ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 ล่าปีศาจสระสวรรค์

            สำนักดาราสวรรค์!

            ในห้องโถงโอฬาร เครื่องเรือนภายในเก่าแก่โบราณกระจายกลิ่นอายเรียบง่ายสง่าผ่าเผย หากเทียบกันกับที่แห่งอื่นให้เมืองหลวงคงฟุ้งเฟ้อไม่เท่าทว่าเก่าและเรียบง่ายกว่า

            “อีกไม่นานก็ถึงคราวศิษย์สำนักเราออกไปแสวงหาประสบการณ์ข้างนอกแล้วสถานที่ของปีนี้คือเทือกเขาสระสวรรค์ ใครยินดีจะนำทุกคนไป?”

            เจ้าสำนักยืนอยู่ด้านบนโถงใหญ่ แววตาอ่อนโยนแฝงไว้ด้วยอำนาจน่าเกรงขามแห่งผู้นำ

            บรรดาคณาจารย์เกือบสิบชีวิตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่สองข้างโถง

            อาจารย์สิบท่านนี้เป็นกลุ่มศูนย์รวมของสำนักดาราสวรรค์เทียบกันกับอาจารย์คนอื่นแล้ว อาจารย์ทุกคนในที่นี้ต่างก็มีความสามารถเฉพาะตัวทั้งนั้น

            แต่เมื่อพวกเขาได้ยินนาม ‘เทือกเขาสระสวรรค์’ เท่านั้นต่างก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้

            ไม่ว่าผู้ใดล้วนก็รู้ว่าเทือกเขาสระสวรรค์หาใช่สถานที่อันดีงาม แต่เป็นหนึ่งในเทือกเขาที่อันตรายที่สุดของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์

            สัตว์ปีศาจชุกชุม อสรพิษสัตว์ร้ายเต็มไปหมดยังไม่นับพวกสามลัทธิเก้าอาชีพอีกมากมาย ไหนจะชาวเผ่าที่ตัดขาดจากโลกอีก...

            แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่อันตรายทั้งสิ้น!

            ครั้นเห็นไม่มีผู้ใดรับปาก ซ่งเฉิงเลี่ยก็ยืนขึ้นอย่างมาดมั่น“เจ้าสำนักเจี่ยง เฉิงเลี่ยยินดีนำทุกคนไป”

            บรรดาอาจารย์ต่างก็เคารพเลื่อมใสเขาหลายส่วน ไม่ว่าในสถานการณ์เช่นไรซ่งเฉิงเลี่ยจะเป็นผู้ที่ยืนขึ้นคนแรกเสมอ

            กระนั้น เจ้าสำนักเจี่ยงกลับส่ายหน้าเล็กน้อย “เฉิงเลี่ยบัดนี้เจ้าเป็นผู้อาวุโสของสำนักเราแล้ว นำขบวนไปหาประสบการณ์จะไม่เหมาะสมนัก”

            “เช่นนั้นข้าเสนออาจารย์อู๋อิ่ง” ซ่งเฉิงเลี่ยกล่าว

            อู๋อิ่ง?

            สายตาทุกคู่ชำเลืองไปยังร่างบุรุษชุดดำค่อนผอม

            แต่ที่น่าระอาก็คือ อู๋อิ่งหรี่ตาเอนหลังพิงเก้าอี้เหมือนโคลนเหลวเนื้อตัวเหม็นกลิ่นเหล้าแสบจมูก บางครั้งบางคราก็เรอออกมาด้วย

            “งามไส้” ซ่งเฉิงเลี่ยหางตากระตุก อยากจะถีบมันให้ตกเก้าอี้นักดื่มเหล้าเมามายทั้งวันไม่พอ กระทั่งเวลาแบบนี้ยังมานอนกรนสบายใจเฉิบอีก

            อาจารย์คนอื่นลอบส่ายหน้าถอนใจ ทว่าเจ้าสำนักเจี่ยงกลับไม่ได้ว่ากระไรเขาไม่ได้เพิ่งเคยเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก ทุกคนล้วนชินชากับความไร้มารยาทของอู๋อิ่งดี

            ต่อให้อีกฝ่ายดื่มเหล้าเมามายทั้งวันเช่นไรก็ไม่มีใครสงสัยในความสามารถทางการสอนของเขาเลย

            แต่ท่าทางเช่นนี้ให้นำขบวนคงได้แต่ฝัน

            “อาจารย์ซีหลาน ในบรรดาคณาอาจารย์ทั้งหมดที่นี่มีเพียงเจ้าที่ยังไม่เคยนำขบวนไปภารกิจเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ยกให้เจ้ารับหน้าที่ก็แล้วกัน” เจ้าสำนักเจี่ยงสรุป

