ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 495 : เกราะมังกรพฤกษา

จารึกที่ 495 : เกราะมังกรพฤกษา : ทะลวงปราการวารีกลืนแสง


ซากกระดูกสันหลังสีเงินยวบยาบของมังกรอนันตกาล ซึ่งเคยเป็นเรือธงอันน่าเกรงขาม บัดนี้ถูกค่ายกลมิติของเจ้าสัวและเย่วปิงอวิ๋น ลากจูงมาวางกองอยู่บนลานกว้างของมหานาวาดาราจักร แม้จะถูกแผดเผาด้วยเพลิงบรรพกาลจนแตกหัก ทว่าความแข็งแกร่งของกระดูกสัตว์เทวะยุคแรกเริ่ม ยังคงแผ่กลิ่นอายที่ต้านทานการเสื่อมสลายได้อย่างน่าทึ่ง


อาเจียเดินวนรอบกองกระดูกเหล่านั้น นัยน์ตาสูญตาทอประกายแห่งการรังสรรค์ "กระดูกเหล่านี้ ถูกวิหารศักดิ์สิทธิ์แช่แข็งด้วยกฎเกณฑ์พิพากษามาแสนปี ทำให้มันแข็งแกร่ง ทว่าไร้ชีวิตชีวา... ปิงอวิ๋น ซิงเสวี่ย พวกเจ้าพร้อมหรือไม่?"


"ค่ายกลผสานดารา พร้อมแล้วเจ้าค่ะ" เย่วปิงอวิ๋นชี้มือไปยังลวดลายสีน้ำเงินเข้มที่นางเพิ่งสลักลงบนพื้นลาน


"ปราณพฤกษาและหัวใจพฤกษาบรรพกาล ก็พร้อมที่จะสูบฉีดชีวิตให้พวกมันแล้ว" หลินซิงเสวี่ยทาบฝ่ามือลงบนดาดฟ้า เถาวัลย์สีเขียวทองก็เลื้อยออกมาพันรอบกระดูกมังกรประดุจเส้นเลือด


"ดี... อู๋ องค์หญิงน้อย ออกมาช่วยข้าทำงาน"


อาเจียตวัดมือ พู่กันนิรันดร์ปฐมกาลปรากฏขึ้น วิญญาณอักษรทั้งสองดวงลอยตัวอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มมิได้ใช้การบีบอัดด้วยกำลัง ทว่าเขาใช้ปลายพู่กันจุ่มลงใน 'ความว่างเปล่า' ก่อนจะขีดเขียนอักขระ 'หลอมรวม' (融) และ 'เกิดใหม่' (涅) ลงบนอากาศธาตุ!


"จารึกรังสรรค์... คลี่คลายกระดูกเทวะ ผสานวิญญาณพฤกษา!"


อักขระสีเทาประกายทอง พุ่งทะลวงเข้าสู่ซากกระดูกมังกร 'อู๋' ทำหน้าที่ใช้วิถีลบล้าง ล้างคราบกฎเกณฑ์เก่าของวิหารศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไปจนหมดสิ้น เปิดทางให้ปราณพฤกษาเซียนของหลินซิงเสวี่ยซึมซาบเข้าไปแทนที่ กระดูกสีเงินที่เคยแข็งทื่อ พลันอ่อนนุ่มและแผ่ขยายออก ประดุจโลหะที่ถูกหลอมเหลว มันเคลือบตัวลงบนกราบเรือศิลาทมิฬ ผสานเข้ากับเถาวัลย์สีเขียวทองจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน!


เพียงชั่วธูปไหม้ครึ่งดอก มหานาวาดาราจักรก็แปรเปลี่ยนรูปโฉมไปอย่างสิ้นเชิง! จากเรือศิลาทมิฬที่ดูขรึมขลัง บัดนี้มันถูกห่อหุ้มด้วย 'เกราะกระดูกเกล็ดมังกร' สีเงินประกายเขียว ที่ทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น หัวเรือมีกะโหลกมังกรอนันตกาลประดับอยู่ แผ่กลิ่นอายที่สามารถข่มขวัญสัตว์เทวะระดับสูงให้หมอบกราบได้


"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าชอบเรือโฉมใหม่นี่นัก!" เฟิงอวี้หรานลูบคลำเกราะกระดูกด้วยความตื่นเต้น "ด้วยเกราะนี้ ต่อให้ต้องพุ่งชนดาวเคราะห์เคราะห์น้อยก็คงไม่สะเทือน!"


