ท่ามกลางราตรีแห่งการสูญเสียอันคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวโลหิตที่พัดโชยลอยตามกระแสลมหนาว ร่างของทหารเกราะสีเงินทึบมากมายต่างตกตายกันไปมากกว่าแสนนายด้วยการลงมือสังหารจากคนผู้เดียว ร่างของพวกเขาต่างขาดวิ้น บ้างก็ไร้ซึ่งแขน บ้างก็ไร้ซึ่งขา ในขณะที่บางคนนั้นมีช่องโหว่ขนาดใหญ่อยู่กลางลำตัว บ้านเรือนทรงสี่เหลี่ยมสูงมากมายลักษณะคล้ายกับเมืองของอิตาลีต่างพังทลายมากกว่าพันหลังคาเรือน หลงเหลือไว้เพียงซากกองอิฐและกลุ่มควันอันหนาทึบ ผืนแผ่นดินต่างแตกออกยกระดับน้อยใหญ่ต่างกันไป เปลี่ยนภูมิศาสตร์ของเมืองกลายเป็หุบเขามากมาย
แต่ถึงกระนั้นกลับปรากฏปราสาทหินอ่อนขนาดใหญ่เกินความจำเป็ตั้งอยู่กลางดินแดนอันล่มสลายนี้อย่างเด็นตระหง่าน ลักษณะของมันคล้ายกับปราสาทยุคโกธิคที่มียอดสูงมากกว่าสิบแห่ง ขนาดของมันสูงราวๆยี่สิบเมตรและกินพื้นที่ความกว้างมากกว่าห้าร้อยเมตร กระจกหลากสีสันอันงดงามของมันถูกประดับไปด้วยคราบโลหิตและซากเนื้อที่กระจายไปทั่ว
ลึกเข้าไปภายในปราสาทอันใหญ่โตนี้ ทุกสิ่งล้วนคล้ายตกอยู่ในห่วงความตาย ส่วนลึกของมันนั้นปรากฏห้องโถงที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต แสงสลัวๆจากเปลวเทียนที่กำลังพริ้วไหวอยู่นั้นสว่างพอที่จะทำให้ทุกคนมองเห็นซากศพคนมากมายทั้งชายหญิง เด็กเล็กและชราวัย ไม่มีใครรอดแม้เพียงหนึ่ง
แต่ท่ามกลางศพเ่าั้ ร่างของชายผู้หนึ่งที่ยังคงมีชีวิตอยู่กำลังคุกเข่าลงเบื้องหน้าพวกเขาด้วยร่างกายที่สั่นเทา เขามีร่างกายที่สูงใหญ่ ผมและดวงตาเป็สีแดงเพลิง แต่หากมองลึกเข้าไปในดวงตาอันแดงฉานนั้นทุกคนจะพบเพียงแต่ความเดือดดาลที่กำลังลุกโหมอยู่ในใจเขา ชุดเกราะสีดำทึบของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยฟาดฟันของคมดาบและคราบโลหิต ศรมากมายต่างก็ปักอยู่ที่ด้านหลังของเขาจนดูคล้ายกับทหารที่ผ่านศึกมาได้ไม่นานนี้
"ข้าขออภัยท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขออภัยด้วยเหมยซินที่ข้าไม่อาจอยู่เคียงข้างเ้าได้ในยามจำเป็เช่นนี้... บุตรข้า..ข้าชั่งเป็พ่อที่แย่ยิ่งนัก"
เสียงอันสั่นเครือของชายคนนั้นดังออกมาด้วยความโศกเศร้าและหดหู่อย่างสุดแสน หยาดน้ำตาต่างไหลลินออกมาเป็สาย ความเ็ปจากการสูญเสียคนที่รักลงไปมันยากเกินกว่าที่ตัวเขาจะรับมือได้...
