ฉลามคลั่งรัก 5: หลุดจากฝัน
#ฉลามคลั่งรัก
ผมเห็นแม่...
เธอยืนอยู่ตรงนั้นปลายแสงสว่างที่ไม่ไกลเกินเอื้อมกำลังยิ้ม สวมชุดโปรดถือช่อดอกไม้สีขาวผมคิดว่าน่าจะเป็ลิลลี่เพราะมันคือดอกไม้ที่แม่ชอบมากที่สุดตอนนี้แม่เหมือนเ้าหญิงที่ผมเคยอ่านเจอในนิทาน เธอสวยมากจนผมต้องเดินไปหาชื่นชมความงามนั้นใกล้ ๆ ขณะจับมือแม่เอาไว้
ผมไม่รู้ว่ามือของแม่เย็นหรืออุ่นมากแค่ไหนอุณหภูมิในร่างกายส่งผ่านมาไม่ได้ ถึงอย่างนั้นผมก็พยายามบีบมือแม่เอาไว้ให้ท่านรู้ว่าผมคิดถึงท่านมากขนาดไหน
‘เก่งมากโซล ลูกเก่งมาก’
‘แม่ครับ...’
‘ลูกเข้มแข็งมากเลยรู้ไหม’ ท่านลูบหัวผมกดจูบลงบนหน้าผากในตอนที่ผมร้องไห้ ผมทรุดตัวกอดเอวท่านไว้ให้สัตย์สาบานว่าผมจะไม่มีวันปล่อยท่านไป ผมจะอยู่กับท่านตลอดชีวิตถ้าเกิดผมทำได้แต่ผมได้ยินเสียงกระซิบ มีใครหลายคนพยายามเรียกผมเอาไว้ ‘ลูกต้องกลับไปหาเขานะ’
‘ผมไม่อยากไป ผมอยากอยู่กับแม่ ฮึก’
‘ยังไม่ใช่ตอนนี้ลูกรัก’
‘ฮึก’
‘ลูกต้องปกป้องพวกเขานะ’ แม่เกลี่ยแก้มผม ความอ่อนโยนเป็สิ่งเดียวที่ผมััได้ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็สีแดงฉานภาพของแม่เลือนหายพร้อมกับที่รอบด้านผมแปรผันเป็ท้องทะเลเดือด ผมเบิกตากว้างฉลามมากมายว่ายวนเวียนผม บางตัวก็พุ่งเข้ามากัด ให้ผมคอยหลบหลีกพลางตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ
ทว่ายิ่งว่ายก็ยิ่งห่างไกลการจะขึ้นสู่ผิวน้ำแลดูเป็เื่ยาก หนำซ้ำร่างกายของผมยังเจ็บหนัก เืมหาศาลโอบอุ้มตัวผมไว้อากาศหายใจกำลังจะหมด ผมรู้สึกคล้ายกับตัวเองกำลังจะตาย และในตอนที่ผมกำลังจะร่วงลงไปผมก็เห็นเ้าสัตว์ร้ายสองตัวว่ายเข้ามาหา
ความเร็วของพวกมันแหวกสายน้ำมาเป็ทางก่อนที่ฟันกรามของมันจะปรากฏอยู่ตรงนั้น วินาทีนั้นผมไม่อาจว่ายหนีมันทัน
ผมเลยกลายเป็เหยื่อของมัน
พลันร่างกายก็ฉีกขาดในทันที
นาทีนั้นไม่มีเสียงโอดครวญอะไรอีกมีเพียงแค่เสียงกระซิบปลอบขวัญผมที่จะตายว่า…
‘นายเป็ของฉัน โซล’
เฮือก !
ดวงตาทั้งสองลืมขึ้นในเวลาต่อมาสิ่งแรกที่ผมเห็นคือเพดานสีขาวของห้องพยาบาลที่รู้จักกลิ่นของมันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ผมสูดเข้าไป ผมหอบหายใจรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งผ่านความตายมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน มันทำให้โลกของผมหมุนเวียนหัวจนต้องยกมือกุมหัว ข่มตาจนกว่าจะรู้สึกค่อยยังชั่ว
แล้วผมก็นึกออกว่าตัวเองเฉียดตายมาจริงๆ
“เป็ไปได้ไง เราน่าจะตายไปแล้วหนิ” ผมพึมพำ จำได้ว่าตัวเองติดอยู่ในเรือ ไม่มีทางหนีมีแต่ว่าจะตายทางไหนก็เท่านั้น ก่อนที่สติผมจะดับผมเห็นเงาของอสูรกายที่เอาผมเข้าไปในปากผมคิดว่าตัวเองไม่น่าจะรอดแล้วเพราะการเข้าไปอยู่ในนั้น...
