กลุ่มแรกที่มาถึงคือ หน่วยงานความมั่นคง ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่และผู้ใชัพลังที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักทุกคนอยู่ในชุดเกราะป้องกันเต็มรูปแบบ อาวุธครบมือพวกเขากระจายกำลังทั่วบริเวณอย่างเป็นระเบียบ ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับพื้นที่แสงจากอาวุธพลังงานสะท้อนกับเกราะของพวกเขาราวกับสัญญาณของการเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ถัดมาไม่นาน หน่วยสำรวจและหน่วยวิวัฒน์กลไก ผู้ที่ต่างมีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลและซากสิ่งที่เหลืออยู่จากการต่อสู้ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับอุปกรณ์วิเคราะห์ขั้นสูงพวกเขาเร่งรีบจัดการประเมินพื้นที่หาข้อมูลสำคัญที่อาจนำไปสู่การไขปริศนาเกี่ยวกับแผนการของสมาคมใต้ดิน เสียงเครื่องมือวิเคราะห์ทำงานเบาๆ เคลื่อนที่ไปตามซากสิ่งของที่กระจัดกระจายจากการระเบิดและต่อสู้
และ องค์กรจันทร์เสี้ยว หน่วยลับที่ขึ้นตรงกับราชวงศ์ปรากฏตัวเงียบ ๆ ท่ามกลางความวุ่นวายทุกคนในชุดเครื่องแบบที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมสร้อยคอที่เป็นสัญลักษณ์ แฝงตัวสนิทไปกับพื้นที่ราวกับเงาพวกเขาไม่มีเสียง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เกินความจำเป็นแต่การมาถึงของพวกเขาก็สร้างความรู้สึกถึงอำนาจที่ไม่อาจมองข้ามได้สายตาทุกคู่ที่รับรู้ถึงการมาถึงขององค์กรจันทร์เสี้ยว
แม้ว่าเหตุการณ์ร้ายแรงจะจบลงไปแล้วแต่การเตรียมพร้อมยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทุกคนต่างรอคอยข่าวจากมหาปราชญ์ทั้งสอง
ผู้คนที่คุ้นเคยเริ่มทยอยกลับมาสู่พื้นที่อีกครั้งท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความหวัง องค์ชายสามพร้อมองค์หญิงอิงอิงต่างยืนเคียงข้างรองเจ้าอาณานิคมทั้งสองมองออกไปยังสนามที่บัดนี้เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่มากมายที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ของตนเพื่อรักษาความสงบสุของค์ชายสามมององค์หญิงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ ว่า
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?”
"พวกเราที่หลุดออกจากการแข่งขันก็เข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยทันทีพี่ชาย"
อิงอิงตอบด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่แม้ในใจจะยังมีความกังวลก็ตาม หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างรองผู้อำนวยการสถานศึกษาด้วยความเป็นห่วง
ส่วนนักแข่งอันดับสูงสุดคนอื่น ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่นิ่งเฉยแคทเธอรีน วิลสัน หญิงสาวผู้มีพลังแกร่งกล้า เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยความเชี่ยวชาญในการรักษาพลังของเธอผสานกับความแม่นยำในการประเมินอาการ บาดแผลที่รุนแรงกลายเป็นเพียงรอยจางๆ ใต้ฝ่ามือของเธอ
กลุ่มของท่านหลิงซึ่งรวมถึงจินยี่และมังกี้ พวกเขาต่างก็เป็นสมาชิกในองค์กรจันทร์เสี้ยวกำลังช่วยขนย้ายผู้บาดเจ็บ และ กำลังช่วยกู้ซากปรักหักพังเพื่อหาผู้รอดชีวิต
กลุ่มขององค์กรจันทร์เสี้ยว ที่มีสมาชิกอยู่ที่นี่ทั้งหมดต่างทำงานร่วมกันอย่างไม่ต้องใช้คำพูดแม้ในสนามรบแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกและเสียงสั่งการ
