มิอาจหาญสู้อินทรีตัวผู้ที่ผ่านสมรภูมิความเป็นความตาย...ไม่มีทางเติบใหญ่ได้หวังว่าเจ้าจะทุ่มเทกายใจให้เหล่าเด็กที่ยังไม่โตพวกนี้สักคราหนึ่งข้าเชื่อว่าเจ้าทำภารกิจนี้ได้”
ซีหลานไม่ปริปากอันใดดวงตากระจ่างใสดั่งวารีในสารทฤดูหม่นหมองเป็นปริศนาลงหลายส่วน
“อีกอย่างข้าได้ส่งอาจารย์ชั้นสูงที่มีประสบการณ์นำขบวนมาอย่างโชกโชนสองคนไปคอยช่วยเจ้าด้วยไม่ทราบว่าอาจารย์ซีหลานคิดเห็นเป็นเช่นไร?” เจ้าสำนักเจี่ยงถาม
ดวงตาคู่งามขยับเล็กน้อย นางใคร่ครวญเพียงนิดก็พยักหน้าในที่สุด
“การเดินทางไปเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ลำบากอาจารย์ซีหลานแล้วอีกอย่าง หากพบเข้ากับขบวนสำนักยุทธขั้นสูงอื่น พยายามอย่ากระทบกระทั่งจะดีที่สุด”
ว่าจบก็เบนสายตาไปหาซ่งเฉิงเลี่ยข้างกัน “ผู้อาวุโสเฉิงเลี่ยออกประกาศคำสั่งโดยด่วน ศิษย์ที่เข้าสำนักไม่เกินสามปีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าขึ้นไปสามารถลงชื่อเข้าร่วมออกแสวงหาประสบการณ์ครานี้ได้ภารกิจครั้งนี้ข้าให้ชื่อว่า ‘ไล่ล่าปีศาจสระสวรรค์’ ”
“ขอรับ เจ้าสำนักเจี่ยง!”
...
ลานสวนเมเปิ้ล!
แท่นไม้นับพันต่างขนาดและความสูงตั้งตระหง่านอยู่บนลานสวนเมเปิ้ลอย่างไร้กฎเกณฑ์
ประโยชน์ของลานนี้คือให้ศิษย์ได้ยกระดับทักษะที่สำคัญอย่างการทรงตัวและความเร็วในการตอบสนองของตนเองเป็นต้น ใต้ลานไม้จะมีค่ายกลอยู่ หากเปิดค่ายกลนั้นเมื่อใดค่ายกลไม้ที่เคยเรียงเป็นลำดับแน่นอนจะเคลื่อนไหวตามใจอยาก
ส่วนมากในเวลานี้จะมีผู้กล้ายืนอยู่บนค่ายกลไม้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
โครมๆ
ห้วงเวลานี้ ค่ายกลไม้กลับอยู่ในสภาวะเปิดใช้งาน
ร่างหนุ่มแน่นเคลื่อนไหวอยู่บนแท่นไม้ที่เปลี่ยนแปลงตามใจชอบอยู่ใต้เท้าอย่างปราดเปรียวและสมดุลเขาถือหอกสีทองไว้ในมือ เป็นหอกยาวที่มีลวดลายสีดำ
แสงหอกสามฉื่อพันรอบตัวหอก
มาตรแม้นค่ายกลไม้จะเคลื่อนไหวทุกสองวินาที แต่ฉู่เหินก็ยังคงทรงตัวได้เสมือนเดินบนพื้นราบ
อีกทั้ง ขณะเดียวกันกับที่ฉู่เหินเคลื่อนไหวบนแท่นไม้ที่สูงต่ำสั้นยาวไม่เท่ากันหิน ใบไม้ กิ่งไม้...‘อาวุธลับ’ ต่างๆ ก็ลอยมาจากทุกทิศทางไปด้วย
ยามเคลื่อนค่ายกลไม้ สรรพสิ่งที่อยู่บนพื้นรอบด้านจะกลายเป็นอาวุธลับโดยอัตโนมัติ
จึงทำให้ระดับความยากของค่ายกลไม้เพิ่มขึ้นเท่าทวี
เคร้ง!