แต่ตอนนั้นเองกลับปรากฏคนแปคนสวมชุดสีดำอำพรางตัวจากมุมมืดพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมด้วยกระบี่ยาวสีเงินวาวในมือ แต่เพียงพวกเขาเ่าั้เข้าใกล้ชายผมแดงเพลิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ในระยะห้าเมตร ประกายไฟแห่งความเกรี้ยวกราดต่างลุกโหมขึ้นบนร่างของพวกเขาอย่างไม่มีที่มาที่ไป มันลุกโหมเผาไหม้คนทั้งแปภายในเวลาเพียงหนึ่งลมหายใจ และเพียงแค่หนึ่งลมหายใจร่างทุกร่างล้วนแต่หลงเหลือไว้เพียงเถ้าธุรีที่ลอยพัดไปตามกระแสลมอย่างไม่อาจขัดขืน กระทั่งเสียงร้องด้วยความเ็ปพวกเขายังไม่อาจเปล่งมันออกมาได้แม้เพียงครึ่งคำ...
ชายผมสีแดงเพลิงโน้มตัวโอบกอดเหล่าคนที่เขารักก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งปลดปล่อยไอปราณสีแดงเพลิงอันสุกสกาวออกมารอบกายอย่างเยือกเย็น แม้ปราณเหล่านี้นั้นจะไม่เกรี้ยวกราด แต่มันก็ยังสามารถส่งแรงกดดันอันน่าเกรงขามออกมาได้อย่างชัดเจนจนทหารที่รออยุ่ด้านนอกต่างก็สั่นผวาไปตามๆกัน
แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ทำได้เพียงกัดฟันสู้...
โดยไม่ถึงอึดใจที่ชายผมแดงยืนขึ้น ผู้คนมากมายต่างกรูกันเข้ามาโจมตีเขาโดยพลัน แต่ทุกรายนั้นมีสภาพไม่ต่างกัน เพราะทุกร่างต่างรุกเป็เพลิงทั้งสิ้น ก่อนเขาจะเยื้องกายออกมาจากห้องนั้นอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูของปราสาทอันใหญ่โตนี้
"ครื้น....."
เสียงจากบานประตูขนาดใหญ่ที่กำลังถูกผลักกออกดังขึ้นเป็สัญญาณให้ทหารเกราะสีเงินทึบมากมายที่กำลังล้อมรอบที่แห่งนี้นั้นตื่นตัวในทันที และทันทีที่พวกมันมองเห็นร่างของชายผมสีแดงเพลิง พวกมันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะพุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังทั้งหมด
คนนับร้อยพันต่างพุ่งเข้าโจมตีชายผมสีแดงเพลิงราวกับฝูงมดที่พร้อมปิดชีวิตชายผมสีแดงเพลิงอย่างบ้าคลั่ง ทว่าครานี้พวกเขาเ่าั้มิได้รุกเป็เพลิงไหม้แต่อย่างใด...
แต่พวกเขาเ่าั้ถูกชายผมแดงเพลิงซัดฝ่ามือออกผ่าร่างจนขาดครึ่ง หยาดโลหิตต่างพุ่งสาดกระเส็นออกเป็สาย ดวงตาของทหารที่ตายลงเ่าั้ยังคงเบิกค้างราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าร่างของตนได้ขาดเป็สองท่อนไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครที่พุ่งเข้ามาหาเขาล้วนแต่ต้องถูกเขาสังหารด้วยมือที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการสังหาร
การต่อสู้เริ่มรุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งปราสาทบางส่วนเริ่มถูกทำลายลงจากการปะทะของทั้งสองฝ่าย
แต่ท่ามกลางกลุ่มควันที่เกิดจากการพังทลายเ่าั้ เป็เหล่าประกายแสงอันสว่างระยิบระยับของกระแสโลหิตสะท้อนแสงที่แซม
แซกออกมาจนน่าขนลุก
ไม่ว่าจะมองไปทางใด นอกจากเปลวไฟอันร้อนแรงที่แผดเผาไปทั่วทุกส่วนของปราสาทแล้ว มันจะมีก็เพียงซากขี้เถ้าที่เกิดจากฝีมือของชายผมสีแดงเท่านั้น เสียงร้องโหยหวนอันกังวาลของเหล่าทหาราเ็ที่ยังคงไม่ตกตายต่างก็ดังออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับบทบรรเลงขับขานิญญาจากนรก
ตัวเขาในยามนี้นั้นต่างเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดจากความสูญเสีย มันมีเพียงความปราถนาเดียวเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในแววตาของเขา...