การตรวจสอบดำเนินไปอย่างเคร่งครัดทุกซอกทุกมุมของสนามรบถูกกวาดล้างอย่างละเอียด หน่วยงานของแต่ละหน่วยกระจายไปทั่วทุกจุดราวกับสายลมที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้
นาฟยืนอยู่บนอัฒจันทร์เคียงข้างรองผู้อำนวยการเต็มไปด้วยผู้คนและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเขาหันไปมองไปทางเมญ่าที่อยู่อัฒจันทร์ถัดไป แต่แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายดวงตาของทั้งสองกลับสอดประสานกันได้อย่างง่ายดายราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนอยู่เพียงแค่พวกเขา
ในสายตาของนาฟ แววตาของเมญ่าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเธอมีสีหน้าไม่สงบเหมือนที่เคย แม้รอบกายเธอจะถูกปกป้องด้วยกลุ่มตระกูลพฤกษาราชันย์ที่คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนาแต่กระนั้น ความกังวลยังคงแฝงอยู่ในดวงตาของเธอ
นาฟรู้ดีว่านางกังวลเพียงใดจึงพยักหน้าให้เธออย่างช้า ๆ สื่อความหมายที่อยู่ในใจ
“ไม่ต้องห่วง ข้าปลอดภัยดี!”
เขาเพ่งมองเธอด้วยความตั้งใจที่จะปลอบโยน แม้คำพูดจะไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาแต่เธอน่าจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในสายตาของเขา
เมญ่าเงียบลง เธอรับรู้ถึงความตั้งใจของนาฟดีแม้หัวใจจะยังคงสั่นไหว แต่เธอก็พยักหน้าตอบรับราวกับจะบอกว่าเธอเข้าใจและจะทำตามที่เขาบอก เธอหันกลับไปทางกลุ่มตระกูลของตนส่งสัญญาณให้พวกเขานำเธอออกจากสถานที่นี้โดยเร็ว
ขณะที่กลุ่มตระกูลพฤกษาราชันย์เริ่มเคลื่อนตัวออกจากอัฒจันทร์นาฟยืนมองตามหลังด้วยความรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย แม้ภารกิจข้างหน้าจะยังไม่จบสิ้นแต่การเห็นเมญ่าปลอดภัยทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้น หัวใจของเขาสงบลงชั่วขณะ
ขณะที่นาฟยืนมองตามเมญ่าที่ค่อย ๆถูกนำออกจากพื้นที่ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยใกล้เข้ามา อัจฉริยะตัวอ้วนคากิเพื่อนคู่หูของเขาที่เดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางคึกคัก แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแต่คากิ ยังคงรักษาความมุ่งมั่นไว้เช่นเดิม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆที่ไม่เคยหายไปจากชีวิตนักประดิษฐ์ของเขา
“เป็นยังไงบ้าง นาฟ?”
คากิถามพลางยื่นมือมาแตะไหล่เบา ๆ
“นายคงไม่คิดจะกลับไปโดยไม่มีข้าอยู่ข้าง ๆหรอกใช่ไหม?”
นาฟหัวเราะเล็กน้อยแม้ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียดเขารู้ดีว่าคากิไม่ใช่คนที่จะยอมถอยง่าย ๆ แม้จะอยู่ท่ามกลางสงครามแต่คากิก็ยังคงเป็นคากิเป็นเพื่อนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นเอง รองผู้อำนวยการก็เอ่ยขึ้นเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่หนักแน่น
“พวกเจ้า ทั้งสอง กลับเข้าสถานศึกษาตอนนี้!”
นาฟที่ตั้งใจจะปฏิบัติตามคำสั่ง กำลังจะตอบรับแต่คากิกลับหยุดเขาไว้ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา
“ข้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรลับนั้น...ข้าไม่ยอมกลับไปง่ายๆแน่นอน!” คากิกล่าวเสียงดัง ชูมือขึ้นสูง
“ยังมีงานให้ทำอีกมากมายข้ายังไม่อยากกลับไปนั่งเฉย ๆ ในสถาบัน!”