“พูดก็ถูก” อาคุนถอนหายใจผ่านสายโทรศัพท์ “เช้าวันนี้ผู้บริหารระดับสูงมาคุยกับฉัน บอกว่ามีคนแพร่ข่าวนี้ ตอนข่าวเพิ่งแพร่ออกมาฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปเห็นเข้า ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศออกไป บริษัทตัวแทนของโอวอิ่งขอให้พวกเราอธิบาย ตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงทั้ง GMG รู้กันหมดแล้ว อนาคตของนายพวกเขาไม่เก็บมาใส่ใจหรอก แต่อีกฝ่ายให้ความสำคัญกับอนาคตของโอวอิ่งมาก โอวอิ่งเป็ดาราสาว บริษัทตัวแทนของฝ่ายนั้นซีเรียสมากๆ แน่นอน”
ใจหลิงหานค่อยๆ หนักอึ้งตามคำพูดของอาคุน “คุณพูดมาตามตรงเถอะ บริษัทจะจัดการกับผมอย่างไรหรือ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง พูดว่า “เพื่อเลี่ยงความสงสัย แน่นอนว่านายไม่สามารถปรากฏตัวในฉากเดียวกันกับโอวอิ่งได้อีก”
หลิงหานยิ้มเย็น “แต่บริษัทจะไม่ถามหาความจริงของเื่นี้หน่อยหรือ ทิ้งผมกันอย่างนี้เลยหรือ”
“ผู้อำนวยการจูบอกว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาใหญ่โต ดังนั้นในจุดๆนี้เขาทำได้ดีที่สุดแค่ตัดสินใจ”
“ผู้อำนวยการจู ใช่จูเป่ยเสียนไหม” หลิงหานกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น
“ใช่สิ”
หลังได้รับการยืนยันจากอาคุน หลิงหานไม่แปลกใจเลยสักนิดเดียว ชั่วแวบเดียวเขาก็รู้ที่มาที่ไปได้ ข่าวซุบซิบเรียกได้ว่าอาจจะเป็เื่โกหก บริษัทตัวแทนของโอวอิ่งมีปฏิกิริยาใหญ่โตก็อาจจะเป็เื่โกหก เื่พวกนั้นล้วนเป็ข้ออ้างเพื่อที่จูเป่ยเสียนจะเขี่ยเขาออกจาก MV ก็เท่านั้นเอง เขาเก่งเื่แบบนี้เป็ที่สุด
ตอนนี้ฉากการแสดงของโอวอิ่งก็ถ่ายเสร็จหมดแล้ว เธอใช้ทิชชูเปียกซับเหงื่อที่หน้าผากพลางเดินเข้ามา “เป็อะไรไป สีหน้าดูไม่ได้ขนาดนี้”
หลิงหานสูดหายใจลึก ถามเธอ “บริษัทตัวแทนของพวกคุณได้เปิดเผยข่าวอะไรกับคุณบ้างไหมครับ”
“อะไรคะ” โอวอิ่งงุนงง
“ผู้จัดการคุณไม่ได้บอกคุณหรือครับ ว่า่นี้คุณกำลังมีข่าวอื้อฉาวกับใคร”
โอวอิ่งหัวเราะ “จะเป็ไปได้อย่างไร!”