ฆ่า!
ก่อนเขาจะเร่งเร้าพลังปราณสีแดงฉานให้ไหลทลักออกมาจากร่างอย่างน่าเกรงขามจนเกิดเป็ยแรงกดดันอันมหาศาลที่บีบรัดมวลอากาศโดยรอบให้ถึงกับสั่นไหว คล้ายกับพวกมันกำลังจะพังทลายลงทุกเมื่อ
"ดาหน้ากันมาให้หมดไอ้พวกสารเลว!!! หากมาเพียงนิดเยี่ยงนี้ ข้าคงไม่อาจระบายความแค้นที่้าฉีกกระชากพวกเ้าทุกคนได้!!!"
ชายผมสีแดงเพลิงะโลั่นจนสุดลำคอผ่านกระแสปราณ จนทุกคนที่อยู่ไกลออกไปนับกิโลเมตรยังสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาฆ่าฟันของเขาได้
แม้จะเป็เพียงคำกล่าวของเขา แต่มันกลับเป็ดั่งโซ่รัดกุมิญญาของผู้ได้ยิน จนผู้ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งพอบางคนนั้นถึงกับกระอั๊กโลหิตออกมาทันที
"ฮึ่ม! อย่าทระนงตนจนเกินไป ลู่เฟิง!!!"
เป็เสียงที่ดังออกมาจากปากของผู้ที่กำลังพุ่งมาหาชายกระหายเืด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกรีดร้องของอากาศ ชายคนนั้นมีร่างที่ใหญ่โตราวๆสองเมตร ในมือของเขานั้นกำลังกระชับดาบั์สีเงินอย่างแ่า เขาสวมเกราะหนักสีเงินแบบฉบับอัศวินตะวันตกเต็มยศ ตัวเกราะปล่อยกลิ่นอายอันลึกลับและน่าเกรงขามทำให้รู้สึกเหมือนมันเป็ดั่งขุนเขาที่ไม่มีวันพังทลายลง
"ฮึ่ม! เหตุใดกันที่พวกเ้าต้องทำลายล้างตระกูลข้า!!! พ่อข้า!!! แม่ข้า!!! ภรรยาข้า!!! แม้กระทั้งลูกของข้า!!! ไอ้สารเลวอย่างพวกเ้า!!! สารเวลอย่างพวกเ้าสังหารพวกเขาจนสิ้นด้วยเหตุอันใดกัน!!!"
สิ้นเสียงของชายกระหายเืนามว่า "ลู่เฟิง" เขาก็ได้พุ่งตัวออกเตะไปยังข้างหน้าปะทะเข้ากับดาบั์ของชายสวมเกราะเต็มยศคนนั้น
การปะทะกันระหว่างคมดาบั์อันแข็งแกร่งและขาของลู่เฟิงนั้น ก่อเป็ระลอกคลื่นปราณที่บททำลายทุกอย่างในรัศมีร้อยเมตรทันที แต่ทันทีที่ชายผู้มีนามว่า"ลู่เฟิง"แปรเปลี่ยนกระแสปราณออกเป็สีคราม
ดาบั์นั้นก็ได้หักออกเป็สองส่วนและขาของลู่เฟิงได้กวาดทะลุผ่านร่างของชายร่างั์คนนั้นราวกับมันเป็เพียงอากาศธาตุที่ว่างเปล่าไปในพริบตา หยาดโลหิตสาดกระเส็นออกมาเป็สายตามแรงเหวี่ยงจากการโจมตีของลู่เฟิง พร้อมกับประกายไฟสีครามอันร้อนแรงที่ได้ตัดผ่านทะลุทุกสรรพสิ่งไปไกลนับกิโลเมตร
พวกมันต่างพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาปราสาทขนาดใหญ่ราวกับจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางทาง ก่อนมันจะเกิดเป็เสียงะเิอันรุนแรงและกลุ่มก้อนเพลิงขนาดใหญ่ที่พวยพุ่งขึ้นนับร้อยเมตร
“ตูม!!!!”