มันไม่มีวันได้ออกมา
“เรายังมีชีวิตเหรอ...” ผมลืมตาปรับโฟกัสให้ตัวเองสู้แสงได้พยายามกวาดตามองผมก็ไม่พบใครเลยสักคน ร่างกายก็เจ็บไปหมดโดยเฉพาะตรงท้องที่ผมต้องยกมือกุมมันไว้ััเนื้อผ้าที่แตกต่างออกไปทำให้ผมต้องก้มลงมองดูผ้าพันแผลที่พันไว้
ผมไม่รู้ว่าตัวเองไปโดนอะไรแต่เืที่ซึมออกมาแสดงให้เห็นว่ามันเพิ่งจะถูกทำแผลให้เมื่อไม่นานมานี้
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“โซล !”
“อ๊ะ !”
“คุณฟื้นแล้ว !” ผมสะดุ้งตอนได้ยินเสียงทุ้มต่ำรั้งให้หันไปมองเอริคที่เปิดประตูเข้ามาหา ด้านหลังของเขาเป็โอเว่นที่เดินตามมาทั้งสองดูใมากขณะที่ผมกำลังงงอยู่ หนุ่มหล่อเ้าของตำแหน่งแฟนเก่ารีบพุ่งมาหาผมจับเนื้อตัวตรวจสอบว่าผมมีชีวิตอยู่จริงไหม นาทีนั้นผมได้รับไออุ่นจากฝ่ามือหนาตอกย้ำว่าผมยังไม่ตาย
มือที่ผมจับแม่ไว้หลุดออกไป
รวมถึงภาพที่ผมถูกฉีกกระชากโดยเ้าสองพี่น้องใจร้ายนั่นก็เป็สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกัน
“ผม...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง เกิดอะไรขึ้น ?”
“นั่นไม่สำคัญเท่าที่คุณฟื้น ทุกคนเป็ห่วงคุณมากนะรู้ตัวบ้างไหม”
“อะ...”
“คุณทำให้ผมเกือบหัวใจวายตายไหนบอกว่าถ้ามีเื่ไม่ดีอะไรจะรีบกลับขึ้นมาไง คุณผิดสัญญา โซล อิลเดนสันคุณทำแบบนี้อีกแล้วนะ” เอริคบีบไหล่ผมแน่นแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงระคนหวาดหวั่นออกมา เสริมทัพด้วยคิ้วที่ขมวดกันแน่นทำให้ผมรับรู้ถึงความเป็ห่วงของเขาไม่ต่างจากโอเว่นที่ยืนมองอยู่
เขาทำเพียงแค่ยกยิ้มอ่อนๆ ที่บ่งบอกว่าเขาโล่งใจแล้ว
“ผมไม่คิดว่าจะมีตัวอะไรอยู่ข้างใต้นึกว่าล่อดีแลนกับดายไว้จะปลอดภัย”
“…”
“แต่ในนั้นยังมีอะไรอีกมากพวกคุณไม่ได้เห็นใช่ไหมแองเกลอร์ฟิชที่ใหญ่กว่าขนาดปกติสิบเท่าน่ะ” ผมมองหน้าพวกเขา นึกถึงเ้าปลาตัวใหญ่ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากมันจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าอะไรทำให้เ้าปลานั่นหัวขาดแล้วสัตว์ที่กินร่างผมไปล่ะ มันคือตัวอะไร “แต่คุณช่วยบอกได้ไหมว่าผมรอดมาได้ไงผมว่าผมโดนอะไรสักอย่างกิน”
“เอริคช่วยคุณออกมาจากปากมัน”
“หา?”
“ถ้าไม่ได้เขาบางทีคุณอาจจะตายไปแล้วจริง ๆ” โอเว่นแก้ต่างให้ผิดกับอีกคนที่หลุบตาต่ำ ผมมองหน้าเขาดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยเพราะใกับการกระทำนั้น “เขาเป็ห่วงคุณมากเลยนะเขาพยายามหาทางช่วยคุณในตอนที่พวกเราหมดหวังไปแล้ว”
“…”
“คุณควรขอบคุณเขานะโซล”ผมเลียปาก ประมวลผลกับสิ่งที่โอเว่นพูดแปลว่าเขาพรากผมมาจากการไปอยู่กับพ่อแม่งั้นเหรอทำให้ผมตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่ว่าตัวเองยังไม่ตายผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรจะขอบคุณเขาเท่าไหร่
ก็ผม...ไม่ได้อยากมีชีวิตขนาดนั้นหนิ
“ขอบคุณที่ช่วยผมไว้”
“…”
“ขอบคุณนะเอริค” ผมยกยิ้มสบตากับคนที่เลื่อนสายตามาหาเกลี่ยแก้มเขาเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้เขากอดตัวเองไว้ ลูบแผ่นหลังเขาเข้าใจว่าเขากังวลเื่ผมขนาดไหน เสียดายที่เขาไม่เห็นว่าแววตาของผมมันนิ่งแค่ไหนผมรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้กอดแม่ตัวเองอีกต่อไป
ผมคิดถึงท่านผมอยากไปอยู่กับเธอ
“คุณปลอดภัยแล้วโซล”
“ผมรู้ผมรอดแล้วจริง ๆ”
กึก !