หลิงหานเข้าใจแล้วว่าที่ตัวเองคาดเดาไว้เมื่อกี๊เป็เื่จริงนั่นเอง จูเป่ยเสียนแค่หาข้ออ้างเพื่อที่จะเขี่ยเขาออกจาก MV ของอีซวี่เท่านั้น
เขายิ้มเยียบเย็นในใจ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
“ทำไมจู่ๆ ถึงถามฉันเื่นี้คะ”
หลิงหานพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมเพิ่งรับโทรศัพท์จากผู้จัดการ ดูเหมือนว่าคืนวันแรกที่ผมถ่าย MV กับคุณจะมีคนมาพบเข้าแล้ว ตอนนี้บริษัทตัวแทนของคุณโกรธมากๆ ้าคำอธิบาย ผู้อำนวยการจูของพวกเราจึงให้ผมออกจาก MV ไม่สนความจริงอะไรทั้งนั้น ไม่อนุญาตให้ผมกับคุณปรากฏตัวอยู่ในฉากเดียวกัน”
โอวอิ่งเบิกตากว้าง “เป็...เป็ไปได้อย่างไร”
กระทั่งเธอก็ไม่ใช่คนโง่ เพียงชั่วขณะก็เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุ สายตาของเธออดไม่ได้ที่จะมองไปที่อีซวี่ที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเก้าอี้ไม่ไกล
“ทุเรศ!” โอวอิ่งขมวดคิ้ว พูดต่อ “แล้วคุณจะไปไหมคะ”
หลิงหานแกว่งโทรศัพท์มือถือ พูดเยาะเย้ย “ผู้จัดการบอกให้ผมไสหัวออกไปแล้ว ผมจะบอกว่าไม่อยากไปได้อีกหรือ”
โอวอิ่งกัดฟัน เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเขาแต่ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ “อย่าท้อนะคะ โอกาสยังมี จากสิ่งที่คุณมี ในอนาคตต้องดังกว่าเขาเป็พันเท่าหมื่นเท่าแน่นอน เขาก้าวร้าวได้ไม่นานหรอกค่ะ”
หลิงหานอบอุ่นใจนิดหน่อย “ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ”
่เวลาสั้นๆ วันครึ่งที่ได้พูดคุยกัน เขาประทับใจโอวอิ่งมาก หญิงสาวคนนี้แม้จะบอบบางอยู่บ้าง แต่นิสัยกลับน่ารักตรงไปตรงมา ไม่มีแผนการใดๆ
หลิงหานประพฤติตัวได้ค่อนข้างรวดเร็วและเฉียบขาด พูดว่าจะไปเขาก็ไป หลังบอกลากับฟูจิอิก็จากไปเลย ฟูจิอิแสดงความเสียใจ แต่ก็ไม่ได้รั้งเขาไว้ ไม่ใช่แค่ฟูจิอิ ทุกคนโดยรอบล้วนไม่มีใครสักคนที่รั้งเขา แต่หลิงหานไม่ท้อ และไม่ได้โทษใคร
จากตัวตนของเขาในปัจจุบัน มีเหตุผลอะไรที่คนอื่นจะกล้าออกหน้า เสี่ยงมีปัญหากับเ้าแห่งวงการบันเทิงของประเทศเพื่อตัวเขากันล่ะ เจอเื่อย่างนี้ หลิงหานก็เข้าใจคนอื่นที่ทำแค่มองดูอยู่เฉยๆ ถึงอย่างไรคนพวกนั้นก็ไม่ใช่แม่ของเขา การที่เขาเจออุปสรรคเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไปโทษคนอื่นๆ ที่นิ่งดูดาย ไม่ลากตัวเขาเองขึ้นมา นั่นถึงจะเป็การกระทำของผู้แพ้
ไม่ให้เล่น MV ก็ไม่เล่น อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้อยากเล่นอยู่แล้ว
เขาอาศัยเวลาว่างไปตรวจสอบเื่ ‘ซื้อบริการ’ ของตัวเองในตอนนั้น เขา้าหาตัวพนักงานที่ช่วยเปิดประตูให้นักข่าวให้ได้ ให้พนักงานคนนั้นบอกกับทุกๆ คนว่าเขาถูกใส่ร้ายด้วยปากของเ้าตัวเอง