ชายร่างั์คนนั้นไม่สามารถหายใจได้อีกต่อไป เขาไม่สามารถรับรู้ได้เสียด้วยซ้ำว่าตัวเขาได้พ่ายแพ้ลงไปแล้วในการโจมตีเดียว...
ในขณะเดียวกัน ปราสาทขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากระลอกคลื่นพลังทำลายล้างของลู่เฟิงต่างก็ค่อยๆพังทลายลงอย่างช้าๆตลอดแนวคลื่นลูกเตะของเขา พร้อมด้วยบานประตูขนาดใหญ่กว่าห้าสิบเมตรที่ลอยอยู่กลางอากาศค่อยๆปิดลง
"ปึง!..."
ด้วยการคงอยู่ของมันถึงกับทำให้ทหารหลายนายได้แต่ถอยหลังออกไปด้วยใบหน้าอันซีดขาว แม้แต่คำกล่าวใดในตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมาเพราะกลัวว่าจะทำให้มัจจุราชตนนั้นพุ่งตรงมากำจัดตน
แต่หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจต่อมา กลับปรากฎชายชราผู้ดูทรงภูมิคนหนึ่งขึ้นมากลางอากาศธาตุ เขามีดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองและเครายาวสีขาวที่ลากยาวมาจนถึง่หน้าอก มันสวมชุดคลุมยาวสีเขียวลายอสรพิษสีดำคล้ายกับนักพรตผู้รอบรู้ในทุกสิ่ง
รอบๆตัวมันนั้นต่างเต็มไปด้วยทหารหลายพันคนที่สวมเกราะสีเงินคล้ายกับทหารก่อนหน้านี้ เพียงแต่ทุกคนต่างสวมผ้าคลุมสีน้ำเงินที่มีตราสัญลักษณ์สีทองบางอย่างอยู่กลางผ้าคลุมนั้น ในมือของพวกมันทุกคนเองต่างก็ถือดาบ กระบี่ ขวาน ทวน หอก และอาวุธต่างๆนาๆแตกต่างกันไปตามความสามารถของพวกมัน
แม้จะดูแกร่งกว่าทหารก่อนหน้าที่บุกมา ทว่าสิ่งที่มีไม่ต่างกันคือแววตาอันสั่นสะท้านเพราะความกลัว...
"บังอาจนัก! เ้าบังอาจสังหารท่านฉินซง! เ้าสารเลว เพราะเ้ามันเป็ตัวอันตรายเช่นนี้ พวกข้าจึงต้องทำลายเ้าให้สิ้นซาก พี่น้องเอ๋ย... จงสังหารมันเสีย เราไม่อาจปล่อยให้ความอัปยศนี้มีชีวิตรอดไปได้"
เสียงของชายชราเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและจิตสังหารดังออกมาอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ต่อลู่เฟิง ก่อนกองทัพทหารเ่าั้จะกระหน่ำโจมตีลงมาดั่งสายฝนสู่ลู่เฟิงด้วยพลังอันมหาศาลที่แทบบิดกระชากให้ห้วงมิตินั้นขาดออก
"ตูม! ตูม! ตูม!"