“แต่คุณช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าแผลที่เอวผมมาจากไหน”
“เอ่อ...”
“ผมโดนตัวอะไรกินงั้นเหรอ?” ผมดันเขาออก จ้องมองเขาด้วยความสับสน ผมคิดว่าสิ่งที่กินผมมันน่าจะใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์คนเดียวจะพาผมออกมาได้ซึ่งถ้าตามหลักการ ผมคิดว่าเขาต้องฉลาดพอที่จะทำให้ผมไม่ขาดครึ่งท่อน ไม่ก็ต้องได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นและผมก็อยากจะรู้มาก ๆ ว่าช่วยด้วยวิธีไหน เผื่อว่าถ้าเกิดคราวหน้ามีใครคนใดคนหนึ่งโดนกินเข้าไปเราอาจจะช่วยเขาได้ทัน
ทว่าแทนที่จะตอบกลับทั้งสองกลับนิ่งงันไม่ยอมพูดอะไร ขนาดผมมองพวกเขาสลับไปมาเป็การคาดคั้นพวกเขายังทำเพียงแค่ถอนใจ
พลันเอริคก็กอดผมไว้แล้วตอบกลับมาว่า...
“ช่างมันเถอะ” ผมย่นคิ้วใส่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบอกผมไม่ได้ ทว่าพอขยับตัวแผลบนร่างกายมันก็เจ็บขึ้นมาผมเลยจำเป็ต้องอยู่นิ่ง ๆ ให้โอเว่นดูแผลให้ กินยาแก้ปวดเข้าไปอีกสักพักก็คงจะหลับอีก ผมเลยขอให้เขาอุ้มผมไปนอนที่ห้องผมไม่สบายใจเวลาต้องอยู่ในห้องพยาบาลต่อให้อาการผมควรจะต้องมีหมอดูแลอย่างชิดใกล้ก็ตาม
เอริควางผมลงบนเตียงหนาเขายังไม่ได้บอกใครว่าผมฟื้นขึ้นมาคิดว่าเดี๋ยวพวกเขาก็คงรู้เองไม่จากปากเขาตอนขากลับก็จากโอเว่นที่เดินตามมาทีหลังถือว่าเป็โชคดีของเอริคมากเลยนะที่ผมอนุญาตให้เขาเข้าห้องผมได้ในรอบหลายเดือนที่เราเลิกกัน
ถ้าผมปกติดีแล้วเขารุกล้ำเชื่อเถอะว่าเขาจะโดนไฟช็อตตายอยู่ตรงนั้น หน้าห้องของผม
“ขอบคุณ” ผมกล่าวขยับตัวนิดหน่อยเพื่อให้ตัวเองนอนสบายมากขึ้น นิ่วหน้าเบา ๆ เมื่อเจ็บแผลโอเว่นบอกว่าแผลไม่ได้ใหญ่มาก แค่ถาก ๆ ไม่ได้โดนจุดสำคัญอาจจะใช้เวลาสักสองสามวันเพื่อให้แผลมันสมานตัว อาจจะกลายเป็แผลเป็นิดหน่อยด้วยแต่นั่นไม่น่ากลัวเท่ากับมันติดเชื้อ
ผมห้ามเล่นน้ำหนึ่งอาทิตย์หรือจนกว่าแผลจะแห้งสนิทนั่นเอง
แบบนี้ผมก็แกล้งเ้าพวกนั้นไม่ได้น่ะสิ
“ให้ผมอยู่เป็เพื่อนไหมหรือหาอะไรมาให้คุณกินดี ?”
“ไม่ต้องหรอก ผมกินยาไปแล้วสักพักก็คงหลับ”
“…”
“คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้ปิดบังอะไรผมน่ะ คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าผมไปรู้อะไรทีหลังมันจะเป็เื่ใหญ่” ผมถามเขา ยังคงไม่ไว้ใจกับสิ่งที่เขาซ่อนเอาไว้ “คุณรู้ดีว่าผมไม่ชอบคนโกหก”
“และผมก็ไม่ได้โกหกอะไร”
“…”
“มันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องรู้ให้ได้ คุณรู้แค่ว่าตัวเองยังไม่ตายก็พอแล้ว”ใบหน้านิ่งงันของเอริคทำให้ผมพ่นลมหายใจทิ้งอย่างเหนื่อยหน่ายผู้ชายคนนี้ปากแข็งยิ่งกว่าอะไร เขาจะไม่มีทางคายความลับคุณเลยถ้าเกิดเขาได้รู้ไว้แล้ว