หลังออกจากสตูดิโอตงหนาน หลิงหานขับรถมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่เกิดเหตุในตอนนั้น ระหว่างทางเข้ามองผ่านกระจกมองหลังเห็นรถวอลโว่สีน้ำเงินคันหนึ่งตามหลังตัวเขาเองมาตลอดทาง ในตอนแรกเขาไม่รับรู้ถึงความผิดปกติ กระทั่งเขาขับจากสตูดิโอตงหนานจนมาถึงโรงแรม วอลโว่สีน้ำเงินคันนั้นยังคงตามติดเขาอยู่ เขาจึงพบว่ามันมีความผิดปกติอยู่มาก เพราะเขาไม่คุ้นชินเส้นทางจากสตูดิโอตงหนานถึงโรงแรม ระหว่างทางก็เลยทางแยก แต่รถวอลโว่สีน้ำเงินคันนั้นยังตามติดเขาเหมือนเป็หาง
ใครกำลังตามฉันมา
เป็คนรู้จักของร่างก่อนหน้านี้หรือ
หลังรับรู้ว่ามีคนตามตัวเองมา หลิงหานไม่กล้าหยุดจอดที่โรงแรม ขับตรงต่อไปข้างหน้า เพื่อยืนยันว่าคิดถูก เขาจงใจขับวนไปวนมา แต่วอลโว่คันนั้นกลับขับหายไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
หรือว่าเขาเดาผิดไป
เขาสงสัยอยู่ภายในใจชั่วครู่ก็ทิ้งเื่นี้ไว้เื้ัอย่างรวดเร็ว เขาเลี้ยวรถกลับไปโรงแรมเดิม จอดรถที่ลานจอดรถแล้วเดินขึ้นไปห้องโถง หลิงหานตรงไปหาประชาสัมพันธ์สาวที่สวมชุดกระโปรง แต่งหน้าแต่งตัวอย่างสวยสดงดงาม
“สวัสดีค่ะ คุณผู้ชาย้าเข้าพักใช่ไหมคะ” ประชาสัมพันธ์สาวลุกยืนขึ้นทันที สอบถามอย่างใส่ใจมีมารยาท
“อา ไม่ใช่ครับ ผมมาหาคน”
“หาคนหรือคะ” ประชาสัมพันธ์สาวสงสัย ยังคงถามอย่างมีมารยาท “คุณหาใครหรือคะ”
“คนนั้นเป็พนักงานของพวกคุณ ตอนผมพักที่นี่ เขาเคยพาคนอื่นบุกเข้าห้องผม ผมอยากให้เขามาขอโทษผมต่อหน้าผม”
ได้ฟังเื่วุ่นวาย เดิมทีในใจประชาสัมพันธ์สาวแอบยินดีที่หนุ่มหล่อได้เจอก็เครียดขึ้นมาบ้างแล้ว “ฝ่ายไหนหรือคะ”
หลิงหานย้อนนึกชั่วขณะ “เขามีกุญแจสำรองห้องผม แล้วยังสวมชุดพนักงานด้วย”
“เขาน่าจะเป็ฝ่ายบริการลูกค้านะคะ พนักงานคนไหนหรือคะ”
“ผมไม่ทราบชื่อเขา แต่ผมจำหน้าเขาได้ครับ”
ประชาสัมพันธ์สาวตอบ “รูปพนักงานของเราทุกคนอยู่บนผนังค่ะ คุณระบุคนได้เลย ถ้ารู้ว่าเป็ใคร พวกเราจะจัดการอย่างเข้มงวดค่ะ”
ประชาสัมพันธ์สาวพูดพลางพาเขาเข้าไประบุตัวบุคคลบนผนังด้านใน เดินไปถึงอีกฝั่งของห้องโถง หลิงหานเห็นรูปถ่ายทำงานแปะอยู่แน่นขนัดเต็มผนัง หลิงหานดูอย่างละเอียดั้แ่ต้นจนจบ ก็ไม่พบคนนั้นที่ตัวเองตามหา
“ไม่มีคนอื่นแล้วหรือ”
“ไม่มีแล้วค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวพูด “เื่เกิดขึ้นเมื่อไรคะ”
“หนึ่งปีก่อนครับ”
“หนึ่งปีก่อนหรือคะ” ดวงตาของประชาสัมพันธ์สาวเบิกกว้างทันที หลิงหานเกือบได้ยินคำที่เธอไม่ได้ตั้งใจพูดออกมา...เื่เกิดเมื่อหนึ่งปีก่อน วันนี้เพิ่งมาร้องเรียนหาตัวคนผิด เป็บ้าไปแล้วหรือ!
