ตอนนี้จูเยว่เริ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆรอบตัวจึงดึงสติกลับคืนมา แล้วหันกลับมามองดูบริเวณรอบๆ ก็พบเจอกับฝูงชนที่จ้องมองมายังตนเอง จากระยะที่ไม่ห่างออกไปมากนัก
เมื่อสังเกตุไปยังฝูงชนเ่าั้ก็พบว่าท่าทางที่พวกเขาแสดงออกมา ช่างไม่ปรกติบางคนหน้าตาดูเจ็บแค้นลูกั์ตาแดงก่ำประหนึ่งถูกแย่งภรรยาไปบ้างก็มองเขาคล้ายพึ่งได้รับทราบเื่ราว ที่ทำให้ตนเองประหลาดใจและยังมีบางคนที่ขมวดคิ้วแน่นเม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาเต็มหน้าผากเสมือนเกรงว่าเขาจะพุ่งตัวออกไปสร้างปัญหาให้แต่ผู้คนส่วนใหญ่เ่าั้ล้วนมองมายังตนด้วยความหวาดกลัว!
เมื่อสังเกตุถึงการกระทำของผู้คนรอบตัวที่เกิดขึ้นก็รู้ได้ทันทีว่าความทรงจำที่เขาได้รับมานั้น เป็ความจริงอย่างแน่นอน!
ขณะที่จูเยว่สังเกตุฝูงชนรอบๆตนเองแล้วครุ่นคิดอยู่นั้นก็มีเสียงสตรีกรีดร้องดังขึ้นมาอยู่ไม่ไกลออกไป
“ช่วยด้วย! มีคนจะลวนลามข้า!!”
จูเยว่จึงเริ่มเดินตามไปยังทิศทางของเสียงร้องดังกล่าวเมื่อไปถึงก็ได้เห็นบุรุษผู้หนึ่ง กำลังพยายามที่จะกุมมือของหญิงสาวผู้ที่ส่งเสียงร้องเรียกให้ผู้คนช่วยเหลือ
แต่หาได้มีใครกล้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือนางเนื่องจากชายผู้นี้เป็อันธพาลที่ชอบก่อเื่ในเมืองนี้อยู่เป็ประจำและพลังยุทธก็สูงถึงระดับรวมลมปราณขั้นที่ 6 ไม่มีใครอยากหาเื่เพื่อที่จะเจ็บตัว
“เ้าช่วยปล่อยแม่นางผู้นี้ไปได้หรือไม่?”
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางฝูงชนพร้อมกับรอยยิ้มสดใส แน่นอนว่าเป็เสียงของจูเยว่ที่พึ่งเดินมาถึง
อันธพาลผู้นั้นที่สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวตาเป็มันตัวมันรู้สึกอยากสานสัมพันธ์กับแม่นางผู้นี้เป็อย่างมากจึงเข้าขวางเพื่อที่จะกล่าวสนทนา แต่สาวเ้ากลับร้องเรียกให้คนช่วยเสียนิ!
และเมื่อมันได้ยินเสียงที่เอ่ยขัดออกมาจากท่ามกลางฝูงชนมันก็รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมากจึงะโสวนกลับไป
“คิดขวางข้า...เ้าคิดว่าปรโลกมีที่ว่างมากเกินไปรึอย่างไร ถึง้าให้ข้า ส่งเ้าไปที่นั่น!!”พร้อมกับค่อยๆหันหน้าไปตามทิศทางที่เสียงดังลอดออกมา
หลังจากที่เขาเห็นชายคนดังกล่าวใบหน้าก็แปรเปลี่ยนทันที และรีบกล่าวออกไปด้วยท่าทีที่หวาดกลัว
“นะนายน้อยเฟย...ขะข้าไม่ทราบว่าเป็ท่าน! ข้าจะไม่ยุ่งกับแม่นางผู้นี้...”
ยังไม่ทันที่อันธพาลผู้นั้นจะเอ่ยอธิบายกับจูเยว่จบคำเสียงหญิงสาวที่เขาพยายามจะสานสัมพันธ์ กลับดังแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน
“ขะข้า...กำลังจะไปทานข้าวกับคนรักของข้า! ท่านไม่จำเป็ต้องช่วยเหลือข้าแต่อย่างใด!!”
แม้นางจะกล่าวเช่นนั้นออกมาแต่ใบหน้าของนางกลับแลดูซีดขาวราวกระดาษ ั์ตาดูสั่นไหวพร้อมกับฟันที่กัดไปที่ริมฝีปากด้านหนึ่ง แทบจะมีเืไหลซึมออกมาหาได้มีลักษณะท่าทาง เหมือนกับคนที่จะไปทานข้าวกับคนรักแม้แต่น้อย!
อันธพาลผู้นั้นรีบหันควับไปมองทางหญิงสาวด้วยความตื่นใพร้อมกับกล่าวกับตนเองอยู่ภายใน
“เหตุฉไนแม่นางถึงเปลี่ยนใจได้รวดเร็วเช่นนี้...มิใช่เ้ามีใจให้ข้าอยู่แล้ว แต่เล่นตัวเพราะเหนียมอายหรอกรึ?!”
ซึ่งหากหญิงสาวผู้นี้ได้ยินในสิ่งที่อันธพาลคิดออกมานางคงอยากเอามีดจ้วงแทงทั้งร่างของมันให้ตาย!!