และมันทำให้ผมเบื่อมากๆ เบื่อจนไม่อยากคุยกับเขา
“คุณกลับไปพักเถอะ ถ้ามีอะไรไม่ดีผมจะโทรหา” ผมเบือนหน้าหนีคิดว่าวันนี้เราทุกคนเหนื่อยกับสิ่งที่เจอมาพอแล้ว และผมเองก็อยากจะนอนคนเดียวไม่อยากมีใครมาข้องเกี่ยวทั้งนั้น โดยเฉพาะกับแฟนเก่ามากความลับแน่นอนว่าเอริคนิ่งไปชั่วขณะ ดูรู้เลยว่าเขายังไม่อยากกลับ “ไม่ต้องเป็ห่วงน่าผมจะนอนอยู่เฉย ๆ จนกว่าจะเช้า ไม่ลงไปเล่นน้ำล่ออะไรหรอก”
“แต่ผมกลัวคุณเจ็บแผล คุณชอบไม่ระวัง”
“ผมไม่ใช่เด็กนะเอริค ผมยี่สิบสามแล้วเผื่อคุณลืม”
“แต่ก็ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด จะให้ผมไว้ใจคุณได้ยังไง”
“งั้นทำแบบนี้ดีไหม คุณจะได้ไว้ใจ”
“ทำอะไร...เหวอ !” ผมดึงเขาลงมาให้คร่อมทับร่างตัวเองเอาไว้ดวงตาประสานกับคนที่ชอบว่าผมเป็เด็กนักหนาทั้งที่ตัวเองก็ใช่ว่าจะโตกว่ามากมายมือบางแนบลงกับแก้มขาว โน้มคอลงมาใกล้ ๆ ก่อนจะเชิดหน้าฝังริมฝีปากลงไปกัดปากของเขาเล็กน้อยให้เขาเบิกตากว้างใส่ ผิดกับผมที่หัวเราะอยู่ในลำคอแช่เรียวปากค้างไว้ไม่นานนักก็ผละออกไป
ไม่มีความเขินอายมีแค่รอยยิ้มซุกซน
“แค่นี้พอสำหรับคนที่ช่วยชีวิตผมไว้”
“โซล...!”
“กลับไปได้แล้วครับ ผมอยากอยู่คนเดียว” ผมยกยิ้มพร้อมกับดันร่างเขาออกผมจะไม่ลึกซึ้งกับใครถ้าเกิดอีกฝ่ายเป็ต่อ เพราะมันเท่ากับว่าผมเสียเปรียบเขาเอริคชะงัก เขาดูงุนงงกับทุกการกระทำ ทว่าผมก็ไม่สนใจ ตลบผ้าห่มมาคลุมร่างพลิกตัวหันหลังให้เขา แกล้งข่มตาหลับเพื่อที่เขาจะได้ไปให้พ้น
ถึงเขาจะช่วยชีวิตผมไว้และเราสัญญาว่าจะมีเซ็กซ์กัน ก็ไม่ได้แปลว่าทุกการกระทำจะต้องญาติดีใส่ผมก็แค่สนุกที่ได้ปั่นหัวเขาให้ตามเกมไม่ทันก็เท่านั้น
ผมไม่ชอบกินของเก่าเท่าไหร่น่ะโทษที
“คุณนี่มันร้ายชะมัด” เขาพึมพำถอนหายใจพร้อมกับจัดแจงผ้าห่มให้ดีๆ ลูบหัวผมอีกนิดแล้วกระซิบข้างหู “ฝันดีนะโซลมีอะไรก็โทรเรียกผมแล้วกัน”
“…”
“ผมจะรีบมาหาคุณเลย” ผมหัวเราะในลำคอแ่เบาราวกระซิบรอจนเอริคเดินออกจากห้องไปนั่นแหละถึงค่อย ๆ ยันตัวขึ้นมาผมกัดปากเสยผมพลางพยายามนึกว่าก่อนหน้านี้ผมโดนตัวอะไรกินมันไม่มีความจำเป็ที่พวกเขาต้องโกหกผมเลยหนิ
หรือว่าพวกเขาจะกลัวว่าผมจะโกรธหากรู้ว่าต้องทำร้ายสิ่งที่สามารถเอามาศึกษาต่อได้ ?
เขาคงไม่ได้เล่นพิเรนทร์อะไรกับฉลามของผมใช่ไหม?
ปึง !
“อ๊ะ !” ผมสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ กระจกที่ใช้ทำห้องก็สั่นส่งผลให้ผมรั้งสายตาไปมองสิ่งที่ชนมันก่อนจะยิ้มกว้างดันตัวเองให้ลุกขึ้นยกมือกุมท้องไปมองเ้าสัตว์ร้ายที่พุ่งเข้ามาปะทะอาจจะไม่ได้แรงมากขนาดที่กระจกแตกได้ แต่ก็ถือว่าเรียกความสนใจได้ดี “ไงดีแลน อาละวาดอะไรอีก”
“กึด !”
