บทที่ 1
เริ่มต้นการค้าขาย (1)
ความรู้สึกเย็นวูบวาบแทรกซึมเข้ามาภายในร่างกาย อุณหภูมิภายในร่างกายเองก็เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นจนรู้สึกว่าคั่นเนื้อคั่นตัว มันคือความฝันงั้นหรือ...
ร่างกายของนางลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ก่อนที่จะมีความทรงจำอันแปลกประหลาดแทรกซึมเข้ามาภายในหัวสมองราวกับบทละครบทนึงอันแสนจะโศกเศร้า กับชีวิตของเด็กน้อยผู้ที่น่าอดสู
ดวงตาของนางเริ่มมีหยดน้ำแห่งความโศกเศร้าไหลซึมออกมาทีละเม็ดๆ มันเป็ชีวิตของผู้อื่นเหตุใดนางถึงรู้สึกว่ามันเจ็บตรงบริเวณหน้าอกยิ่งนัก
“ จูเฟย ”
“ จูเฟย! ”
เสียงอันอบอุ่นที่มันให้ความรู้สึกคุ้นเคยดังแว่วเข้ามาภายในหูของนาง พร้อมกับร่างกายที่รู้สึกเหมือนโดนเขย่าอยู่ตลอดเวลา มีผู้ใดสักคนกำลังเรียกชื่อนางอยู่อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเสียงที่ไม่คุ้นเคย
ดวงตาน้อยๆเริ่มค่อยๆขยับก่อนที่จะเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ ทัศนียภาพแรกที่เห็นมันพร่ามัวและไม่ชัดเจนราวกับมีม่านหมอกมาบดบังสายตา
สิ่งที่นางเห็นมันคือเพดานไม้เก่าๆที่ทรุดโทรมกับร่างของผู้ใดสักคนที่กำลังชะโงกมามองนางอยู่ด้วยความเป็กังวล เมื่อผ่านไปสักพักดวงตาทั้งสองข้างที่พร่ามัวอยู่ก็เริ่มค่อยๆชัดเจนมากขึ้น นางเริ่มมองเห็นภาพที่ไม่คุ้นเคยที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เพดานบ้านเก่าๆที่ทรุดโทรมกับสตรีผู้หนึ่งที่มีไว้ประมาณเลข 3 ต้นๆใบหน้างดงามเมื่อเทียบกับสตรีวัยเดียวกันแต่ว่าดูใบหน้าของนางผอมแห้งราวกับขาดสารอาหารอาภรณ์ที่นางสวมใส่ก็เป็อาภรณ์ยุคจีนโบราณที่ดูเก่าและทรุดโทรม ดวงตาเล็กเรียวของสตรีผู้นั้นกำลังจ้องมองนางด้วยความเป็ห่วงทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
จูเฟยรวบรวมสติของนางแล้วเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น นางจำได้ว่านางกำลังนอนพักผ่อนอยู่ภายในห้องนอนของนางเหตุใดถึงมาอยู่สถานที่แห่งนี้ได้ ทั้งสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยและผู้คนที่ไม่คุ้นเคยอีกทั้งการแต่งกายที่ไม่คุ้นเคยอีกด้วย นางพยายามนึกคิดเท่าไหร่แต่ว่ามันก็นึกไม่ออก
สตรีวัยเลขสามผู้นั้นเมื่อเห็นนางได้สติขึ้นมาก็พุ่งเข้ากอดลูกน้อยของนางด้วยสัญชาตญาณของผู้เป็แม่
จูเฟยนางยังคงนอนนิ่งปล่อยให้สตรีด้านหน้านั้นโอบกอดนางอย่างไม่คิดจะปล่อยมือ ในขณะที่นางกำลังรวบรวมสติอยู่นั้นมันมีน้ำบางอย่างััเข้ากับแก้มน้อยๆของนาง เมื่อชำเลืองสายตาไปมองก็ปรากฏว่าเป็น้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากดวงตาของสตรีผู้นี้
แต่แล้วในขณะที่ยังคงประเมินสถานการณ์ทุกอย่างไม่ได้ อยู่ๆหัวของนางมันก็มีความเ็ปแผ่ซ่านขึ้นมาแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างกาย
“ โอ๊ย!!! ” เด็กน้อยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับกุมบริเวณศีรษะของนาง
ผู้เป็มารดาที่กำลังโอบกอดลูกน้อยของตนเองที่นอนอยู่บนเตียงเก่าๆก็รีบพากายของตนเองออกมาทันที เมื่อเห็นอาการของบุตรสาวเป็เช่นนั้นใบหน้าของมารดาก็ยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่
จูเฟยที่กำลังเ็ปศีรษะนางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้มันราวกับว่าเป็หมากตัวหนึ่งที่ขาดหายไปจากกระดานหมากภายในสมองของนาง ความทรงจำมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ภายในสมองถูกหยิบยกมาประติดประต่อกันอย่างเป็เื่เป็ราว