"เกราะนี้มิได้มีไว้ชนดาวเคราะห์ อี้หราน" อาเจียมองผลงานด้วยความพึงพอใจ "มันถูกสร้างมาเพื่อทนรับ 'แรงอัด' ของมหาสมุทรแห่งดวงดาว... เจ้าสัว เดินเครื่องเต็มกำลัง มุ่งหน้าสู่ดาววารีกลืนแสง!"


มหานาวาเกราะมังกรพุ่งทะยานแหวกอวกาศ ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากค่ายกลใหม่และปราณกระดูกเทวะ


หลังจากการเดินทางผ่านหมู่ดาวอันเวิ้งว้าง ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เริ่มมืดมิดลง มันมิใช่ความมืดของอวกาศ ทว่ามันเป็นความมืดที่เหนียวหนืดประดุจหมึก! แสงดาวนับหมื่นดวงที่ควรจะส่องสว่าง กลับถูกแรงดึงดูดประหลาด บิดเบือนและกลืนหายไปใน 'ก้อนน้ำ' ขนาดยักษ์ที่ลอยคว้างอยู่กลางอวกาศ


มันคือดาววารีกลืนแสง! ดาวเคราะห์ที่ไม่มีผืนดิน ไม่มีอากาศ ทว่าประกอบขึ้นจาก 'น้ำแห่งความว่างเปล่า' มวลน้ำเหล่านี้หนักอึ้งและมืดมิด สามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนให้แหลกเหลว และดูดกลืนเจตจำนงทุกชนิดให้จมดิ่งสู่อนธการ


"ปราการด่านใต้ของวิหารศักดิ์สิทธิ์... สมคำร่ำลือ" มู่เฉินลูบเครา นัยน์ตาฝ้าฟางฉายแววเคร่งเครียด "น้ำเหล่านี้ คือปราการธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุด ค่ายกลที่ฝังอยู่ใจกลางดาว จะสูบปราณวิญญาณจากทุกสรรพสิ่งที่หลงเข้าไป เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงยอดเขากระบี่"


"มีกองเรือลาดตระเวนของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ลอยลำอยู่นอกชั้นบรรยากาศน้ำ" ฉินมู่หลางชี้มือไปที่ขอบของดาววารี "ทว่าพวกมันดูระแวดระวังผิดปกติ คงได้รับข่าวการแตกพ่ายของกองกำลังกวาดล้างดาราแล้ว"


"เราจะทำอย่างไรดี อาเจีย? ใช้ภาพลวงตาของข้าลอบเข้าไปเหมือนครั้งก่อนหรือไม่?" ม่ออิงเอ่ยถาม


"ไม่ต้องหลบซ่อน ผู้อาวุโส" อาเจียส่ายหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนมุมปาก "หากเราต้องการเขย่ารากฐานของวิหารศักดิ์สิทธิ์ เราต้องบดขยี้ปราการของพวกมันให้แหลกละเอียดต่อหน้าผู้คน... เจ้าสัว ไม่ต้องพรางตัว! พุ่งชนกองเรือลาดตระเวน แล้วทะลวงเข้าสู่น้ำแห่งความว่างเปล่ารวดเดียวเลย!"


"รับคำสั่งด้วยความยินดีอย่างยิ่งขอรับ ท่านผู้นำ!" พยนต์เทวะเจ้าสัวดัดเสียงให้ดุดันประดุจพยัคฆ์ร้าย


มหานาวาเกราะมังกรปลดม่านพรางตาออก รัศมีสีเงินประกายเขียวที่น่าเกรงขามสว่างวาบขึ้นกลางอวกาศ! กะโหลกมังกรอนันตกาลที่หัวเรือ อ้าปากค้างและคำรามก้องด้วยเสียงสะท้อนจากอดีตกาล คลื่นเสียงนั้นกระแทกมิติรอบด้านจนสั่นสะเทือน


"ศัตรูบุก! นั่นมัน... เรือรบกระดูกมังกรที่หายไป!" ทูตพิพากษาที่เฝ้ายามอยู่บนเรือลาดตระเวน แผดเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก "พวกมันเอากระดูกของแม่ทัพมาทำเป็นเกราะ! โจมตี! ป้องกันปราการไว้!"


ลำแสงพิพากษานับพันพุ่งเข้าใส่มหานาวา ทว่าเมื่อปะทะกับเกราะกระดูกที่เคลือบด้วยปราณพฤกษา ลำแสงเหล่านั้นก็สลายไปประดุจหยดน้ำกระทบผาหิน! ไม่สะเทือนแม้แต่เส้นรอยขีดข่วน!


ตึง! ตูมมม!