ฉู่เหินแทงหอกใส่หินที่ลอยเข้าหน้าแสงหอกคมกริบสะท้านหินให้ป่นเป็นเศษผง
ฟ้าว!
เพียงพริบตาเท่านั้น ใบเมเปิ้ลแดงฉานดุจอัคคีก็จู่โจมเข้ามาจากทางขวานำพาพลานุภาพผ่าสายลม เกิดเป็นภาพมายาสีแดงติดต่อกันในอากาศ
เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฉู่เหินเหยียบย่ำลงบนแท่นไม้แล้วเคลื่อนไหวไปยังจุดถัดไป
ฉู่เหินไม่แตกตื่นลนลานกับ ‘อันตราย’ ที่กล้ำกรายเข้ามาแบบไม่ให้พักหายใจยามสูญสิ้นที่ยืน เขาออกแรงที่ท่อนล่าง ทั้งร่างเสมือนเดินอยู่บนพื้นราบ
จากนั้นจึงหมุนกายพุ่งหอกพิชิตมารออกไปแทงเข้าที่ใบเมเปิ้ลนั้นอย่างแม่นยำ
ปลายหอกแหลมคมแทงทะลุใบเมเปิ้ล เสียบค้างไว้เช่นนั้น
ฉู่เหินตีลังกากลับหลังโรยตัวลงยังพื้นที่ว่างนอกค่ายกลไม้อย่างมั่นคง
ฟึ่บ!
ฉับพลันใบเมเปิ้ลที่ปลายหอกพิชิตมารก็แหลกสลายเป็นผุยผงเฉกเช่นฟองสบู่ที่แตกออก
...
“ฝีมือเยี่ยม!” ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะสดใสก็แว่วมา
ฉู่เหินหันไปมอง เห็นผู้มาเยือนว่าคือเหอชิงหยวนใช่ใครอื่น
“ศิษย์พี่ชิงหยวน…”
“ฮะๆ ศิษย์น้องฉู่เหินช่างเปี่ยมพรสวรรค์ผิดธรรมดาจริงๆเพิ่งครึ่งเดือนก็ก้าวหน้าถึงขั้นนี้แล้ว ข้านี่อับอายไปเลย”
“ศิษย์พี่ชิงหยวนล้อข้าเล่นแล้ว”
“ไม่เลยๆ ข้าไม่ได้ล้อเล่น เวลาครึ่งเดือนข้าเพิ่งทรงตัวบนค่ายกลไม้ได้เท่านั้นเองตอนนั้นศิษย์พี่จีเสียนหัวเราะข้าแทบแย่”
จีเสียน?
ฉู่เหินประหลาดใจเล็กน้อยก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นนามนี้บนอันดับคะแนนดาวของหอเมฆดารามาก่อน
จีเสียนคืออันดับหนึ่งของอันดับคะแนนดาวเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลาน คะแนนดาวเกินแสนคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของสำนักดาราสวรรค์อย่างสมภาคภูมิ
“ศิษย์น้องฉู่เหินพรสวรรค์เช่นเจ้าอาจเทียบเท่าศิษย์พี่จีเสียนได้ในภายภาคหน้าแล้วกระมัง”เหอชิงหยวนเปรย
ฉู่เหินยิ้ม ไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้มากมายนัก เขาถามทันที“ศิษย์พี่ชิงหยวน ไฉนท่านตัวคนเดียวเล่า? คนอื่นหายไปไหน?”
วันนี้เป็นวันที่อาจารย์ซีหลานจะสอนวิชา
ด้วย ‘เสียมารยาท’ ก่อนหน้านี้มาหลายครั้งแล้ว วันนี้ฉู่เหินจึงมาเร็วเป็นพิเศษ
เหอชิงหยวนส่ายหน้า “วันนี้ยกเลิกการสอน”
“ยกเลิกอีกแล้วหรือ?” ฉู่เหินอึ้งไป
เหอชิงหยวนก็ยังรู้สึกขำขันอยู่ดี ผ่านมานานแล้วฉู่เหินก็ยังไม่เคยเข้าฟังอาจารย์ซีหลานสอนเลยสักที เหอชิงหยวนตบบ่าฉู่เหินพลางบอก“ใช่แล้ว สามวันให้หลังพวกเราจะไปแสวงหาประสบการณ์ที่เทือกเขาสระสวรรค์กันอีกทั้งครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่อาจารย์ซีหลานเป็นผู้นำขบวนเดินทางด้วย จึงมีเรื่องให้ต้องตระเตรียมการมากมาย”
“เทือกเขาสระสวรรค์หรือ?”