เสียงดังสนั่นราวกับห่าฝนปืนใหญ่ต่างดังออกมาไม่หยุด ฝุ่นควันต่างคละคลุ้งไปทั่วโดยรอบ แผ่นดินต่างยุบตัวและแตกหักเป็หลุมลึก
แต่กระนั้นกลับปรากฎเงามนุษย์พุ่งแหวกกลุ่มควันออกมาด้วยความเร็วสูงที่ทำให้เหล่าหทารกลายเป็ร้องเสียงหลง
มันคือลู่เฟิงที่มีดวงตาที่แดงก่ำราวกับสัตว์ร้าย ในมือนั้นอัดแน่นไปด้วยเพลิงสีดำทมิฬอมครามอันร้อนแรง ก่อนเขาจะใช้มือของตนจับคว้าไปที่ลำคอของหนึ่งในกลุ่มทหารและบีบจนคอของทหารนายนั้นสะบั้นลงภายในพริบตา
"แผละ! ฉูด!!!"
โลหิตที่พุ่งกระชูดออกจากร่างไร้ศรีษะกระจายไปทั่วราวกับบ่อน้ำพุที่แตกกระจายออกของทหารนายนั้น ต่างเปลี่ยนสายตาของทุกคนให้สั่นระลิกด้วยความกลัวทันที
"ก่อนที่ข้าจะฆ่าพวกเ้าไม่ให้เหลือสักคน... จงตอบคำถามของข้ามาเสีย ข้าผู้นี้ทีข้าทำสิ่งใดผิดอย่างงั้นรึ? ข้านั้นทำทุกอย่างแด่ดินแดนแห่งนี้ สร้างคุณประโยชน์มากมายแก่ดินแดนแห่งนี้ แล้วเหตุใดกันงั้นรึ?... เพราะเหตุใดกัน!?"
ลู่เฟิงกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มลึกและเ็า มิเพียงเท่านั้น ภายใต้เสียงนั้นทุกคนยังััได้อย่างชัดเจนถึงความกระหายเืและเจตนาฆ่าฟัน ราวกับมันเป็เสียงของยมฑูตที่้าคร่าิญญาของผู้ได้ยินทุกผู้คน
"อย่ามาเสแสร้งนักเลย เ้าวางยาองค์าาหวังครองบัลลังก์ ความผิดนี้ข้ามีหลักฐานและองค์าายืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าเป็เ้า ครานี้เ้าเลิกเสแสร้งได้แล้วเ้าเดรัจฉาน!!!"
สิ้นเสียงชายชรา เขาได้หยิบบางอย่างออกมาจากมิติอันว่างเปล่าและชูมันขึ้นให้ทุกคนดู มันมีลักษณะคล้ายเม็ดยาทั่วไป เพียงแต่มันมีสีเขียวขจีและแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันตรายเกินจะพรรณา เพียงแค่พบเห็น ไม่ว่าใครต่างก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันเป็ยาพิษร้ายแรงที่สามารถสังหารเทพชั้นสูงได้อย่างง่ายๆ
"สิ่งนี้ข้าได้มาจากปราสาทของเ้า มันเป็พิษชนิดเดียวกันที่องค์าามีอยู่ในโลหิต"
ชายชรายิ้มร้ายและลอบมองไปทุกคน และผลลัพธ์นั้นมันก็มิได้ทำให้ชายชราผิดหวังเลยแม้แต่น้อย...