มหานาวาพุ่งชนเรือลาดตระเวนของศัตรูแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ ประดุจรถม้าศึกบดขยี้ท่อนไม้ผุ อาเจียไม่หยุดเรือ ชายหนุ่มสั่งให้พุ่งทะลวงเข้าสู่ 'ชั้นบรรยากาศน้ำ' ของดาววารีกลืนแสงอย่างไม่เกรงกลัว!


ซ่าาาา!


ทันทีที่มหานาวาดำดิ่งลงสู่น้ำแห่งความว่างเปล่า โลกทั้งใบก็มืดมิดลงสนิท แรงดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ตัวเรือจากทุกทิศทาง เสียงกระดูกมังกรลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการถูกบีบอัด ทว่าด้วยการฟื้นฟูของปราณพฤกษา เกราะมังกรก็สามารถต้านทานและรักษาโครงสร้างไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


"มืดจนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย! เจตจำนงเพลิงของข้า ก็ถูกกดทับจนแผ่กระจายออกไปไม่ได้!" เฟิงอวี้หรานพยายามจุดไฟ ทว่าเปลวไฟก็ถูกความหนืดของน้ำบดบังจนมิด


"น้ำพวกนี้ มีคุณสมบัติในการ 'ลบเลือน' สัมผัสเทวะ" มู่เฉินอธิบาย "หากเราหลงทิศทาง เราจะถูกกักขังอยู่ที่นี่ไปชั่วนิรันดร์"


อาเจียยืนนิ่งอยู่กลางความมืด ชายหนุ่มหลับตาลง ไม่ใช้สายตา ไม่ใช้สัมผัสเทวะ ทว่าเขาใช้ 'ทารกวิญญาณสูญตา' ในการเชื่อมต่อกับ 'อู๋' วิญญาณแห่งการลบล้าง


"ในสถานที่ที่ไร้แสงสว่าง สิ่งเดียวที่จะนำทางได้ คือความว่างเปล่าที่ลึกล้ำยิ่งกว่าความมืด" อาเจียกระซิบ


เขาตวัดพู่กันในมือ "อู๋... ลบล้างกระแสน้ำ เปิดทางสู่แกนกลาง!"


วูบ!


รังสีสีดำสนิท พุ่งทะยานออกจากปลายพู่กัน! มันไม่ได้สร้างแสงสว่าง ทว่ามัน 'กิน' น้ำแห่งความว่างเปล่าเบื้องหน้า ให้หายไปเป็นวงกว้าง สร้าง 'อุโมงค์สุญญากาศ' ขึ้นมาท่ามกลางมหาสมุทรอันมืดมิด!


"เจ้าสัว ตามอุโมงค์นี้ไป!"


มหานาวาพุ่งไปตามเส้นทางที่อู๋เปิดให้ ความเร็วของเรือเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อไร้แรงต้านทานของน้ำ พวกเขาดำดิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดศูนย์กลางของดาววารีกลืนแสง


ที่นั่น... แสงสว่างสีเงินปรากฏขึ้นอีกครั้ง!


มันคือค่ายกลสูบปราณขนาดยักษ์ ที่มีลักษณะเหมือน 'ดอกบัวโลหะ' ที่กำลังบานสะพรั่ง กลีบบัวแต่ละกลีบเชื่อมต่อกับสายใยเจตจำนงที่สูบกลืนพลังจากมหาสมุทร ส่งไปยังยอดเขากระบี่ และที่ใจกลางดอกบัวโลหะนั้น... มีชายวัยกลางคนในชุดเกราะสีฟ้าน้ำทะเล นั่งขัดสมาธิอยู่


"แม่ทัพวารีศักดิ์สิทธิ์... ผู้พิทักษ์ปราการด่านใต้" ม่ออิงจำกลิ่นอายของชายผู้นี้ได้ "พลังของมันอยู่ในระดับข้ามผ่านมหายานขั้นสูงสุด และในน้ำแห่งนี้ พลังของมันจะทวีคูณขึ้นอีกหลายสิบเท่า!"


ชายวัยกลางคนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของเขาสาดประกายเกรี้ยวกราด "พวกมดปลวกจากแดนไกล บังอาจมุดลงมาถึงก้นบึ้งของบ่อประหาร! ในเมื่อพวกแกรนหาที่ตาย ข้าก็จะใช้ร่างของพวกแก เป็นปุ๋ยบำรุงดอกบัวสถิตธรรม!"


แม่ทัพวารีตวัดมือ คลื่นน้ำแห่งความว่างเปล่ารอบด้านก็ปั่นป่วน ก่อตัวเป็น 'มังกรวารีทมิฬ' นับร้อยตัว พุ่งเข้าโอบรัดมหานาวาดาราจักร! แรงบีบรัดของพวกมัน รุนแรงเสียจนเกราะกระดูกมังกรเริ่มเกิดรอยร้าว!