“เห็นไหมฉันเจ็บอยู่ นายทำฉันไม่ได้นะ” ผมยกยิ้มทาบมือกับกระจก ไม่บ่อยนักที่ดีแลนจะวนเวียนมาคุยกับผมส่วนใหญ่แล้วเราจะชอบไล่ล่ากันมากกว่า มันแยกเขี้ยวใส่ จริง ๆ ต้องบอกว่ามันทำหน้าปกติต่างหากเพราะตามธรรมชาติ ฉลามหุบยิ้มหรือหุบฟันไม่ได้ มันต้องโชว์ให้เห็นว่ามันอันตราย
ยิ่งกับเมกาโลดอนมันยิ่งอันตรายกว่าพันเท่าเลย
“ดายไปไหนล่ะ ไม่มาว่ายอยู่แถวนี้เหรอ” ถามพร้อมกับสอดส่ายสายตาหาพี่มันตอนนี้มืดค่ำแล้วในน้ำแทบมองอะไรไม่เห็นนอกจากบริเวณที่แสงไฟจากห้องผมสาดไปถึง “หรือว่ามันงอนที่ฉันเอาเนื้อตัวเล็กมาให้ นั่นไซซ์ใหญ่สุดแล้วนะใน่นี้”
ดีแลนสะบัดหัวไปมาคล้ายกับไม่อยากฟังที่ผมพูดผมเลยหัวเราะให้กับท่าทีของมันหน่อย ๆ สบกับดวงตาที่หลุบมองาแผมเวลานี้ผมใส่เพียงแค่กางเกงนอนขาสั้นและเสื้อเชิ้ตตัวบางแบบที่ชอบใส่ผมเป็คนขอให้โอเว่นไปเอามาเปลี่ยนให้ เพราะผมไม่ชอบชุดของเอริค
แน่นอนว่าตอนแรกเขาแย้งเพราะผมควรจะใส่เสื้อผ้าหนาๆ แต่ผมชอบใส่แบบนี้มากกว่า
ก็ดีแลนน่ะยั่วง่ายกว่าดายเยอะไง
“นายสนใจแผลฉันเหรอ ?”
“…”
“อยากเห็นมันไหมว่าเป็ไง”
กึก !
“ถ้าอยากเห็นฉันจะถอดให้ดู และถ้านายรู้ว่าฉันโดนอะไรอย่าลืมมาเข้าฝันบอกฉันล่ะ” ผมเลียปากชอบเวลาปั่นหัวเ้าปลาหน้าโง่ตัวนี้ดีแลนว่ายวนไปมาเหมือนกำลังหาทางที่จะเข้ามากินผมได้ผมยิ้มขำปลดกระดุมเสื้อตัวเองทีละเม็ด ขณะที่จ้องมองมันด้วยแววตานึกขำไม่มีใครเคยเห็นท่าทีงุ่นง่านเวลาผมยั่วมัน ผมบอกเลยว่าเป็ท่าทีที่ผมชอบที่สุด
ความป่าเถื่อนของดีแลนเป็สิ่งที่ทำให้เราไม่หลงลืมสัญชาตญาณนักล่าของมัน
ั์ตาสีดำจับจ้องผมตอนว่ายวนกลับมันจะว่ายไปมาเพื่อเอาอากาศเข้าปอดผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่ผมคงไม่มานึกทฤษฏีตอนนี้ผมกระตุกเม็ดสุดท้าย แหวกสาบเสื้อให้มันเห็นาแที่มีผ้าพันไว้สีแดงของเืที่ไหลซึมทำให้มันสนใจต่อให้ฉลามจะตาบอดสีก็ตาม
ผมกัดปากร่นแขนเสื้อจนเผยให้เห็นลาดไหล่ขาวไล้ปลายนิ้วไปตามหัวไหล่ยาวมาถึงไหปลาร้าเสยผมนิดหน่อยตอนปล่อยเสื้อลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นร่างกายส่วนบนที่ยั่วยวนยิ่งกว่าอะไรมีคนเคยเปรียบเปรยผมว่าเหมือนกับงูในสวนเอเดนที่ล่อคนให้ไปติดกับ
รู้สึกลุ่มหลงชวนให้ทำอะไรผิดบาปทั้งที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง
ผมก็แค่ยกยิ้มทำให้พวกเขารู้ว่าผมสามารถสนุกกับใครก็ได้ตามที่ผม้า
ไม่เว้นแม้แต่ปลาตรงหน้าที่พยายามพังห้องของผมรอยฟันตราตรึงอยู่เต็มไปหมด ถ้าที่นี่ไม่ถูกสร้างให้แข็งแรงจนพังไม่ได้คาดว่าตอนนี้ผมคงจะขาดครึ่งท่อนไปแล้ว ผมขบขัน ค่อย ๆ หย่อนตัวลงนอนราบไปกับพื้นโดยมีเสื้อที่ถอดไว้เป็ตัวรองทับพาดขายาว ๆ ไปกับกระจกกั้นไม่สนใจดีแลนที่พยายามจะพุ่งเข้ามากัดผมให้ได้
ห้องของผมะเืไหวตามแรงทว่าผมกลับไม่สนใจ เลื่อนขาไปมาใช้ปลายนิ้วเท้าไล้ไปตามขาขาวอีกข้างมือก็ไต่ไปตามแผ่นอกบอบบางก่อนจะเหลือบไปเห็นซองบุหรี่ที่วางไว้บนหัวนอนกัดปากข่มความเจ็บนิดหน่อย คว้าบุหรี่มาจุดสูบแล้วนอนต่อ