เพราะพวกทหารรอบๆในตอนนี้ต่างก็มีใบหน้าอันโกรธเกรี้ยว องค์าาของพวกเขานั้นเป็ใครกัน? เขาคือชายผู้ยิ่งใหญ่ เป็บุคคลตัวอย่างอันดีงาม เป็ผู้เมตตามอบชีวิตให้กับพวกเขา จึงเป็อันง่ายที่พวกเขาจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเมื่อรู้ถึงการกระทำอันเลวทรามนั้นของลู่เฟิง
"ฮะ... ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ๊า! ฮะ! ฮ่า!" ลู่เฟิงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น แม้จะเป็เสียงหัวเราะเพียงอย่างเดียว ทว่ามันกลับทำให้ใครหลายๆคนต้องลอบกลืนน้ำลายในทันที
"น่าขันสิ้นดี!!! พวกเ้าเองก็เช่นกัน! คิดว่าองค์าานั้นคือผู้ปราศจากมลทินเช่นนั้นรึ!? มันมิได้เป็องค์าาที่พวกเ้า้านักหรอก สำหรับข้าแล้ว มันก็แค่ไอ้สารเลวตัวหนึ่งเท่านั้น! จงจำคำของข้าเอาไว้และไปบอกกล่าวกับไอ้พวกก่อนหน้านี้ที่ตายโดยไม่ได้รู้สิ่งใดซะ ข้าจะสังหารพวกเ้าทุกคน! แม้พวกเ้าจะตาย ข้าก็จะบุกลงไปในนรกและทำลายิญญาของพวกเ้าทุกตัว พวกเ้าจะไม่มีวันหนีรอดแม้จะถูกข้าบดขยี้อยู่ที่นี่แล้วก็ตาม ใช่แล้ว... าาของสวะอย่างพวกเ้าก็ด้วย!"
ลู่เฟิงกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาลทันทีเมื่อเห็นใบหน้าอันโง่เขลาของเหล่าหทารตรงหน้า เขารู้ได้ทันทีว่าเขากำลังถูกกำจัดเพื่อป้องกันปัญหาที่เขาจะสร้างให้กับองค์าา มันเป็แผนสมรู้ร่วมคิดของเทพระดับขุนนางที่ทรยศและองค์าา
นั่นเพราะตัวเขาพบบางสิ่งที่เป็สิ่งยืนยันว่าองค์าาร่วมมือกับาาปีศาจ จึงทำให้เขาต้องโดนล้างสังหาร ด้วยเหตุผลของการลอบวางยาพิษ มันย่อมเป็เื่ที่น่าตลกสิ้นดีกับคนที่ยิ่งใหญ่เช่นเขา
แต่หากมันกลับกลายเป็ว่าองค์าาคือผู้ยืนยันเื่นี้แล้ว...
ความหมายของมันไม่ว่าจะเป็เช่นใด เหตุผลหรือเื่อันใด สิ่งเหล่านี้จะถูกมองข้ามและเข้าแทนที่ด้วยความโกรธาต่อผู้วางยาพิษโดยไม่สามารถหาเหตุผลใดมาคัดค้านได้เลยแม้แต่น้อย นั่นเพราะพวกเขาเผ่าเทพทุกตนล้วนแต่เชื่อใจในองค์าาเป็ที่สุด...
ณ วังหลวงแห่งทวยเทพ
ภายในปราสาทแนวโกธิคที่มีความสูงระฟ้าสีขาว ยอดนับสิบต่างเต็มไปด้วยเหล่าทหารที่คอยเฝ้าระวัง ภายในห้องโถงถูกประดับประดาไปด้วยทองคำและหยกสีขาวนวลอย่างฟุ่มเฟือย และท่ามกลางความโอ่อ่านี้ชายผู้เปล่งรังสีอันน่าเกรงขามกำลังนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของที่นั่ง แต่จะเรียกให้ถูกต้องควรเรียกมันว่าบัลลังก์เสียมากกว่า!