            ห้วงเวลานั้น สายตาทุกคู่เบนไปหาร่างแช่มช้อยอันงามหยดย้อย

            แต่ไหนแต่ไรมา ซีหลานก็เป็นเพียงผู้รับฟังอย่างสงบเท่านั้นไม่เคยปริปากพูดสักคำเดียว แต่ไม่มีใครละเลยนาง เรือนผมนุ่มสลวยเงางามสีม่วงพร้อมดวงหน้างามลออต้องแสงหักเหจากนอกประตูนั่นดูช่างงดงามราวกับภูตพรายตกสวรรค์

            “เทือกเขาสระสวรรค์อันตรายรอบด้านทั้งยังเป็นศูนย์รวมสามลัทธิเก้าอาชีพซีหลานกลัวว่าจะไม่อาจคุ้มครองความปลอดภัยของศิษย์ทั้งหลายได้” ซีหลานขยับริมฝีปากน้ำเสียงของนางช่างแผ่วหวานราวสายฝน

            “อาจารย์ซีหลาน ความปลอดภัยของศิษย์สำคัญที่สุดก็จริงแต่บุปผาที่ผลิบานในห้องอุ่น แม้พรสวรรค์สูงล้ำเป็นประจักษ์ปานใดก็มิอาจหาญสู้อินทรีตัวผู้ที่ผ่านสมรภูมิความเป็นความตาย...ไม่มีทางเติบใหญ่ได้หวังว่าเจ้าจะทุ่มเทกายใจให้เหล่าเด็กที่ยังไม่โตพวกนี้สักคราหนึ่งข้าเชื่อว่าเจ้าทำภารกิจนี้ได้”

            ซีหลานไม่ปริปากอันใดดวงตากระจ่างใสดั่งวารีในสารทฤดูหม่นหมองเป็นปริศนาลงหลายส่วน

            “อีกอย่างข้าได้ส่งอาจารย์ชั้นสูงที่มีประสบการณ์นำขบวนมาอย่างโชกโชนสองคนไปคอยช่วยเจ้าด้วยไม่ทราบว่าอาจารย์ซีหลานคิดเห็นเป็นเช่นไร?” เจ้าสำนักเจี่ยงถาม

            ดวงตาคู่งามขยับเล็กน้อย นางใคร่ครวญเพียงนิดก็พยักหน้าในที่สุด

            “การเดินทางไปเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ลำบากอาจารย์ซีหลานแล้วอีกอย่าง หากพบเข้ากับขบวนสำนักยุทธขั้นสูงอื่น พยายามอย่ากระทบกระทั่งจะดีที่สุด”

            ว่าจบก็เบนสายตาไปหาซ่งเฉิงเลี่ยข้างกัน “ผู้อาวุโสเฉิงเลี่ยออกประกาศคำสั่งโดยด่วน ศิษย์ที่เข้าสำนักไม่เกินสามปีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าขึ้นไปสามารถลงชื่อเข้าร่วมออกแสวงหาประสบการณ์ครานี้ได้ภารกิจครั้งนี้ข้าให้ชื่อว่า ‘ไล่ล่าปีศาจสระสวรรค์’ ”

            “ขอรับ เจ้าสำนักเจี่ยง!”

            ...

            ลานสวนเมเปิ้ล!

            แท่นไม้นับพันต่างขนาดและความสูงตั้งตระหง่านอยู่บนลานสวนเมเปิ้ลอย่างไร้กฎเกณฑ์

            ประโยชน์ของลานนี้คือให้ศิษย์ได้ยกระดับทักษะที่สำคัญอย่างการทรงตัวและความเร็วในการตอบสนองของตนเองเป็นต้น ใต้ลานไม้จะมีค่ายกลอยู่ หากเปิดค่ายกลนั้นเมื่อใดค่ายกลไม้ที่เคยเรียงเป็นลำดับแน่นอนจะเคลื่อนไหวตามใจอยาก

            ส่วนมากในเวลานี้จะมีผู้กล้ายืนอยู่บนค่ายกลไม้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

            โครมๆ

            ห้วงเวลานี้ ค่ายกลไม้กลับอยู่ในสภาวะเปิดใช้งาน

            ร่างหนุ่มแน่นเคลื่อนไหวอยู่บนแท่นไม้ที่เปลี่ยนแปลงตามใจชอบอยู่ใต้เท้าอย่างปราดเปรียวและสมดุลเขาถือหอกสีทองไว้ในมือ เป็นหอกยาวที่มีลวดลายสีดำ