พ่นควันสีขาวให้กลายเป็หมอกสลับกับดูความงุ่นงานของเ้าปลาตัวใหญ่ดีแลนยังไม่ลดความพยายาม มันดูอยากจะเข้ามาให้ได้ขณะที่ผมสนใจเพียงแค่อัดนิโคตินเข้าปอดปล่อยให้หัวสมองโล่งเหมือนลอยออกไปกับควันจนหมด กระตุกยิ้มน้อย ๆเวลาที่ขาของผมสั่นไหวเพราะแรงกระแทกของสิ่งมีชีวิตด้านนอก
พอเอาขาวางไว้อย่างนี้แล้วสั่นตามแรงส่งแบบนี้ผมรู้สึกคิดดีไม่ได้ ใจมันจะนึกถึง่เวลาหฤหรรษ์กับผู้ชายคนล่าสุดที่ผมเจอ
เพิ่งนึกออกว่าชื่อของเขาเหมือนกับเ้าปลาั์แน่นอนว่าเขาคือคนนิยามแบบนั้นให้ผม เสียดายที่เราคงไม่ได้เจอกันอีก กว่าผมจะกลับขึ้นบกอีกทีก็คงเดือนหน้า
แอบคิดถึงเขาเหมือนกันนะ
ผมคิดว่าถ้าอยากมีเซ็กซ์ดีๆ การได้เจอกับเขาอีกคงเป็เื่ที่ดีไม่น้อยในชีวิตมันทำให้ผมต้องก้มมองกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่ ขาของมันกว้างจนแทบปิดอะไรไม่มิด ไม่แปลกใจเลยว่ามันกระตุ้นอีกฝ่ายขนาดไหนผมแกล้งไล้ขาเชิญชวนให้มันเข้ามาใกล้
ผมสบตากับเ้าวายร้ายพ่นควันใส่หน้าก่อนจะบอกมันว่า...
“ถ้าอยากเห็นมากกว่านี้ นายคงต้องมาถอดเองแล้ว ดีแลน”
“กึด...”
“แต่ถ้านายทำได้มากกว่าถอดมันออกไป นายคงเร้าใจน่าดู :)”
เช้าวันใหม่มาถึงไวกว่าที่คิดเมื่อคืนกว่าผมจะแกล้งดีแลนเสร็จก็ปาไปหลายทุ่มตอนแรกจะนอนมันทั้งอย่างนั้นเหมือนกัน ทว่าผมก็ชอบความอ่อนนุ่มของเตียงมากกว่าโดยเฉพาะเวลามีเซ็กซ์น่ะ...
ทั้งความนุ่มบนเตียงและความอ่อนนุ่มที่โอบรัดกายร้อนที่แทรกเข้ามา ผมก็ชอบมันพอกัน
“เมื่อไหร่จะหายเจ็บเนี่ย” ผมพึมพำตอนใส่เสื้อความเจ็บจะถูกกระตุ้นเวลาผมยกแขนหรือขยับตัวมันทำให้ผมรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวเป็สิ่งที่อยากลำบากแถมยังต้องคอยระวังไม่ให้แผลเปิดออกมา ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาจะแย่เอา
ซึ่งมันคงไม่ดีถ้าผมต้องวิ่งโร่กลับขึ้นฝั่งผมอาจจะตายก่อนจะถึงโรงพยาบาลก็ได้ใครจะรู้
ปึง !
“หืม?” ผมเลิกคิ้ว ได้ยินเสียงกระแทกจากด้านนอกไม่ต่างจากเมื่อวานนี้ผมคิดว่าเป็ดีแลนเนื่องจากมันชอบว่ายชนกระจกเป็การทักทายผมก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก ดึงกางเกงขายาวขึ้นสวมก่อนจะย่นคิ้วหน่อย ๆเมื่อได้ยินเสียงปึงอีก
คราวนี้รุนแรงจนห้องผมะเืผมเลยต้องหันไปมองเ้าปลาไม่รักดีที่ชอบให้ทุกคนในที่นี้แตกตื่นกันหมดพลันรอยยิ้มผมก็ปรากฏ ดวงตาเบิกกว้างก่อนจะก้าวขาเอามือทาบกับกระจกสองตากวาดมองเ้าปลาใหญ่ที่ทอดทิ้งผม
ดวงตาของมันหลุบลงว่ายวนไปมาสำรวจกันไม่ยอมหยุด
“หายไปไหนมาทั้งคืนดาย รู้ไหมว่าฉันเป็ห่วง”
“กึด!” มันขบกรามให้ผมเลิกคิ้วถามมองดูปฏิกิริยางุ่นง่านั้แ่ขึ้นจากน้ำผมไม่เจอมันเลยทั้งวัน นอกจากน้องชายมันที่ผมยั่วให้มันกรุ่นโกรธดีนะที่ผมหนีไปนอนก่อน ปิดไฟเรียบร้อยมันจะได้มองหาผมไม่ได้ ผมกวาดตามองครีบสวย ๆพวกนั้น
มันมีรอยโดนข่วนเบาๆ คาดว่าก็คงจะซุกซนตามประสา
“ไปติดสาวที่ไหนมาหรือว่าไปทำอะไรไม่ดีอีก ?”