แน่นอน ประชาสัมพันธ์สาวผู้ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างเข้มงวดไม่สามารถพูดเช่นนั้นได้ แม้ลูกค้าจะวุ่นวายไร้เหตุผลเพียงใด แต่เธอยังคงต้องพูดด้วยท่าทีอ่อนโยนเสมอ “ขอโทษด้วยนะคะคุณผู้ชาย พนักงานของเรามีการปรับเปลี่ยนค่อนข้างมาก พนักงานที่คุณตามหาอาจจะลาออกไปแล้วก็ได้ค่ะ”
“คุณหาบันทึกข้อมูลของบุคลากรคนนั้นให้ผมได้ไหมครับ เมื่อก่อนพวกคุณน่าจะมีช่องทางติดต่อเขาได้”
หลิงหานรู้ว่าคำขอนี้มันฟังดูมากไปหน่อย ดังนั้นประชาสัมพันธ์สาวจึงปฏิเสธอย่างที่เขาคาดไว้
“ขอโทษนะคะคุณผู้ชาย ถ้าบุคลากรของเราลาออกไปแล้วก็จะลบบันทึกข้อมูลของบุคคลนั้นทิ้งไปค่ะ นอกจากนี้พวกเราก็ไม่อาจนำข้อมูลของบุคลากรให้คนอื่นดูได้ ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานต่อนะคะ”
หลิงหานผิดหวังมาก เขารู้ว่าตัวเองไม่อาจจู้จี้ต่อไปได้อีก จึงขอโทษแล้วจากไป เขาไม่ได้กลับบริษัท แต่ตรงสู่คอนโดของตัวเอง หลังกินอิ่มนอนหลับไปตื่นหนึ่ง ตอนเปิดเครื่องก็พบสายที่ไม่ได้รับหลายสาย
สายจากอาคุน สายจากโอวอิ่ง หนึ่งในนั้นเป็สายจากเจี่ยงอี้
เขาโทรกลับหาอาคุน อาคุนแค่ปลอบใจเขาไม่กี่ประโยค ให้เขาพักผ่อนดีๆ สำหรับศิลปินแล้ว คำจำพวก ‘พักผ่อนดีๆ’ นั้นน่ากลัวที่สุด เพราะหมายถึง เขาจะไม่มีงานและจะไม่ได้เผยตัวเท่าไหร่
หลิงหานรู้ว่าอาคุนเป็คนเห็นแก่ตัวเอามากๆ ้าให้เขาช่วยไกล่เกลี่ยให้ตัวเองคงเป็ไปไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ได้บ่นวิงวอนขอไป กลับแสดงออกได้อย่างสงบ ทำให้อาคุนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ แน่นอนว่าความเมตตาของเขาก็มีเพียงแค่นี้ เพราะอาคุนเป็คนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ คนที่ไม่นำพาประโยชน์มาให้เขา ทำให้เขามองไม่เห็นความหวัง เขาคงไม่ลงแรงและความรู้สึกหรอก
ภายหลังหลิงหานโทรศัพท์กลับหาโอวอิ่ง โอวอิ่งบ่นเื่ความผิดของอีซวี่ให้เขาฟังยกใหญ่ บอกว่าเขาเป็คางคกขึ้นวอ ภาคภูมิใจมากประมาณนั้น หลิงหานไม่ได้แสดงความเห็นมากนัก แค่เห็นด้วยไม่กี่ประโยค
โอวอิ่งพูดปลอบเขาหลายประโยค “อย่าท้อนะคะ จากนี้ถ้าฉันเจอโอกาสเหมาะๆ จะแนะนำให้คุณนะ”
“ขอบคุณครับ” หลิงหานพูดขอบคุณจากใจจริง โอวอิ่งกับเขาได้พูดคุยทำความรู้จักกันเพียงแค่วันกว่าๆ เท่านั้น ไม่คิดว่าเธอจะเป็เดือดเป็ร้อนเพื่อเขาขนาดนี้ แม้เธอทำอะไรไม่ได้มาก หลิงหานก็รู้สึกขอบคุณมากๆ แล้ว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302