            แสงหอกสามฉื่อพันรอบตัวหอก

            มาตรแม้นค่ายกลไม้จะเคลื่อนไหวทุกสองวินาที แต่ฉู่เหินก็ยังคงทรงตัวได้เสมือนเดินบนพื้นราบ

            อีกทั้ง ขณะเดียวกันกับที่ฉู่เหินเคลื่อนไหวบนแท่นไม้ที่สูงต่ำสั้นยาวไม่เท่ากันหิน ใบไม้ กิ่งไม้...‘อาวุธลับ’ ต่างๆ ก็ลอยมาจากทุกทิศทางไปด้วย

            ยามเคลื่อนค่ายกลไม้ สรรพสิ่งที่อยู่บนพื้นรอบด้านจะกลายเป็นอาวุธลับโดยอัตโนมัติ

            จึงทำให้ระดับความยากของค่ายกลไม้เพิ่มขึ้นเท่าทวี

            เคร้ง!

            ฉู่เหินแทงหอกใส่หินที่ลอยเข้าหน้าแสงหอกคมกริบสะท้านหินให้ป่นเป็นเศษผง

            ฟ้าว!

            เพียงพริบตาเท่านั้น ใบเมเปิ้ลแดงฉานดุจอัคคีก็จู่โจมเข้ามาจากทางขวานำพาพลานุภาพผ่าสายลม เกิดเป็นภาพมายาสีแดงติดต่อกันในอากาศ

            เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฉู่เหินเหยียบย่ำลงบนแท่นไม้แล้วเคลื่อนไหวไปยังจุดถัดไป

            ฉู่เหินไม่แตกตื่นลนลานกับ ‘อันตราย’ ที่กล้ำกรายเข้ามาแบบไม่ให้พักหายใจยามสูญสิ้นที่ยืน เขาออกแรงที่ท่อนล่าง ทั้งร่างเสมือนเดินอยู่บนพื้นราบ

            จากนั้นจึงหมุนกายพุ่งหอกพิชิตมารออกไปแทงเข้าที่ใบเมเปิ้ลนั้นอย่างแม่นยำ

            ปลายหอกแหลมคมแทงทะลุใบเมเปิ้ล เสียบค้างไว้เช่นนั้น

            ฉู่เหินตีลังกากลับหลังโรยตัวลงยังพื้นที่ว่างนอกค่ายกลไม้อย่างมั่นคง

            ฟึ่บ!

            ฉับพลันใบเมเปิ้ลที่ปลายหอกพิชิตมารก็แหลกสลายเป็นผุยผงเฉกเช่นฟองสบู่ที่แตกออก

            ...

            “ฝีมือเยี่ยม!” ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะสดใสก็แว่วมา

            ฉู่เหินหันไปมอง เห็นผู้มาเยือนว่าคือเหอชิงหยวนใช่ใครอื่น

            “ศิษย์พี่ชิงหยวน…”

            “ฮะๆ ศิษย์น้องฉู่เหินช่างเปี่ยมพรสวรรค์ผิดธรรมดาจริงๆเพิ่งครึ่งเดือนก็ก้าวหน้าถึงขั้นนี้แล้ว ข้านี่อับอายไปเลย”

            “ศิษย์พี่ชิงหยวนล้อข้าเล่นแล้ว”

            “ไม่เลยๆ ข้าไม่ได้ล้อเล่น เวลาครึ่งเดือนข้าเพิ่งทรงตัวบนค่ายกลไม้ได้เท่านั้นเองตอนนั้นศิษย์พี่จีเสียนหัวเราะข้าแทบแย่”

            จีเสียน?

            ฉู่เหินประหลาดใจเล็กน้อยก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นนามนี้บนอันดับคะแนนดาวของหอเมฆดารามาก่อน

            จีเสียนคืออันดับหนึ่งของอันดับคะแนนดาวเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลาน คะแนนดาวเกินแสนคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของสำนักดาราสวรรค์อย่างสมภาคภูมิ

            “ศิษย์น้องฉู่เหินพรสวรรค์เช่นเจ้าอาจเทียบเท่าศิษย์พี่จีเสียนได้ในภายภาคหน้าแล้วกระมัง”เหอชิงหยวนเปรย

            ฉู่เหินยิ้ม ไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้มากมายนัก เขาถามทันที“ศิษย์พี่ชิงหยวน ไฉนท่านตัวคนเดียวเล่า? คนอื่นหายไปไหน?”