“…”
“ไม่มีใครทำอะไรนายใช่ไหมตอนที่ฉันอยู่ใต้น้ำ”ผมถามทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้คำตอบจากมัน เพราะปลาทุกสายพันธุ์รวมถึงสัตว์ทุกตัวบนโลกพูดไม่ได้ เว้นแต่พวกนกแก้วที่เขาฝึกให้มันพูดกัน ซึ่งอันนั้นผมจะไม่นับแล้วกันยังไงซะพื้นเพของสัตว์มันก็พูดภาษาคนไม่ได้อยู่ดี
ดายมองผมว่ายวนไปมาคล้ายกับกำลังจะบอกอะไร เสียดายที่ผมไม่รู้ว่ามันกำลัง้าจะสื่ออะไรกระทั่งสัญญาณเรียกประชุมดังลั่น
ตืด ตืด !
“อ๊ะดาย !” วินาทีนั้นดายว่ายหนีไปไม่สนใจเสียงเรียกผมที่ยังคงรอคำตอบจากมันอยู่ผมส่ายหน้าถอนหายใจขณะที่ฝืนกายวิ่งออกจากห้อง พยายามกัดฟันระงับความเจ็บมองไฟสีแดงที่กะพริบไปทั่วศูนย์วิจัยมันคือสัญญาณบ่งบอกว่ามีเื่ร้ายบางอย่างเกิดขึ้นใกล้ ๆ
และมันไม่ควรจะเกิดในเวลาที่ผมลงน้ำไม่ได้สิ
“เกิดอะไรขึ้นแนชลีย์ทำไมต้องกดปุ่มฉุกเฉิน”
“คุณโซล!”
“มีเื่อะไรไม่ดีงั้นเหรอ?” ผมถามขึ้นทันทีที่ผลักประตูเข้ามาโอเว่นเป็คนแรกที่เข้ามาประคองร่างผมที่เดินกุมท้องมาจากห้องความเจ็บทำเอาผมกัดฟันกรอด ไม่รู้ว่าตอนรีบทำให้มันฉีกขาดหรือมีเืออกไหมตอนนี้ผมสนใจแค่สัญญาณอันตราย
จอร์แดนกำลังวางแผนที่ด้วยภาพโฮโลแกรมมันแสดงจุดแดงสามจุดไม่ไกลจากศูนย์วิจัยของเรามากนักนาทีนั้นผมชะงักประมวลผลคิดว่ามันคืออะไร ก่อนจะนึกขึ้นได้...
จุดแดงพวกนั้นคือเรือที่อับปาง
“เมื่อคืนมีเรือโดนเล่นงานค่ะคุณโซล”
“ว่าไงนะ?”
“เป็เรือใหญ่ของพวกขนสินค้ามันจมลงใต้ทะเลไปแล้วแต่เราไม่ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือ” แนชลีย์ว่าพร้อมคีย์ข้อมูลให้หน้าจอปรากฏภาพของเรือจำลองที่ตกลงใต้มหาสมุทร“บางทีมันน่าจะเครื่องยนต์มีปัญหาแล้วเหมือนจะมีเรือผ่านมาอีก แต่ก็โดนเล่นเมื่อไม่นานมานี้”
“น่าจะเป็พวกเรือหาปลาไม่ก็เรือเที่ยวร่อนพวกนั้นชอบเล่นพิเรนทร์ทำเรือไฟไหม้บ่อย ๆ”
“แต่ก็ไม่น่าจะไฟไหม้พร้อมกันทีเดียวสามลำหรือเปล่าจอร์แดน”
“อะ!”