รอบกายของเขานั้นมีเหล่าเทพทั้งสิบสององค์กำลังรายล้อมเขาอยู่ ผมสีฟ้าที่พริ้วไหวตามแรงลม ดวงตาอันใส่กระจ่าง โครงหน้าอันทรนง เพียงแค่มองทุกคนต่างก็ต้องให้ความเคารพและยำเกรง เขาคือองค์าาอันเกรียงไกรในรุ่นปัจจุบัน นามว่า"ฉินเทียน"
"ตอนนี้ท่านเทพฉินซงและท่านเทพจางฮุย พร้อมทั้งเทพฝีมือดีอีกหลายสิบนายกับเหล่าทหารอีกนับพันต่างเดินทางไปสังหารลู่เฟิงแล้วขอรับฝ่าา"
เสียงอันหนักแน่นของเทพองค์หนึ่งที่นั่งอยู่ข้างกายของฉินเทียนเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาได้รับรายงานจากบริวารของตน เขาส่วมเกราะสีดำเงาลักษณะคล้ายแมงป่อง ใบหน้าไม่อาจเห็นได้จากเกราะที่บดบังใบหน้าเอาไว้
ฉินเทียนที่ได้ฟังก็จ้องมองออกไปไกลผ่านทางหน้าต่างด้วยแววตาครุ่นคิดแล้วจึงเอ่ยขึ้น
"เพียงสองแม่ทัพที่มีปราณปฐีเอกภพ และทหารหลายพันนาย ไม่มีทางหยุดเขาได้หรอก... ,เ้าทั้งสิบสองจงนำทหารองครักษ์ทั้งหมดไปสมทบซะ"
น้ำเสียงของฉินเทียนแม้จะราบเรียบ แต่มันก็ทำให้เทพทั้งสิบสองรีบตอบรับคำและจากไปอย่างไม่คัดค้านทันที และแม้แววตาจะปรากฏความสงสัยอยู่บ้างก็ตาม พวกเขาก็เลือกที่จะไม่กล่าวมันออกมาเพื่อทำให้องค์าาของพวกเขาสบายพระทัยที่สุด
"ขอรับฝ่าา!"
เทพทั้งสิบสององค์พร้อมทั้งทหารองครักษ์หลายพันต่างก็พุ่งทะยานร่างออกจากวังขนาดใหญ่โตนี้ทันที จุดหมายปลายทางของพวกเขาคือสมรภูมิแห่งความตาย! ดินแดนของกองกำลังที่ถาโถมเข้าสังหารลู่เฟิง!!!
...ผ่านไปเพียงสิบห้านาที...
ตลอดรายทางที่เทพทั้งสิบสองเดินทางผ่าน ต่างก็มีซากศพนับไม่ถ้วนนอนตายกันอยู่อย่างเกลื่อนกราด ภาพการตายราวกับเกิดสงคราใหญ่ทำให้พวกเขาได้แต่มองหน้ากันไปมา
"นี่มันฝีมือของเขาเพียงคนเดียวจริงๆน่ะรึ?"
"ถึงข้าจะไม่อยากคิดก็เถอะ แต่มันคงเป็ดั่งที่องค์าาพูด... ตอนนี้พวกเราคงได้แต่หวังว่าเขาจะอ่อนแอลงบ้างแล้วละนะ..."
"เทพแห่งาอย่างนั้นหรอ... หรือข้าควรจะเรียกเขาด้วยอีกสถานะหนึ่งกัน?"
"เื่นั่นจะเป็ยังไงก็ชั่ง เพราะเขาในตอนนี้คือเป้าหมายที่เราต้องกำจัด!"
แม้จะกล่าวคำพูดออกมามากมายปานใด ทว่าสายตาที่ทอดลงมองทหารหลายนายตามพื้นที่ขาดสะบั้นทั้งแขนและขา ประกอบกับเสียงโหยหวนที่ยังดังเป็ระยะราวกับเสียงเรียกขานจากขุมนรกที่มอดไหม้ มันก็ยากนักที่พวกเขาจะแข็งใจกล้าได้เมื่อคิดถึงความแค้นของลู่เฟิง
ฉากนองเืนี้ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นคงยากแก่การควบคุมความกล้าให้คงอยู่ เพียงแต่ตอนนั้นเองกลับปรากฎวัตถุทรงกลมชุ่มไปด้วยโลหิต แหวกอากาศพุ่งมาทางกลุ่มเทพทั้งสิบสองด้วยความเร็วสูง และสิ่งที่พวกเขาพบเห็นนั้นถึงกับทำให้พวกเขาต้องตื่นตะลึงทันที มิหนำซ้ำมันยังทำให้ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันเป็เสียงเดียว!
"เทพจางฮุย!"