ในที่สุดจูเฟยก็จำได้แล้วตอนนี้ร่างกายที่นางอยู่ในตอนนี้มันไม่ใช่ร่างกายของนาง นี่มันคือร่างกายของเด็กน้อยวัย 6 ปีที่มีชื่อว่าิ่จูเฟย
ชีวิตของเด็กน้อยผู้นี้ช่างอดสูยิ่งนักนางเป็บุตรของขุนนางใหญ่ภายในแคว้นหลิวแห่งนี้แต่ว่าด้วยการโดนกลั่นแกล้งและรังแกสารพัดทำให้เด็กน้อยผู้นี้และมารดาโดนเนรเทศมาอยู่ไกลบ้านไกลเมือง
สถานที่ที่นางกำลังอยู่ยามนี้มันคือเมืองอู่หนานที่เป็เพียงเมืองชนบทภายในแคว้นหลิว
เื่ที่นางรู้ยังไม่หมดเพียงแค่นั้นนางได้รู้อีกด้วยว่าเ้าของร่างที่นางอยู่ได้อดอยากสารอาหารจนตายไปเมื่อประมาณหลายสิบวันก่อน มันราวกับโชคชะตาแห่งความฝันที่เล่นตลกอยู่ๆนางก็เข้ามาอยู่ภายในร่างของเด็กน้อยผู้นี้ที่อยู่ภายในยุคจีนโบราณ
ใบหน้าของเด็กน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงความเ็ปกลับสงบนิ่งพร้อมกับดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงหลังจากที่ได้รู้เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยระยะเวลาเพียงแค่พริบตาเดียว
เื่นี้ถ้าจะบอกว่าไม่ให้เชื่อก็คงจะยากเพราะว่านางกำลังอยู่ในสถานที่แห่งนี้และบรรยากาศรอบข้างมันก็เป็ตัวยืนยันชั้นดี
เด็กน้อยเพศหญิงวัยประมาณ 6 ปีที่สวมใส่อาภรณ์ชุดเก่าๆที่สุดโทรมอันนอนนิ่งอยู่บนเตียงนางได้ปรายสายตากลมโตของตนเองไปมองมารดาที่นั่งส่งสายตามองด้วยความเป็กังวลอยู่ข้างเตียงเก่าๆ
สตรีนางนี้คือมารดาของเด็กน้อยที่จูเฟยเข้ามาอยู่ในร่างนางชื่อว่าิ่อวี้เฟย ก่อนหน้านี้ชีวิตของมารดาก็ประสบพบเจอปัญหาชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน นางเคยเป็ลูกของพ่อค้าเมืองหลวงที่ร่ำรวยแต่เพราะโดนกลโกงของขุนนางมากมายโกงกินจนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว จากนั้นิ่อี้เฟยก็ขายตัวเองเข้าไปเป็อนุของขุนนางหลี่ที่เป็ขุนนางที่มีอำนาจใหญ่โตภายในเมืองหลวงของแคว้นหลิว จนสุดท้ายแล้วก็ให้กำเนิดตัวของิ่จูเฟยขึ้นมาในที่สุด
แต่เมื่อกำเนิดบุตรสาวก็ไม่ได้เป็ที่้าสำหรับตระกูลและโดนกลั่นแกล้งมากมายจึงทำให้โดนเนรเทศมาอยู่ในสถานที่ที่ไกลหูไกลตาเช่นนี้
จูเฟยที่อยู่ในร่างของเด็กน้อยพยายามตั้งสติแล้วตรองดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตอนนี้กล่าวได้ว่าทุกอย่างหลุดทฤษฎีและเหตุผลที่สามารถหยิบยกขึ้นมาได้ไปแล้ว
ในยุคที่นางจากมามันเป็ยุคที่เหล่าผู้คนทำการทดลองและอ้างอิงทฤษฎีและเหตุผล แต่ดูในตอนนี้สิการที่นางมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยผู้นี้ในอีกยุคอีกสมัยมันจะสามารถหยิบยกทฤษฎีใดขึ้นมาอ้างอิงได้
“ จูเฟย..ลูกไม่เป็อันใดแล้วงั้นรึ ” สตรีวัยเลขสามตรงหน้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ก่อนที่นางจะยกมือข้างขวาขึ้นมาแล้วลูบเข้าที่ใบหน้าของจูเฟย
จูเฟยรู้สึกได้ทันทีว่าฝ่ามือของนางมันหยาบกร้านไม่สมกับเป็ฝ่ามือของสตรีเลยสักนิดคงจะเพราะว่าผ่านการทำงานอันหนักหน่วงมาในทุกวัน
มารดาของนางเมื่อโดนเนรเทศมาอยู่เมืองอู่หนานแห่งนี้แม้ว่าจะมีเรือนพักการเป็อยู่ที่เรือนไม้หลังเล็กๆแห่งนี้แต่ว่ามารดาของนางก็ยังคงต้องทำงานหนักในฐานะคนงานคนนึงเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูตนเองแล้วบุตรสาวเช่นตัวของจูเฟยในตอนนี้ด้วย
จูเฟยยกมือเล็กๆของนางขึ้นมาแล้วััเข้ากับมืออันหยาบกร้านของมารดาที่กำลังััอยู่กับใบหน้าของนาง