“บางทีอาจเป็เรือตัดครีบปลาไปขายแบบเมื่อเดือนก่อนก็ได้ถ้าเป็แบบนั้นเรายังมองเหตุผลได้เยอะกว่า” ผมเสนอคิดถึงเื่เมื่อเดือนก่อนหลังจากที่ดายกับดีแลนจัดการเรือขนส่งยาเสพติดจนตายหมดพวกเขาก็สร้างความหฤโหดโดยการฉีกเรือตัดครีบปลาผิดกฎหมาย
ผมจะไม่เล่าว่ามันแย่แค่ไหนใบ้แค่ว่าท้องทะเลไม่เคยแดงขนาดนั้นก็พอ
“จัดทีมกู้ภัยแล้วไปเอาเรือออกโอเว่นคุณต้องไปด้วยเผื่อมีคนที่้าความช่วยเหลือ” ผมรีบสั่งให้พวกเขาทำตามด้วยความจริงจังชี้ไม้ชี้มือให้หยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขณะที่สั่งให้บางส่วนอยู่ที่นี่เฝ้าระวังอาทิจอร์แดนกับสตีฟที่ครั้งนี้ผมจะไม่ให้พวกเขาไปด้วยเมื่อวานเขาเจอเื่ผจญภัยมาเยอะแล้ว ควรจะหยุดพักผ่อน ส่วนผมจะต้องเป็คนขับเรือพาไป
ไม่ใช่ว่าคนอื่นขับเรือไม่ได้แต่ผมมีลางสังหรณ์ใจว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่าที่คิด
แน่นอนว่าความคิดนั้นย่อมมีคนขัดผมเลยตัดสินใจเป็คนแรกที่เดินออกไปเตรียมเรือใหญ่ มันเป็เรือกู้ภัยที่มีเครนล่อปลาติดไว้ด้านหลังสองอันเราจะใช้เวลานำเที่ยวพวกลูกค้าที่ติดต่อขอมาว่ายน้ำกับปลาฉลามระดับความยาวแค่แปดฟุตเท่านั้น
ถ้ามากกว่านั้นผมกลัวว่าเขาจะไม่รอดกลับมา
ขนาดผมเองยังแทบไม่รอดเลย
“คุณแน่ใจนะว่าจะไปด้วย ผมว่าคุณควรกลับไปพัก”
“เลิกทำตัวเหมือนเพื่อนรักคุณสักทีโอเว่นข้างนอกมีคนที่รอการช่วยเหลือจากเราอยู่”
“แต่เผื่อคุณลืม ตอนนี้คุณเจ็บอยู่”
“และเผื่อคุณไม่รู้ ผมมีหมออยู่ในเรือ” ผมยกยิ้มกวนประสาทคุณหมอประจำศูนย์วิจัยให้เขาถอนหายใจใส่ะโลงเรือตามมา พร้อมกับรับแนชลีย์ที่ต้องมาด้วยเนื่องจากเราไม่รู้ว่าระบบคอมจะล่มเมื่อไหร่มันคงไม่ดีถ้าเกิดว่าเราโดนเล่นงานแล้วติดต่อใครไม่ได้
อีกอย่างผมก็้าคนดูแผนที่โฮโลแกรมลำพังแค่ดูฉลามไม่ให้ชนเรือก็หนักพอแล้ว
“ผมขับเอง”
“แต่...!”
“อย่าดื้อ”ผมกลอกตาใส่เอริคที่มาแย่งตำแหน่งผม ถึงเขาจะไม่บ่นเื่ที่ผมตามมาด้วยแต่การมาเกาะเกี่ยวหวังช่วยให้ผมได้พักมันก็เป็เื่ที่กวนใจไม่น้อยเหมือนกันเรือกู้ภัยถูกขับออกจากท่าตรงไปตามแผนที่ที่ถูกปักหมุดไว้ข้างกายผมเป็โอเว่นที่ทำแผลวันนี้ให้ใหม่ มันมีเืซึมอย่างที่ผมคิดไว้
และมันคงไม่ดีถ้าล่อให้ฉลามตามเรือเรามา
“คุณไม่น่ามาด้วยเลย”
“คุณก็ไม่ควรมาบ่นผมตอนนี้เหมือนกัน” ผมสวนใส่ย่นคิ้วไม่พอใจกับคนตรงหน้าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาเถียงกันสักหน่อย มีคนมากมายที่รอการช่วยเหลืออยู่ “เปลี่ยนระดับความเร็วเรือให้เป็ระดับสูงสุด เราต้องรีบก่อนที่จะ...”
ตู้ม !
“อ๊ะ !” ทั้งเรือสะดุ้งตอนได้ยินเสียงบางอย่างกระทบน้ำมันไม่ได้ดังมากแค่เหมือนกับปลางาบเหยื่อตัวใหญ่ “อะไรน่ะตัวอะไร”
“บางทีอาจจะเป็วาฬก็ได้”
“…”
“ไม่ใช่ฉลามหรอก”โอเว่นปลอบใจทั้งที่น่าจะเดาออกว่าเสียงนั่นมันดังเกินกว่าจะเป็วาฬเพชฌฆาตล่าเหยื่อผมยันตัวลุกขึ้น ประคองตัวเองด้วยการจับขอบเรือพยายามมองหาว่าเสียงที่แว่วมานั้นอยู่ตรงไหนถ้าหากมีน้ำกระจายตัวออกเป็ฟอง เราจะได้ดูขนาดวงมันไงว่ามันพอจะเป็ตัวอะไร
กระทั่งสัญญาณส่งเสียงดังบอกว่าเรากำลังเข้าใกล้จุดที่เรืออับปางนาทีนั้นพวกเราต่างจับจ้องไปข้างหน้าก่อนจะที่ความเร็วของเรือที่พามานั้นจะค่อย ๆ ชะลอลงไปดวงตาสีสวยเบิกกว้างตามความใกวาดมองพื้นที่อันตรายขณะที่สายลมพัดกลิ่นคาวมาให้
กลิ่นคาวของเืจากซากศพคนตายที่กระจัดกระจายเต็มท้องทะเล...
นี่มันไม่ใช่แค่เรือล่มธรรมดาแล้ว