"มู่หลาง! อี้หราน!" อาเจียไม่ตื่นตระหนก "วิชาที่พวกเจ้าฝึกฝนมาตลอดการเดินทาง... ถึงเวลาทดสอบแล้ว!"


ฉินมู่หลางก้าวออกไปยืนที่กราบเรือซ้าย กระบี่ทัณฑ์สูญตาทอประกายสีเทา "ในน้ำที่ไร้รูป... วิถีกระบี่ของข้า ก็จะไร้ขอบเขตเช่นกัน!"


ชายหนุ่มตวัดกระบี่ฟาดฟัน รังสีกระบี่มิได้แหวกน้ำเป็นเส้นตรง ทว่ามัน 'แทรกซึม' เข้าไปในมวลน้ำ และตัดมังกรวารีจากภายในจนขาดสะบั้น!


ในขณะเดียวกัน เฟิงอวี้หรานก็ก้าวไปที่กราบเรือขวา ชายหนุ่มมิได้จุดไฟบนฝ่ามือ ทว่าเขาอ้าปาก สูดลมหายใจลึก "เพลิงที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องลุกไหม้ในอากาศ... มันสามารถแผดเผาได้แม้กระทั่งสายน้ำ!"


เฟิงอวี้หรานคำรามก้อง! เปลวเพลิงสีทองอร่ามพุ่งทะลวงออกจากร่าง มันมิได้ถูกดับด้วยน้ำ ทว่ามัน 'ต้ม' น้ำแห่งความว่างเปล่าให้เดือดพล่านจนกลายเป็นไอ! มังกรวารีทมิฬที่โอบรัดเรือ ถูกความร้อนระดับจักรวาลระเหยจนเหือดแห้ง!


"พวกแก!" แม่ทัพวารีหน้าซีดเผือด ไม่คิดว่าวิชาของตนจะถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย เขาผุดลุกขึ้น ชักง้าวสามง่ามสีเงินเตรียมทะยานเข้าปะทะ


ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้า...


ร่างของชายหนุ่มชุดคราม ก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว! อาเจียใช้วิถีสูญตา ลบระยะทางประดุจภูตผี ปลายพู่กันนิรันดร์ปฐมกาล จ่ออยู่ที่กึ่งกลางหน้าผากของแม่ทัพวารี!


"ท่านเก่งกาจในการใช้สายน้ำควบคุมผู้อื่น..." อาเจียเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาสูญตาทอประกายแห่งการพิพากษาที่เหนือกว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ "ทว่า ท่านลืมไปว่า... เมื่ออยู่เบื้องหน้าความว่างเปล่า แม้แต่มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ที่สุด ก็เป็นเพียงภาพลวงตา"


"จารึกรังสรรค์... ระเหยสัจธรรม ดับวารีพิพากษา!"


รังสีสีเทาและดำ ผสานกันพุ่งทะลวงเข้าสู่วิญญาณของแม่ทัพวารี! ไม่ใช่การฟาดฟันให้เลือดสาด ทว่ามันคือการ 'ลบล้าง' กฎเกณฑ์ที่ผูกมัดเขากับค่ายกลดอกบัวโลหะ!


แม่ทัพวารีกรีดร้องลั่น ร่างกายเกราะฟ้าของเขาสั่นสะท้าน ก่อนจะแหลกสลายกลายเป็นเพียงหยดน้ำธรรมดาที่ไร้พลัง ร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของดวงดาว


ปราการด่านใต้ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ แตกพ่ายลงอย่างย่อยยับ! ค่ายกลดอกบัวโลหะหยุดการทำงาน สายใยพลังงานที่เชื่อมต่อไปยังยอดเขากระบี่ ถูกอาเจียใช้พู่กันปฐมกาล 'ตัดขาด' อย่างเด็ดขาด!


สัจธรรมที่ค้ำยันวิหารศักดิ์สิทธิ์ ถูกถอนรากถอนโคนไปอีกหนึ่งส่วน ความสั่นคลอนที่ยอดเขากระบี่ในยามนี้ ย่อมมิใช่เพียงรอยร้าวเล็กๆ อีกต่อไป ทว่ามันคือสัญญาณเตือนแห่งความพินาศ ที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้ขั้วอำนาจโบราณอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
218K 196
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
489K 1390
เทพยุทธ์ดาวตก

เทพยุทธ์ดาวตก

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
506K 928
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258