เมื่อบุตรสาวตัวน้อยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงแสดงท่าทางกลับมาเช่นนั้นมันทำให้ิ่อวี้เฟยที่เป็มารดาก็ยิ้มรับอย่างอบอุ่น
รอยยิ้มอันอบอุ่นของมารดามันทิ่มแทงลึกเข้าไปภายในจิตใจของจูเฟย ในชีวิตก่อนนางไม่เคยมีแม่และนางเองก็ยังไม่เคยได้รับความอบอุ่นของมารดาเช่นนี้มาก่อน
ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำบางอย่างไหลซึมออกมา มันเป็ความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจดวงน้อยของนางรู้สึกตื้นตันและเต็มไปด้วยความปิติ
เมื่อเห็นลูกน้อยหลั่งน้ำตาผู้เป็มารดาเองก็ยิ้มรับแล้วหลั่งน้ำตาของนางเองออกมาเช่นกัน มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าแต่มันเป็น้ำตาแห่งความปิติที่ทั้งสองได้พบหน้ากันอีกครั้งนึง
ิ่อวี้เฟยที่กำลังหลั่งน้ำตาแห่งความปิติอยู่นั้นก็ยกมือของนางขึ้นมาแล้วปาดน้ำตาที่กำลังไหลอยู่ก่อนที่จะตั้งสติ นางยังมีเื่ที่จะต้องกระทำต่อตอนนี้เป็เวลาพักกลางวันเลยตัดสินใจเดินกลับมาดูลูกน้อยที่กำลังป่วยหนักไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว
มือที่หยาบกร้านถูกนำออกจากใบหน้าน้อยๆของจูเฟย ก่อนที่มือข้างนั้นจะล้วงเข้าไปภายในอาภรณ์ของตนเองแล้วหยิบเงินจำนวน 5 อีแปะออกมาแล้วใส่เข้าไปในฝ่ามือของลูกน้อยที่เพิ่งฟื้นจากอาการป่วย
“ เอ้านี่...จูเฟยแม่ให้เ้าเก็บเอาไว้ แม่คงจะได้กลับมาอีกครั้งก็ตอนเย็นแม่ขอโทษนะ ” มารดาที่นั่งอยู่ข้างเตียงพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่นางจะลุกขึ้นแล้วรีบเร่งออกไปจากเรือนไม้เก่าๆหลังนี้
ประตูอันทรุดโทรมที่มีรูเล็กๆปรากฏอยู่ตามจุดต่างๆถูกเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งบริเวณกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้งหลังจากที่ผู้เป็มารดาต้องกลับไปทำหน้าที่ของนาง
จูเฟยที่อยู่ในร่างเด็กน้อยนางพาร่างที่อิดโรยและยังไม่ฟื้นตัวดีของนางลุกขึ้นมาจากเตียงนอนเก่าๆที่เพียงพอจะนอนเบียดกันสองคนเท่านั้น
นางยกเงินจำนวน 5 อีแปะภายในมือของนางที่มารดาเพิ่งจะมอบให้ขึ้นมาดู เหรียญเล็กๆที่วางนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือเล็กๆ ดวงตากลมโตทั้ง 2 จ้องมองเหรียญนั้นอย่างไม่กระพริบ
นางรู้ดีว่าเงินที่ดูน้อยนิดเพียงแค่นี้มันก็เป็เงินที่มารดาเก็บหอมรอมริบเอาไว้เพื่อให้นางได้มีเงินซื้อของกินเหมือนกับเด็กผู้อื่น
นี่คือความรักของผู้เป็แม่จูเฟยไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน เมื่อคิดถึงความรู้สึกที่มันทิ่มแทงอยู่ภายในจิตใจต่อมน้ำตาก็เริ่มหลั่งไหลน้ำตาออกมาจนอาบทั่วทั้งแก้มน้อยๆทั้งสองข้างโดยที่นางไม่รู้ตัวเลยสักนิด
และใน่เวลาที่แสนจะตื้นตันนั้นเองประณิธานอันแรงกล้าก็ปรากฏขึ้นภายในใจ มือน้อยๆได้กำเงินที่เป็เพียงแค่เศษเงินในมือแน่นพร้อมกับดวงตาที่ฉายความจริงจังขึ้นบนใบหน้าของเด็กน้อยที่มีวัยเพียงแค่ 6 ปี
“ ข้าจะต้องเปลี่ยนชีวิตของข้าที่เป็อยู่ในตอนนี้ ” เสียงเล็กๆอันน่าเอ็นดูประกาศถึงคำสัญญาที่ปรากฏขึ้นมา นางไม่ได้กล่าวออกมาเพียงเฉยๆเท่านั้นแต่ว่าประโยคนั้นยังสลักลึกลงภายในจิตใจ
ชีวิตของเด็กน้อยผู้อดสูจะต้องเปลี่ยนไปด้วยมือของนาง ทั้งผู้คนที่เคยมองนางและมารดาอย่างเย้ยหยันทั้งผู้คนที่เคยรังแกและต่อว่า ดวงตามากมายที่เคยจับจ้องร่างของนางและมารดาอย่างดูถูก นางจะเหยียบย่ำมันด้วยความสามารถทั้งหมดของนาง
จบตอน