เพราะนางได้เจอกับอันธพาลบัดซบก็นับว่าซวยอยู่แล้วแต่ยังต้องมาเจอกับนายน้อยตระกูลเฟยที่บัดซบยิ่งกว่า!เรียกว่าหนีเสือปะจระเข้อย่างแท้จริง!!
ตอนนี้สตรีผู้ร้องเรียกให้คนช่วยได้มองไปยังบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยมือที่กำชายกระโปรงของนางแน่น
“ลองดูรอยยิ้มของนายน้อยตระกูลเฟยที่มันมองมายังข้า! หากข้ายินยอมไป คงโดนมันกลืนกินลงไปทั้งตัวแม้แต่กระดูกก็ไม่มีเหลือ! หากเป็เช่นนั้น... ข้าจะมีหน้าออกไปพบเจอผู้ใดได้อีก!” นางได้แต่กล่าวรำพึงรำพันในความโชคร้ายของตนเองอยู่ภายใน
เมื่อผู้คนรอบๆได้ยินในสิ่งที่นางกล่าวออกมาเมื่อครู่ก็อดที่จะเอ่ยออกมาด้วยความสงสัยไม่ได้
“ทำไมแม่นางผู้นี้ช่างเปลี่ยนใจได้รวดเร็วนัก? มิใช่ว่าก่อนหน้านี้นางร้องะโหาคนให้ช่วยหรอกรึ?”
แต่บางคนก็คิดขึ้นมาได้เมื่อมองไปยังเ้าของเสียงผู้ที่้าให้ความช่วยเหลือเพราะถ้าหากเป็ตัวมันก็คงตัดสินใจเช่นเดียวกันกับแม่นางผู้นี้!
“อะเอ่อ...”เสียงของจูเยว่อึกอักอยู่ในลำคอรู้สึกอยากจะร่ำไห้กับท่าทีของแม่นางที่อยู่เบื้องหน้าตน
เขา้ายื่นมือเขาช่วยเหลือแม่นางผู้นี้ด้วยความจริงใจแต่ดูท่าทางที่นางแสดงออกมา! ราวกับผู้ที่ถูกเสือต้อนลงปากเหว!ที่ยอมจะะโลงไปตาย แต่ไม่ยอมถูกกิน!!
“ถะถ้าเช่นนั้น...ข้าคงไม่รบกวนแม่นาง...” จูเยว่กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกอับอายและอยากจะออกไปให้พ้นจากสถานการณ์ที่หน้าอึดอัดนี้โดยเร็วจึงเร่งกล่าวสั่งข้ารับใช้ของตนออกไป
“เฟยซิ่ว ข้าจะกลับตระกูล!”
“ได้ขอรับ นายน้อย...”ข้ารับใช้ได้กล่าวตอบรับคำสั่ง พร้อมเร่งนำทางนายน้อยกลับทันที
แต่ในใจของมันรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยถ้าเป็ยามปรกติ นายน้อยคงสั่งให้มันไปจับตัวแม่นางผู้นี้กลับมาส่วนเ้าอันธพาลผู้นั้น คงจะถูกเลาะฟันออกจนหมดปากข้อหาที่กล้ากล่าววาจาสุนัขเช่นเมื่อครู่ออกมา หรือบางทีนายน้อยในวันนี้อาจจะไม่สบายจริงๆเฟยซิ่วได้แต่คิดกับตนเอง
หากจูเยว่รู้ความคิดของข้ารับใช้คงรู้สึกเ็ปใจไม่น้อย เพราะการที่ตนไม่ฉุดคร่าหญิงสาวและซ้อมผู้คนเท่ากับว่าตัวเขานั้นไม่สบาย ตรรกะเยี่ยงใดของเ้ากัน?!
แต่เื่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเขา้ากลับไปยังที่พัก เพื่อตรวจสอบร่างกายของตนโดยเร็ว
ระหว่างทางที่จูเยว่เดินทางกลับได้มองดูบ้านเรือนต่างๆรอบข้าง ซึ่งเมื่อดูแล้วมันช่างแตกต่างจากโลกที่เขาจากมาที่นี่สิ่งปลูกสร้างจะมีความงดงามอ่อนช้อยในตัว มีการประดับประดาโคมไฟและรูปปั้นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆไว้หน้าบ้านที่ดูมีฐานะ
ส่วนการแต่งกายของผู้คนในโลกแห่งนี้ช่างมิดชิดแขนเสื้อกว้างและยาวจนสามารถเอาแขนเข้าไปในเสื้อได้ ตัวเสื้อยาวคร่อมถึงบริเวณเท้าและสวมกางขายาวไว้ข้างใน
จูเยว่เดินชมทั้งสองข้างทางอย่างเพลิดเพลินด้วยความสนใจจนกระทั่งเสียงของเฟยซิ่วที่อยู่ด้านหน้ากล่าวออกมา
“นายน้อย... ถึงแล้วขอรับ...”
จูเยว่ได้หันไปมองที่ทางเข้าตระกูลเฟยซึ่งมีขนาดกว้างขวาง เรียกได้ว่าเป็คฤหาสน์ขนาดใหญ่เลยทีเดียวด้านหน้าประตูมีรูปปั้นัสองตัวประดับอยู่ พร้อมกับยามสองคนที่ยืนเฝ้าเมื่อพวกมันพบเจอเฟยเทียน ก็เร่งรีบโค้งคำนับเพื่อต้อนรับทันที
“นำทางไปยังที่พักของข้า...”