ดวงตาฉู่เหินฉายแววพิศวงพี่ใหญ่หลงชิงหยางก็ไปเทือกเขาสระสวรรค์ไม่ใช่หรือ?
นับตั้งแต่ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงมาจนวันนี้ก็ปาเข้าไปครึ่งเดือนแล้วระหว่างนี้ฉู่เหินได้ไปถามข่าวเรื่องหลงชิงหยางกับหลงเสวียนซวงหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ยังไม่กลับมาเสียที
ฉู่เหินไม่สบายใจเพราะเหตุนี้
หากไปเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ด้วย อาจจะสืบหาเบาะแสอะไรได้บ้าง
“ศิษย์พี่ชิงหยวน ศิษย์ใหม่เช่นพวกเราไปได้ไหมขอรับ?” ฉู่เหินถาม
“อื้ม เงื่อนไขลงชื่อ ‘ล่าปีศาจสระสวรรค์’ ก็คือต้องเข้าสำนักน้อยกว่าสามปีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าขึ้นไป เจ้าเข้าร่วมได้อยู่แล้ว”
“จริงหรือ?” ฉู่เหินตาเป็นประกาย
“จริงสิ กลับไปเตรียมตัวให้ดีเสีย สามวันให้หลังค่อยไปรวมพลที่ลานเจ็ดดาว”
...
หลังสนทนาพาทีกับเหอชิงหยวนเสร็จแล้ว ฉู่เหินก็กลับที่พัก
ปฏิบัติการออกแสวงหาประสบการณ์ล่าปีศาจสระสวรรค์ได้ถูกประกาศในสำนักดาราสวรรค์แล้ว
เพียงได้ยินว่าผู้นำขบวนหนนี้คืออาจารย์ซีหลานเท่านั้น ผู้คนก็แทบจะแย่งกันลงชื่อมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ระแวงถึงอันตรายในเทือกเขาสระสวรรค์ จึงไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมครานี้
ฉู่เหินผู้กลับถึงที่พักเตรียมเก็บข้าวของอย่างง่ายๆ
“ยังมีเวลาอีกสามวัน ข้าใช้ยาเร้นหยวนนั้นได้...”
สิบกว่าวันที่ผ่านมาฉู่เหินขัดเกลาฝึกฝนเพลงหอกพิชิตมารบนค่ายกลไม้อยู่เป็นนิจพร้อมทั้งศึกษาและเริ่มจับทางเคล็ดวิชาประทับผนึกน้ำแข็งได้ พลังหยวนแท้ในกายของเขาควบแน่นและมั่นคงดีแล้วสมควรแก่เวลาที่จะกินยาเร้นหยวน
วาบ…
แสงขาวสว่างวาบ ขวดหยกขวดเล็กปรากฏบนฝ่ามือ
ยามเปิดฝาขวดออกแล้วกลิ่นอายหอมเข้มข้นก็ลอยขึ้นมาเตะจมูกฉู่เหินเทยาลงบนมือ เม็ดยาสีแดงเข้มแฝงไว้ด้วยพลังงานอันซ่อนเร้นและคึกคะนอง
ฉู่เหินแววตาเร่าร้อนหลายส่วน
“ยาเร้นหยวนเม็ดนี้น่าจะช่วยข้าทะลวงขึ้นระดับเชื่อมหยวนขั้นสี่ได้”ฉับพลัน ฉู่เหินกินยาเร้นหยวนเข้าไป ยาเข้าปากแล้วไหลไปตามลำคอลงสู่ท้อง
ชั่ววินาที พลังงานแกร่งกล้าโหมกระหน่ำพลันอบอวลในกายฉู่เหินราวบ่อน้ำร้อนพวยพุ่ง
…………………………