            วันนี้เป็นวันที่อาจารย์ซีหลานจะสอนวิชา

            ด้วย ‘เสียมารยาท’ ก่อนหน้านี้มาหลายครั้งแล้ว วันนี้ฉู่เหินจึงมาเร็วเป็นพิเศษ

            เหอชิงหยวนส่ายหน้า “วันนี้ยกเลิกการสอน”

            “ยกเลิกอีกแล้วหรือ?” ฉู่เหินอึ้งไป

            เหอชิงหยวนก็ยังรู้สึกขำขันอยู่ดี ผ่านมานานแล้วฉู่เหินก็ยังไม่เคยเข้าฟังอาจารย์ซีหลานสอนเลยสักที เหอชิงหยวนตบบ่าฉู่เหินพลางบอก“ใช่แล้ว สามวันให้หลังพวกเราจะไปแสวงหาประสบการณ์ที่เทือกเขาสระสวรรค์กันอีกทั้งครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่อาจารย์ซีหลานเป็นผู้นำขบวนเดินทางด้วย จึงมีเรื่องให้ต้องตระเตรียมการมากมาย”

            “เทือกเขาสระสวรรค์หรือ?”

            ดวงตาฉู่เหินฉายแววพิศวงพี่ใหญ่หลงชิงหยางก็ไปเทือกเขาสระสวรรค์ไม่ใช่หรือ?

            นับตั้งแต่ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงมาจนวันนี้ก็ปาเข้าไปครึ่งเดือนแล้วระหว่างนี้ฉู่เหินได้ไปถามข่าวเรื่องหลงชิงหยางกับหลงเสวียนซวงหลายครั้งแต่เจ้าตัวก็ยังไม่กลับมาเสียที

            ฉู่เหินไม่สบายใจเพราะเหตุนี้

            หากไปเทือกเขาสระสวรรค์ครานี้ด้วย อาจจะสืบหาเบาะแสอะไรได้บ้าง

            “ศิษย์พี่ชิงหยวน ศิษย์ใหม่เช่นพวกเราไปได้ไหมขอรับ?” ฉู่เหินถาม

            “อื้ม เงื่อนไขลงชื่อ ‘ล่าปีศาจสระสวรรค์’ ก็คือต้องเข้าสำนักน้อยกว่าสามปีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าขึ้นไป เจ้าเข้าร่วมได้อยู่แล้ว”

            “จริงหรือ?” ฉู่เหินตาเป็นประกาย

            “จริงสิ กลับไปเตรียมตัวให้ดีเสีย สามวันให้หลังค่อยไปรวมพลที่ลานเจ็ดดาว”

            ...

            หลังสนทนาพาทีกับเหอชิงหยวนเสร็จแล้ว ฉู่เหินก็กลับที่พัก

            ปฏิบัติการออกแสวงหาประสบการณ์ล่าปีศาจสระสวรรค์ได้ถูกประกาศในสำนักดาราสวรรค์แล้ว

            เพียงได้ยินว่าผู้นำขบวนหนนี้คืออาจารย์ซีหลานเท่านั้น ผู้คนก็แทบจะแย่งกันลงชื่อมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ระแวงถึงอันตรายในเทือกเขาสระสวรรค์ จึงไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมครานี้

            ฉู่เหินผู้กลับถึงที่พักเตรียมเก็บข้าวของอย่างง่ายๆ

            “ยังมีเวลาอีกสามวัน ข้าใช้ยาเร้นหยวนนั้นได้...”

            สิบกว่าวันที่ผ่านมาฉู่เหินขัดเกลาฝึกฝนเพลงหอกพิชิตมารบนค่ายกลไม้อยู่เป็นนิจพร้อมทั้งศึกษาและเริ่มจับทางเคล็ดวิชาประทับผนึกน้ำแข็งได้ พลังหยวนแท้ในกายของเขาควบแน่นและมั่นคงดีแล้วสมควรแก่เวลาที่จะกินยาเร้นหยวน

            วาบ…

            แสงขาวสว่างวาบ ขวดหยกขวดเล็กปรากฏบนฝ่ามือ

            ยามเปิดฝาขวดออกแล้วกลิ่นอายหอมเข้มข้นก็ลอยขึ้นมาเตะจมูกฉู่เหินเทยาลงบนมือ เม็ดยาสีแดงเข้มแฝงไว้ด้วยพลังงานอันซ่อนเร้นและคึกคะนอง

            ฉู่เหินแววตาเร่าร้อนหลายส่วน

            “ยาเร้นหยวนเม็ดนี้น่าจะช่วยข้าทะลวงขึ้นระดับเชื่อมหยวนขั้นสี่ได้”ฉับพลัน ฉู่เหินกินยาเร้นหยวนเข้าไป ยาเข้าปากแล้วไหลไปตามลำคอลงสู่ท้อง

            ชั่ววินาที พลังงานแกร่งกล้าโหมกระหน่ำพลันอบอวลในกายฉู่เหินราวบ่อน้ำร้อนพวยพุ่ง

     

                …………………………